“ให้ตายเถอะ”ดันปรี้ดแตกแทนเจ้าของร่างเลยฉอดไปตั้งขนาดนั้น แล้วแบบนี้จะหนีเดธ แฟลกยังไงล่ะโว้ย!!
ถ้าเมดิสันโกรธเรื่องที่เขาว่าเจ้าตัวไปขนาดนั้น พอนางเอกปรากฏตัวออกมา หมอนั่นต้องเป็นคนแรกที่เอาดาบจ่อคอเขาแน่!! ในเกมน่ะ นางเอกแก้ปมของหัวเขียวไม่ยากนัก แค่พูดว่า
“สนับสนุนข้าเป็นจักรพรรดินีสิคะ แล้วข้าจะให้เงินสนับสนุนงานวิจัยของท่าน”
และใช่พอจบเกม นางเอกได้เป็นจักรพรรดินีถึงได้มีเงินมาสนับสนุนงานวิจัยของเมดิสันได้ ส่วนตัวเขาที่ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้ออาหารดีๆกินสักมื้อคงจะมีเงินหรอก!
ดันพูดอวดดีไปตั้งขนาดนั้น ถ้าถามว่าจะหาเงินมายังไง ก็ขอตอบเลยว่าไม่รู้โว้ย!!!
เขาถือคติว่าด่าตัวเองด่าได้ แต่คนอื่นด่าไม่ได้ พ่อจะปารองเท้าไปเตะปากให้!
อาชีพหลักของคนที่นี่ก็มีตั้งแต่พ่อค้าแม่ค้า การเกษตร ร้านอาหาร คนส่งหนังสือพิมพ์ นักสืบ...และอีกมากมายจนพรรณนาไม่หมด แต่ทั้งหมดนั้นก็ไม่มีสิ่งที่เขาถนัดเลย
ใช่! ไม่มีเลย!! ศิลปินชื่อดังมาหลงอยู่ในโลกเกมจีบหนุ่มมันจะไปมี....เอ้ะ เดี๋ยวนะ ศิลปินเหรอ จริงด้วย!!! วาดรูปขายเอาก็ได้นิ ในเมื่อที่นี่ไม่มีงานศิลปะ ก็ทำให้มันมีซะสิ!!
ถึงจะไม่เคยออกไปดูข้างนอกปราสาท แต่ก็พอจะรู้จากในหนังสือว่าศิลปะในโลกนี้ยังไม่ค่อยอู้ฟู่เท่าไหร่ สิ่งที่พอจะเรียกว่าศิลปะได้ก็มีรูปภาพเกี่ยวกับศาสนาตามโบสถ์ต่างๆไม่กี่ภาพ ส่วนหนึ่งเพราะหาคนที่วาดภาพได้ยากนัก
นี่แหละ สิ่งที่จะเป็นแหล่งทำมาหากินของเขา!
เมื่อได้เป้าหมายแล้ว ขั้นต่อไปคงเป็นอุปกรณ์วาดภาพนั่นแหละ แน่นอนว่าถ้านักวาดหายาก อุปกรณ์ในการวาดจะหาง่ายได้ยังไง สิ่งที่พอจะขีดๆเขียนๆได้มีแค่หมึกสีดำที่คนที่นี่เอาไว้เขียนหนังสือเท่านั้น
แต่ถ้ามันหาไม่ได้จริงๆ ก็มีทางเดียวคือทำมันขึ้นมาเท่านั้นนั่นแหละ!
จากที่อ่านมาในหนังสือ มันมีผลไม้ชนิดหนึ่งที่ถ้าคั้นออกมาแล้วถ้าไม่โดนอากาศมันจะไม่แข็งตัว แต่ถ้าโดนอากาศมันจะใช้เวลาในการแห้ง 1 ชั่วโมง เหมาะกับการนำไปเป็นส่วมผสมทำสีเลยล่ะ
จากนั้นก็น้ำผึ้งเพิ่มความหนืด แป้ง แล้วก็ตัวสีที่คงเอาพวกดอกไม้มาบี้ๆจนได้สีมานั่นแหละ
หลังจากใช้เวลาโคตรนานรวมๆแล้วก็ 2 วันในที่สุดเขาก็สามารถหาส่วนผสมทุกอย่างมาจนครบ...ติดอยู่อย่างเดียว ยังไม่มีสีเลย...
พวกส่วนผสมของอื่นๆน่ะไปขโมยในครัวเอาก็ได้ แต่สีนี่สิ ในสวนดอกไม้มียามเฝ้าอยู่ ถ้ามีคนเห็นว่าเจ้าชายไปขโมยดอกไม้ล่ะก็...ไม่อยากนึกเลย โดนจักรพรรดิลงโทษแหงๆ
แต่มาถึงขั้นนี้แล้วจะถอยได้ไง สกิลตีนผีที่เคยโดดเรียนสมัยม.ต้นจนเป็นที่เลื่องลือคงต้องดึงมาออกมาใช้แล้วสินะ!!!
สวนดอกไม้ขนาดใหญ่ กว้างสุดลูกหูลูกตา แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เอวาลินสนใจนัก เพราะสิ่งที่เขาชอบคือมันมีที่แอบเยอะมาก!!! ใช่ มีที่แอบเยอะมาก ทั้งพุ่มไม้ ทั้งกระถางต้นไม้ แบบนี้คงคอยแอบพวกทหารได้ง่ายๆเลยแหละ
ยังไม่ทันจะได้เด็ดดอกไม้สักดอก เขาก็พบว่ามีเงาดำใหญ่มายืนอยู่ข้างหลัง
เปรี๊ยะ!
คนปริศนาตีมือเอวาลินจนขึ้นสีแดง เขาเหงื่อตก รู้สึกว่าโดนจับได้ซะแล้ว พอหันกลับไปกลับพบว่าคนที่ตีมือเขาไม่ใช่ทหารแต่เป็นคนผู้หนึ่ง ผิวสีคล้ำเหมือนคนเอเชียในโลกก่อน นัยน์ตาสีม่วงเข้มและเรือนผมยาวสีเงิน คอของเขามีโซ่เหล็กล็อคไว้อยู่ สายโซ่ยาวลากพื้นดูรุงรังไม่น้อย คนตรงหน้ามีสีหน้าบึ้งและดูจะไม่พอใจที่เขาเด็ดดอกไม้แบบสุดๆเลยด้วย!!
“เออ...เจ้ามีธุระอะไรกับข้าเหรอ”ไม่ต้องเดาให้ยากเลยว่าคนตรงหน้าคือสามีคนที่ 7 แน่นอน!! เพราะคนในชนเผ่านาโตะมีสีผิวที่แตกต่างจากคนในอาณาจักรนี้อย่างสิ้นเชิง พวกเขาจึงถูกไล่ออกจากอาณาจักรและกลายเป็นชนเผ่านอกรีต การจะเข้ามาในอนาณาจักรนี้ได้ต้องเป็นทาส คนใช้ หรือไม่ก็เป็นสามี ภรรยาใครสักคนในอาณาจักร โดยต้องมีสายคล้องเหล็กติดอยู่ที่คอตลอดเวลาเพื่อบ่งบอกว่าคนผู้นี้มีเจ้าของ
แต่ถึงจะมีเจ้าของ คนในชนเผ่านาโตะก็โดนดูถูกเหยียดหยามและถูกกลั่นแกล้งรังแกอยู่ดี เจ้าของร่างไม่ได้รับเขาเข้ามาเป็นสามีด้วยตัวเอง แต่เพราะหัวหน้าตระกูลมอนโรลเบื่อเขาแล้วและมันก็พอดีกับช่วงที่เอวาลินจะแต่งโคลเข้ามาเป็นสามี
หัวหน้าตระกูลมอนโรลจึงแพ๊คคู่ จับเอาโนวากับโคลแต่งเข้ามาพร้อมกันเลย ส่วนหนึ่งนี่ก็เพื่อแก้แค้นเอวาลินที่แย่งโคลไปก่อนที่คนในตระกูลมอนโรลจะเบื่อ เขาจึงมอบโนวาให้ไปด้วย คนที่นี่ถือว่าถ้าให้คนชนเผ่านาโตะกับใคร ถือว่าดูถูกคนผู้นั้นแบบสุดๆ
เจ้าของร่างรับเข้ามาแบบงงๆ เขารู้สึกเฉยๆกับโนวาแต่ก็ไม่ได้ชอบถึงแม้โนวาจะหล่อมากๆก็ตาม เขาจึงไม่ได้สนใจโนวาเท่าไหร่นัก แค่บอกว่าไปหางานแถวๆนี้ทำเอาล่ะกันนะ ส่วนห้องก็อยู่โคลเอาก็ได้ ตั้งแต่วันนั้นเจ้าของร่างก็ไม่เจอกับโนวาอีกเลย
แถมโนวาก็ไม่ได้ไปนอนกับโคลแม้แต่วันเดียวด้วย! แต่นั่นก็ไม่แปลก พวกเขาทั้งคู่เป็นทาสของตระกูลมอนโรล โนวาคงรู้อยู่แล้วว่าโคลไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับใคร การให้นอนด้วยกันจึงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก
โนวาไม่ได้ยื่นข้อเสนอกับเจ้าของร่าง แต่ในเกมโนวายื่นข้อเสนอกับนางเอกว่าจะช่วยสนับสนุนนางแลกกับช่วยเอาเผ่านาโตะกลับมาที่อาณาจักรและทำให้คนที่นี่เลิกเกลียดพวกเขาที
ไม่รู้ว่านางเอกทำยังไงเพราะเขายังเล่นรูทนี้ไม่จบ ตายก่อน เวร
โนวาตอบเสียงเรียบ “ข้าได้รับหน้าที่ให้ดูแลสวนแห่งนี้ ถึงท่านจะเป็นเจ้าชาย แต่ก็ไม่ควรเด็ดดอกไม้เล่น”
เอวาลินเลิกคิ้ว นึกได้ว่าสิ่งที่โนวาชอบมากคือดอกไม้ เพราะชนเผ่าของเขาขึ้นชื่อเรื่องการเอาดอกไม้มาใช้ประโยชน์มากๆ การดึงดอกไม้เล่นๆโดยไม่ได้นำมันไปใช้ประโยชน์ถือว่าดูถูกเผ่านาโตะแบบสุดๆ เจ้าตัวคงคิดว่าเขาดึงไปเล่นแน่ๆเลย ว่าแต่...ที่เจ้าของร่างให้โนวาไปหางานทำ สรุปแล้วคือคนสวนเหรอ?
“ข้าไม่ได้ดึงไปเล่นนะ!! ข้าเอาไปทำสีวาดภาพต่างหาก”เอวาลินทำหน้ามุ้ยที่โดนกล่าวหา เออ แต่วีรกรรมเจ้าของร่างก็ชวนให้คิดแบบนั้นจริงๆนั่นแหละ มันจะมีใครคิดว่าเจ้าของร่างเป็นคนดีนอกจากจักรพรรดินีกันเล่า!
“ทำสี? วาดภาพ? ท่านพูดจริงเหรอ”โนวาดูสนใจเล็กน้อย เพราะชนเผ่าของเขาค่อนข้างเก่งเรื่องนี้เลยล่ะ
“ใช่ ข้าได้ส่วนผสมดีๆมาแล้ว ขาดแค่ดอกไม้ เจ้ายอมให้ข้าเก็บดอกไม้ได้ไหม...ไม่สิ มาช่วยข้าทำสีวาดภาพเถอะ!!”ถ้าได้คนที่ชำนาญมาทำน่าจะได้สีที่มีคุณภาพดีกว่าแหงๆ ที่สำคัญโนวายังเป็นคนเดียวที่ตอนเจ้าของร่างโดนประหาร เขาเบือนหน้าหนีด้วยความไม่ชอบใจ นอกนั้นไม่นิ่งเฉยไปเลยก็ยิ้มด้วยความสะใจแทน
นับว่าเป็นคนที่ปลอดภัยที่สุด!!
