bc

รุ้งเคียงตะวัน

book_age18+
627
ติดตาม
2.7K
อ่าน
love-triangle
ครอบครัว
จบสุข
โอกาสครั้งที่สอง
เพลย์บอย
แบดบอย
เจ้านาย
พ่อเลี้ยง
ดราม่า
ชายจีบหญิง
love at the first sight
like
intro-logo
คำนิยม

สิ่งที่หทัยชนกได้รับรู้ ทำให้เธอแทบล้มทั้งยืน ร่างกายแข็งประดุจหินที่ถูกถ่วงลงไปอยู่ในน้ำที่เย็นจัด ร่างทั้งร่างเย็นเฉียบ ระบบประสาทภายในร่างหยุดทำงานในฉับพลัน หัวใจเสมือนมีใครมาบีบและกดทับ หนำซ้ำยังถูกเข็มที่เปรียบเสมือนความรักทิ่มแทงซ้ำๆ ไปทั่วก้อนเนื้อที่เต้นระส่ำ แล้วยังถูกซ้ำเติมด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจที่ตอนนี้แปรสภาพเป็นน้ำกรดชั้นเลิศราดรดซ็ำลงไป หัวใจของเธอสูญสลาย หมองไหม้จนยากจักกลับคืน สามีกับเพื่อนสนิท โอ้....เป็นไปได้อย่างไร มันเป็นไปได้อย่างไร หทัยชนกกำลังคิดว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องจริง "ไม่จริงใช่ไหมตะวัน มันไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม?" เสียงคล้ายกับคนละเมอลอดผ่านเรียวปากของหทัยชนกที่เอ่ยถามสามี ตะวันมองหน้าภรรยาสาวนิ่ง น้ำตาแห่งความสำนึกผิดไหลรินก่อนจะพยัคหน้าแทนคำตอบ เท่านั้นเองร่างของภรรยาผู้แสนดีก็ทรุดฮวบลงทรุดนั่งลงกับพื้น ปล่อยเสียงร้องไห้โฮลั่นห้อง "ฮือๆ .. ทำไมทำอย่างนี้กับรุ้ง ทำไมต้องเป็นเดียร์ ทำไม?" ความรู้สึกเสียงใจของหทัยชนกจะน้อยกว่านี้ หากคนที่เป็นภรรยาน้อยของสามีไม่ใช่เกวลิน...เพื่อนรักของเธอ

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
1
1 นิ้วเรียวกดปิดแผ่นเสียงที่เพิ่งจบไปได้ไม่กี่วินาที หลังจากที่เธอฟังเพลงระยะสุดท้ายซ้ำไปซ้ำมานับสิบครั้ง จนจำเนื้อเพลงได้ขึ้นใจทุกตัวอักษร ก่อนจะเอื้อมมือหยิบซองเอกสารที่วางไว้บนเตียงนอน เตียงที่เคยให้ความสุขและความอบอุ่นกับเธอ แต่วันนี้มันกลับกลายเป็นความทุกข์อย่างแสนสาหัส เจ็บอย่างที่ไม่เคยเจ็บ ทุกข์ทนและกล้ำกลืนอย่างสุดกำลัง ไม่มีคำพูดไหนที่จะสามารถถ่ายทอดความเศร้าโศกเสียใจนี้ได้ มีเพียงหยาดน้ำตาเท่านั้นที่เป็นเพื่อนเธอในยามทุกข์เช่นนี้ เธอตรวจดูเอกสารที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้งอย่างละเอียด ลายเซ็นของเธอกำกับไว้ในช่องของฝ่ายหญิง ส่วนอีกช่องที่เหลือเป็นของฝ่ายชาย รอให้เขามาเซ็นกำกับเท่านั้น แล้วเรื่องทุกอย่างก็จะจบเสียที เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เธอสอดกระดาษแผ่นนั้นลงในซองสีน้ำตาลเข้ม ก่อนจะนำมาวางที่เตียงนอนอีกครั้ง หมุนร่างเดินตรงไปหยิบกระเป๋าเดินทางที่เธอจัดเตรียมไว้สองใบ ถือกระชับอยู่ในมือ สายตาหวานมองรอบๆ ห้องหอของเธออีกครั้ง บันทึกความทรงจำที่ดีงามไว้ในหัวใจ ตัดใจเดินออกไปจากห้องนั้นทั้งน้ำตา หทัยชนกเดินลงมาจากชั้นบนของบ้าน เธอมองเห็นเพื่อนรักของเธอที่ยืนเคียงข้างเธอทุกครั้งที่มีความสุข ความทุกข์ หรือเสียใจเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่สามารถพูดคุยได้ทุกเรื่องอย่างหมดเปลือก อัญญาณียืนยิ้มให้กับหทัยชนก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรัก ความเห็นใจระคนสงสาร ทุกสิ่งทุกอย่างที่อัญญาณีสามารถถ่ายทอดให้เพื่อนคนนี้ได้ “ตัดสินใจแน่แล้วใช่มั้ย?” อัญญาณีถามเพื่อนรักอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ “แน่ใจสิ เกตุบอกรุ้งเองไม่ใช่เหรอว่าอยู่ก็เจ็บ ไปก็เจ็บ รุ้งต้องเลือกเองระหว่างเจ็บกับการมองเห็นคนที่เรารักมีคนอื่น กับเจ็บเมื่อไม่มีเขาอยู่ใกล้ นำความเจ็บปวดนี้มาเยียวยารักษาหัวใจของเราให้แข็งแรง รุ้งตัดสินใจอย่างหลัง ไปแบบเจ็บๆ ดีกว่าอยู่ที่นี่ที่เจ็บยิ่งกว่า” หทัยชนกพูดเสียงหนักแน่น อัญญาณีไม่เคยได้ยินน้ำเสียงที่หนักแน่นเช่นนี้ แต่เธอรู้ว่าไม่ว่าจะอยู่หรือจะไปจากที่นี่ หทัยชนกไม่มีวันลืมผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าสามีได้ เพราะแววตาของหทัยชนกเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักเต็มหัวใจ เธอจึงหวังให้เวลาเยียวยาทุกอย่าง “ถ้าตัดสินใจดีแล้วก็ไป...ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่เกตุบอกอย่างหนึ่งว่า หลอกใครก็หลอกได้ แต่มีอย่างหนึ่งที่หลอกไม่ได้ คือหัวใจของตัวเอง เกตุไม่อยากให้รุ้งเสียใจกับการตัดสินใจในครั้งนี้” “มันไม่มีอะไรเสียใจมากกว่านี้หรอกเกตุ รุ้งผ่านการเสียใจที่สุดมาแล้ว ไปกันเถอะก่อนที่พวกเขาจะกลับมา” หทัยชนกพูดย้ำ อัญญาณีน้ำตารื้นกับคำพูดของเพื่อนคนนี้ “งั้นไปกัน” เพื่อนรักทั้งสองกุมมือกันแน่น ช่วยกันถือกระเป๋าคนละใบเดินออกไปจากบ้านหลังใหญ่ ที่มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน มีคนรับใช้หลายคนให้ชี้นิ้วสั่ง ทุกสิ่งอย่างเหล่านั้นไม่ได้ทำให้หทัยชนกมีความสุขอีกต่อไป เพราะหลังจากที่ตะวันผู้เป็นสามีได้พาหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามาในชีวิตคู่ แล้วนับตั้งแต่วันนั้นหทัยชนกรู้จักแต่คำว่าเจ็บปวด ทุกข์ระทมหัวใจอย่างสุดแสน และมันจะไม่เจ็บมากไปกว่านี้ หากผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เพื่อนของเธอ... ลมหนาวในช่วงค่ำคืน ณ อุทยานภูกระดึงในวันนี้ดูเหมือนว่าจะเย็นจัดกว่าทุกคืน นักท่องเที่ยวที่เดินทางขึ้นมาเยี่ยมชมความสวยงามและต้องการสัมผัสอากาศเย็นสบายในช่วงปลายฤดูหนาว ต่างมานั่งมองดูทัศนียภาพยามค่ำคืน ดื่มด่ำกับราตรีท่ามกลางหมู่ดาวที่ขึ้นพราวระยับประดับฟ้ายามราตรี ร่างของสามสาวเพื่อนซี้ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความสุขอยู่กับธรรมชาติแสนบริสุทธิ์ มองดูดวงดาวอันไกลโพ้นพร้อมกับพูดคุยกันตามประสา โดยมีผ้าห่มผืนใหญ่คลุมกายร่างของทั้งสามชีวิต “ท้องฟ้าคืนนี้สวยจังเลยนะ ดาวเต็มฟ้าเลย” หทัยชนกเอ่ยขึ้นขณะที่แหงนมองดูท้องฟ้า รอยยิ้มแห่งความสุขบังเกิดขึ้นบนดวงหน้าสวยของเธอ “ใช่ สวยดี” อัญญาณีพูดเสริม “แต่ปวดคอชะมัด แหงนมองตั้งหลายนาทีแล้ว เกตุว่านอนดูดาวกันดีกว่า ไม่ต้องปวดคอด้วย” เธอเอ่ยบอกเพื่อนสนิทอีกสองคน ใช้ฝ่ามืออีกข้างบีบตรงท้ายทอยขับไล่อาการปวดเมื่อยที่เข้ามาเยือน “ก็ได้ นอนก็ได้” เกวลินหรือเดียร์พูดขึ้น ก่อนจะดึงผ้าห่มออกแล้วล้มตัวลงนอนหงายเป็นคนแรก ทำให้อีกสองสาวล้มตัวลงนอนตาม แล้วใช้ผ้าห่มผืนเดิมคลุมกายเอาไว้ ปกป้องความหนาวจากแรงกดอากาศต่ำของค่ำคืน “เดียร์ไปเรียนต่อเมืองนอก อย่าลืมโทรมาหารุ้งกับเกตุบ้างนะ เกตุไม่มีตังค์โทรไปหาเดียร์บ่อยๆ หรอก งบมันน้อยน่ะ” อัญญาณีหันมาบอกเกวลินที่กำลังจะเดินทางไปศึกษาต่อปริญญาโทยังประเทศสหรัฐอเมริกา หากจะพูดได้ว่ารายได้จากคนที่จบมัธยมศึกษาปีที่สามอย่างอัญญาณี คงไม่มีปัญญาจ่ายค่าโทรศัพท์ต่างประเทศที่ค่อนข้างแพงได้ คงจะมีทางเดียวก็คือ ต้องให้เกวลินเป็นฝ่ายโทรศัพท์มาหาเธอแทน “รู้แล้วน่า เดียร์ก็ต้องโทรมาหาเกตุอยู่แล้ว” เกวลินเข้าใจฐานะของอัญญาณีดีว่าด้อยกว่าเธอมากแค่ไหน ลำพังหาเลี้ยงลูกๆ ทั้งสี่คนซึ่งเป็นภาระแสนหนักอึ้งก็มากพออยู่แล้ว หากจะเพิ่มภาระจ่ายค่าโทรศัพท์ต่างประเทศอีกก็คงไม่ไหว “หรือว่าเดียร์จะให้เงินเกตุไว้เป็นค่าโทรศัพท์หาเดียร์ดี” เกวลินมีความคิดใหม่ “ไม่ล่ะ เกตุกลัวว่าจะเอาเงินไปใช้อย่างอื่นน่ะสิ ตอนนี้ยิ่งชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่ เอาเป็นว่าถ้าเดียร์ว่างแล้วคิดถึงเกตุก็โทรมาหาเกตุก็แล้วกันนะ” อัญญาณีค้านตามเหตุผลที่เอ่ยออกไป “ไม่เป็นไร เดี๋ยวรุ้งโทรไปหาเดียร์เอง โทรไปตอนเกตุอยู่ด้วยจะได้คุยพร้อม ๆ กัน เอาอย่างนี้ดีกว่านะ” หทัยชนกลูกสาวเจ้าของร้านทองชื่อดังในตัวเมืองภูเก็ตหาทางออกให้กับเพื่อนทั้งสอง “อืม...ก็ดีเหมือนกันนะ เอาเป็นว่าถ้าเดียร์ว่าง เดียร์จะโทรหา ถ้ารุ้งกับเกตุว่างก็โทรหาเดียร์ โอเคนะ” “โอเค” เสียงของหทัยชนกกับอัญญาณีพูดออกมาอย่างพร้อมเพรียง “เดียร์คงคิดถึงเกตุกับรุ้งมากๆ ไปตั้งสองปีกว่าจะกลับ” เกวลินพูดเสียงเศร้า เมื่อนึกถึงระยะเวลาที่จะต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อไปศึกษาต่างประเทศตามความต้องการของบิดา เกวลินเองไม่ต้องการไปเรียนต่อแม้แต่น้อย เนื่องจากเธอเรียนจบระดับชั้นปริญญาตรีมาเกือบเจ็ดปีแล้ว ความรู้ก็ถูกกลืนหายไปตามเวลา ไปเรียนปริญญาโทคราวนี้เท่ากับว่าต้องเคาะสนิมใหม่ “แล้วเดียร์จะไม่กลับมาช่วงซัมเมอร์เหรอ?” คนที่ผ่านการเรียนเมืองนอกมาก่อนเอ่ยถาม “คงไม่ล่ะ เพราะไม่รู้ว่าช่วงนั้นจะทำกิจกรรมอะไรบ้าง พ่อบอกว่าให้กลับมาทีเดียวตอนที่เรียนจบ” คนที่ถูกบังคับให้ไปเรียนต่อตอบกลับยังคงมีน้ำเสียงเศร้าเช่นเดิม “เอาน่า พ่อให้เรียนก็เรียนไปเถอะ เพื่ออนาคตที่ดีไง เพื่อพ่อด้วยไง” อัญญาณีจับน้ำเสียงของเพื่อนได้ว่า ไม่มีความปรารถนาจะไปเรียนต่อเลย ถ้าไม่เป็นเพราะเกวลินมีปัญหากับภรรยาใหม่ของผู้เป็นพ่อ ถึงขั้นมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง คนกลางเช่นวิทยาจึงตัดสินใจให้ลูกสาวคนที่สองไปเรียนต่อต่างประเทศ ตัดปัญหาไปในตัว

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.5K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.9K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook