บทนำ จุดเริ่มต้นของจุดจบความรู้สึก
ณ คลับหรู...ใจกลางเมือง
รถคันหรูสีดำเคลื่อนเข้ามา ร่างของหญิงสาวผมสีบลอนด์ทองลอนสวยสยายไปเต็มแผ่นหลัง ผิวขาวหยวกขลับด้วยชุดเดรสเกาะอกสั้นดำประกายมุก ใบหน้าเติมแต่งจัดเต็มสีปากแดงแรงฤทธิ์สมกับเป็นผู้หญิงที่โดดเด่นในค่ำคืนนี้ เธอดึงกระจกรถลงมาส่องมองซ้ายขวาก่อนจะฉีกยิ้มให้กับตัวเองแล้วพูดว่า
“ฉันเป็นคุณหนูที่สวยมากขนาดนี้ ทำไมต้องทำตัวโสดเพื่อรอเขากัน ถึงเวลาที่ใจของฉันจะได้โบยบินซะที”
เธอพับกระจกเก็บ คว้ากระเป๋าแบรนด์เนมใบหรูแสนแพงขึ้นมาคล้องแขน ก่อนจะเดินออกจากรถด้วยส้นสูงสีดำเข้ากับชุดเป็นโทนเดียวกัน...พร้อมกับหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาเพื่อนสนิทที่นัดกันมาเจอที่คลับนี้ ตามประสาสองสาวพราวเสน่ห์
“คุณเพื่อนเบลขา...อยู่ไหนแล้วคะเนี่ย เพื่อนนีนมาถึงแล้วนะคะ” หญิงสาวคนสวยยืนคุยโทรศัพท์สวย ๆ หน้าคลับพลางขยิบตาให้เหล่าบรรดาชายหนุ่มที่เดินไปมาและส่งสายตาหวานมาให้
(กำลังจะถึงแล้ว...อีกสิบนาที...)
“วันหยุดแท้ ๆ นะคะ นัดไม่เป็นนัดเลยค่ะเพื่อนติดธุระอะไรสำคัญเหรอจ๊ะ”
(เออ...งานอดิเรกน่ะ เอาเป็นว่าแค่นี้นะขับรถจะถึงแล้วเพื่อน)
เพียงคุณหนูคนสวยอย่างเธอวางสายไป ชายหนุ่มสุดหล่อหน้าตาจิ้มลิ้มที่ทำทีสูบบุหรี่หน้าผับด้อม ๆ มอง ๆ เธออยู่ตลอดก็มีท่าทีเดินเข้ามาหาเธออย่างตั้งใจ และแน่นอนว่าเธอยิ้มเชิญชวนชายหนุ่มเต็มที่...
“สวัสดีครับคนสวย...” เพียงคำแรกที่ชายคนนั้นเอ่ยออกมา เธอก็ปัดตกผู้ชายคนนี้ออกไปสมองทันที
‘คำทักทายไม่มีชั้นเชิง บ่งบอกได้ถึงผู้ชายเจ้าชู้ตามคลับทั่วไป...ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน สอบตก...’
“คุณกำลังพูดกับฉันอยู่เหรอคะ...” เธอหันไปมองด้วยท่าทีสง่าวางมาดเป็นคุณหนูผู้เย่อหยิ่งนิด ๆ ก่อนจะสะบัดผมหน่อย ๆ ให้ดูมีกิมมิคและลูกเล่นแพรวพราว
“ครับเพราะที่นี่ไม่มีคนที่สวยกว่าคุณแล้วครับ”
‘ฉันเดินไปอ้วกตอนนี้ได้ไหมเนี่ย...เสี่ยวชะมัด’
“อ่อ...งั้นขอรับคำชมนี้ไว้แล้วกันค่ะ” เธอยิ้มหวานให้
“มาคนเดียวเหรอครับ...ผมร่วมโต๊ะด้วยได้รึเปล่า”
“อืม...ก็อยากให้ร่วมวงอยู่หรอกนะคะ แต่สามีดิฉันโหดมากเลยค่ะ...ต้องขอโทษด้วยนะคะ”
“อ้าว มีผัวแล้ว โธ่...” เพียงเธอบอกว่ามีสามี ผู้ชายห่วย ๆ นั่นก็สบถออกมาแบบไม่เกรงใจ แล้วเดินเข้าคลับไปอย่างหัวเสีย
‘สมเป็นผู้ชายห่วย ๆ ตามคลับจริง ๆ’
ขณะที่เธอยืนรอเพื่อนรักอยู่สักพัก ก็มีบรรดาผู้ชายที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานมาทักทายเธอไม่หยุดหย่อน และเธอก็ปฏิเสธไปอย่างไม่ใยดีด้วยคำว่า ‘มีสามีแล้วค่ะ’ ทำให้เธอยังสามารถยืนโดดเด่นเป็นสง่าหน้าคลับได้ต่อไป จนเมื่อเพื่อนสาวสุดที่รักของเธอก็มาสักที
“หน็อย!!! ปล่อยให้ฉันยืนรอดุจหงส์ท่ามกลางไก่ป่าแบบนี้ ต้องด่าซะให้เข็ด” เมื่อเพื่อนสาวคนสนิทของเธอมาถึง ผมสั้นแต่ก็ยังใส่แว่นกรอบเงินที่มักทำให้เธอเองขัดใจตลอด ส่วนชุดเป็นเดรสสั้นสีขาวซึ่งเธอบรีฟชุดให้เพื่อนเธอใส่เอง(แกมบังคับ) และเธอก็พร้อมที่จะเท้าสะเอวบ่นร่ายเป็นชุดแล้ว
