1
อากาศยามเช้าของโรงพยาบาลศรีสิริเวช ลอบบี้โอ่โถง สะอาดตา พนักงานทำความสะอาดกระจายตัวทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเป็นระเบียบ
เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะตามความเร่งรีบของผู้คน มีเพียงชายหนุ่มผิวขาวจัดร่างสูงโดดเด่นคนนั้นคนเดียวที่เดินสวนกระแสคนอื่น ๆ อย่างเชื่องช้า ราวกับว่าเวลาส่วนตัวของเขาเดินด้วยความเร็วที่ไม่ขึ้นกับใคร
‘ไม้โท’ ในชุดเสื้อช็อปสีกรมท่าปักโลโก้โรงพยาบาลที่อกซ้าย เดินก้มหน้ามองหน้าจอแท็บเล็ตพลางเลื่อนนิ้วเช็กรายการซ่อมบำรุงประจำวันไปพลาง
ผมสั้นรองทรงที่เพิ่งตัดมาเมื่อวันก่อนทำให้ใบหน้าหล่อดูสะอาดตา แต่แววตาใต้กรอบแว่นกันแสงกลับฉายแววเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด
ไม้โทเป็นวิศวกรประจำโรงพยาบาล แผนกที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อเขาคนเดียวอย่างแท้จริง ตั้งแต่เครื่องมือแพทย์ราคาเหยียบร้อยล้านยันก๊อกน้ำรั่วในห้องเก็บของ ไม่มีอะไรที่หลุดรอดจากสายตาและอุปกรณ์ซ่อมของไม้โทไปได้
“ระบบ MRI ขัดข้อง”
“เครื่อง X-ray ส่งสัญญาณผิดปกติ”
“หลอดไฟแผนกอายุรกรรมขาด”
รายการซ่อมในแต่ละวันยาวเหยียดจนบางครั้งเขาก็นึกสงสัยว่าตัวเองเป็นวิศวกรหรือคนรับใช้สารพัดจะสั่งงานได้กันแน่
วันนี้ไม้โทมีนัดกับเครื่องถ่ายเอกสารที่ฝ่ายบุคคลมันสำแดงฤทธิ์เดชด้วยการกลืนกระดาษเข้าไปครึ่งรีมเมื่อวานนี้ ทำให้งานเอกสารของแผนกวุ่นวายไปหมด
เขาถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะผลักประตูห้องทำงานของฝ่ายบุคคลเข้าไป แอร์เย็นฉ่ำปะทะเข้ากับหน้า ความจอแจของเสียงโทรศัพท์และแป้นพิมพ์ดังระงม บรรยากาศต่างจากแผนกซ่อมบำรุงของเขาลิบลับ
และสายตาของเขาก็หยุดลงที่ตรงนั้นเอง ตรงโต๊ะหลังสุดฟากขวามือของห้อง
‘น้ำฟ้า’ คือเจ้าหน้าที่ประสานงานของแผนก Hr
เธอในชุดยูนิฟอร์มสีฟ้าอ่อนแซมสีขาวมีผ้าพันคอผูกเป็นโบเหมือนคนอื่น ๆ แต่ไม่เหมือนในความรู้สึกของไม้โท
ใบหน้าน่ารักอ่อนหวานที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มเสมอ วันนี้กลับมีสีหน้ามุ่ยเล็กน้อย เธอเท้าคางมองเครื่องถ่ายเอกสารตัวร้ายที่กำลังกะพริบไฟสีแดงอย่างสิ้นหวัง ผมยาวถูกรวบเป็นหางม้าเผยลำคอระหง ดวงตากลมโตกำลังจับจ้องที่เครื่องพังอย่างครุ่นคิด
ไม้โทแอบยิ้มมุมปาก เขารู้ดีว่าน้ำฟ้าต้องเป็นคนโทร.ตามเขาแน่ ๆ เธอชอบโทรศัพท์เสียงหวานเจื้อยแจ้วพร้อมปัญหาที่ฟังดูน่าเอ็นดูเสมอเมื่อเขาได้ฟัง
“เครื่องถ่ายเอกสารมีปัญหาอีกแล้วหรือ”
ไม้โทเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ทว่าแฝงความขบขันเล็กน้อย น้ำฟ้าสะดุ้งตัวขึ้น เธอเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนที่ใบหน้าน่ารักจะค่อย ๆ คลี่ออกเป็นรอยยิ้มสดใสราวกับดอกไม้บานเมื่อเห็นเขา
“คุณวิดวะไม้โทมาพอดีเลย ฟ้ากำลังคิดอยู่เลยว่าจะโทร. ตามคุณอีกรอบดีไหม ในที่สุดมาซะที”
น้ำฟ้าชอบที่จะเรียกเขาตามตำแหน่งก็คือวิศวกรว่า เรียกเขาสั้น ๆ กวน ๆ ว่าคุณวิดวะ และจะต้องตามด้วยชื่อของเขาก็คือไม้โท รวมเป็นคุณวิดวะไม้โท
เธอก้าวเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางกระฉับกระเฉงแล้วเริ่มฟ้อง “มันไม่ยอมทำงานเลยค่ะ เหมือนมันงอนอะไรสักอย่าง กดตรงไหนก็ไม่ติด”
ไม้โทพยักหน้า เขาวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะก่อนจะเดินเข้าไปพิจารณาเครื่องถ่ายเอกสารอย่างชำนาญ นิ้วเรียวยาวกดปุ่มนู่นนี่นั่นไปมาเหมือนกับรู้จักและคุ้นเคยกับเครื่องนั่นดี เพียงไม่กี่นาทีเขาก็หาสาเหตุเจอ มือที่จับไขควงบิดเกลียวอย่างคล่องแคล่ว ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมองเครื่องจักรอย่างตั้งใจ ทำให้มุมปากของน้ำฟ้าเผลอยกยิ้มตาม เธอชอบมองเวลาที่ไม้โททำงาน เขาดูลึกลับและน่าค้นหาในแบบของตัวเอง
“กระดาษติดในถาดสองครับ ไม่ได้งอนหรอก แค่มันสำลักไปหน่อย” ไม้โทพูดพลางดึงกระดาษที่ยับยู่ยี่ออกมาจากช่องรับ “เสร็จแล้วครับ”
น้ำฟ้าตาโต เธอปรบมือเบา ๆ แววตาที่มองชื่นชมแบบจริงใจ “โอ้โฮ โทนี่สุดยอดจริง ๆ เลย ฟ้าพยายามซ่อมเอง ทำเองอยู่ตั้งนานก็ไม่สำเร็จ ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ”
“เป็นหน้าที่ครับ” ไม้โทตอบสั้น ๆ แล้วเก็บไขควงเข้ากระเป๋า
“แต่ก็ยังต้องขอบคุณอยู่ดีค่ะ” น้ำฟ้ายังยิ้มไม่หุบ “ว่าแต่ ทำไมวันนี้ดูคุณเหนื่อย ๆ จังเลย ช่วงนี้งานหนักหรือคะ”
ไม้โทชะงักเล็กน้อย เขาเงยหน้ามองน้ำฟ้าที่กำลังส่งสายตาห่วงใยมาให้ ปกติแล้วไม่เคยมีใครถามเขาแบบนี้มาก่อน มีแต่โทร. มาตามให้ไปซ่อม ไปแก้ปัญหาให้ ไม่เคยมีใครสังเกตเห็นความเหนื่อยล้าของเขาเลยสักคน
ไม้โทถอนลมหายใจออกปากเบาๆ “ก็...ประมาณนั้นแหละครับ”
“ก็คุณทำงานคนเดียวทั้งแผนกนี่เนอะ” น้ำฟ้าพยักหน้าอย่างเข้าใจ “บางทีก็ต้องพักบ้างนะ ไม่งั้นเดี๋ยวระบบในร่างกายของคุณจะล่มเหมือนเครื่องถ่ายเอกสารนี่แหละ ถ้าล่มขึ้นมาโรงบาลเลยซวยเลย” เธอพูดจบหัวเราะเบา ๆ น้ำเสียงนั้นสดใสเสียจนทำให้ไม้โทเผลอยิ้มออกมา
“ขอบคุณครับ” เขาพูดก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้อง HR ไป ทิ้งให้น้ำฟ้ายืนมองแผ่นหลังกว้างของวิศวกรผู้เดียวดายไปจนลับตา
ไม้โทเดินกลับไปที่ห้องทำงานของตัวเอง หัวใจที่เคยเป็นเหมือนเครื่องจักรที่ทำงานเป็นระบบ กลับรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่คล้ายกับการสะดุดเพียงเล็กน้อย ประโยคที่น้ำฟ้าบอกว่า
‘บางทีก็ต้องพักบ้างนะ ไม่งั้นเดี๋ยวระบบในร่างกายของคุณจะล่มเหมือนเครื่องถ่ายเอกสารนี่แหละ’
ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว