น้ำฟ้าลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วก็พบกับความอบอุ่นจากอ้อมกอดของไม้โท ไออุ่น ๆ จากเรือนกายกำยำแผดเผาหัวใจของเธอได้มากกว่าแสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาในห้องเสียอีก
ใบหน้าหล่อที่หลับพริ้มอยู่ข้างกาย ทำให้หัวใจของเธอพองโตจนคับอก มันคล้ายกับจะไม่มีความกังวล ไม่มีความอึดอัด มีเพียงความรู้สึกเติมเต็มอย่างประหลาด นี่คือความรู้สึกที่คู่ไหนก็ตามอิงความสัมพันธ์คล้ายพวกเธอเขามีกันใช่ไหม
ไม้โทเองก็ตื่นขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกัน เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเมื่อรู้ว่ามีคนตื่นก่อน แล้วซบหน้าลงกับเรือนผมนุ่มสลวยของน้ำฟ้า สูดดมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเธออย่างสบายใจ
คืนที่ผ่านมาคือการปลดปล่อยพันธนาการทางใจที่ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไรนัก เสียงสะอื้นไห้ของน้ำฟ้าในยามค่ำคืนยังคงก้องอยู่ในหู และมันทำให้เขารู้ว่าตัวเองไม่สามารถทนเห็นเธอเจ็บปวดได้อีกต่อไป
และการเป็นแค่เพื่อนกัน ไม่ว่าจะเพื่อนคุย เพื่อนเที่ยว เพื่อนกินหรือเพื่อนนอน ก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่เพียงพอสำหรับความรู้สึกที่เขามีต่อน้ำฟ้าอีกต่อไปแล้วสินะ
"คุณตื่นแล้ว?"
น้ำฟ้าถามเสียงเบา เธอยกมือขึ้นลูบไล้โครงหน้าของเขาอย่างอ่อนโยน ไม้โทลืมตาขึ้นมอง ดวงตาคมกริบที่เคยดูห่างเหิน ตอนนี้เต็มไปด้วยความรักและความอ่อนโยน
"อืม..." เขาตอบด้วยเสียงครางแหบพร่าแสนเซ็กซี่ ก่อนจะเลื่อนสายตาลงมาที่ริมฝีปากอิ่มของเธอ แล้วถึงได้ยื่นหน้าเพื่อจูบอย่างแผ่วเบา เป็นจูบที่ไม่ได้เร่งเร้า แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกซาบซ่านและแสนอ่อนโยน
ความเงียบเข้ามาปกคลุมอีกครั้ง แต่เป็นความเงียบที่อบอุ่นและเข้าใจกันเป็นอย่างดี
ลิ้นร้อน ๆ ของไม้โทสอดเข้ามาในปากของเธอและน้ำฟ้าก็เปิดปากเพื่อตอบรับเขาอย่างเต็มใจ ร่างเปลือยหนาล่ำของเขาพลิกขึ้นมาคร่อมทับบนตัวของเธอ แล้วทุกอย่างก็ดำเนินต่อไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยหรือเบื่อหน่ายเลยสักนิด นานร่วมชั่วโมงเมื่อพากันถึงขอบฝั่งของอารมณ์แล้วนั้น น้ำฟ้าเรียกเขาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
"คุณ..." เสียงของเธออ้อนที่สุดเท่าที่เธอจะเคยเรียกใคร "เมื่อคืนนี้ คุณหมายความว่ายังไงหรือ"
เธอกำลังถามถึงคำพูดของเขาที่บอกว่าไม่ต้องการให้พวกเราเป็นแค่เพื่อนอีกแล้ว ไม้โทถอนหายใจช้า ๆ เขาลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง ดึงน้ำฟ้าเข้ามาซบกับอกแกร่งของเขา
"ผม..." เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังเรียบเรียงคำพูดที่ถูกต้องที่สุด "ผมก็ไม่รู้ว่าจะใช้คำว่าอะไรถึงจะเหมาะสม แต่ผมแค่อยากให้เรารู้สึกดีต่อกันแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง ไม่ใช่แค่เพื่อนที่คอยให้คำปรึกษากัน แต่เป็นคนที่มีความหมายกับชีวิตของกันและกันมากกว่าที่เราเป็นอยู่ คุณคิดว่าไง"
น้ำฟ้าเงยหน้ามองเขา "คุณกำลังจะบอกว่า..."
"ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อนเลยนะฟ้า" ไม้โทพูดแทรกขึ้นมาทันที ราวกับกลัวว่าถ้าไม่พูดตอนนี้จะไม่มีโอกาสได้พูดอีก "ผมรู้ว่าผมเป็นคนไม่ค่อยแสดงออก และเอาเข้าจริง ๆ ผมก็กลัวนะ...ผมกลัวที่จะต้องไปผูกมัดกับใคร กลัวที่จะต้องรับผิดชอบอะไรเยอะแยะ แต่พอไม่มีคุณอยู่ใกล้ ๆ ผมรู้สึกเหมือนระบบมันรวนไปหมด และผมก็ไม่อยากให้ใครหน้าไหนมายุ่งกับคุณ หรือมาทำคุณต้องเสียใจอีกแล้ว"
คำสารภาพแบบตรงไปตรงมาของวิศวกรหนุ่มทำให้หัวใจของน้ำฟ้าพองโต เธอไม่เคยคิดว่าตัวเงอจะได้ยินคำพูดเหล่านี้จากเขา น้ำฟ้าสัมผัสได้ถึงความจริงใจทุกคำที่เขาพูด
"ฟ้าก็เหมือนกันค่ะ" น้ำฟ้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงใจ "ฟ้าก็ไม่รู้ว่าเราควรเป็นอะไรกันดี แต่ฟ้าอยากอยู่กับคุณแบบนี้ไปตลอดเลย อยากให้คุณอยู่ข้าง ๆ ฟ้าแบบนี้ตลอดไป"
มันไม่ใช่การเอ่ยปากขอเป็นแฟน ไม่ใช่การขอสถานะที่ชัดเจน แต่เป็นการยอมรับความรู้สึกที่ตรงกัน เป็นการก้าวข้ามข้อตกลงเดิม ๆ และเปิดใจให้กันและกันอย่างแท้จริง
ทั้งเธอและเขาต่างก็รู้ดีว่านี่คือจุดเริ่มต้นของอะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่าการเป็นเพื่อนกินเพื่อนเที่ยวหรือเพื่อนนอน แต่พวกเขาก็ยังไม่มีคำนิยามที่แน่นอนให้กับมัน
แต่แล้วความสุขก็มักจะอยู่กับเราได้ไม่นาน...
เสียงโทรศัพท์มือถือของไม้โทดังขึ้นขัดจังหวะห้วงเวลาอันแสนหวาน หน้าจอมือถือแสดงชื่อของ หมอกิ๊บ แพทย์สาวประจำแผนกอายุรกรรม
ไม้โทมองหน้าจอสลับกับมองน้ำฟ้าที่อยู่ตรงหน้าด้วยความอึดอัด เขาจำได้ว่าหมอกิ๊บคือแพทย์หญิงคนที่ดูจะสนใจเขาเป็นพิเศษ
น้ำฟ้าเองก็เห็นว่าใครโทร. หาเขา เธอสังเกตเห็นสีหน้าของเขา แต่ก็พยักหน้าเบา ๆ เป็นเชิงให้เขารับสาย
ไม้โทรับสายหลังจากปล่อยให้ทางนั้นเรียกเข้าอยู่เป็นนานสองนาน เสียงหวาน ๆ ของหมอกิ๊บดังลอดออกมาจนน้ำฟ้านิ่วหน้า
"คุณไม้โทขา เครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ห้องฉุกเฉินมันรวนอีกแล้วค่ะ คือ...กิ๊บโทร. ไปที่แผนกก็ไม่มีใครรับสายเลย เลยให้ห้องสื่อสารช่วยโทร. หาเบอร์ของคุณไม้โทที รบกวนคุณไม้โทช่วยมาดูหน่อยได้ไหมคะ กิ๊บอยู่เวรคนเดียวด้วยค่ะ งงไปหมดเลย ไม่รู้จะแก้ที่ตรงไหนก่อนดี" น้ำเสียงของหมอกิ๊บเจือความออดอ้อนเล็กน้อย
ไม้โทเหลือบมองน้ำฟ้า เขารู้สึกผิดที่ต้องทิ้งเธอไป แต่สถานการณ์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลก็สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด "ครับหมอ เดี๋ยวผมไปเดี๋ยวนี้เลยครับ" เขาตอบเสียงราบเรียบเป็นทางการ ก่อนจะวางสายไป
บรรยากาศที่เคยอบอุ่นเมื่อครู่ กลายเป็นเย็นลงเล็กน้อย ไม้โทหันมามองเธอด้วยความรู้สึกผิดที่ต้องทิ้งเธอไว้คนเดียว
"ขอโทษนะฟ้า ผมต้องไปดูเครื่องที่เมดก่อน"
น้ำฟ้ายิ้มให้เขาอย่างเข้าใจ แม้ในใจจะมีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้น "ไม่เป็นไรหรอกคุณ ต้องขอโทษอะไรกัน ไปทำงานเถอะค่ะ งานสำคัญกว่านะ" เธอพูดพลางหันไปหยิบเสื้อเชิ้ตของเขาส่งให้
ไม้โทรีบลุกขึ้นแต่งตัว หยิบกุญแจและโทรศัพท์ ก่อนจะเดินไปที่ประตู เขาชะงักเล็กน้อย หันกลับมาหาน้ำฟ้าอีกครั้ง
"ไว้เดี๋ยวผมจัดการเรื่องงานเสร็จแล้ว ผมจะโทร. หานะครับ"
เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ราวกับต้องการยืนยันว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามันไม่ได้จบลงง่าย ๆ แค่เท่านี้
น้ำฟ้าพยักหน้าพร้อมยิ้มน้อย ๆ ส่งให้เขาด้วย ไม้โทเดินออกไป ทิ้งให้เธอนั่งอยู่คนเดียวในห้องที่บัดนี้เหลือเพียงความเงียบงัน น้ำฟ้าถอนหายใจ เธอรู้ว่าระกว่างเธอกับเขา ความรู้สึกมันจะต้องลึกซึ้งมากขึ้นแน่ ๆ
หลังจากที่ไม้โทรีบรุดไปดูอาการเครื่องมือแพทย์ในตอนเช้า ทิ้งให้น้ำฟ้าอยู่เพียงลำพังกับความรู้สึกที่เพิ่งถูกปลดปล่อย ความรู้สึกนั้นยังคงอบอวลอยู่ในใจเธอ แม้จะโล่งใจที่ไม้โทเปิดใจ แต่เธอก็อดกังวลไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ของเธอกับเขาจะเดินไปในทิศทางไหน
น้ำฟ้ากลับไปทำงานด้วยหัวใจที่เต้นไม่ค่อยเป็นจังหวะนัก เธอพยายามโฟกัสกับงานตรงหน้า และไม่ยอมสบตากับเมธัสอีกเลย และทุกครั้งที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หรือประตูห้องทำงานเปิดออก เธอก็อดที่จะชะเง้อมองหาเงาของไม้โทไม่ได้
แล้วเขาก็มา ในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาจากนั้น ไม้โทเดินเข้ามาในแผนกด้วยใบหน้าเรียบเฉยตามปกติ แต่สายตาของเขาจับจ้องมาที่น้ำฟ้าเป็นคนแรก แววตานั้นมีความหมายมากกว่าคำทักทายใด ๆ เมธัสที่กำลังเดินออกมาจากห้องหัวหน้าเห็นไม้โทพอดี เขายิ้มทักทาย แต่ไม้โทเพียงพยักหน้ารับอย่างห่างเหิน
"เครื่องที่เมดเรียบร้อยแล้วนะครับ ส่วนคอมที่บุคคลตัวที่เสียผมดูให้คร่าว ๆ แล้ว ใช้งานได้แล้วครับ"