เพื่อนวัยเด็ก
“ปืนขอได้ไหมเชอ..”
“..ขออะไร”
“จูบแรกของเชอ ปืนขอนะ” ปืนในวัย15ปีพูดแบบนั้นกับฉันในตอนที่เราสองคนอยู่ในห้องนอนของเขาสองต่อสอง
เราเป็นเพื่อนกัน..
..รู้จักกันมานาน เขามักจะขอสิ่งของต่างๆจากฉันถ้าเขาถูกใจหรือชอบ แต่นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาเริ่มขอบางอย่างจากร่างกายฉัน
…
..
โรงเรียนมัธยมปลายสิริปัญญา
ชั้นม.6 ห้อง1
12:30 น.
“อีกไม่กี่อาทิตย์พวกเราก็จะเข้ามหาลัยกันแล้วอะ ตื่นเต้นเนอะ” นาวาเพื่อนผู้หญิงให้กลุ่มหันมาพูดกับฉันด้วยท่าทางตื่นเต้น
“ตื่นเต้นอะไรวะ ยังไงก็ได้เจอกันอยู่ดี” นาวีเพื่อนผู้ชายในกลุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆนาวาก็หันมาพูดเสริม สองคนนี้เป็นพี่น้องฝาแฝดกันที่ชอบเถียงกันทุกครั้งที่ว่าง อย่างเช่นตอนนี้..
“เจออะไร ไม่ได้บอกว่าจะเรียนคณะเดียวกันสักหน่อย เนอะเชอ” นาวาถามฉัน แต่เรื่องนั่นทำไมเธอต้องพูดมันตอนนี้ด้วย..
..ฉันเหลือบตามองคนข้างๆ ซึ่งเขาก็เหลือบมองฉันเหมือนกันทันทีที่คำพูดของนาวาจบ เขาก็เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเป็นเชิงถาม
“หมายความว่าไงหรอเชอ” ปืนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเนือยๆเฉื่อยๆตามนิสัยของเขา ส่วนปืนคือเพื่อนสมัยเด็กเขาคือเพื่อนคนแรก คือจูบแรกและเป็น..
..รักแรกของฉันด้วย
“คือ..” ฉันเว้นไว้แค่นั้นก่อนจะเม้มปากเป็นเส้นตรงและพยายามหาทางแก้ตัว
..ฉันกับปืนเราไม่เคยห่างกันเลย เรื่องเรียนก็เช่นกันไม่ว่าฉันจะย้ายหรือเขาจะย้ายโรงเรียนไหนฉันก็ต้องตามเขาไปด้วย
“อ้าวว..เชอไม่ได้บอกไอ่ปืนมันหรอว่าจะเข้านิเทศอะ” ก็เป็นนาวาอีกที่เผยความลับทุกอย่างออกไป แต่ฉันก็แค่คิดไว้และกำลังตัดสินใจ
จริงๆไม่ได้ตั้งใจจะบอกนาวาหรอกแต่ตอนที่ส่งใบประเมินการเรียนต่อให้กับครูประจำชั้นนาวาดันมาเห็นน่ะสิว่าคณะอันดับหนึ่งที่ฉันเลือกไว้คือคณะนิเทศ ส่วนปืนน่ะเลือกบริหาร
“นิเทศหรอเชอ ปืนไม่ได้บอกเชอหรอว่าเราจะเข้าบริหารกัน” น้ำเสียงนั้น..ปืนกำลังหงุดหงิดพร้อมกับกำลังจะงี่เง่าควบคู่มาด้วย
“อย่างี่เง่าดิปืน” ฉันพยายามพูดออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ใจจริงฉันกลัวนะปืนน่ะถึงจะเป็นคนนิ่งๆเงียบๆแต่จริงๆเขาเป็นคนขี้หงุดหงิดและโมโหร้าย
“ปืนงี่เง่าหรอ ก็คุยกันไว้ซะดิบดีแต่กลายเป็นว่าปืนงี่เง่า?” มันก็ใช่ที่ว่าเราคุยกันไว้แต่ก็แค่คุยฉันยังไม่ได้ตกลงอะไรเลย
“เชอก็แค่เขียนไว้ว่าสนใจนิเทศอันดับหนึ่งแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะยื่นเข้าสักหน่อย” ฉันเอ่ยแก้ตัว นาวาและนาวีที่นั่งฟังอยู่ด้านหน้าสองคนนั้นรู้ดีแล้วว่าตอนนี้บรรยากาศมาคุจึงพากันหันหน้ากลับไป
“แล้วแต่เลยเชอ อยากทำไรก็ทำ!”
ตึง!
พูดจบปืนก็กระแทกเก้าอี้อย่างรุนแรงจนเพื่อนในห้องเรียนคนอื่นเริ่มหันมามอง ก่อนจะเดินกระแทกท้าปึงปังออกจาห้องเรียนไป
เฮ้อ เขาก็มักจะเป็นแบบนี้..
“มันงอน” นาวีพูดออกมา
“อืม”
“เธอต้องไปง้อ ถ้าไม่รีบเดี๋ยวมันก็ทำตัวงี่เง่าเหมือนตอนนั้นอีก”
“ไม่เห็นต้องไปง้อเลย ทำตัวเอาแต่ใจอยู่ได้ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้” นาวาเห็นต่างพร้อมกับพูดออกมาแล้วเบะปากมองบน
อืม..เหมือนนาวาจะไม่ค่อยชอบบางนิสัยของปืนเท่าไหร่ แต่ฉันน่ะค่อนข้างจะชินถึงจะมีรับมือยากไปบ้างก็ตาม
“เงียบปากไปเหอะวา ที่มันงอนก็เพราะมึงนั่นแหละปากมาก!”
