PLAN 5

1465 คำ
“อีเนย!!!” ไม่จำเป็นต้องมีอะไรให้มากไปกว่านั้น เสียงแหลมสูงของแนนนี่ก็แผดขึ้นดังลั่น ใบหน้าที่แสดงความเหนือชั้นกว่าเมื่อก่อนหน้าแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง สายตาแข็งกร้าวหันมองใบหน้าของเนยสลับกับแฟนหนุ่มที่อยู่ทางด้านหลังไปมาอย่างไม่พอใจ ก่อนจะลุกขยับตัวไปนั่งด้านข้างของคนรัก มือสอดเข้าไปคล้องแขนอีกฝ่ายอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ แล้วส่งสายตาแห่งความเป็นอริใส่เนยอย่างไม่หยุดหย่อน เนยเองก็ใช่ว่าจะยอมแพ้ส่งสายตาจิกกัดมองกลับไปเช่นกัน แถมยังส่งสายตายั่วยวนชวนขึ้นเตียงไปให้แฟนหนุ่มของแนนนี่อีกด้วย ที่ทำไปบอกเลยว่าหวังกวนประสาทกลับล้วนๆ ไม่ได้พิศวาสแฟนหนุ่มของแนนนี่แม้แต่นิดเดียว กลับกันค่อนข้างจะออกแนวขยะแขยงคนรักของแนนนี่ด้วยซ้ำไป คนอะไรมันจะแสดงออกถึงความหื่นกามหวังฟันกันได้ขนาดนั้น นี่ถ้าเขากระดิกนิ้วพยักหน้า ‘say yes’ ไอ้บ้านี่คงรีบโดดตะครุบคลุกวงในกับเขาทันทีเลยล่ะ แต่ขอเถอะ! ถึงเขาจะขี้อ่อยและแรด เขาก็เลือก!!! แต่ก่อนที่จะมีการลงไม้ลงมือเปิดเวทีมวยคู่เอกขึ้นกลางห้องเรียน อาจารย์ประจำวิชาก็เข้ามาซะก่อนพร้อมกับหอบเอกสารเตรียมการสอนมาปึกใหญ่ ทำให้ทั้งคู่ต้องยอมสงบศึกอย่างจำใจ พวกนิเทศฯ มุงทั้งหลายเองก็ต้องยอมสลายตัวอย่างแสนเสียดาย และปิดท้ายศึกครั้งนี้ด้วยการที่ต่างฝ่ายต่างสะบัดหน้าใส่กันจนคอแทบหัก หากจะถามถึงสาเหตุที่ทำให้เพื่อนรักกลายเป็นเพื่อนชังระหว่างทั้งคู่แล้วนั้น คงต้องเท้าความย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนปี 1 ตอนยังเป็นเฟรชชี่หน้าใสของรั้วมหา’ลัยชื่อดัง เพราะหน้าตา รูปร่าง ที่โดดเด่นและเสน่ห์ดึงดูดผู้คนให้เข้าหาง่ายด้วยกันทั้งคู่ จึงทำให้ทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนกันได้ไม่ยาก ด้วยมีจุดประสงค์ที่เหมือนกัน เป็นคนเด่นถ้ารวมกลุ่มกับคนเด่นๆ มันก็จะช่วยเสริมความโดดเด่น การคบกันในฐานะเพื่อนจึงเป็นไปด้วยดีแบบไร้อุปสรรค เนื่องจากไม่ว่าจะเรื่องฐานะ นิสัย รสนิยม ต่างฝ่ายต่างดูจะเข้าขากันไปได้ดีซะหมดทุกอย่าง ในช่วงนั้นไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ทำอะไร ใครๆ ก็จะได้เห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกันเหมือนเงาตามตัว เรื่องมันก็ควรจะเป็นไปได้ด้วยดีแบบนี้ตลอดไป แต่คำว่า ‘Lucky in Game and Lucky in Love’ สำหรับมนุษย์คงไม่มีอยู่จริง