bc

ม่ายสาวกับคนขับรถ

book_age18+
834
ติดตาม
7.5K
อ่าน
พ่อเลี้ยง
ลึกลับ
like
intro-logo
คำนิยม

"เขา" เป็นแค่คนขับรถที่หมายปองเจ้านายสาว

ส่วน "เธอ" แม่หม้ายที่โดดเดี่ยวมานานหลายปี

ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นขึ้นแบบลับๆ จะจบลงเช่นไรโปรดติดตาม

#########################################################

“แล้วไม่คิดว่าตัวเองจะเด็กไปหรือคะ”

“เด็กกว่าแล้วไง เอวไว เร้าใจแล้วกัน” จากที่หวานๆ ซึ้งๆ เขากลับพูดจาทะลึ่ง อารมณ์พิชชาอรเปลี่ยนทันที

“ไอ้เด็กบ้า”

“ก็เด็กบ้าคนนี้แหละครับ ที่ทำคุณหมดแรงแทบทุกคืน” เขายังไม่ยอมหยุด แต่หน้าอีกคนแดงเป็นลูกตำลึงสุกแล้ว ไม่รู้ว่าเธอโกรธหรืออายแต่ธันวามองแล้วอยากแกล้งจึงก้มลงไปหอมฟอดใหญ่

“นี่ หยุดเล่นแล้วขับรถได้แล้ว ไม่งั้นคืนนี้อด” คำว่า “อด” เปรียบดังเสมือนคำประกาศิต ทำเอาธันวายึดตัวตรง มองหน้าแล้วตั้งตาขับรถอย่างว่าง่าย

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
บทนำ
๑ บทนำ ภายในห้องโดยสารรถยุโรปคันหรูกำลังแล่นด้วยความเร็วปานกลางไปตามถนนเบื้องหน้า มีเพียงเสียงเพลงสากลขับกล่อมคนนั่งเบาะหลังให้เคลิบเคลิ้มและผล็อยหลับในที่สุด จนกระทั่งเสียงทุ้มสุภาพของคนขับรถวัยยี่สิบแปดปีเรียกเจ้านายสาวเมื่อรถเคลื่อนมาจอดยังเทอเรสหน้าบ้าน “คุณนายครับ ถึงบ้านแล้วครับ” ธัน หรือธันวา เจ้าของร่างสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร ผู้มีใบหน้าหยก ผิวขาวเนียนละเอียดราวกับผู้หญิง คิ้วเข้มหนาเรียงสวย จมูกโด่งเป็นสัน ปากหนาได้รูป พอพิจารณาดีๆ หน้าตาชายหนุ่มกระเดียดเหมือนพวกดาราจีน เขาอยู่ในชุดสูทสีดำซึ่งเป็นยูนิฟอร์มตำแหน่งของคนขับรถบ้านภักดีนุกูล ด้วยความเข้มของเสื้อผ้าตัดกับผิวขาวๆ ของเขานั่นแหละยิ่งทำให้เขาดูดีออร่าจับ มีเสน่ห์เหลือร้ายทำให้ผู้คนหรือสาวๆ ในแวดวงการธุรกิจต่างก็พากันอิจฉาพิชชาอรที่มีลูกน้องหล่อเหลาไว้ใช้งานข้างกาย ด้วยความมีรูปลักษณ์ภายนอกอันหล่อเหลาและโดดเด่นนี่เอง ทำให้ใครต่อใครถึงกับคาดไม่ถึงว่าเขาจะเป็นแค่คนขับรถให้กับคุณนายพิชชาอร แม่หม้ายที่สามีด่วนจากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสองปีก่อนหลังจากแต่งงานกันได้เพียงสองปี “หืมม์ ถึงแล้วเหรอคะ” คนพึ่งตื่นถามเสียงงัวเงียขณะกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับแสงให้คุ้นชินกับแสงไฟเปิดสว่างโร่ ดวงตากลมโตหวานซึ้งหันมองผ่านกระจกใสไปยังเบื้องหน้า บ้านหลังใหญ่สองชั้นบนพื้นที่ 238 ตารางวา พ่อกับแม่สร้างให้เพื่อเป็นของขวัญในวันแต่งงานกับอดีตสามี และเป็นเรือนหอของบุตรสาว “ครับ” เสียงดังอู้อี้คล้ายคนคัดจมูกตอบเสร็จก็รีบกุลีกุจอเดินลงเพื่อไปเปิดประตูรถให้เจ้านายสาวร่างแบบบางในเสื้อคลุมแขนยาวสีครีมเข้ารูป สวมคู่กับกระโปรงทรงสอบเอวสูงสีเดียวกัน “ขอบใจจ้ะ” เมื่อทรงตัวบนพื้นได้ พิชชาอรก็หันมาขอบคุณคนขับรถที่มีอายุน้อยกว่าเธอถึงสี่ปี ธันวาผ่านการคัดเลือกมาเป็นคนขับรถประจำตัวให้เธอเมื่อสองปีก่อน หลังจากอดีตสามีพร้อมกับคนขับรถเสียชีวิตกะทันหัน โดยให้ทดลองงานอยู่แค่สองอาทิตย์ ซึ่งตอนแรกพิชชาอรไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวเขานัก ด้วยอายุ รูปร่างหน้าตา ของเขาไม่มีส่วนไหนเหมาะกับการมาเป็นคนขับรถสักนิด ถ้าสมัครเป็นดารานายแบบก็ว่าไปอย่าง แต่ในช่วงระหว่างทดลองงาน ธันวาทำหน้าที่คนขับซึ่งก็ทำได้ดีจนเธอคาดไม่ถึง เขาดูมีประสบการณ์ ขับรถได้นิ่งนั่งสบาย ใจเย็น รู้สึกปลอดภัยควบคุมอารมณ์ได้ดี ไม่หัวร้อนเมื่อต้องเจอสถานการณ์ชวนปวดประสาท และยังรู้จักทุกซอกทุกซอยในพื้นที่กรุงเทพฯ เมืองขึ้นชื่อว่ารถติดมากที่สุด แต่เจ้าตัวยังพาเธอลัดเลาะไปถึงจุดหมายได้อย่างรวดเร็วกว่าปกติเกือบหนึ่งชั่วโมง นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เธอตัดสินใจเลือกธันวา นานวันเข้าหัวใจเธอกับรู้สึกแปลกๆ ยามเมื่อเผลอสบกับดวงตาเรียวรีสีสนิมเปี่ยมด้วยเสน่ห์ของบุรุษเพศที่เปล่งประกายวิบวับแปลกๆ ทั้งยามเขาดูแลตามหน้าที่และยามเขาส่งยิ้มละมุนละไมให้เธอนั่นอีก ความรู้สึกที่ไม่พานพบคุ้นเคยมาก่อน อยู่ๆ ก็แพร่กระจายไปทั่วห้วงความคิดหญิงสาว ราวกับว่าการมีอยู่ของชายหนุ่มมันทำให้แม่หม้ายอย่างเธอรู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจอยู่ทุกวัน เธอคงไม่ได้ชอบลูกน้องตัวเองหรอกนะ “ครับ” เขายิ้มให้กับหล่อน เป็นจังหวะเดียวกันธันวารู้สึกถึงแรงสั่นไหวในอกข้างซ้ายเพราะรอยยิ้มสดใสส่งตรงมาถึงเขา คุณนายพิชชาอรมักจะแจกรอยยิ้มสดใสให้แก่คนรอบข้างเสมอ เรื่องนี้เขารู้ดี ทว่าธันวากับไม่ชินเสียทียามเจ้าหล่อนยกมุมปากขึ้นยิ้มจนแก้มบุ๋ม ดวงตากลมโตทั้งสองข้างหรี่ลงจนเหลือครึ่งดวง ก่อนจะเผลอมองหน้าหญิงสาวไปมากกว่านี้ก็มีเสียงหญิงวัยกลางคนวิ่งพาร่างอวบอ้วนเข้ามารับคุณนายของบ้าน “ป้าคั้นน้ำส้มไว้ให้แล้วนะคะ คุณพิชชา” ป้าแต๋น แม่บ้านรับกระเป๋าเอกสารมาถือไว้อย่างรู้งาน “ขอบคุณค่ะ” “ส่วนธัน กลับไปพักผ่อนได้แล้ว เอ๊ะ ไม่สบายหรือเปล่าคะ จมูกแดงๆ หน้าก็ซีดๆ” เธอท้วงเมื่อสายตาเหลือบเห็นคนขับรถสีหน้าไม่ค่อยดีนัก ตอนเขาไปรับเธอยังที่ทำงานก็ไม่เห็นซีดแบบนี้นี่นา ไวเท่าความคิด เจ้านายสาวจึงขยับเข้าไปใกล้ร่างสูง เขย่งปลายเท้ายื่นหลังมือไปแตะหน้าผากรุมๆ ค่อนไปทางอุ่นเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อย คนที่ยืนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกจึงเป็นธันวาแทน ใบหน้าหวานอยู่ห่างจากเขาเพียงแค่ไม่กี่นิ้ว กลิ่นหอมอ่อนๆ จากน้ำหอมราคาแพงลอยเข้าปะทะจมูก คนหน้าแดงอยู่แล้วยิ่งแดงไปอีกราวกับลูกตำลึงสุก “ตัวร้อนนะคะ แถมหน้าก็แดง สงสัยไข้ขึ้นแน่ๆ ไปหาหมอไหมคะ เดี๋ยวฉันให้ลุงพลพาไป” เธอก้าวถอยหลังกลับไปเล็กน้อยพลางไล่สายตาสำรวจคนตัวสูงด้วยความเป็นห่วงอย่างไม่ปิดบัง ทำเอาคนที่ใจสั่นอยู่แล้วใจเต้นแรงเข้าไปอีก เพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ทำเอาเขาถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องเพราะความใกล้ชิดแบบไม่ทันตั้งตัว โชคดีป้าแต๋นวิ่งเข้าไปในบ้านแล้วจึงไม่เห็น ไม่อย่างนั้นมันคงไม่ดีแน่ถ้าใครมาเห็นเข้า เขาไม่อยากให้เธอถูกใครว่าเสียๆ หายๆ “ผมไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เลยเป็นหวัด พักผ่อนแป๊บเดียวก็หายแล้วครับ” แม้จะรู้สึกหนักหัวอยู่ไม่น้อยแต่ก็ไม่อยากให้เจ้านายสาวเป็นห่วงเขามากนักและไม่อยากรบกวนลุงกัมพล คนสวนที่ตอนนี้กำลังรดน้ำต้นไม้ในสวนหลังบ้าน แม้จะไม่เห็นด้วยตาแต่เวลานี้เป็นเวลารดน้ำต้นไม้ภายในบ้านนี้ เขารู้ดี “ถ้างั้นเดี๋ยวฉันบอกน้าสาทำข้าวต้มกับยาลดไข้ไปให้ กินแล้วรีบนอนพักผ่อนละ” จะด้วยสาเหตุอะไรไม่รู้มันทำให้เธอรู้สึกเป็นห่วงคนตรงหน้ามากกว่าที่ควรจะเป็น หรือเพราะใบหน้าขาวๆ ที่แดงด้วยพิษไข้อย่างน่าสงสารนั่นกันนะ “ขอบคุณครับ แต่คุณพิชชาไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้นะครับ ผมเกรงใจ” ประโยคหลังเสียงอู้อี้ในลำคอไม่เต็มเสียงนัก แต่ทำให้คนฟังชักสีหน้าเพราะความเกรงใจเกินเหตุไม่เข้าเรื่องของคนตรงหน้า ป่วยขนาดนี้แล้วยังทำเป็นเก่ง “เกรงใจทำไมคะ ฉันแค่ใช้ปากสั่ง ไม่ได้เป็นคนทำเองสักหน่อย เอาเถอะ รีบกลับไปพักผ่อนเถอะจ้ะ” “ครับ” ชายหนุ่มรับคำอย่างว่าง่ายเพราะเกรงสายตาคู่กลมโตดุๆ แบบเมื่อครู่นี้อีก ได้ยินดังนั้นร่างแบบบางก็หันหลังเดินเข้าบ้าน ธันวาจึงเดินกุมศีรษะที่ปวดตุบๆ ไปยังด้านหลัง บ้านพักสำหรับคนงานซึ่งเป็นห้องแถวห้าห้องเรียงติดกัน นิ้วเรียวยาวกดเปิดสวิตช์ไฟให้ความสว่าง ภายในห้องไม่กว้างแต่ก็ไม่เล็ก ด้านซ้ายมือเป็นเตียงห้าฟุต ห่างออกไปสี่ก้าวคือตู้เสื้อผ้าที่อัดแน่นไปด้วยยูนิฟอร์มประจำคนขับรถ และถัดจากตู้ไปนั้นคือประตูพาไปสู่ห้องน้ำ ทันทีที่ถึงห้อง เจ้าของร่างสูงก็ถอดรองเท้า ล้มตัวลงนอนโดยไม่เปลี่ยนแม้กระทั่งชุด ช่วงเช้าในวันถัดมา พิชชาอรในชุดทำงานเรียบๆ ทว่ากับดูดีเมื่อสวมอยู่บนเรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นอย่างเธอ เดินถือกระเป๋าพร้อมแม่บ้านคนสนิท แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อวันนี้คนขับรถเปลี่ยนเป็นลุงพลซึ่งตอนนี้กำลังใช้ผ้าเช็ดรถพลางผิวปากตามประสาคนขี้เล่น คิ้วเจ้านายสาวก็ขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความสงสัยทันที “ทำไมวันนี้ลุงพลมาขับรถล่ะคะ” “อ้าว คุณพิชชามาแล้วหรือครับ วันนี้ลุงมาขับแทนเจ้าธันครับ พอดีเมื่อเช้ามันวานให้ลุงมาทำหน้าที่แทนหนึ่งวัน เห็นบอกว่าไข้ขึ้นคงขับรถให้คุณไม่ไหว อีกอย่างมันเกรงว่าคุณพิชชาจะติดไข้จากมันครับ” คำตอบของกัมพลทำเอาเจ้านายสาวนึกเป็นห่วงเขาอยู่ไม่น้อย เมื่อวานเธอสั่งน้าสาทำข้าวต้มกับยาลดไข้ไปให้กินแล้วทำไมอาการยังไม่ดีขึ้นอีกนะ “ป้าแต๋นคะ ยังไงก็ไปดูธันหน่อยนะคะ ถ้าอาการหนักก็ให้ลุงพลขับรถพาไปหาหมอ วันนี้พิชชามีประชุมช่วงบ่ายๆ ค่อยวนรถไปรับก็ได้ค่ะ” “ได้ค่ะ ป้าก็ว่าจะไปดูเจ้าธันมันสักหน่อย อยู่คนเดียวคงไม่มีใครหาข้าวหาหยูกยาให้กิน” ใบหน้าเหี่ยวย่นของแม่บ้านวัยกลางคนแสดงออกด้วยความสงสารยามที่พูดถึงคนขับรถหนุ่ม เสียงพลิกหน้ากระดาษพรึบพรับดังขึ้นตลอดวันจนเลขาเกิดอาการสงสัยเจ้านายสาวที่นั่งอ่านแฟ้มเอกสารสัญญาการซื้อขายนานร่วมสองชั่วโมงแล้ว ปกติพิชชาอรอ่านแค่สิบนาทีก็เข้าใจโดยละเอียด แต่วันนี้ไม่รู้ทำไมเอกสารแค่ไม่กี่หน้าเธอกับนั่งอ่านมันด้วยใบหน้าเคร่งเครียดแถมพลิกไปมาราวกับคนไม่เข้าใจเนื้อหา จะเดินเข้าไปทักก็ไม่กล้าเลยได้แต่นั่งมองผ่านกระจกใสอยู่หน้าห้องอย่างห่วงๆ ตลอดวันในการทำงานพิชชาอรกระวนกระวายใจกับอาการป่วยของลูกน้องหนุ่มหล่อที่ตอนนี้เลยเที่ยงไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วเธอยังไม่ได้ข่าวคราวของเขาเลยสักนิด ไม่รู้ป่านนี้ลุงพลจะกลับไปรับเขาส่งโรงพยาบาลหรือยัง ข้าวปลาตกถึงท้องไหมก็ไม่รู้ ปกติเธอกับเขาต้องเจอหน้ากันทุกวันไม่เว้นแม้กระทั่งวันหยุด แต่นี่เพียงแค่ไม่เห็นหน้าเขาแค่วันเดียวเธอก็ไม่เป็นตัวของตัวเองแล้ว ให้ตายสิ หยุดคิดถึงคนขับรถตัวเองไม่ได้ ภายในรถห้องโดยสาร วันนี้เงียบสงบไร้เสียงเพลงที่เคยเปิดขับกล่อมยามเจ้านายสาวนั่งเบาะหลัง คนสวนที่วันนี้กระโดดมาเป็นสารถีคนขับรถนั่งเมียงมองพิชชาอรผ่านกระจกมองหลังด้วยความแปลกใจกับอาการของเจ้านายสาว เธอนั่งนิ่งประสานมือทั้งสองข้างตรงตัก ใบหน้าเคร่งเครียดราวกับกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่างจนทำให้บรรยากาศบนรถค่อนข้างอึดอัดไปถนัดตา ส่วนเขาเองก็แทบจะกลั้นเสียงหายใจไม่ให้หลุดเล็ดลอดดังรบกวนเธอ “วันนี้พาธันไปหาหมอเป็นไงบ้างคะ” ในที่สุดเธอก็กลั้นใจถามออกไปหลังจากตัดสินใจอยู่นาน เพราะขืนเธอแสดงอาการเป็นห่วงเป็นใยเขาคนนั้นออกนอกหน้าเกินเหตุแลดูจะไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมเท่าไหร่นักจึงต้องคิดแล้วคิดอีกและต้องพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ “อ่อ ไม่ได้ไปหรอกครับ เจ้าธันมันดื้อไม่ยอมไปท่าเดียว บอกแค่ว่ากินยาพักผ่อนวันสองวันเดี๋ยวก็หาย นี่ผมก็พึ่งบังคับให้มันเช็ดตัวก่อนมารับคุณพิชชานี่เองครับ ถ้าไม่ไปบังคับก็เอาแต่นอนท่าเดียว” กัมพลหรือลุงพลบ่นแกมระอากับความดื้อด้านหนุ่มรุ่นคราวลูกที่รู้สึกเอ็นดูเป็นพิเศษ เขารู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่น่าจะใช่คนขับรถทั่วไปแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง ผิวพรรณ ความรู้ความสามารถ กิริยามารยาทและท่าทางที่อ่อนน้อมสุภาพราวกับคนได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาจากครอบครัวที่มีพื้นฐานที่ดีเยี่ยม ซึ่งเขาเองรู้เพียงแค่ว่าธันวาอยู่ตัวคนเดียว พ่อแม่เสียชีวิตทั้งคู่ และไม่มีญาติคนอื่นอีกเลย ฟังแล้วหดหู่ใจ “แล้วอาการดีขึ้นไหมคะ” “ไข้เริ่มลดลงแล้วครับ ผมให้ทานยาทุกๆ สี่ชั่วโมง แม่แต๋นก็ทำข้าวต้มมาให้ทาน สีหน้าก็ดูมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างแล้วครับ” เมื่อได้พูดคุย กัมพลก็เริ่มหายจากอาการอึกอักไปบ้าง พอได้ยินดังนั้นสิ่งที่กังวลมาตลอดทั้งวันก็คลายออกอย่างโล่งใจ แม้จะรู้สึกขัดใจก็ตรงเขาดื้อไม่ยอมไปหาหมออยู่บ้างก็เถอะ “ค่ะ ลุงพลคะ แวะจอดรถที่ห้าง xxx ทีนะคะ จะลงไปซื้อของสักหน่อยค่ะ” “ครับ คุณพิชชา”

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

พลาดรักนายคาสโนว่า

read
23.3K
bc

เมียแต่งที่คุณไม่เคยต้องการ

read
20.9K
bc

ยั่วรัก หม้ายสาวสายแซ่บ

read
22.7K
bc

บำเรอรักขัดดอก

read
2.8K
bc

Secret Love ซ่อนรักคุณหมอมาเฟีย

read
1.4K
bc

พี่สามีอย่ารังแกข้า

read
5.5K
bc

แอบเสียวจนได้ผัว (NC20+)

read
60.4K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook