ตอนที่ 1 : รอยไหมในป่าทมิฬ
ตอนที่ 1 : รอยไหมในป่าทมิฬ
ไอหมอกขาวโพลนปกคลุมผืนป่ารกชัฏยามรุ่งสาง แสงตะวันสีทองสาดส่องลอดใบไม้หนาทึบลงมาเป็นทางยาว ราวกับลำแสงแห่งความหวังที่ส่องนำทางในดินแดนอันมืดมิด เสียงนกร้องแว่วมาเป็นระยะ แทรกกับเสียงกระซิบกระซาบของสายลมที่พัดผ่านใบไม้ แต่ภายใต้ความเงียบสงบนั้น กลับซ่อนเร้นไว้ด้วยความตึงเครียดและอันตราย
ผู้กองเสือ หรือ ร.ต.อ. ธีรภัทร นายตำรวจหนุ่มผู้มีดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยว ซ่อนตัวอยู่หลังก้อนหินใหญ่ ใบหน้าคมสันเคร่งขรึม จ้องมองไปยังกระท่อมไม้เก่าผุพังเบื้องหน้าอย่างไม่วางตา ข้อมูลจากนักสืบที่เขาไว้ใจได้บ่งชี้ว่า ที่แห่งนี้คือจุดนัดพบสำคัญของขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายกำลังจะถูกต้อนขึ้นรถเพื่อส่งต่อไปยังนรกบนดินอีกฝั่งชายแดน
“ทุกคนเตรียมพร้อม” เสียงทุ้มต่ำของเขาดังแผ่วเบาทว่าทรงอำนาจผ่านเครื่องสื่อสารขนาดเล็ก “อย่าให้คลาดสายตา เป้าหมายกำลังเคลื่อนไหว”
ลูกน้องอีกสิบนายกระจายกำลังซุ่มอยู่ตามจุดต่างๆ ในป่าใหญ่ ทุกคนอยู่ในชุดปฏิบัติการสีดำทะมึน พร้อมอาวุธครบมือ ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แต่ละนายเท่านั้นที่ดังอยู่ในโสตประสาท
ไม่นานนัก เงาตะคุ่มหลายร่างก็ปรากฏขึ้นจากตัวกระท่อม พวกมันลากร่างของหญิงสาวหลายคนออกมา หญิงเหล่านั้นอยู่ในสภาพอิดโรย ดวงตาหวาดกลัว บางคนสะอื้นไห้อย่างน่าเวทนา หนึ่งในนั้นคือ หยาดทิพย์ หญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ ผิวขาวละเอียดราวกลีบดอกแก้ว แต่ในยามนี้กลับซีดเซียวไร้สีเลือด ดวงตาเศร้าหมองคล้ายดวงดาวที่ดับแสง เธอถูกชายฉกรรจ์ร่างใหญ่จับแขนกระชากลากไปอย่างไม่ปรานี
“ไอ้พวกสารเลว!”
ผู้กองเสือกัดฟันกรอด ความโกรธแล่นพล่านไปทั่วร่าง เขาให้สัญญาณมือ ลูกน้องทุกคนเตรียมเข้าจู่โจม
“บุก!”
เสียงคำรามของเขาดังสนั่นก้องป่า พร้อมกับการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของทีมตำรวจ ทุกนายพุ่งออกจากที่ซ่อนเข้าจู่โจมกลุ่มคนร้ายอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ตำรวจ! หยุดเดี๋ยวนี้!”
เสียงผู้กองเสือตวาดก้อง แต่เหล่าคนร้ายกลับไม่ยอมจำนน พวกมันตะโกนโหวกเหวกและพยายามต่อสู้ขัดขืน บางคนชักอาวุธปืนออกมา
“ยิงมันเลยไอ้พวกนี้!”
เสียงห้าวของชายคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว นัดแล้วนัดเล่า กระสุนแหวกอากาศเฉียดร่างตำรวจไปอย่างน่าหวาดเสียว
“ระวังตัวด้วย!”
ผู้กองเสือตะโกนบอกลูกน้อง พลางยกปืนพกคู่ใจขึ้นยิงตอบโต้ กระสุนจากปืนของเขาแม่นยำราวกับจับวาง สังหารคนร้ายไปสองรายอย่างรวดเร็ว
หยาดทิพย์ตกใจสุดขีดเมื่อได้ยินเสียงปืนดังสนั่น เธอพยายามดิ้นรนให้หลุดจากเงื้อมมือของชายที่จับตัวเธอไว้ แต่แรงของเธอนั้นน้อยนิดนัก น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความหวาดกลัว
“ปล่อยฉันนะ! ปล่อย!”
เธอร้องตะโกนเสียงสั่นเครือ ทันใดนั้นเอง กระสุนนัดหนึ่งก็พุ่งเฉียดศีรษะเธอไปอย่างหวุดหวิด เธอหลับตาปี๋ด้วยความตกใจ ก่อนที่ชายฉกรรจ์จะปล่อยมือจากเธอ ร่วงไปกองกับพื้น
“หลบเร็ว!”