เมื่อวันหนึ่งต่างฝ่ายต่างได้มารู้ความจริง ว่าผู้ชายที่ตัวเองกำลังควงอยู่คือคนเดียวกัน มันก็คงจะไม่มีอะไรอีกนั่นแหละ และคงจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญที่สามารถเกิดขึ้นกันได้กับทั้งคู่ เพราะการอ่อยเหยื่อไปทั่วมันก็ต้องมีกันบ้างที่จะทับไลน์กันเป็นธรรมดา ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่ ‘อาร์ต’ อดีตเดือนคณะวิศวฯ คนดัง หากเป็นผู้ชายคนอื่นเนยเองก็คงยอมถอยง่ายๆ เหมือนอย่างที่ผ่านมา เพราะแค่หาหนุ่มหล่อสักคนมาควงเล่นๆ เพื่อเสริมความฮอตของตัวเองมันไม่ได้ยากเลย ยกเว้นกับผู้ชายคนนี้ที่หัวเด็ดตีนขาดยังไงเนยก็ไม่มีทางยอมถอยเด็ดขาด และเพราะความไม่ยอมนี่แหละสงครามเย็นจึงเริ่มเกิด จากตอนแรกที่ขอร้องด้วยคำพูดหวานหู เมื่อไม่ได้อย่างใจแนนนี่ก็เริ่มแสดงอาการไม่พอใจชัดขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายก็ถึงขั้นแตกหัก โดยก่อนที่จะบอกลาความเป็นเพื่อนซึ่งกันและกัน แนนนี่ได้ประกาศกร้าวอย่างถือสิทธิ์ว่าอาร์ตเป็นของตน หลังจากนั้น ‘สงครามแย่งผู้’ ระหว่างเนยกับแนนนี่ก็ยิ่งปะทุดุเดือดฟาดฟันใส่กันยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง เจอกันที่ไหนได้ปะทะกันที่นั่น แต่คำว่าสงครามมันจะต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่เพลี่ยงพล้ำ และคนที่พลาดไปแบบน่าเจ็บใจก็คือเนย ในช่วงที่อีกฝ่ายเหมือนจะอ่อนกำลังและถอยห่าง เนยก็นึกกระหยิ่มยิ้มย่องไปเองคนเดียวว่าชนะศึกในครั้งนี้ ไม่ได้ฉุกใจคิดเลยสักนิดว่าแนนนี่จะใช้มารยาหญิงในการโจมตี ใช้ความน่าสงสารและความอ่อนแอของเพศแม่ตอบโต้กลับมา มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ข่าวลือมั่วๆ แพร่กระจายว่อนไปทั่วคณะแล้ว ‘นี่ๆ รู้ไหมแก แก๊งเซเลปเขาแก๊งแตกแล้วนะแก’ เสียงเมาท์มอยของนักศึกษาหญิงคนหนึ่งพูดกับเพื่อนตัวเองอย่างออกรส ‘อ้าว...ทำไมล่ะ ก็เห็นรักกันดีไม่ใช่เหรอ’ ทางด้านเพื่อนเมื่อได้ยินข่าวล่ามาแรงก็ถามกลับเสียงสูง ความอยากรู้ประดับเกลื่อนอยู่เต็มใบหน้า ‘จะอะไรซะอีกล่ะ แย่งผู้ชายกันน่ะสิ’ หญิงสาวคนเดิมว่าพร้อมกับหันมองซ้ายมองขวา ราวกับกลัวว่าใครจะมาได้ยินการนินทาในครั้งนี้ ทั้งๆ ที่จงใจคุยกันเสียงดังเผื่อแผ่คนรอบข้างตั้งแต่แรก ‘ห๊ะ! จริงเหรอแก’ อีกคนได้ยินแบบนั้นก็ทำตาโตอุทานออกมาเสียงดัง ‘แหล่งข่าวยืนยันว่าชัวร์ไม่มีมั่วนิ่มย่ะ’ คนคาบข่าวมาเล่าทำจีบปากจีบคออย่างมีจริต ‘ว่าอยู่แล้วเชียว ชวนกันอ่อยผู้ชายขนาดนั้น