ตอนที่1
"ฮื้อ ฮื้อ ฮื้อ อึก"
"ไปเลย! พวกเด็กเหลือขอ ออกจากบ้านของข้าไปเดี๋ยวนี้ ไป! ออกไปให้พ้น พวกตัวซวย"
โครม! โครม!
"ฮื้อ ฮื้อ อึก พี่ใหญ่ตื่น ฮื้อออ พี่ใหญ่"
เสียงร้องไห้ที่ดังอยู่ใกล้ๆ สลับเสียงด่าทอแหลมปรี๊ดจนแสบแก้วหูและเสียงโครมครามของสิ่งของกระทบพื้นเรียกให้ร่างผอมบางของเด็กสาวตัวน้อยยังไม่ถึงวัยปักปิ่นลืมตาขึ้น ก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆ ตัวที่ดูไม่คุ้นตาเอาเสียเลย ก่อนที่สายตาจะมาปะทะกับร่างผอมจนแก้มซูบตอบของเด็กชายที่ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมูกน้ำตา ยิ้มจนเห็นฟันที่เรียงตัวสวยเป็นระเบียบอย่างดีใจ
"พี่ใหญ่ ท่านฟื้นแล้ว เจ็บตรงที่ใดหรือไม่ขอรับ"
สายตาสับสนงุนงงที่มองฝ่ามือเล็กที่ยกขึ้นลูบเบาๆ สลับกับใบหน้าของเด็กน้อยตรงหน้าด้วยความเหม่อลอยพร้อมด้วยคำถาม เกิดอะไรขึ้น?
นักศึกษาสาวจบใหม่ นาม เจด้า ลูกครึ่งไทย จีน อายุ 22 ปี เป็นเด็กต่างจังหวัดพ่อแม่ประกอบอาชีพทำไร่ทำสวน โตมากับดินโคลนและการเพาะปลูก พ่อแม่ส่งมาร่ำเรียนทางด้านการเกษตรเพื่อจะนำความรู้ไปต่อยอดให้กับอาชีพของครอบครัวแต่เมื่อเรียนจบยังไม่ได้ทำตามความฝันของพ่อแม่กลับเกิดอุบัติเหตุขึ้นอย่างไม่คาดฝันเมื่อรถยนต์กระบะที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนพุ่งชนจนร่างบึกบึนอวบอัดลอยกระแทกพื้นอย่างแรงจนตายคาที่ จากที่คิดว่าตัวเองคงตายไปแล้วกลับมาโผล่ที่นี่ คิดได้ดังนั้นสายตาจึงหันมาจ้องใบหน้าเล็กที่กำลังมองมาตาแป๋ว แล้วอาการปวดหัวอย่างรุนแรงก็ปะทุขึ้นจนเหงื่อผุดขึ้นเต็มตัว เจ็บปวดทุรนทุรายจนต้องใช้มือที่เล็กขาวกอดกายตัวเอง ก่อนความทรงจำของใครก็ไม่รู้หลั่งไหลเข้ามาในหัวเต็มไปหมด ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบไปหลังจากกระอักเลือดออกมาคำโต
"พี่ใหญ่ ฮื้ออออ อย่าเป็นอะไรนะ พี่ใหญ่ ฮื้อออ"
หลังจากรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง พอลืมตาขึ้นมาก็กลับเห็นรอบกายต่างไปจากครั้งแรกที่เห็น ภาพที่ปรากฏตรงหน้าเป็นภาพหลังคาที่มีรูรั่วเต็มไปหมดและนางก็กำลังนอนอยู่บนกองฟางเหม็นอับ รอบๆ กายมีเพียงกองฟางเต็มไปหมดและมีก้อนกลมๆ ก้อนหนึ่งที่อยู่ห่างจากตรงที่นางนอนไปไม่มาก เมื่อมองดีๆ นางจึงรู้ว่าก้อนกลมนั้นคือน้องชายตัวน้อยของร่างนี้ ใช่ ตอนนี้นางได้เข้ามาอยู่ในร่างของเด็กสาว นาม หนานอี้ซิน อายุ 14 หนาว ที่ได้เสียชีวิตไปด้วยอาการป่วยและสุขภาพที่อ่อนแอจนนางที่ไม่รู้ว่ามาอยู่ในร่างนี้ได้อย่างไรเหมือนกัน เด็กน้อยผู้นี้คือบุตรีคนโตของนายท่านตระกูลหนานตระกูลพ่อค้าของเมืองซานซัน เมืองที่มีภูเขาล้อมรอบที่ซึ่งเต็มไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ และความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งได้ถูกโจรดักปล้นและฆ่าตายพร้อมกับฮูหยินของตน ตอนออกเดินทางไปค้าขายต่างเมือง จึงทำให้บุตรทั้งสองคนต้องเผชิญชะตากรรมอยู่อย่างอดๆ อยากๆ กับผู้เป็นอาและอาสะใภ้ ทรัพย์สินเงินทองล้วนโดนฮุบเอาไปทั้งหมด จนตอนนี้ยังถูกไล่ออกจากจวนที่บิดามารดาเป็นผู้สร้างมาอย่างยากลำบาก เหลือแค่ที่ดินผืนนี้เพียงผืนเดียวที่ท่านเจ้าเมืองนำกลับมาคืนให้ได้ เพราะความเวทนาสงสาร ส่วนทรัพย์สินอื่นๆ มิรู้ว่าท่านอาใช้เล่ห์กลอันใดจึงตกไปเป็นของตนอย่างถูกต้อง เจด้าได้แต่ทอดถอนใจรู้สึกเวทนาทั้งชีวิตของตนเองและชีวิตเด็กน้อยนัก ชีวิตก่อนของนางนั้นใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวมีพ่อแม่ พี่ชายหนึ่งคนและน้องสาวอีกหนึ่งคน นางจึงมิได้ห่วงนักเมื่อนางต้องจากมา นางจึงขอเริ่มต้นใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในชีวิตใหม่นี้ แต่ดูจากสภาพความเป็นอยู่แล้วช่างมองไม่เห็นความสบายและความสุขเลย นี่นางต้องมาดิ้นรนต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดอีกครั้งในชีวิตใหม่นี้อีกหรือ ทำไมถึงไม่มีความเทพทรู หรือไปอยู่ในร่างคุณหนูตระกูลสูงส่งเหมือนกับนิยายที่ใครหลายๆคนชอบอ่านนะแถมยังมีอีกหนึ่งชีวิตให้รับผิดชอบ เหลือบไปมองร่างเล็กที่ขดตัวอยู่ให้นึกสงสาร เอาก็เอาวะ ถือว่าเป็นการตอบแทนเจ้าของร่างที่ให้นางได้มาอาศัยก่อนจะพยุงร่างกายที่ช่างอ่อนแอนัก ลุกขึ้นเดินออกมาสำรวจรอบๆ บริเวณที่แห่งนี้
ร่างเล็กผอมบางที่ผลักประตูไม้ที่ผุจนแทบจะพังติดมือออกมายังด้านนอกที่เป็นป่าไผ่ล้อมรอบมีลำธารอยู่ด้านข้างและด้านหลังติดภูเขา บรรยากาศถือว่าไม่ได้เลวร้ายนัก ส่วนที่อยู่อาศัยนั้นเป็นกระท่อมที่คงจะทำจากต้นไม้ไผ่พวกนี้ที่ตอนนี้ผุพังจนคิดว่าหากลมพัดแรงสักนิดคงพังครืนลงมา ในความทรงจําของร่างนี้ที่ดินผืนนี้เป็นที่ดินที่บิดามารดาเจ้าของร่างซื้อเอาไว้ก่อนจะตายยังมิได้ลงมือทำประโยชน์จึงยังคงเป็นป่าไผ่เสียส่วนใหญ่จะมีที่โล่งเตียนแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่ดินผืนนี้ถือว่ากว้างขวางอยู่พอสมควร ร่างบอบบางที่เดินแค่นิดเดียวก็เหนื่อยหอบและรู้สึกหิวจึงได้เดินมายังลำธารที่มีน้ำใสแจ๋ววักน้ำขึ้นมาลูบหน้าล้างเนื้อล้างตัวพึ่งสังเกตว่าผิวพรรณของร่างนี้ช่างขาวนัก แขนขาก็เล็กนิดเดียวต่างกับร่างของนางในชาติก่อนที่แข็งแรงบึกบึนนัก เงาที่เห็นอยู่ในน้ำสะท้อนให้เห็นใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มดวงตากลมโตปากนิดจมูกหน่อยแม้จะซูบตอบแต่ก็ดูงดงามนัก แล้วมือเล็กก็วักน้ำขึ้นมาดื่มประทังความหิว เมื่อได้ล้างหน้าล้างตาก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก ในตาหวานแต่ทว่าดูแน่วแน่ สอดส่ายหาสิ่งที่พอจะนำมาประกอบอาหารเพื่อประทังชีวิต เจ้าตัวเล็กที่กำลังหลับใหลนั้นตื่นมาก็คงจะหิว นางเกือบจะลืมน้องชายของร่างนี้ที่นอนขดตัวอยู่ในกระท่อมผุพังนั้น ตอนนี้นางมิได้ตัวคนเดียวยังมีอีกหนึ่งชีวิตให้รับผิดชอบ หนานอี้ฟง น้องชายวัย 7 หนาว ผู้น่าสงสาร แต่จนแล้วจนรอดนางกลับไม่เห็นอะไรที่พอจะกินได้เลย จนสายตาไปปะทะเข้ากับฝูงปลาตัวอวบอ้วนที่ว่ายวนอยู่ในน้ำ นางไม่อดตายแล้วปลาพวกนี้คงเป็นอาหารสำหรับนางและน้องได้อย่างดีเลยทีเดียว คิดได้ดังนั้นร่างผอมบางก็มีแรงฮึดสู้ นางที่ใช้ชีวิตอยู่บ้านนอกมาอย่างยากลำบากความรู้ความสามารถอัดแน่นอยู่ในหัว กับเรื่องแค่นี้จะสู้ไม่ไหวคงเป็นไปไม่ได้ จงดูไปก่อนเถิดสองมือคู่นี้นี่แหละ จะสร้างความยิ่งใหญ่ให้ประจักษ์ต่อสายตาทุกคนให้จงได้ แล้วร่างเล็กก็ก้าวอย่างมั่นคงกลับไปยังกระท่อมพังๆ นั้นก่อนจะเดินสำรวจทุกซอกทุกมุม เสียงตะกุกตะกักที่ดังขึ้นทำให้ร่างเล็กของเด็กชายตัวน้อยรู้สึกตัว ก่อนจะลืมตาขึ้นเห็นพี่สาวของตนกำลังรื้อข้าวของเก่าออกมาจากตะกร้าไม้ไผ่สานและห่อผ้าก็ถูกรื้อค้นข้าวของเครื่องใช้ถูกรื้อออกมาจนระเกะระกะไปหมด
"พี่ใหญ่ท่านฟื้นแล้ว ท่านหายแล้วหรือขอรับ"
ร่างเล็กผอมจนเห็นกระดูกไหปลาร้าชัดเจนทำให้นางสะท้อนใจนัก
"ใช่พี่หายดีแล้ว ฟงเอ๋อ หิวแล้วใช่หรือไม่ ไป ไปกันเถอะวันนี้พี่ใหญ่จะทำปลาเผาให้เจ้ากิน"
ว่าแล้วก็หยิบมีดเล่มเก่าสนิมเกรอะที่นางพบอยู่ในลังเก่าๆ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วช่วยดึงร่างเล็กให้ลุกตามก่อนจะพากันเดินออกไปยังลำธารอีกครั้ง
อี้ซินนำมีดเล่มใหญ่ที่ถือมาล้างทำความสะอาดก่อนที่จะมองหาหินที่ค่อนข้างจะหยาบแล้วนำมีดเล่มนั้นลับคมอย่างทะมัดทะแมงจนเจ้าตัวเล็กมองอย่างตกตะลึง ว่าเหตุใดพี่สาวที่มักจะอ่อนโยนอ่อนหวาน วันนี้ถึงได้ดูกระฉับกระเฉงนัก แต่เขาก็ดีใจที่พี่สาวของตนกลับมาแข็งแรงขึ้น
เมื่อลับคมจนพอใจแล้วอี้ซินจึงเดินไปยังกอไผ่ที่ขึ้นอยู่ไม่ไกลนักก่อนจะเรียกลำที่ขนาดเหมาะมือก่อนจะตัดออกมา เหลาปลายจนแหลมคม แล้วเดินกลับมาตรงที่อี้ฟงนั่งมองนางอยู่ แล้ววางมีดลงบนโขดหิน ก่อนจะก้มลงจับชายกระโปรงขึ้นมามัดเอาไว้เหนือเข่า แล้วคว้าไม้ไผ่ปลายแหลมขึ้นมา
"ดูไว้นะฟงเอ๋อ พี่จะแสดงฝีมือการจับปลาให้เจ้าดู"
แล้วร่างเล็กของอี้ฟงก็มองตามผู้เป็นพี่ที่เดินลุยลงน้ำด้วยสายตาตื่นเต้น ก่อนจะตกตะลึงตาค้าง เพราะเมื่อไม้ไผ่ปลายแหลมพุ่งออกไป ก็โดนตัวปลาเหมือนกับจับวาง
เขาได้แต่กระโดดโลดเต้นอย่างดีใจที่จะมีอาหารตกถึงท้องแล้ว และยังเป็นเนื้อปลาอีกมิใช่เศษผักที่ได้กินกับน้ำข้าวเหมือนที่ผ่านมา
อี้ซินที่ยังคงใช้ไม้ไผ่แหลมพุ่งเข้าใส่ตัวปลาจนตอนนี้นางได้ปลามาถึงห้าตัวใหญ่ๆ แล้วจึงหยุดมือ เพราะตอนนี้ชักจะหิวจนจะหมดแรงอยู่รอมร่อ