"เครื่องที่เมดเรียบร้อยแล้วนะครับ ส่วนคอมที่บุคคลตัวที่เสียผมดูให้คร่าว ๆ แล้ว ใช้งานได้แล้วครับ"
ไม้โทพูดเสียงเรียบกับน้ำฟ้า ซึ่งเป็นประโยคที่คนอื่นฟังแล้วเหมือนคุยเรื่องงานปกติ แต่สำหรับน้ำฟ้า มันคือการสื่อสารว่าเขาจัดการธุระเสร็จแล้วนั่นเอง
น้ำฟ้ายิ้มรับคำพูดของเขาทันที "ขอบคุณมากเลยค่ะคุณไม้โท ที่ช่วยจัดการให้"
ไม้โทไม่พูดอะไรมาก เขายืนอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง เหมือนกำลังลังเลว่าจะพูดอะไรต่อดี ก่อนที่เมธัสจะเดินเข้ามาใกล้
"คุณไม้โทนี่เก่งจริง ๆ เลยนะครับ เครื่องมือแพทย์ที่ซับซ้อนขนาดนั้นยังซ่อมได้" เมธัสเอ่ยชม "ว่าแต่ พอจะมีเวลาให้ผมปรึกษาเรื่องระบบเครือข่ายของฝ่ายหน่อยได้ไหมครับ ผมคิดว่ามันมีปัญหาเล็กน้อยพวกข้อมูลของพนักงาน" เมธัสหันมายิ้มให้เธอแล้วพูดต่อจากนั้น "ฟ้าเอง...ก็ดูจะเป็นห่วงเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน"
"ได้ครับ แต่คงต้องเป็นช่วงบ่ายนะ เพราะอีกเดี๋ยวผมต้องเข้าประชุม" ไม้โทตอบเสียงสุขุม ก่อนจะหันมาทางเธอ "เดี๋ยวผมโทร. หานะครับ" ไม้โทเน้นคำว่า ‘โทร.หา’ อย่างชัดเจน เป็นการยืนยันคำสัญญาเมื่อเช้า
น้ำฟ้าพยักหน้าให้เขาทันที ไม้โทจึงเดินออกไปจากแผนกไป ทิ้งให้เมธัสยืนมองตามด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์นักที่เขาไม่ตอบรับการช่วยเหลือแบบทันทีทันใด
ตลอดทั้งวัน น้ำฟ้าได้รับข้อความจากไม้โทเป็นระยะ ๆ ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่เป็นการถามไถ่ทั่วไป เช่น ทานข้าวหรือยังครับ หรือ วันนี้ทำงานเป็นยังไง มีเรื่องอะไรกวนใจคุณไหม
ข้อความเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านั้น ทำให้หัวใจของน้ำฟ้าอบอุ่นอย่างน่าประหลาด คล้ายกับเป็นสัญญาณว่าเขาพยายามพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันให้เดินหน้าไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว
ตกเย็นหลังเลิกงาน ไม้โทขับรถมารับน้ำฟ้าที่หน้าโรงพยาบาล เธอเห็นเขายืนพิงรถอยู่ก่อน เขายืนรอในชุดเสื้อยืดสีดำและกางเกงยีนส์ ดูสบาย ๆ แต่ก็ยังคงมาดขรึมตามสไตล์ของเขา
แสงไฟจากตึกโรงพยาบาลสาดส่องลงมา ทำให้ใบหน้าของเขาดูมีเสน่ห์น่าค้นหา น้ำฟ้ารีบเดินเข้าไปหาเขาพร้อมด้วยรอยยิ้มสดใส
"ไปหาอะไรกินกันไหมครับ" ไม้โทถามตอนที่เดินไปเปิดประตูรถให้ น้ำฟ้าพยักหน้าให้เขาพร้อมกับตอบว่า “อือ”
เธอเหลือบมองเขาที่กำลังขับรถอย่างตั้งใจ บรรยากาศบนรถก็ไม่ได้อึดอัดอะไรเลย แต่แอบมีความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในความสัมพันธ์ของเธอกับเขา
"คุณ..." น้ำฟ้าเปิดประเด็นในที่สุด "ที่คุณบอกว่าไม่ต้องการให้เราเป็นแค่เพื่อนอีกแล้ว คุณหมายความว่าเราจะ..." เธอกลืนน้ำลายลงคอ "เราจะเป็นแฟนกันอย่างนั้นหรือคะ"
ไม้โทชะงักเล็กน้อย เขากำพวงมาลัยแน่นขึ้น ใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
"ผมไม่รู้ครับฟ้า" ไม้โทตอบอย่างตรงไปตรงมา "ผมไม่เคยมีแฟน ไม่เคยคบใครจริงจังมาก่อนเลย ผมไม่รู้ว่าการเป็นแฟนกัน มันต้องทำยังไง ต้องรู้สึกยังไง ผมรู้แค่ว่าผมไม่อยากให้เราสองคนเป็นแค่เพื่อนกัน แล้วก็ทำแค่นอนด้วยกันแค่นั้นอีกแล้ว และผมก็ไม่อยากเห็นคุณไปอยู่กับใครคนอื่นด้วย มันเหมือนกับจะทนไม่ได้แล้วก็พลอยจะหงุดหงิดไปทั้งวัน"
คำตอบของเขาไม่ได้ทำให้ผิดหวังเลยสักนิด แต่มันทำให้เห็นถึงความไม่ประสีประสาเรื่องความรักของเขา ไม้โทอาจจะเป็นอัจฉริยะในเรื่องงานของเขา แต่ในเรื่องหัวใจ เขายังต้องเรียนรู้อีกมาก นั่นก็ไม่ได้ต่างกันกับเธอเลย น้ำฟ้าเองก็ใช่ว่าจะช่ำชองหรือรู้ดีไปกว่าเขาเลยนี่นา เวลาเห็นเขาคุยหรือยิ้มให้ใคร เธอเองก็รู้สึกหงุดหงิดไม่น้อยเหมือนกัน
"ไม่เป็นไรหรอกคุณ" น้ำฟ้ายื่นมือไปวางบนแขนของเขาเบา ๆ "เราค่อย ๆ เรียนรู้ไปด้วยกันได้นี่ ฟ้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าการเป็นแฟนมันต้องทำยังไง" เธอพยายามพูดเพื่อให้เขาผ่อนคลาย
ไม้โทหันมามองมือของเธอที่วางอยู่บนแขนของเขา แล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนและอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน
"ขอบคุณนะครับฟ้า"
ค่ำคืนนั้น พวกเขาไม่ได้กลับไปที่คอนโดของไม้โท แต่เลือกที่จะใช้เวลาอยู่ด้วยกันในแบบที่คนคบกันเขาทำ
ใช้เวลาด้วยกัน ค่อย ๆ เรียนรู้กันและกัน ในมุมที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน ไม้โทเล่าเรื่องชีวิตวัยเด็กที่อยู่กับเครื่องจักรมากกว่าผู้คนให้เธอฟัง ส่วนน้ำฟ้าก็เล่าถึงความฝันที่อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น การได้เปิดใจกันแบบนี้ ทำให้กำแพงที่เคยมีระหว่างพวกเขาสลายไปอย่างสิ้นเชิง
ทว่าในขณะที่ความสัมพันธ์ของพวกเขากำลังก่อร่างสร้างตัวอย่างช้า ๆ บททดสอบที่แท้จริงก็กำลังรออยู่
หลังคำสารภาพที่ไม่ต้องการการผูกมัด แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกในค่ำคืนนั้น ไม้โทและน้ำฟ้าได้ก้าวเข้าสู่ห้วงความสัมพันธ์ที่พวกเขาพยายามที่จะเรียนรู้มันไปเรื่อย ๆ
เช้าวันรุ่งขึ้นในโรงพยาบาล ทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามปกติ แต่สำหรับไม้โทและน้ำฟ้า โลกของพวกเขากลับเปลี่ยนไป สายตาที่มองกันมีความหมายลึกซึ้งขึ้น การสัมผัสกันเพียงแผ่วเบาก็สร้างความรู้สึกที่แตกต่าง ไม่ใช่ความเร่าร้อน แต่เป็นความอบอุ่นและความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน
ไม้โทเริ่มแสดงความเป็นห่วงเป็นใยน้ำฟ้าในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน เขาจะแวะเอาของว่างมาให้ที่โต๊ะทำงานบ่อยขึ้น รวมไปถึงส่งข้อความถามไถ่เรื่องทั่วไปในระหว่างวัน
จากที่เคยเป็นวิศวกรผู้เงียบขรึมและเข้าถึงยาก เขากลายเป็นคนที่ไม่เพียงแค่ซ่อมระบบเครื่องมือแพทย์ แต่ยังคอยซ่อมแซมรอยยิ้มของน้ำฟ้าที่มักจะซ่อนความเหนื่อยล้าไว้เสมอ
"วันนี้มีงานหรือประชุมอะไรหนัก ๆ หรือ"
ไม้โทถามขึ้นในขณะที่น้ำฟ้ากำลังเดินออกมาจากห้องประชุมด้วยใบหน้าอ่อนล้า เขายื่นแก้วกาแฟเย็นมาให้เธอ น้ำฟ้ารับมาจิบ รู้สึกชื่นใจอย่างประหลาด
"นิดหน่อยค่ะ คุณรู้ได้ยังไงคะว่าฟ้าอยากได้กาแฟ"
ไม้โทไม่ตอบ เพียงแค่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย "ผมเดาเอาน่ะ"
เขาตอบแล้วก็สังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ตาของเธอ "พักผ่อนเยอะหน่อยนะครับ เดี๋ยวระบบคุณจะรวนเอา ระบบของคนผมซ่อมไม่ได้นะ"
คำพูดนั้นทำให้เธอหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ มันเป็นมุกเดิม ๆ แต่ตอนนี้มันกลับมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
ด้านน้ำฟ้าเองก็เริ่มเรียนรู้ที่จะเข้าใจโลกของเขามากขึ้น เธอพยายามสังเกตความต้องการของเขา จากที่เคยรอคอยให้เขามาซ่อม เธอกลับเป็นฝ่ายแวะไปหาเขาที่แผนกบ่อยขึ้น บางครั้งก็เอาขนมไปฝาก หรือแค่นั่งเงียบ ๆ มองเขาทำงาน เธอเริ่มเข้าใจความกดดันที่เขารับอยู่คนเดียว และได้เห็นว่าภายใต้ความเงียบขรึมนั้น มีหัวใจที่อ่อนโยนและรับผิดชอบสูงแค่ไหน
วันหยุด ไม้โทที่ปกติจะอยู่แต่คอนโด เริ่มนัดเธอให้ไปข้างนอกด้วยกันบ่อยครั้งมากขึ้น บางครั้งก็เป็นการไปเลือกซื้ออุปกรณ์ช่างที่เขาชอบ หรือบางครั้งก็แค่นั่งดื่มกาแฟเงียบ ๆ ในร้านโปรดของเธอ ไม่มีการเร่งรัด ไม่มีข้อเรียกร้อง มีเพียงการใช้เวลาร่วมกันอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่เติบโตขึ้นทุกวัน
"คุณชอบซ่อมอะไรที่สุดคะ" น้ำฟ้าถามขึ้นในขณะที่พวกเขานั่งอยู่ในร้านกาแฟ ไม้โทกำลังจดจ่ออยู่กับการแกะหูฟังบลูทูธที่พังเพื่อดูวงจรข้างใน