จริงๆแล้วถ้าถามว่าทำไมสามีอีก 4 คนของเขาที่ไม่ได้มีอำนาจมากมายจะไปสนับสนุนให้คนๆหนึ่งขึ้นเป็นจักรพรรดินีได้ยังไง ก็ขอตอบว่ายิ่งมีผู้อยู่ข้างมากเท่าไหร่ คนผู้นั้นก็จะยิ่งมีสิทธิในบัลลังก์มากเท่านั้น บางคนไม่มีขุนนางสนับสนุนเลย แต่ได้ใจประชาชนไปเต็มๆก็ได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิก็มีมาแล้วในประวัติศาตร์ อ้างอิงความรู้จากหนังสือที่พึ่งอ่านไป แค่กๆ
แค่นับเสียงจากจำนวนเท่านั้นเอง อย่างขุนนางก็เหมือนมี 2 เสียงในตัวตั้งแต่เกิด บางคนก็ 3 เสียงถ้ามีอำนาจมากๆ ส่วนประชาชนก็ 1 เสียงทุกคน นี่เป็นระบบที่ยึดกันมาเพื่อกันไม่ให้มีคนรัฐประหารขึ้นเลยใช้ระบบคะแนนเสียงแทน แต่มันก็ไม่ได้เท่ากันขนาดนั้น เพราะขุนนางก็ยังมีจำนวนเสียงมากกว่าอยู่ดี
แต่ประชาชนก็มั่นใจไปเปราะหนึ่งว่าถ้าหากเกิดรัฐประหารขึ้น จักรพรรดิคนนั้นจะถือว่ากบฏและสามารถร่วมมือกันโค่นล้มเขาได้โดยไม่มีความผิด
“ข้ามีงานดูแลสวนอยู่ คงไปช่วยท่านไม่ได้”
เอวาลินเลิกคิ้ว“ไม่มีคนดูแลคนอื่นรึไง สวนใหญ่ขนาดนี้คงไม่ได้ให้เจ้าดูแลคนเดียวหรอกใช่ไหม”
“…”
“เงียบแบบนี้แปลว่าจริงเหรอเนี่ย!! เขาให้เจ้าดูแลสวนคนเดียวได้ยังไง แล้วคนที่เคยดูแลสวนนี้ล่ะ แล้วเจ้าได้ค่าแรงไหม”
“คนที่เคยดูแลสวนก่อนข้าบอกกับข้าว่าต่อจากนี้สวนทั้งหมดให้ข้าดูแลแทน ส่วนเขาจะคอยชี้แนะเอง ค่าตอบแทนข้าไม่ได้สักเหรียญ แต่พ่อบ้านกลับชมเขาว่าทำงานได้ดี”
เอวาลินกุมขมับ “นอกจากเขาจะปล่อยให้เจ้าทำงานคนเดียวแล้ว เขาคงรับเงินเดือนส่วนของเจ้าและบอกพ่อบ้านว่าทำงานคนเดียวแหงๆ”
“…”
“ต่อไปนี้ไม่ต้องทำแล้วนะ ต่อไปเจ้าแค่มาช่วยงานข้าอย่างเดียวก็พอ ถ้ากลัวเรื่องโดนด่า แค่ตัวติดข้าตลอดเวลาก็ได้ ไม่สิ มานอนห้องเดียวกันเลยดีกว่า!! ดูสิว่าพวกเขาจะบุกเข้ามาทำร้ายเจ้าถึงห้องนอนข้ารึเปล่า”
“แต่ข้าว่า...”
“เจ้าไม่ไว้ใจข้าสินะ ใช่! เจ้าควรไม่ไว้ใจเพราะข้าคือคนที่ไม่ควรไว้ใจที่สุดในอาณาจักรนี้แล้วล่ะ!! ใครจะร้ายกาจไปกว่าข้าได้อีก เหอะ! เออ...แต่ถ้าพวกเขากล้าบุกเข้ามาในห้องข้าจริงๆ เจ้าไม่ต้องห่วงนะ ข้าจะสร้างทางหนีฉุกเฉินไว้ให้”อะไรก็เกิดขึ้นได้เมื่อมาอยู่ในร่างนี้ ทั้งซุปเส้นผม ทั้งขนมปังขึ้นรา พวกนั้นก็กล้าเสิร์ฟมาแล้ว
“…”
“อะไรกัน เจ้าอย่าเงียบสิ ถ้าเจ้าปฏิเสธขึ้นมา นอกจากข้าจะทำสีไม่ได้คุณภาพออกมา เจ้ายังเสียดอกไม้ไปฟรีๆอีกนะ แถมโดนคนสวนคนนั้นกดขี่อีก”
พรืด!
“อุ้ป ฮ่าๆๆๆๆ”โนวาเอามือปิดหน้าแล้วหัวเราะออกมาดังลั่นจนเอวาลินหน้าเหวอ
“จะ เจ้าหัวเราะอะไรน่ะ”เขาพูดอะไรตลกตรงไหนกัน
โนวาหยุดหัวเราะก่อนจะเปลี่ยนมาระบายยิ้มแทน “ท่านช่างแปลกคนนัก ท่านเป็นคนแรกที่บอกเหตุผลในการเด็ดดอกไม้ ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่เห็นหัวข้า และคงทุบทีข้าแน่ถ้าข้าห้ามพวกเขาเด็ดดอกไม้ แถมท่านยังเอ่ยปากอยากช่วยข้า ทั้งๆที่สถานะของตัวเองก็ไม่ได้ดีนัก คนพวกนั้นชอบให้ข้าเงียบ ข้าจะได้ไม่มีปากไม่มีเสียง พวกเขาจะได้ต่อว่าข้าได้อย่างสบายใจ แต่ท่านกลับบอกให้ข้าพูด”
“เออ...มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนิ”ถ้าทุกคนมองว่าชนเผ่านาโตะเป็นคนเหมือนกัน สิ่งที่เขาทำมันไม่ได้แปลกเลย
“ท่านขอให้ข้าไปนอนด้วย ไม่รังเกียจข้าเลยรึไงกัน สีผิวของข้าไม่เหมือนท่าน ข้าเป็นชนเผ่านอกรีตนะ”
“ข้าจะรังเกียจเจ้าทำไมกัน เจ้าก็เป็นคนปกติเหมือนข้านั่นแหละ แค่จักรพรรดิคนที่ไล่พวกเจ้าออกมาสติไม่ดีเท่านั้นเอง เขาถึงได้ชวนให้คนเกลียดพวกเจ้าไปด้วย พอมันฝังหัวคนที่นี่ไปแล้ว มันก็ยากที่จะเปลี่ยนความคิดกันได้ง่ายๆ ขอแค่เจ้าไม่เกลียดตัวเองก็พอแล้ว” ส่วนเรื่องที่อยากทำให้เผ่านาโตะกลับเข้ามาที่นี่รวมถึงทำให้คนที่นี่ยอมรับคงยกให้เป็นหน้าที่นางเอกแล้วล่ะ ส่วนเขาก็ขอหนีไปใช้ชีวิตสงบๆก็พอแล้ว
โนวายิ้มกว้าง ยิ้มกว้างแบบที่ไม่เคยยิ้มให้ใครนอกจากคนในเผ่าตัวเอง “ขอบคุณนะ ขอบคุณที่ไม่รังเกียจข้า”
“ขอบคุณอะไรกันเล่า สรุปเจ้าตกลงไปนอนห้องเดียวกับข้าไหม”เอวาลินเบือนหน้าหนีอย่างเขินๆ ชีวิตนี้ไม่เคยมีใครขอบคุณเขาด้วยใบหน้าดีใจขนาดนั้นมาก่อน ที่ผ่านมาโดนกดขี่ขนาดไหนกันนะ...
“อืม...ข้าจะนอนกับเจ้า”
======================================
♡♡♡♡รายชื่อสามีที่พบแล้ว♡♡♡♡
สามีคนที่ 1 *************
สามีคนที่ 2 อัศวิน โลแกน ฮาร์
สามีคนที่ 3 *************
สามีคนที่ 4 **************
สามีคนที่ 5 ทาส โคล
สามีคนที่ 6 สามัญชัน เมดิสัน คอนวาน
สามีคนที่ 7 ชนเผ่านาโตะ โนวา