1 เพื่อนซื่อบื้อ
คอนโดมิเนียม...
"นี่พวกนาย ฉัน...ไปตามชานะ"เสียงหวานของหญิงสาวร่างเล็กที่นั่งอยู่บนโซฟาเอ่ยบอกกับเพื่อนๆ สามสี่คนที่นั่งตั้งวงกันอยู่บนพื้นกลางห้อง
"นั่งอยู่เฉยๆ ดีแล้ว"
"ไอ้แสง มึงนี่ยังไงไล่พวกไปไม่สนใจก็ช่าง จะมาให้คนอื่นไม่สนใจไปด้วยอีก!"
"นี่มันจะสองทุ่มแล้วด้วย"ผู้หญิงอีกคนเอ่ย ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา เนื่องจากสาวน้อยของกลุ่มเดินปึงปังออกไปเกือบๆ สองชั่วโมงแล้ว
"พวกเธอตามไปดูเถอะ เอามืออุดหูเลย"ขุนเขาเอ่ย รู้ว่าถ้าสองสาวขัดคำสั่งของเจ้าพ่อนั้นจะต้องโดนตวาดด่าอย่างแน่นอน
"อืม"หยาดฝนตอบแล้วหันไปพยักหน้าให้มาลินเป็นการชวนออกไปตามเพื่อนรัก
หากแต่เพียงแค่ลุกขึ้นยืนก็รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาแปลกๆ หันไปมองต้นทางความเย็นเยือกนั่นก็พบกับสายตาดุดันของพันแสง
"ฉันก็เป็นห่วงเพื่อนนะ"
"ใช่ นายไม่เป็นห่วงก็อย่ามาห้ามพวกเราสิ ชามันยิ่งช้าๆ ไม่ทันคน โทรศัพท์กระเป๋าตังค์ก็ไม่ได้พกไปเกิดเป็นอะไรขึ้นมา..."
มาลินพูดไม่จบประโยคเพราะพันแสงลุกขึ้นยืน ทำให้เธอกับหยาดฝนพร้อมใจกันนั่งลง ใจดวงน้อยเต้นตุ้บตั้บราวกับกลัวว่าคนตัวสูงจะฟาดคำพูดแรงๆ ใส่พร้อมกับข้าวของที่อยู่ใกล้มือ
"นั่งกันอยู่นี่แหละ เดี๋ยวไปเอง...มันจะไปไกลแค่ไหนกัน"พันแสงพูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆ จากนั้นก็เดินออกจากห้องไป
"ลืมอะไร?"ไม่ถึงสามนาทีก็เปิดประตูเดินกลับเข้ามา อคิณถามแล้วมองเพื่อนที่กำลังมองหาอะไรสักอย่างจนเจอนั่นก็คือร่ม
"ฝนตก"พูดจบพันแสงก็เดินออกไป เพื่อนๆ ที่นั่งตัวเกร็งกันนั้นต่างพากันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่องค์พ่อไม่ลงกลางวงเหล้า
เดินลงมาจากคอนโด สายตาคมกริบก็กวาดมองรอบบริเวณด้านหน้าเพื่อมองหาคนที่ตัวเองเป็นคนไล่ลงมา ฝนตกปรอยๆ ไม่ได้หนักแต่ก็พอที่จะเปียกหากไม่ยืนในที่ร่ม
"วุ่นชิบหายแม่ง!!"ชายหนุ่มสบถออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อหาคนตัวเล็กไม่เจอ เขาจึงต้องเดินออกไปหน้าถนนมองหาเธออีกครั้ง
"โง่ งี่เง่าที่สุด!"บ่นต่อเมื่อสายตาไปปะทะกับร่างเล็กของคนที่กำลังตามหายืนตากฝนอยู่ใกล้กับป้ายรอรถเมล์ ทั้งที่พื้นที่ในร่มว่างแต่แม่คุณเธอกลับเลือกที่จะยืนตากฝน
โง่ดักดาน!
ขายาวรีบเดินตรงไปกระชากคอเสื้อของคนตัวเล็ก เธอสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ และยิ่งตกใจจนหน้าเจื่อนเมื่อคนที่เข้ามาคือพันแสง
"เจ็บนะ"ร่างเล็กเอ่ยเสียงสั่นๆ จับข้อมือเขาไว้
"แล้วมายืนโง่ๆ ทำไม ในร่มมีทำไมไม่ไปยืน!"ตะคอกถามเสียงดัง จนคนที่ยืนอยู่ในบริเวณนี้หันมามอง
"ก็..."ชี้นิ้วไปยังหมาจรจัดที่นั่งตัวเปียกโชกอยู่สองตัว พันแสงที่เห็นแบบนั้นก็หลับตาลงแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ
เธอกลัวหมาจึงเลือกที่จะยืนตากฝนแทนที่จะไล่หมาหรือไปยืนในจุดที่ไกลกว่าหมาสองตัวนั้น
ไม่อยากจะเชื่อว่าบนโลกใบนี้จะยังมีผู้หญิงบื้อๆ แบบนี้อยู่
"แล้วมายืนบื้อๆ ทำไมไม่ขึ้นห้องไป"
"นายไล่ฉัน..."
"หน้าด้านน่ะทำเป็นไหม ทำไม่เป็นก็ไปหาที่ดีๆ อยู่ไม่ใช่มายืนโง่ๆ แบบนี้"
คำก็โง่สองคำก็บื้อ! ค่าพ่อกระบือสุดหล่อ!
พันแสงด่าพร้อมกับยัดร่มใส่มือเล็ก แล้วถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองยื่นให้ชาริญที่ก็รับมาสวมทันทีเพราะเริ่มหนาวแล้ว
"อย่าด่าฉันตรงนี้"ไม่ลืมที่จะเอ่ยบอกเขา ตรงนี้ยังมีคนอื่นอยู่ด้วย
"มีปัญหาเหรอ"
"มี..."ตอบเสียงอ่อนๆ แล้วก้มหน้าหลบสายตาของพันแสงที่จ้องเขม็งจนรอบตัวเธอเริ่มจะอุ่นๆ จากแสงไฟในตาเขา
"อย่ามาเยอะ"กระชากร่มจากมือชาริญกลับมากางมันออก แล้วเดินไปโดยที่หญิงสาวตัวเล็กก็รีบจ้ำเท้าเดินตามไป
"รอด้วยสิ"
"ก็เดินเร็วๆ ดิวะ!"
"นายจะรีบไปตายเหรอ"เสียงเล็กๆ กับประโยคที่ทำให้คนตัวสูงถึงกับหยุดฝีเท้า
พันแสงหันไปมองหน้าชาริญด้วยสายตาคาดโทษ หญิงสาวหดคอลงแล้วเดินไปหยุดด้านข้าง
"เยอะใหญ่แล้วนะ!"
"เดินสิ"เมินคำพูดแล้วบอกเพื่อให้เขาเดิน ชายหนุ่มยกนิ้วขึ้นชี้หน้าเธอแต่ไม่ได้เอ่ยอะไร เหมือนพยายามระงับอารมณ์ไว้แล้วเดินกลับไปยังคอนโด
"เวลากลางร่มให้เขาไหล่เราต้องไม่เปียกดิวะ"ต้นหนาวเอ่ยแซวทันทีที่ทั้งคู่เดินเข้ามา ว่าชาริญเปียกแล้วนั่นเพราะเธอออกไปโดยไม่มีร่ม แต่คนที่พกร่มออกไปเปียกยิ่งกว่า
"ไม่ใช่แค่ไหล่ แต่ทั้งตัว"
"โดนมันปาดคอฉันไม่ช่วยนะ"
ชาริญที่ได้ยินเพื่อนๆ แซวพันแสงก็รีบหันไปมองเขา ใช่...เขาเปียกโชกยิ่งกว่าเธออีก โดยเฉพาะไหล่ที่น้ำไหลลงมานองเต็มพื้นจนมาลินต้องรีบวิ่งไปหยิบผ้าเช็ดตัวมายื่นให้
"ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสิ ยืนโง่ซ้ำซากอยู่นั่นแหละ"
ปากแจ๋วเป็นบ้าเลย ผู้ชายไรไม่รู้!