“ก็กูจะรู้ปะ ก็คิดว่าเชอบอกปืนมันแล้วอะ”
“เดี๋ยวมานะ” ในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังเถียงกันฉันก็เอ่ยขัดขึ้น มีเพียงนาวีคนเดียวที่ทำหน้าเข้าใจส่วนนาวา..
“จะไปง้อมันทำไมวะเชอ ปล่อยมันไปเหอะคนแบบนั้นน่ะ”
“อือ เดี๋ยวมา” ฉันตอบรับไปอย่างนั้นส่วนนาวาก็ทำหน้าบึ้งทันทีคล้ายว่างอนแต่ช่างนาวาก่อนเพราะนาวาน่ะง้อง่ายกว่าปืน ฉันจึงลุกขึ้นเดินออกจากห้องเรียนแล้วตรงไปยังสถานที่ประจำของเรา..
..ดาดฟ้าโรงเรียน
ฉันเดินมาถึงชั้นบนสุดของอาคารม.6 มันเป็นดาดฟ้าที่มีเพียงแค่ฉันกับปืนเท่านั้นที่เข้ามาได้ ปืนซ่อนกุญแจไว้กับตัวน่ะเขาบอกว่าอยากให้มันเป็นแค่สถานที่ของเราสองคน
“มาทำไม” ปืนนอนอยู่ที่ม้านั่งตัวยาวสองมือหนาประสานกันแล้ววางไว้ที่หัวเพื่อที่เป็นที่หนุนชั่วคราว ฉันนั่งลงตรงที่ว่างตรงเหนือหัวเขาดูเหมือนปืนจะรับรู้ถึงการมาของฉันได้เขาจึงถามออกมาทั้งที่ยังหลับตาอยู่
“มาง้อ” ฉันพูดออกไป มือบางก็จับผมของเขาเล่น มันนุ่มสลวยกว่าผมผู้หญิงบางคนอีก
ปืนไม่พูดอะไรแต่สีหน้าเขาผ่อนคลายและดูเพลินที่ฉันเล่นผมของเขา ปืนจึงเอามือทั้งข้างที่รองหัวไว้ออกก่อนจะค่อยๆขยับตัวขึ้นมาแล้วหนุนตักฉันแทน
“นี่ง้อแล้ว?” เขาถาม
“อืม ไม่ชอบ?”
“ชอบ แต่อยากได้อย่างอื่น”
“จะเอาอะไร” ฉันถามออกไป และฉันก็มักจะเป็นแบบนี้ตามใจปืนมาตลอดไม่เคยขัดอะไรเขาสักอย่างอยากได้อะไรก็หามาให้เรื่อยหรือแม้แต่ถ้าเขาไม่ชอบให้ฉันทำอะไรฉันก็จะไม่ทำ..
..อย่างเช่นการไว้ผมยาว ฉันถึงได้ผมสั้นมาตลอดตั้งแต่มา.1 จนถึงตอนนี้
“จูบหน่อย” ปืนลืมตาขึ้นมองหน้าฉันแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงติดอ้อน
..ฉันนิ่งไปนิดหน่อยก่อนจะมองตาเขาตอบ และพอเห็นฉันนิ่งไปนานปืนก็พูดขึ้นมา
“ไหนว่ามาง้อ..แค่ลูบหัวไม่หายโกรธหรอกนะ” ฉันขำเบาๆในลำคอและเหมือนการขำของฉันจะสร้างความสงสัยให้ปืนเขาทำเหมือนจะเอ่ยปากถามแต่ในจังหวะนั้นฉันจึงก้มลงจูบปิดปากเขาไปก่อน
ปืนค่อนข้างเจนจัดเรื่องแบบนี้ตอนแรกฉันก็ตามเขาไม่ทันแต่ก็ซึบซับและเรียนรู้จากเขามาอีกที สำหรับปืนเพื่อนจูบกันได้แน่นอนว่าเราไม่ได้เป็นอะไรแต่ก็ทำเรื่องอย่างนี้ด้วยกันบ่อยคล้ายว่าเป็นเรื่องปกติ
แต่ถึงเราจะทำอย่างนี้กันบ่อย แต่ฉันก็ไม่เคยชิน ไม่ชินเลยสักครั้ง มันจะชินได้ยังไงในเมื่อฉันชอบเขา..
..ชอบอยู่ข้างเดียวมาตลอดหลายปี
การทำแบบนี้มันยิ่งตอกย้ำตัวเองและมันยิ่งทำให้ฉันถอนตัวไม่ขึ้น และฉันมันก็ขี้ขลาดเกินกว่าจะบอกความรู้สึกตัวเองออกไป
..กลัวน่ะสิ กลัวว่าถ้าบอกไปแล้วแล้วเขาไม่คิดเหมือนกันแล้วเราสองคนจะเป็นยังไง ถ้ามันต้องไม่เหมือนเดิมหรือทำให้เราต้องห่างกันฉันขอเป็นแบบนี้ไปตลอดดีกว่า..
..อืม ฉันคิดอย่างนั้นจนกระทั่งสองอาทิตย์ต่อมา
…
..
.