PLAN 4

1475 คำ
“ป้าครับ! เป๊บซี่ใสน้ำแข็งแก้ว” เสียงเล็กใสที่ฟังแทบจะไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิงตะโกนสั่งน้ำเสียงดัง ใบหน้าสวยแฝงความเย้ายวนกำลังงอง้ำด้วยความหงุดหงิด เพราะอากาศร้อนอบอ้าวที่พัดลมในโรงอาหารของคณะไม่สามารถจะช่วยอะไรได้เลย “นี่จ้า” ยืนรอไม่นานป้าเจ้าของร้านน้ำเจ้าประจำก็ยื่นแก้วน้ำตามที่สั่งมา พร้อมกับริมฝีปากเคลือบสีแดงสดที่ฉีกยิ้มส่งให้ “ช้านะป้า” เสียงเล็กๆ เสียงเดิมแกล้งว่า ทำท่าทางสะบัดสะบิ้งใส่พอเป็นพิธีแล้วยื่นมือไปรับแก้วน้ำพร้อมกับจ่ายเงิน ก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นดื่มอย่างกระหาย ความซ่าของน้ำอัดลมผสมกับความเย็นจากน้ำแข็งที่ได้รับ ทำให้อารมณ์หงุดหงิดจากการถูกความร้อนเล่นงานดีขึ้นมาเล็กน้อย แม้จะไม่สามารถขจัดทิ้งไปได้หมดแต่มันก็ช่วยได้มากเหลือเกินในสถานการณ์แบบนี้ “แหม…เพิ่งสั่งป้าไม่ถึงห้านาทีเลยนะลูก นี่ก็เร็วสุดๆ แล้ว ยังไม่ทันใจอีกเหรอจ๊ะหนูเนยคนสวย” ป้าเจ้าของร้านเอ่ยเย้าลูกค้าหนุ่มน้อยหน้าสวยอย่างเอาใจ ทำให้ใบหน้าที่ยังคงงอง้ำอยู่แย้มยิ้มออกมาด้วยความพอใจทันที “ปากหวานนะป้า แต่ผมเชื่อ เพราะมันเรื่องจริง” คนบ้ายอหรือ ‘เนย’ หัวเราะออกมาเบาๆ พร้อมกับยืดอกรับคำชมอย่างภูมิใจก่อนจะเอ่ยปากบอกลา “ผมไปแล้วนะป้า” “จ้าๆ แวะมาอุดหนุนป้าอีกนะลูก” เจ้าของใบหน้าสวยหันมาส่งยิ้มพิมพ์ใจให้อีกครั้งพร้อมกับโบกมือลาเป็นการส่งท้าย ก่อนจะรีบก้าวฉับๆ ออกจากโรงอาหารไป เนื่องจากเลยเวลาเข้าเรียนในช่วงคาบบ่ายไปหลายนาทีแล้ว แต่เพราะมัวแวะมาหยอกแม่ค้าคนสนิทเลยทำให้ลืมเวลาไปซะสนิท จากที่ก้าวเดินเร็วๆ ก็เปลี่ยนเป็นวิ่งอย่างรีบร้อน และไม่นานก็พาร่างของตัวเองมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องเรียนได้ในที่สุด ยืนหยุดนิ่งอยู่สักพักก็สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ก่อนจะผลักประตูห้องเข้าไปพร้อมกับการเตรียมใจที่จะโดนอาจารย์ดุอย่างเต็มที่ และทันทีที่บานประตูเปิดออกกว้างพร้อมกับการปรากฏตัวของผู้มาใหม่ ทุกสายตาก็พุ่งตรงมายังประตูห้องเป็นจุดเดียว เสียงพูดคุยที่เคยดังเซ็งแซ่อยู่ก่อนหน้าพลันเงียบลงทันควันพร้อมกันเหมือนนัดหมายเอาไว้ บรรยากาศที่เคยสดใสก็แปรเปลี่ยนเป็นอึมครึมในทันที เห็นปฏิกิริยาแบบนั้นจากเพื่อนร่วมชั้นแล้วเนยก็ได้แต่พ่นลมหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย พอลองกวาดสายตาไล่มองไปทีละนิด ทุกคนที่มองมาก็ต่างพากันหลบตาเป็นทิวแถว สิ่งที่เกิดทำเอาริมฝีปากอิ่มกระตุกยิ้มออกมาเล็กๆ ก่อนจะเลิกสนใจแล้วเดินตรงไปยังเก้าอี้ว่างที่อยู่ด้านในสุด โดยระหว่างทางที่ผ่านก็มีเสียงซุบซิบนินทาให้ได้ยินเบาๆ อยู่ไม่ขาด ‘ก็ดีแต่เห่าลับหลังล่ะวะ’ คิดในใจอย่างนึกสมเพชก่อนจะทรุดตัวลงนั่งไขว่ห้างในมาดนางพญา แล้วปรายตามองทุกคนอีกครั้งอย่างไม่ยี่หระ ไม่สะทกสะท้านต่อสิ่งที่กำลังเจอและโดนกดดัน มองมามองกลับไม่โกงอยู่แล้ว อย่าหมาหมู่ก็แล้วกัน ระหว่างที่กำลังเล่นเกมจ้องตาอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่นั้น ก็มีเสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นจากทางด้านซ้าย พอหันไปมองแล้วก็ต้องกลอกตาไปมาด้วยความเซ็งทันทีเมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงหัวเราะเป็นใคร ‘แนนนี่’ อดีตเพื่อนรักที่ปัจจุบันกลายเป็นเพื่อนชัง และพร้อมจะเล่นงานเขาให้เจ็บปวดในทุกๆ ทาง “ไปอ่อยเหยื่อที่ไหนมาล่ะถึงได้เข้าเรียนสาย” เสียงแหลมๆ ช่างฉอเลาะสำหรับคนอื่น แต่ฟังแล้วเหมือนเสียงของนางแม่มดในนิทานสำหรับเนยไม่มีผิดเอ่ยถามอย่างหาเรื่อง ใบหน้าสวยที่ถูกประทินโฉมด้วยเครื่องสำอางชั้นดีกำลังมองมาอย่างเย้ยหยัน เนยทำแค่เพียงปรายตามอง พยายามที่จะไม่สนใจให้เสียอารมณ์ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนแบบนี้ แต่นี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาจะไม่ตอบโต้ ไม่ใช่ว่ายอมแพ้หรือหวาดกลัวอะไร แต่บางทีมันก็รำคาญจนพานขี้เกียจที่จะต้องมานั่งสู้รบปรบมือ ทะเลาะเบาะแว้งกับอีกฝ่ายเป็นเด็กๆ แบบนี้ “หรือที่จริงไม่ใช่แค่อ่อย แต่ทำอย่างอื่นไปด้วยแล้ว…” แนนนี่ว่าพร้อมกับใช้สายตากวาดมองเนยตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างดูแคลน ส่วนคนที่ได้รับสายตาแบบนั้นอย่างเนยก็ทำเพียงแค่ปรายตามองอีกครั้ง พร้อมกับหยิบสมุดปากกาออกมาจากกระเป๋า ‘หมาเห่าอย่าเห่าตอบนะไอ้เนยเอ๊ย’ นึกเข่นเขี้ยวพร้อมกับนับหนึ่งถึงสิบอยู่ในใจไปพลางๆ พยายามตีสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก็คิดว่าตัวเองกำลังทำมันได้ดีอยู่แล้วเชียว ถ้าน้ำเสียงแหลมๆ เสียดแทงแก้วหูของแนนนี่จะไม่ดังขึ้นมาอีกซะก่อน “แต่ดูจากสภาพ” แนนนี่ทิ้งหางเสียงให้สงสัยพร้อมกับยกยิ้มเยาะที่มุมปาก “ก็คงจะทำไปแล้วสินะ ถึงได้ดูเหนื่อยๆ แบบนี้ ว่าแต่กับใครล่ะ” น้ำเสียงเยาะเย้ยและรอยยิ้มเหยียดหยาม ผสมกับประโยคอันแสนชวนหาเรื่องไม่จบไม่สิ้นของแนนนี่ ทำเอาคิ้วสวยของเนยกระตุกยิกๆ ไม่หยุด เส้นของความอดทนที่มีอันน้อยนิด ซึ่งเรียกว่าแทบจะเป็นครั้งแรกเลยด้วยซ้ำในชีวิตที่พยายามจะอดทน ขาดสะบั้นลงอย่างง่ายดายภายในเวลาอันรวดเร็ว