เสียงทุ้มต่ำที่ดังอยู่ข้างหูทำให้เธอรีบลืมตาขึ้น ภาพที่เห็นคือแผ่นหลังกว้างของชายในชุดดำทะมึนที่ยืนบังร่างเธอไว้ เขาหันปืนกลับไปยิงตอบโต้คนร้ายอย่างไม่ลังเล
ผู้กองเสือเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว เขายิงปะทะกับคนร้ายอย่างดุเดือด เสียงปืนดังต่อเนื่องราวกับฟ้าร้อง
“ไม่ต้องกลัว พวกเราเป็นตำรวจ”
เสียงของเขาหนักแน่นและอบอุ่นอย่างประหลาด ท่ามกลางความวุ่นวายและการต่อสู้ที่ดุเดือด คำพูดเพียงไม่กี่คำนั้นกลับสร้างความรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูกให้กับหญิงสาว
ในขณะที่ผู้กองเสือกำลังคุ้มกันร่างบางพยายามให้เธอหลบไปอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ เพื่อเป็นที่กำบัง ระหว่างที่สองฝ่ายสาดกระสุนใส่กันไม่พัก อยู่นั้นเอง คนร้ายคนหนึ่งที่ซุ่มอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ก็เงื้อปืนขึ้นเล็งมาที่เขา
“ผู้กอง! ระวัง!”
เสียงลูกน้องคนหนึ่งร้องเตือนด้วยความตกใจ ผู้กองเสือหันขวับไปตามเสียง แต่ก็ช้าเกินไปแล้ว!
“ปัง!”
เสียงปืนดังสนั่น พร้อมกับความรู้สึกเจ็บปวดที่แล่นริ้วไปทั่วหัวไหล่ข้างขวาของเขา ร่าสูงใหญ่เซเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงประคองหญิงสาวข้างตัวไว้มั่น
“กรี๊ด!! คุณโดนยิง!”
หญิงสาวหน้าตาตื่น ร้องออกมาด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อเห็นเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากหัวไหล่ของเขาก่อนที่จะถูกมือใหญ่ผลักให้ไปหลบหลังต้นไม้อย่างไว
“ไม่เป็นไร ว่าแต่เธอเถอะ ได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า!”
ผู้กองเสือกัดฟันแน่น พยายามควบคุมความเจ็บปวด เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้ความเจ็บปวดจะเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นก็ตาม แต่ยังมีกะใจเป็นห่วงสาวงามที่ตนได้ช่วยมา
ภาพของนายตำรวจหนุ่มที่บาดเจ็บ แต่ยังคงปกป้องเธอไว้ ทำให้หัวใจของหยาดทิพย์เต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความประทับใจแรกพบเกิดขึ้นท่ามกลางความเป็นความตาย ท่ามกลางเสียงปืนและควันดินปืน แววตาที่แข็งกร้าวแต่แฝงไว้ด้วยความห่วงใยของเขา ราวกับแสงสว่างที่ส่องประกายในหนทางที่มืดมิดที่สุด
การต่อสู้ดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด ในที่สุด ด้วยความสามารถและจำนวนกำลังที่เหนือกว่า ทีมของผู้กองเสือก็สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ในเวลาต่อมา คนร้ายถูกจับกุมได้ทั้งหมด หญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายไม่ต่ำกว่าสิบคนได้รับการช่วยเหลือและนำตัวไปยังที่ปลอดภัย
ผู้กองเสือนั่งพักพิงหลังต้นไม้ใหญ่ ใบหน้าซีดเซียว เหงื่อไหลโทรมกาย ลูกน้องคนหนึ่งกำลังทำแผลให้เขาอย่างระมัดระวัง หยาดทิพย์นั่งอยู่ไม่ไกลนัก มองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งขอบคุณ เป็นห่วง และความรู้สึกบางอย่างที่เธอเองก็ยังไม่เข้าใจ
“ขอบคุณจ้ะ ถ้าไม่ได้คุณ…”
เสียงของหยาดทิพย์แผ่วเบา แต่ก็ดังชัดเจนในความเงียบสงบหลังการต่อสู้
ผู้กองเสือเงยหน้าขึ้นมองเธอ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา ทั้งที่เขาได้รับฉายาเป็นเสือยิ้มยาก อาจจะเป็นเพราะไม่อยากให้หญิงสาวกลัวกระมัง ทำให้เขาพยายามฝืนยิ้มให้เธอสบายใจ
“ไม่เป็นไร ฉันสบายดี”
พูดอย่างกับพระเอกนิยายงั้นแหละ เจ็บขนาดนี้ยังจะบอกว่าไม่เป็นไรอยู่อีก หยาดทิพย์อยากจะต่อว่าเขาแต่ก็ทำได้เพียงเก็บคำพูดเหล่านั้นไว้ภายในใจ
แววตาของทั้งสองสบกันชั่วครู่ ราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่าน ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางผืนป่าที่เคยเต็มไปด้วยอันตราย บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยความรู้สึกใหม่ที่กำลังผลิบาน เหมือนรอยไหมที่ค่อยๆ ถักทอความผูกพันขึ้นในหัวใจของคนทั้งสอง