bc

ใบหย่าจากภรรยาที่ไม่เคยรัก

book_age18+
1.1K
ติดตาม
8.8K
อ่าน
เศรษฐี
ล้างแค้น
แต่งงานตามสัญญา
ครอบครัว
จบสุข
หนีตอนตั้งครรภ์
คู่ต่างขั้ว
คลุมถุงชน
มาเฟีย
ผู้สืบทอด
ดราม่า
โศกนาฏกรรม
หวาน
ชายจีบหญิง
มัธยมปลาย
ออฟฟิศ/ที่ทำงาน
ปิ๊งรักวัยเด็ก
ความลับ
like
intro-logo
คำนิยม

ใบหย่าจากภรรยาที่ไม่เคยรัก 20+

ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยการยัดเยียดอย่างที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ทำให้ 'ณาลัลย์' ต้องเข้าพิธีแต่งงานกับ 'ตงหยาง' ว่าที่ผู้นำคนต่อไปของสมาคมฟู่หลงแทนพี่สาวที่จากไป และยิ่งกว่านั้นคือเขาเคยเป็นคนรักและพ่อของลูกในท้องพี่สาวของเธอ ซ้ำการแต่งงานครั้งนี้ยังเกิดจากความไม่เต็มใจของเจ้าบ่าวเพราะครอบครัวของเธอทรยศหักหลังตระกูลของเขาแต่ในเมื่อการแต่งงานในครั้งนี้ไม่สามารถปฏิเสธได้เธอก็ต้องตกเป็นจำเลยที่จะต้องรับกรรมกับความแค้นของเขา

"เฮียจะไปไหนคะ?"

"ไปไหนก็ได้ที่ไม่มีคนอย่างเธอ"

"แต่นี่มันเป็นวันแต่งงานของเรานะคะ อีกอย่างม้าของเฮียก็บอกแล้วว่าวันนี้ห้ามออกจากห้องหอจนกว่าจะเช้า"

"แล้วไง? ในเมื่องานแต่งเวรนี่ฉันก็ไม่ได้เต็มใจที่จะให้มันเกิดขึ้นตั้งแต่แรกแล้วเธอยังหวังอยู่เหรอว่าชีวิตหลังจากนี้เธอจะมีความสุข? หึ! ฉันนี่แหละจะทำให้เธอได้ลิ้มรสคำว่านรกบนดินเอง"

"ถือว่าลัลย์ขอร้องนะคะ..."

"อย่าทำตัวน่ารังเกียจให้มันมากไปก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว เพราะไม่อย่างนั้นแม้แต่พ่อเธอฉันก็จะไม่ไว้หน้า"

•••

"อึก!"

"อย่าปากดีถ้าตัวเธอไม่ได้เก่งเหมือนปาก การฆ่าเธอมันไม่ใช่เรื่องยากจำใส่หัวเอาไว้"

"แล้วต่อให้เธอจะเป็นจะตายยังไงก็ไม่ได้สำคัญในสายตาของฉัน"

"คนไร้หัวใจ! เฮียมันคนไร้หัวใจที่สุด! ฮึกก..."

•••

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
บทที่ 1 เกลียดเข้าไส้
บทที่ 1 เกลียดเข้าไส้ "หมอขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับที่ทางเราไม่สามารถช่วยชีวิตแม่และเด็กในครรภ์เอาไว้ได้ ทางเราพยายามอย่างเต็มที่แล้วครับ" "หมายความว่าไง..." "คนไข้ตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วครับ" ปึก!! เพล้ง!! "พวกสารเลว!!!" เสียงแก้วเหล้าถูกเขวี้ยงกระทบผนังห้องจนแตกกระจายด้วยฝีมือของ 'เฉิน ตงหยาง' ที่นั่งอยู่บนโต๊ะบาร์ภายในเพนท์เฮ้าส์ชั้นบนของตึกสูงใจกลางเมืองพร้อมเสียงดุดันที่เค้นออกมาบ่งบอกถึงความโกรธแค้น เขายังจำความรู้สึกในวันนั้นได้ดีว่ามันชาวาบเจ็บปวดและน่าสมเพชมากแค่ไหน จนกลายเป็นความแค้นที่ฝั่งลึกและไม่คิดจะให้อภัยคนเหล่านั้นไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม "นายครับ" หมิงฉาง ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทและมือขวาที่ตงหยางไว้วางใจมากที่สุดเดินเข้ามาก่อนจะเอ่ยขึ้น แม้จะรู้ว่าเวลานี้ไม่ควรเข้ามาพบหน้าก็ตาม "คุณท่านต้องการคุยสายด้วยครับ" ใบหน้าคมคายหันมองลูกน้องคนสนิทก่อนจะรับโทรศัพท์ที่หมิงฉางส่งให้ขึ้นมาแนบหู (แกอยู่ที่ไหน) ทันทีที่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู ปลายสายซึ่งก็คือ เฉิน เยี่ยงฟาง พ่อของเขาก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ป๊ามีอะไรจะคุยกับผม" ร่างสูงเลือกที่จะไม่ตอบเพราะพ่อของเขานั้นรู้อยู่แล้วว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนและมันไม่ใช่ประเด็นหลักที่ทำให้เยี่ยงฟางโทรมาหาเขาในวันนี้ (แกก็รู้ว่าฉันมีอะไร พรุ่งนี้เข้ามาหาฉันที่บ้านแล้วมารับผิดชอบในสิ่งที่ผู้นำคนต่อไปของตระกูลเฉินควรจะทำ อย่าทำให้ฉันต้องผิดหวัง) เยี่ยงฟางกดวางสายไป ทำให้ตงหยางเลื่อนโทรศัพท์ออกจากหูส่งกลับให้ลูกน้องคนสนิทที่ยืนอยู่ทางด้านหลังด้วยใบหน้าที่ดุดัน แต่กลับไม่แสดงออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ผู้นำของตระกูลเป็นตำแหน่งที่เขาไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าต้องการหรือไม่ต้องการ ความกดดันประกอบกับสิ่งที่เขาต้องฝึกฝนและเรียนรู้มาตั้งแต่เด็ก ทำให้เขากลายเป็นคนที่บุคลิกดูเย็นชาและเข้าถึงยาก หากแต่มีคนคนเดียวเท่านั้นที่สามารถเข้ามาในหัวใจของเขาได้ วันต่อมา... @คฤหาสน์ตระกูลเฉิน ตึก! ตึก! เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของตงหยางเดินเข้ามาภายในห้องรับแขกคฤหาสน์ตระกูลเฉิน ซึ่งมีเยี่ยงฟางผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นประมุขใหญ่ของบ้านนั่งอยู่ รวมทั้งผู้นำของตระกูลเจียงร่วมอยู่ด้วย "ไหน ๆ ก็มากันครบแล้ว อั๊วขอเข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน ที่มาในวันนี้ก็เพราะต้องการข้อสรุปชัดเจนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสองตระกูลเรา" เจียง เยว่หาน ซึ่งเป็นผู้นำของตระกูลเจียงเอ่ยขึ้นหลังจากตงหยางเดินเข้ามาในห้องเป็นคนสุดท้าย แม้จะรู้สึกไม่พอใจกับการกระทำที่เสียมารยาทของทายาทอีกฝั่ง แต่ก็เลือกที่จะไม่พูดถึงให้มากความ เพราะสิ่งที่ต้องการในการพูดคุยในครั้งนี้คือความชัดเจนของความสัมพันธ์ระหว่างตระกูล "ดีจังเลยนะครับถึงขนาดถ่อมาถึงบ้านผู้ชายเพราะเรื่องนี้" "อึก!" คำพูดที่บ่งบอกถึงการดูถูกดูแคลนของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามทำให้ 'เจียง เผ่ยหนิง' หรืออีกชื่อคือ ณาลัลย์ สะอึกด้วยความอับอายจนไม่กล้าที่จะสบตาใคร "อาหยาง!" "จะพูดจาอะไรก็ให้เกียรติกันบ้าง ตระกูลของอั๊วก็ไม่ได้ด้อยค่าไปกว่าตระกูลไหน ๆ เผ่ยหนิงเองก็เหมือนกัน ที่ต้องแต่งงานกันก็เพราะกฎของสมาคมที่มีมายาวนาน หรือถ้าลื้อจะปฏิเสธงานแต่งในครั้งนี้ก็เสนอกับผู้อาวุโสในสมาคมดูสิอาหยาง" เยว่หานเอ่ยออกมาด้วยความไม่พอใจกับคำพูดของชายหนุ่มรุ่นลูก "...." ร่างสูงเงียบไปเพราะเขารู้อยู่เต็มอกว่าสิ่งที่เยว่หานต้องการคืออะไร แล้วเขาก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ "อั๊วยินดีที่จะสู่ขอหนูเผ่ยหนิงมาเป็นลูกสะใภ้และคนในตระกูลเฉิน ลื้อไม่ต้องกังวลไปอาหาน เพราะการแต่งงานในครั้งนี้จะถูกจัดขึ้นอย่างสม เกียรติของสองตระกูลเราอย่างแน่นอน" "อั๊วได้ยินแบบนี้ก็สบายใจ เพราะสิ่งที่อั๊วต้องการก็คือศักดิ์ศรีของเผ่ยหนิงลูกสาวของอั๊ว ที่จะได้ไม่ถูกครหาจากตระกูลอื่นให้อับอายขายหน้าวงศ์ตระกูลว่าถูกสามีปฏิเสธงานแต่ง" ณาลัลย์ที่เผลอเงยหน้าขึ้นไปสบตากับสายตาคมของคนตรงหน้าก็รีบก้มหน้าลงอีกครั้งเพราะสัมผัสได้ถึงความดุดันน่ากลัวอยู่ในนั้น เขาคงจะไม่พอใจมากที่ต้องมาแต่งงานกับเธอ แต่เขาก็ไม่สามารถคัดค้านงานแต่งงานครั้งนี้ได้ หนึ่งสัปดาห์ต่อมา @คฤหาสน์ตระกูลเจียง "ยังไม่นอนเหรอครับ" เสียงของ อาโจว ซึ่งเป็นบอดี้การ์ดที่เปรียบ เสมือนพี่ชายเอ่ยขึ้น ทำให้เธอหันมองไปทางต้นเสียงก่อนที่ร่างสูงของบอดี้การ์ดหนุ่มจะเดินเข้ามาทิ้งสะโพกลงบนโต๊ะหินอ่อนฝั่งตรงข้าม "แล้วนายล่ะ ทำไมยังไม่นอน" "ผมเห็นคุณหนูเดินผ่านมาเลยออกมาดู ตื่นเต้นเหรอครับ" "ถ้าจะบอกว่าไม่ตื่นเต้นฉันคงโกหกล่ะนะ งานแต่งงานสำหรับผู้หญิงมันเป็นเรื่องใหญ่เพราะมันเป็นงานสำคัญในชีวิตที่มีเพียงแค่ครั้งเดียว" สำหรับเธอการแต่งงานถือเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิต และความฝันในวัยเด็กคือการได้แต่งงานกับคนที่เธอรักและเขาก็รักเธอ ซึ่งมันต่างจากในตอนนี้ที่ต้องแต่งงานกันเพราะหน้าที่แต่ไร้ซึ่งความรัก เป็นพื้นฐานอย่างไม่สามารถปฏิเสธได้ "จะแต่งงานแค่ครั้งเดียวเหรอครับ?" คำถามของบอดี้การ์ดคนสนิททำให้ณาลัลย์หันหน้ามองนิ่ง ๆ "แล้วจะทำยังไงได้ล่ะ เพราะถ้าฉันเลือกได้ฉันก็อยากจะแต่งงานกับคนที่ฉันรักแค่ครั้งเดียว แต่ฉันทำอะไรมากกว่านี้ได้ด้วยเหรอ" เพราะคำว่าทายาทคนเดียวของตระกูลทำให้เธอไม่สามารถปฏิเสธในสิ่งที่พ่อแม่หยิบยื่นมาให้ได้ หากพวกเขาต้องการให้เธอทำอะไรเธอก็ต้องทำในฐานะทายาทสืบสกุล “...” "ความฝันของฉันคือได้แต่งงานกับคนที่ฉันรักและเขาก็รักฉัน แต่การแต่งงานครั้งนี้มันไม่ใช่อย่างที่ฉันฝันเอาไว้เลย" "แต่อย่างน้อยเราก็ได้รักไม่ใช่เหรอครับ" "นั่นสินะ แม้จะไม่รู้ว่าชีวิตหลังจากนี้ฉันจะเป็นยังไงก็ตาม" "สิ่งที่มันยังไม่เกิด จะมัวมานั่งคิดให้ตัวเองกังวลไปทำไมครับ คุณหนู ณาลัลย์ที่ผมรู้จักไม่ใช่คนแบบนี้เลยนะครับ" "หึ ไม่ค่อยได้ยินชื่อนี้นานแล้วนะ คงมีแต่นายที่เรียกฉันด้วยชื่อนี้" เพราะชื่อนี้เป็นชื่อไทย ซึ่งเธอไม่ใช่คนจีนแท้แต่มีแม่เป็นคนไทย และจะมีแต่คนที่สนิทจริง ๆ ที่เรียกชื่อนี้ ส่วนคนในครอบครัวก็มีแต่ผู้เป็นแม่กับพี่สาวเท่านั้นที่เรียกชื่อนี้ "มีเรื่องอะไรที่กังวลอยู่เหรอครับ" "ไม่รู้สิ ถ้าเจ้าสาวเป็นคนที่เขารักเขาคงจะเต็มใจแต่ง แต่กลับมาเป็นฉันคนนี้ผู้หญิงที่เขาเกลียด ที่เขาไม่ปฏิเสธฉันเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าเขาปฏิเสธไม่ได้มากกว่า ทั้งที่ฉันควรจะมีความสุขแต่ทำไมฉันถึงรู้สึกสมเพชตัวเองมากกว่า" เพราะกฎของสมาคมที่มีอยู่ว่าตระกูลอันดับหนึ่งที่ถูกเลือกให้เป็นหัวหน้าสมาคมซึ่งก็คือตระกูลเฉิน จะต้องแต่งงานกับทายาทของตระกูลอัน ดับสองซึ่งก็คือตระกูลเจียงเพื่อประกาศความยิ่งใหญ่ของสมาคม แม้แต่ตำรวจก็ไม่กล้าที่จะเข้ามายุ่งกับธุรกิจของสมาคม ซึ่งกฎข้อนี้มีมายาวนานตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ และอีกไม่นานตงหยางก็จะได้ขึ้นรับตำแหน่งหัวหน้า สมาคมฟู่หลงต่อจากเยี่ยงฟางผู้เป็นพ่อ ทำให้ต้องรีบมีพิธีแต่งงานของทั้งสองตระกูลเกิด ขึ้น "แล้วตอนนี้เขาก็เกลียดตระกูลเจียงมาก ฉันไม่รู้ว่าจะมองหน้าเขาอย่างไม่รู้สึกผิดได้ยังไง" เพราะเหตุผลอะไรเธอก็รู้ดีอยู่แก่ใจ แม้ใคร ๆ จะบอกว่าไม่ใช่ความผิดของเธอ แต่เธอไม่เคยเลิกโทษตัวเองเลยสักครั้ง และหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นก็ทำให้ตงหยางพี่ชายที่แสนดีกับเธอ แปรเปลี่ยนเป็นราวกับคนละคน เพราะทุกครั้งที่เห็นหน้าเขาแสดงออกถึงความเกลียดชังเธอเข้าไส้ และเขาก็ไม่คิดที่จะแต่งงานกับเธอตั้งแต่แรกแต่พอทุกอย่างมันปฏิเสธไม่ได้ ชีวิตหลังแต่งงานของเธอจะมีความสุขบ้างรึเปล่า

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.6K
bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.5K
bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.0K
bc

พันธะร้าย..ดวงใจรัก

read
2.1K
bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.4K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook