บทนำ
เมืองเปี้ยนจิง, รัชศกหมิงเต๋อ ที่ 20 แห่งฮ่องเต้ไป๋อี้เฉิน ราชวงศ์ไป๋
โรงเตี๊ยมอาคารไม้สองชั้นกลางเก่ากลางใหม่ตั้งอยู่ริมทางสัญจรหลักบริเวณนอกเมืองหลวง ค่อนข้างร้างผู้คนในยามบ่าย หากบริเวณชั้นสองกลับถูกจ่ายเงินจับจองเอาไว้ทั้งชั้น เพื่อความเป็นส่วนตัว ทั้งพื้นที่ชั้นสองมีชายรูปร่างสันทัด เครื่องแต่งกายพริ้วไหวแบบชนชั้นสูง สวมหมวกมีผ้าคลุมปิดใบหน้า นั่งจิบชาอยู่เพียงผู้เดียว หากเปล่งรัศมีบางอย่างที่น่ายำเกรง
จนเวลาผ่านไปพักใหญ่ จึงปรากฏร่างชายสูงวัยอีกคนหนึ่ง บุคลิกน่าเกรงขาม แต่งตัวภูมิฐานตามแบบข้าราชการชั้นสูง เขาเดินเข้ามาที่โต๊ะที่ชายปิดหน้านั้นนั่งอยู่ ก่อนจะโค้งคำนับชายหนุ่มผู้นั้น
“คารวะนายใหญ่”
“ตามสบายท่านเว่ย เชิญนั่ง” เขาพูดพร้อมผายมือไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
“นายท่านเรียกข้ามาพบ มีเหตุสำคัญใดหรือขอรับ”
“แผนการลดทอนอำนาจทหารขององค์ชายรองไม่สำเร็จ ฮ่องเต้ไม่ทรงยอมแบ่งการควบคุมทหารเป็นส่วนๆ ตามที่ท่านเสนอ เช่นนั้น เราจึงต้องหาแผนใหม่แทน ท่านคิดเห็นอย่างไร”
“ข้าคิดว่าเราค่อยๆ กำจัดแขนขาขององค์ชายรองไปทีละคน เพื่อที่จะได้ไม่เป็นที่สงสัย แล้วหากได้โอกาสเราควรทำลายความไว้วางพระทัยที่ฮ่องเต้ทรงมีต่อองค์ชาย เมื่อนั้นจะต้องทรงดึงอำนาจคืนเป็นแน่ขอรับ”
“แขนขา?”
“ข้าพอจะรู้ว่าในราชสำนัก ใครที่เป็นฝ่ายองค์ชายบ้าง บางคนเราอาจซื้อตัวได้ พวกที่ซื้อตัวไม่ได้ก็กำจัดให้สิ้นซาก เมื่อไร้แขน ไร้ขาจะทำการใดก็ยากจะสำเร็จ แล้วเราค่อยเริ่มกำจัดพวกตัวใหญ่ๆ ที่อยู่รอบตัวองค์ชาย”
“ข้าไว้ใจให้ท่านจัดการได้ ใช่หรือไม่” ดวงตาเรียวคล้ายเหยี่ยวตวัดมองตรงไปที่ชายชรา ผ่านผ้าบางที่ใช้อำพรางใบหน้า
“ย่อมได้แน่นอนขอรับ ยิงธนูเพียงดอกเดียว แต่เราจะได้เหยี่ยวถึงสองตัว”
“เช่นนั้นข้าก็สบายใจ จะรอชมผลงานของท่านก็แล้วกัน” เขากล่าวกับชายชราด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล หากแฝงไว้ด้วยอำนาจ แล้วเลื่อนกล่องไม้ขนาดย่อมไปตรงหน้า ก่อนจะพูดต่อไป “สิ่งนี้มอบให้ท่านใช้ออกคำสั่งได้ เก็บเอาไว้ที่ข้าไม่ค่อยสะดวก ขอฝากเอาไว้ที่ท่านก็แล้วกัน”
ชายชรารับเอากล่องไม้นั้นมาแล้วเปิดออก ได้กลิ่นหอมดอกไม้อ่อนๆ ลอยออกมา ด้านในมีจดหมายหนึ่งฉบับวางอยู่บนตราประทับรูปพยัคฆ์สีดำ
“ขอบคุณนายท่านที่ไว้ใจขอรับ ข้ารับรองว่าภายในหกเดือนนี้ เราจะสามารถกำจัดอำนาจองค์ชายรองได้หมดสิ้น และ...หากนายท่านไม่ติดอะไร เราอาจทำให้ถึงขั้นเนรเทศหรือประหารเลยก็เป็นได้ขอรับ”
“เอาที่ท่านเห็นควรก็แล้วกัน” แล้วชายปิดหน้าก็ลุกเดินจากไป
***
รถม้าคันใหญ่ค่อยลดความเร็วลงจนหยุดสนิทหน้าประตูทางเข้าจวนที่ตั้งตระหง่าน กินพื้นที่เกือบสิบสองหมู่[1] ชายชราร่างสูงใหญ่ในชุดเฉาฝู[2] สีม่วงเข้ม มีขลิบดิ้นทองทั้งชุด ปักลายนกกระเรียนสีขาวท่ามกลางหมู่เมฆ แสดงสถานะข้าราชการระดับเสนาบดี เดินลงจากรถม้าด้วยทีท่าองอาจ น่าเกรงขาม แม้มีผมขาวแซมเกือบทั้งศีรษะ หากท่าทางยังภูมิฐาน แข็งแรง ดูแตกต่างกับอายุที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเกือบเจ็ดสิบปีแล้ว
ยามนี้ ดวงจันทร์ยังโคจรไปไม่สูงถึงกลางโค้งฟ้า ภายในห้องนอนกว้าง มีเตียงนอนหลังใหญ่อยู่มุมในสุดของห้อง มีฉากสามพับบานใหญ่ปิดกั้นเพื่อให้ความเป็นส่วนตัว ด้านข้างมีตู้หลังใหญ่ ที่เต็มไปด้วยหนังสือ และเครื่องตกแต่งลายคราม บ่าวรับใช้ได้เข้ามาจุดตะเกียงไว้ตามจุดต่างๆ ทำให้เกิดเงาวูบไหวตามจังหวะลมพัดโชยเบาๆ ผ่านลอดหน้าต่างบานกระทุ้งไม้ด้านข้างที่เปิดแง้มเอาไว้ บรรยากาศทั้งข้างในห้องและด้านนอกที่รายล้อมด้วยสวนดอกไม้ค่อนข้างเงียบสงบ ห่างจากบริเวณส่วนรับแขกและห้องทำงาน ที่อยู่ไปทางด้านหน้าของจวนแห่งนี้
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย ชายชราผู้นั้นก็เลือกหนังสือเล่มหนึ่งจากตู้ใบใหญ่ แล้วเดินมานั่งลงที่โต๊ะกลมกลางห้อง รินน้ำชาอู่หลงที่อบด้วยดอกหอมหมื่นลี้อย่างดี ที่บ่าวได้จัดเตรียมเอาไว้ให้ล่วงหน้าอย่างรู้งาน เขาจิบน้ำชาไปพลางเปิดหนังสืออ่านไป
น้ำชาจอกแรกยังไม่ทันหมด เขากลับดูเหมือนเกิดอาการแน่นหน้าอกเฉียบพลัน หนังสือหล่นจากมือไปชนจอกน้ำชาเอียงล้มลง มือข้างหนึ่งกุมอกด้านซ้ายบริเวณหัวใจ และใช้อีกมือพยายามยันตัวเองลุกขึ้นยืน เขาอ้าปากกว้างทำท่าเหมือนพยายามจะส่งเสียงร้องเรียกความช่วยเหลือ หากกลับไม่มีเสียงเล็ดรอดออกมา ดวงตาของเขาเบิกโพลง ก่อนที่จะล้มหงายหลัง กระแทกลงกับพื้นห้องด้วยความรุนแรง ร่างใหญ่กระตุกแรงอีกเพียงสองครั้ง ก่อนจะแน่นิ่งไป มือใหญ่คลายอาการเกร็ง แล้วค่อยๆ ไหลอย่างไร้แรงมาอยู่ข้างกาย พร้อมๆ กับลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่ทอดออกจากร่างไปพร้อมกับสัญญาณสุดท้ายของชีวิต...
ในห้องกลับมาสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง หากเพียงชั่วลมหายใจเดียว ชายร่างสันทัดในชุดดำก้าวออกมาจากมุมมืดบริเวณด้านที่แสงเทียนส่งไปไม่ถึง รีรออยู่เพียงครู่เดียว ก่อนจะรีบรุดมาที่ร่างใหญ่นั้น แล้วนำมีดสั้นออกมา ถอดปลอกมีดโยนไว้ข้างศพ จากนั้นจ้วงแทงไปที่ร่างของเขาถึงห้าครั้ง ก่อนจะวิ่งไปที่บริเวณใกล้หน้าต่าง วางมีดด้านนั้นไว้ที่ริมกำแพง แล้ววิ่งกลับมาถีบเก้าอี้ตัวหนึ่งให้ล้มกลิ้งจนเกิดเป็นเสียงดัง แล้วปีนหน้าต่างหนีออกทางสวนด้วนข้างไป
เหลือไว้เพียงมีดเคลือบไปด้วยเลือดที่มันบรรจงวางทิ้งไว้ที่ขอบกำแพงใต้บานหน้าต่าง เสมือนทำตกเอาไว้...มีดที่มีด้ามเป็นหยกสลักรูปมังกรพันกล้วยไม้...
------------------
เชิงอรรถ
[1] หมู่ (*/“mǔ”) ซึ่งเป็นหน่วยวัดพื้นที่แบบดั้งเดิมของจีนโบราณซึ่งมีพื้นที่ราว 666.7 ตารางเมตร / พื้นที่สิบสองหมู่ = 5 ไร่
[2] ชุด “เฉาฝู” (**) คือเครื่องแต่งกายพิธีการของขุนนางจีนในราชสำนัก โดยเฉพาะในราชวงศ์ซ่ง ซึ่งมีการกำหนดสี รูปแบบ และลวดลายอย่างเข้มงวดตามตำแหน่งและหน้าที่ - ตำแหน่งเสนาบดี ส่วนใหญ่จะเป็นขุนนางชั้นหนึ่ง หรือสอง จะต้องใช้สีม่วงเข้มหรือม่วงแดง ขุนนางพลเรือน มักใช้ลาย "นก" (**) โดยที่ขุนนางฝ่ายทหาร มักใช้ลาย “สัตว์ป่า” (**)