“ฉันนัดกี่โมงยะ กว่าจะมาได้ยืนรอจนหน้าฉันจืดไปแล้วมั้งคะเพื่อนรัก”
“เออ...ขอโทษที รถติดน่ะ”
“แถ...ชิส์”
“ขอโทษจ้า...ขอโทษ เข้าไปกันเลยไหมเดี๋ยวผมคุณเพื่อนสาวคนสวยเสียทรง” เพื่อนสนิทของเธอเดินมาตบไหล่เบา ๆ ไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเท่าไหร่นัก ก่อนจะลากเธอเข้าคลับไปเพราะรู้ว่ายังไงเธอก็หายงอนเพื่อนสนิทเธออยู่ดี
พูดมาถึงตรงนี้ขอแนะนำตัว ‘เธอ’ ที่กล่าวมาให้รู้จักสักหน่อย ‘เธอ’คนนี้คือ ‘ฉัน’ ฉันที่ชื่อ ‘นีน’ คุณหนูสุดสวยพราวเสน่ห์ที่ใครเห็นเป็นต้องเข้ามาทัก จีบใครก็ติดชนิดยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้าปากค่ะ ตอนนี้กำลังเรียนปี 3 คณะบริหารธุรกิจ
ส่วนเพื่อนสนิท เพื่อนรักหยุมหัวของฉันคือ ‘เบล’ เรารู้จักกันเพราะเรียนด้วยกันนั่นแหละและตอนนี้เธอก็เพิ่งจะย้ายมาอยู่คอนโดเดียวกับฉัน เพราะห้องที่ฉันกะจะเช่าให้คนบางคน...(ที่ไม่อยากพูดถึง) ให้เธอมาอยู่แทนแล้วล่ะ
เมื่อเราเดินเข้ามาในผับ บริกรชายของคลับก็เดินออกมาต้อนรับอย่างเป็นมิตร
“ไม่ทราบคุณผู้หญิงได้จองโต๊ะไว้รึเปล่าครับ” บริกรเอ่ยและโค้งตัวให้อย่างสุภาพ ระดับฉันแล้วจะพลาดได้ยังไง ฉันมันยิ่งกว่าวีวีไอพีเข้าออกที่นี่เป็นว่าเล่น ดูท่าบริกรคนนี้คงเป็นพนักงานใหม่แหง ๆ
“แน่นอน” ฉันตอบเพียงสั้น ๆ และยกแบล็คการ์ดของคลับยื่นให้พวกเขา
เพียงเท่านั้นเหล่าบริกรก็ดวงตาตื่นตระหนก และรีบพาฉันไปนั่งยังกลุ่มโต๊ะที่ดีที่สุดของคลับทันที
โต๊ะที่มีความเป็นส่วนตัว และก็ยังมีความครึกครื้นของผู้คนให้ได้เห็น ออเดิร์ฟและแอลกอฮอล์ทยอยถูกจัดเรียงไว้เต็ม และมีบาร์เทนเนอร์มาผสมเครื่องดื่มให้ถึงที่ตามประสาวีไอพีผู้ถือแบล็คการ์ดของคลับ
“อ๊าส์...ได้ดื่มเบียร์ตอนหงุดหงิดนี่ดีจริง ๆ” ฉันยกแก้วขึ้นควงเล็ก ๆ จ้องมองเครื่องดื่มในแก้วหมุนไปมาและดื่มมันไป
“ว่าแต่ ทำไมจู่ ๆ อยากจะมากินเหล้ากินเบียร์ล่ะ หงุดหงิดอะไรมาอีก”
“ฉันจะเลิกชอบพี่ภีมแล้วล่ะ”
“เชื่อได้เหรอ แกพูดแบบนี้เป็นรอบที่ร้อยแล้วมั้ง”
“รอบนี้ฉันเอาจริงย่ะ”
“เพราะข่าวลือ?”
“ไม่ใช่ข่าวลือหรอกมันคือเรื่องจริง...ฉันเห็นกับตา”
เบลเงียบไป...ส่วนฉันก็ยกดื่มแบบสิ้นคิด คนที่ฉันชอบมาทั้งชีวิตจนแทบพูดได้เต็มปากว่า...อยากได้เขาเป็นสามีในอนาคตบัดนี้มันกำลังทำให้ฉันตาสว่างสักที
“เพื่อนเบลคะ...ไปเต้นกันโลด” ฉันลุกขึ้นลากเบลไปที่ฟลอร์ทั้งที่เมากรึ่ม ๆ แต่ก็รู้สึกสนุกสุดเหวี่ยง ผู้ชายมากหน้าหลายตาพยายามเข้ามาเต้นกับฉัน แน่นอนว่าฉันใส่สุด...แม้ยัยเบลจะห้ามแค่ไหนก็ไม่สามารถหยุดฉันได้แล้ว ฉันจะแรด ฉันจะร่าน เพราะฉันสวย ฉันไม่ควรเก็บความสวยสะพรั่งนี้ให้อิตาเฮงซวยนั่น...ถึงเวลาที่ฉันจะปลดปล่อยหัวใจให้เป็นอิสระเสียที...
‘แต่พอพูดแบบนี้ทีไรภาพวันเก่า ๆ ที่คอยไล่ตามเขา ก็ลอยเข้ามาให้นึกถึง...อย่างเช่นว่า...เรื่องที่จะเล่าให้ฟังต่อจากนี้’