ดวงหน้าที่ก้มลงทำทีเป็นไม่สนใจมาตลอดเงยขึ้นช้าๆ มือเรียวที่แกล้งทำเป็นจับนั่นจับนี่ให้วุ่นวายไปหมดจนถึงเมื่อครู่หยุดชะงักลง ก่อนจะหันไปสบตากับคนหาเรื่องนิ่งๆ แนนนี่ที่เห็นท่าทางแบบนั้นจากเนยก็แย้มยิ้มออกมาอย่างพอใจในชัยชนะของตัวเอง เธอรู้จักนิสัยของอีกฝ่ายดีพอๆ กับนิสัยของตัวเองนั่นแหละ ไม่อย่างนั้นคงไม่คบหาเป็นเพื่อนสนิทกันได้ตั้งหลายปีก่อนที่จะเกิดเรื่องนั้นขึ้นเหรอ เพราะฉะนั้นแค่วิธีที่จะทำให้เนยโมโหมันไม่ได้ยากเลยสักนิดสำหรับเธอ เนยสบดวงตาท้าทายชวนหาเรื่องของแนนนี่อยู่นาน ก่อนจะยกยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากอย่างนึกอะไรดีๆ ขึ้นมาได้ ในเมื่อชีวิตไม่สามารถจะทำตัวเป็นคนดีได้เกินห้านาทีแบบนี้ มันก็ต้องก้าวขาลงไปฟาดฟันตามคำเชิญจริงไหม เดี๋ยวเพื่อนสุดรักของเขาจะเหงาปาก และเสียความตั้งใจซะเปล่าๆ “ก็…” เนยพูดทิ้งช่วงเสียงแล้วขยับหันตัวมาเผชิญหน้ากับแนนนี่ตรงๆ “กับคนแถวๆ นี้แหละ” ปากเอ่ยพูดกับแนนนี่ก็จริง แต่สายตาของเนยกลับไม่ได้มองหน้าคู่สนทนาเลยสักนิด มันมองเลยข้ามไหล่ของอีกฝ่ายไปยังคนที่นั่งอยู่ข้างหลังแทน ขาเรียวยกขึ้นไขว่ห้าง โน้มตัวลงนั่งเท้าคางกับโต๊ะพร้อมกับส่งสายตาและรอยยิ้มยั่วยวน ทุกท่วงท่าเป็นไปอย่างแช่มช้า สง่างาม แต่แฝงความร้อนแรงและดึงดูดอยู่ในนั้นอย่างมากมายมหาศาล ทำเอาคนที่ได้รับใจสั่นรัว แรงขับเคลื่อนทางเพศพุ่งขึ้นสูงโดยที่ไม่ต้องโดนกระตุ้นอะไรให้มากความ แต่เท่านั้นมันเหมือนจะยังไม่เพียงพอกับการทำสงครามในครั้งนี้ของเนย นิ้วเรียวสวยดุจลำเทียนบรรจงกรีดไล่ตามกรอบหน้าของตัวเองช้าๆ เลื้อยต่ำลงมาผ่านลำคอระหงจนถึงคอเสื้อนักศึกษา จากนั้นก็จับแล้วขยับพัดไปมาเบาๆ ราวกับต้องการไล่ความร้อนในร่างกาย ทั้งที่อากาศภายในห้องเย็นฉ่ำ เผยให้เห็นแผ่นอกขาวภายใต้เสื้อรำไร ริมฝีปากเผยอขึ้นเล็กน้อยแล้วแลบลิ้นออกมาเลียไปมา ทุกท่วงท่าแห่งความเย้ายวนปนความร้อนแรงแบบทะลุปรอทอย่างจงใจของเนย ทำเอาคิ้วสวยของแนนนี่ขมวดเข้าหากันเป็นปมด้วยความสงสัย ก่อนจะตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ว่าเนยต้องการจะทำอะไร ลำตัวบางหันขวับทันทีด้วยความเร็ว และภาพที่เห็นก็ทำเอาอารมณ์โมโหพุ่งปี๊ดทะลุเพดาน ภาพของแฟนหนุ่มที่นั่งตาปรือปรอยราวกับคนสติหลุดลอย เคลิ้มฝัน ส่งสายตาหวานฉ่ำไปให้เนย ใบหน้าคมเข้มที่ขึ้นริ้วแดงจางๆ เหมือนสาวน้อยกำลังตกหลุมรัก ลมหายใจกระเส่าที่ได้ยินบางเบาเหมือนคนหื่นกระหายนั่น นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!!
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม