บทนำ
บทนำ
Hot Engineer พ่ายรักรุ่นพี่
คอนโดของซีนอส
“หนหวยเด้! (หงุดหงิดฉิบหาย!) ”
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาลูกครึ่งไทย - เยอรมนีสบถเป็นภาษาอีสานด้วยท่าทางหัวเสียในตอนที่เปิดประตูเข้าไปในห้องพักของคอนโดหรูหราที่ตั้งอยู่หลังมหาวิทยาลัยชื่อดังของจังหวัดขอนแก่น เขาสะบัดรองเท้าผ้าใบเปื้อนฝุ่นที่หิ้วมาจากเยอรมนีให้ลอยไปชนผนังห้องจนมันกระเด็นไปคนละทิศทาง จากนั้นก็โยนกุญแจรถบิ๊กไบก์ทิ้งลงบนโต๊ะ
ที่หงุดหงิดเพราะสามชั่วโมงก่อนเขาแค่แวะไปเอาของที่ห้องเพื่อนที่อยู่อีกฝั่ง ขากลับดันถูกกลุ่มนักศึกษาต่างสถาบันขับรถมาดักรอหาเรื่อง ทำให้เขาโดนพวกมันรุมสามต่อหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เกรงกลัว เขาใช้เทคนิคการต่อสู้ที่เคยเรียนเทควันโดและเรียนเพิ่มเติมกับ ‘พี่เขย’ ที่กรุงเทพในการป้องกันตัว
แต่จังหวะที่กำลังจะเอาเลือดหัวพวกมันออก จู่ๆ แขกไม่ได้รับเชิญในชุดสีกากีมีดาบประดับบนบ่าก็ขับรถมาพร้อมเป่านกหวีดเป็นทางยาว ทำให้จุดจบของเขากับพวกมันทั้งสามได้ขึ้นไปนั่งสงบสติอารมณ์ในห้องแอร์เย็นฉ่ำของสถานีตำรวจ
แย่ไปกว่านั้นคือเรื่องไปถึงหูผู้ปกครองของเขา เพราะตำรวจทำหน้าที่เป็นผู้หวังดีโทรรายงานพฤติกรรม ทั้งๆ ที่เขาไม่ต้องการความหวังดีนั้น
ครืดด~ ครืดดด~
“กูแกล้งตายได้ไหมวะ” ซีนอส พึมพำอีกครั้งเมื่อหยิบโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดที่หน้าจอแตกร้าวจากเหตุการณ์เมื่อครู่ออกมาดู เพราะรายชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอคือ ‘ลุงซัน’ หรือพี่ชายพ่อ ที่เป็นคนเลี้ยงดูเขาแทนพ่อแม่ที่จากไปด้วยอุบัติเหตุตั้งแต่เจ็ดขวบ
“ผมไม่ได้เริ่ม” มือหนากดรับสายและเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทัน สองเท้าก้าวเดินไปคว้าบุหรี่ราคาแพงบนโต๊ะเดินออกไปที่ระเบียงห้องพัก
(เฮ้ออออ สามรอบแล้วซีนอส ลุงบอกแล้วใช่ไหมว่าเข้าออกสถานีตำรวจบ่อยไม่ดี อยากมีพ่ออีกคนเป็นตำรวจเหมือนฟารันรึไง)
“ลุงก็พูดไป ตอนนี้พี่เขยผมกินเจแล้วนะ”
(เอาเป็นว่าอย่าให้มีแบบนี้อีก เข้าใจว่าเป็นวัยรุ่นแต่เรื่องแบบนี้หยุดได้หยุด ถ้าเกิดต่อยตีกันจนถึงขั้นชีวิตจะทำยังไง อนาคตยังอีกยาวไกลนะซีนอส อย่าเอาอนาคตมาทิ้งเพราะเรื่องแบบนี้ มันไม่คุ้ม)
“...”
(ซีนอส ได้ยินที่ลุงพูดไหม)
“ดึกแล้ว ผมไปนอนก่อนนะ ฝันดีครับลุง”
(ดึกอะไร เพิ่งหกโมงเย็น...)
ชายหนุ่มไม่สนใจฟังสิ่งที่ผู้เป็นลุงพูด เขาเลื่อนโทรศัพท์ออกจากใบหูกดวางสายอย่างที่ชอบทำเวลาโดนบ่น มือหนายกบุหรี่ขึ้นจุดสูบ พ่นควันสีเทาให้ลอยคละคลุ้งไปตามอากาศ
“พวกเวร” เขาสบถอีกครั้งเมื่อใช้นิ้วโป้งสัมผัสมุมปากที่แตกจนมีเลือดซึม ก่อนจะตัดสินใจดีดก้นบุหรี่ให้ดับโยนทิ้งก้าวเดินไปคว้ากุญแจรถบิ๊กไบก์ ใส่รองเท้าผ้าใบ เดินออกจากห้องพัก
“เฮ้ย! แกอยู่คอนโดเดียวกับพี่ซีนอสเหรอ”
“ก็เคยบอกแล้วแต่ไม่มีใครเชื่อ แต่ไม่รู้นะว่าพี่ซีนอสอยู่ชั้นไหน น่าจะห้องไทป์ใหญ่สุดละมั้ง”
“ไปสืบเดี๋ยวนี้!”
“สืบทำไม ไปถามเลยไหม”
“ไม่กล้า พี่เขาหล่อเกินไป ฉันเขิน”
ซีนอสไม่ได้สนใจกลุ่มผู้หญิงที่กำลังพูดถึงตัวเองเพราะเขาได้ยินจนชินอีกอย่างวันนี้อารมณ์ไม่ค่อยดี ร่างสูงก้าวขาไปคร่อมรถบิ๊กไบก์ราคาแพงที่จอดอยู่ข้างรถ Audi R8 Coupe V10 GT RWD อีกคันของตัวเองที่ใช้สกิลการหลอกล่อและออดอ้อนผู้เป็นตากับยายที่อยู่เยอรมนีให้ซื้อให้ เพียงแค่คันนี้ไม่ค่อยได้ใช้ ส่วนมากเขาจะใช้บิ๊กไบก์ซะมากกว่า
บรื้นนน~
เสียงรถบิ๊กไบก์ดังกระหึ่มในตอนที่ซีนอสขับออกไปจากคอนโด ท่ามกลางสายตาของผู้หญิงกลุ่มนั้นที่ยังคงมองมาด้วยท่าทางสนใจ
เวลาช่วงเย็นนี้ที่หลังมหาวิทยาลัยค่อนข้างวุ่นวายเพราะนักศึกษาหลายๆ คนต่างออกจากห้องพักเพื่อมาหาอะไรทาน ซีนอสจึงเลี่ยงความวุ่นวายด้วยการขับรถไปที่ถนนอีกเส้น เป็นเส้นทางที่ไม่ค่อยมีคนใช้เพราะรอบๆ ถนนเต็มไปด้วยต้นไม้และหญ้าสูง แสงไฟตามท้องถนนก็ไม่ค่อยมี ทำให้พื้นที่ตรงนี้ค่อนข้างเปลี่ยว
แต่เขาไม่ได้กลัว เพราะใช้ถนนเส้นนี้บ่อยจนชิน
ครืดด~ ครืดดด~
โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของชายหนุ่มส่งเสียงร้องดังขึ้น เขาหลุบมองทั้งๆ ที่ยังขับรถด้วยความเร็ว เพราะมั่นใจว่าข้างหน้าไม่มีรถขับผ่าน มือหนารีบล้วงหยิบออกมาดู เขาสนใจโทรศัพท์จนไม่ได้สังเกตว่ามีคนยืนโบกมือขอความช่วยเหลืออยู่ริมถนน
“พี่คะ ช่วยด้วย...” หญิงสาวเจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มชะงัก กลืนคำพูดที่เหลือลงลำคอ ดวงตากลมโตราวกับตุ๊กตามองตามรถบิ๊กไบก์ที่ขับผ่านไปอย่างไร้เยื่อใย ชายหนุ่มที่ขับรถคันนั้นไม่แม้แต่จะเอี้ยวหน้ากลับมามองเธอด้วยซ้ำ “ตอนหาข้อมูลทำไมมีแต่คนบอกว่าคนขอนแก่นใจดี แล้วที่เจอเมื่อกี้คืออะไร หลุดQCเหรอ?”
มายเดียร์ พ่นลมหายใจออกมาหนักๆ ยกมือขยี้เส้นผมตัวเองก่อนจะหลุบมองรถมอเตอร์ไซค์รุ่น Honda Scoopy i สีชมพูของตัวเองที่น้ำมันหมด โทรศัพท์ในมือก็แบตหมดจนไม่สามารถโทรหาพี่ชายได้ แต่เมื่อกวาดสายตามองรอบบริเวณนี้อีกครั้ง ความหวาดกลัวก็เริ่มมีมาก
หญิงสาวตัดสินใจประคองรถขึ้นอย่างทุลักทุเล ใช้เท้าดันขาตั้งขึ้น จากนั้นก็ค่อยๆ เข็นไปข้างหน้า กลัวว่าถ้าหากยืนอยู่ตรงนี้ต่อจะมืดไปมากกว่านี้และกลัวเป็นอันตราย เธอเข็นรถผ่านไปไม่นานก็มีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับมาชะลอข้างกาย
“เป็นอะไรอะ มีอะไรให้พวกเราช่วยไหม?” หญิงสาวหันขวับไปมองทันที ตอนแรกเธอตกใจแต่เมื่อเห็นว่าเป็นผู้หญิงกับผู้ชายท่าทางมีจริตดูใจดีจึงคลี่ยิ้มกว้าง มายเดียร์รีบหยุดการเข็นรถ ยกมือปาดเหงื่อออกจากใบหน้าสวยหวานด้วยท่าทางเหนื่อยล้า สองคนนั้นก็รีบจอดรถสนิท
“รถเราน้ำมันหมดอะ”
“โห แล้วดูสถานที่... งั้นเดี๋ยวเราช่วยเข็นเอง”
“ขอบคุณนะ” เธอคลี่ยิ้มกว้างจนตาหยี “รู้แล้วว่าที่ขอนแก่นยังมีคนใจดี”
“หือ? พูดแบบนี้หมายความว่าเจอคนไม่ดี?”
มายเดียร์ไม่ตอบนอกจากยิ้มแห้งๆ จากนั้นทั้งคู่ก็ช่วยกันเข็นรถ โดยมีชายหนุ่มท่าทางมีจริตขับอยู่ข้างๆ ซึ่งทั้งสามคนก็พูดคุยกันไปเรื่อยอย่างสนุกสนาน
แต่เธอจะจดจำใบหน้าผู้ชายผมสีน้ำตาลเทาคนนั้นที่ขับบิ๊กไบก์คันนั้นไว้ให้ขึ้นใจ ถ้าหากบังเอิญเจอกันอีก เธอจะเลี่ยงหนี ถ้าหากบังเอิญเจอกันตอนเขาเดือดร้อนเธอก็จะไม่ช่วยเหลือ
ในเมื่อเขาใจร้าย เธอก็จะใจร้ายเช่นกัน!