สักวันมันจะต้องได้แย่งกันเอง’ ‘ก็ถูกของแก ฉันเองก็คิดแบบนั้น แต่ถึงอย่างนั้นยัยแนนนี่ก็น่าสงสารนะ’ ‘ยังไง ไหนเหลา’ เอ่ยปากเร่งเร้าอย่างกระตือรือร้น ‘ก็จริงๆ ยัยแนนนี่เป็นผู้หญิงหัวสมัยใหม่ พวกเปรี้ยวจี๊ดเข็ดฟันทั่วๆ ไป ไม่ได้ชอบอ่อยใครอย่างที่ทุกคนคิด แต่ที่ทุกคนมองเห็นเป็นแบบนั้นเพราะดันไปคบคนอย่างอีเนยน่ะสิ คนก็เลยพลอยมองยัยแนนนี่ไม่ดีไปด้วย แต่ยัยแนนนี่ก็รักเพื่อนไง ทนคบกันต่อไป สุดท้ายก็โดนอีเนยแย่งแฟน เพื่อนเลวไหมล่ะย่ะ’ ‘อุ๊ย! แล้วแฟนคนไหนล่ะที่อีเนยมันแย่ง’ ‘พี่อาร์ตวิศวฯ ไงแก เห็นเขาบอกกันด้วยนะ ว่าที่อีเนยมันมาเป็นเพื่อนยัยแนนนี่ก็เพราะอยากจะอัปเกรดตัวเองเป็นไฮโซ จ้องจะแย่งและมีแผนจะแทงข้างหลังยัยแนนนี่มานานแล้ว’ ‘เนี่ยละน่า...คบเพื่อนไม่ดู’ นึกมาถึงตรงนี้ริมฝีปากอิ่มได้รูปของเนยก็เหยียดตรง เขาเนี่ยนะแย่งแฟนแนนนี่ เขาเนี่ยนะจ้องจะแทงข้างหลัง และคนอย่างเขาเนี่ยนะที่เป็นคนเข้าหา แนนนี่มันก่อนเพราะอยากเป็นเพื่อนจะได้อัปเกรดชีวิตเป็นไฮโซ เหอะ! จะเอาอะไรมานินทาก็ช่วยหาข้อมูลกันสักนิดหน่อยเถอะ คนที่ยอมลดตัวลงไปเป็นเพื่อน และคนที่โดนพยายามเข้าหามาผูกมิตรมันคือเขาต่างหากล่ะ เขาเนี่ยผู้เสียหายตัวจริง แล้วคนอย่างเขาไม่จำเป็นเลยสักนิดที่จะต้องอัปเกรดชีวิตให้เป็นไฮโซ เพราะเขาเป็นอยู่แล้ว เป็นมานานมากตั้งแต่เพิ่งจะหัดแรดใหม่ๆ แนนนี่นั่นแหละคือคนที่รู้ดีที่สุด ไม่อย่างนั้นมันจะกระสันอยากเป็นเพื่อนกับเขานักเหรอ ไอ้คนที่เชื่อก็ช่างหูเบาจนอยากจะเดินเอาอะไรไปถ่วงหูให้ เขามันใช้ชีวิตบนกองเงินกองทองอยู่แล้วโว้ย!! นี่ยังไม่นับเรื่องที่แนนนี่มันไปโกหกชาวบ้านชาวช่องไปทั่ว ว่ารักกับพี่อาร์ตมานานแต่โดนเขาแทรกกลาง และอย่าโกรธเขาเลยเป็นตัวเองที่ผิดเองที่ไว้ใจเพื่อนมากเกินไป ผู้หญิงอะไรทำไมมันสตอเบอแหลได้เบอร์นี้ไม่ทราบ เขาเองก็คิดว่าตัวเองมารยาสาไถยอยู่พอตัวนะ เจอแนนนี่เข้าไปต้องขอยกนิ้วให้ ตัวแม่จริงๆ ช่างพูดออกมาได้ว่าเจอก่อน เขาได้กันกับพี่อาร์ตตั้งแต่มันยังเป็นเด็กติ่งหูโรงเรียนสตรีหลังเขานู่น และถ้าเขารู้สักนิดว่ามันจะมาตกหลุมรักพี่อาร์ตละก็ สาบานว่าจะไม่คบมันเป็นเพื่อนให้เสียเวลาชีวิต แต่แล้วยังไงล่ะ เขากับมันฟาดฟันกันแทบตายเพื่อให้ได้ผู้ชายเจ้าชู้ที่ควงไปเรื่อย สุดท้ายพี่อาร์ตดันมีตัวจริงขึ้นมาซะเฉยๆ คิดๆ แล้วก็น่าเจ็บใจชะมัด หน้าไอ้พีทนี่ลอยขึ้นมาทันที โมโหชะมัด!
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม