ชายในภาพ!!
จิ๊บๆๆๆ..จิ๊บๆๆๆๆ...
เสียงนกร้องนี่มันช่างเพลินหูดีจริงๆ ฉันรีบปรับโฟกัส เพื่อจับภาพนกสีสวยตัวนั้น
แสงพร้อม...กล้องพร้อม โลเคชั่นพร้อม...จะถ่ายล่ะนะ หนึ่ง...สอง...สะ....
Hhhhhhhh
เฮ้ย!!ม่ายนะ จู่ๆริงโทนมือถือสุดมันส์ของฉันก็ดังขึ้น ส่งผลให้เจ้านกตัวนั้นกระพือปีกพึบพับบินหนีไป...แง..นกจ๋ากลับมาเป็นนางแบบ(เอ๊ะ...หรือนายแบบ)ให้ฉันก่อน อย่าเพิ่งปาย...T^T
ฉันมองตามนกตัวนั้นบินไกลออกไปตาละห้อย โธ่เอ๊ย ใครโทรมาไม่รู้จักเวล่ำเวลาจริงๆ
ฉันรีบวางกล้องถ่ายรูป ละสายตาที่จดจ่ออยู่นอกหน้าต่างห้องนอน มาเปิดลิ้นชักโต๊ะเขียนหนังสือ ที่ป๊ากับม๊า หรือใครๆ ก็บอกว่ามัน (ค่อนข้างจะ)รก แต่ฉันว่ามันดูเป็นศิลปะดีออก ว่ามะ ^-^
เจอแล้ว...มือถือเจ้าปัญหา ดูซิว่าบนจอแกมีเบอร์ใครโชว์อยู่ แท่น...แทน
“ลูกหว้า”
ว่าแล้ว โทรมาได้จังหวะแบบนี้ จะใครถ้าไม่ใช่ยัยลูกหว้า เพื่อนอภิมหาสนิทของฉัน ที่ทนคบกับฉันมาตั้งแต่ประถม ฉันกดรับสายทันที
“ฮัลโหล..ว่าไงยะ ยัยลูกหว้า”
[ ซีเกมส์ แกว่างป่ะ ไปดูหนังกันมั๊ย คือฉันอยู่บ้านว่างๆ มันเบื่อง่า...]
“แกออกตังค์ให้เหรอ ถ้าแกออกให้ฉันจะไป ฉันไม่ได้ว่างจัดอย่างแกนะ รู้งี้ฉันเรียนบริหารตามแกไปแล้ว”
[ โธ่ แกก็รู้ว่าช่วงนี้ฉันถังแตกจนจะเต้นจ้ำบ๊ะแลกเงินอยู่แล้ว อย่างกไปหน่อยเลยไม่อยากไปดูพี่แทมินของแกเหรอ ]
พอมันพูดชื่อของ แทมิน ซุปเปอร์สตาร์ลูกครึ่งไทยเกาหลีสุดรักสุดดวงใจของฉันแค่นั้น ต่อมความงกที่สั่งสมมายาวนานก็ละลายหายไปทันที
“จะบ้าเหรอแกหนังเรื่อง คู่รักแบ่งกันหาร ภาคต่อจากเรื่อง คู่รักปาฏิหารย์ ที่แทมินอนาคตแฟนฉันเล่นทั้งที ไม่ไปดูได้ไงเล่า แกก็รู้ฉันติดตามมาตั้งแต่ภาคแรกแล้ว”
จริงๆฉันก็ติดตามผลงานทุกชิ้นของแทมินนั้นแหละ แต่เป็นเพราะโปรเจ็คท์ใหญ่ที่อาจารย์ให้ถ่ายภาพธรรมชาติ และอธิบายความรู้สึกจากแสงเงา และสี ของภาพในโลเคชั่นต่างๆกัน ที่สั่งปุ๊บให้ส่งปั๊บ ทำให้ฉันยุ่ง จนมึนลืมวันลืมเดือน แต่แทมินขาให้อภัยฉันอยู่แล้วใช่มั๊ยจ๊ะ จุ๊บๆ >3ะไร..จมูกโด่งเป็นสัน ปากสวย น่าจุ๊บชะมัด
“แกนี่หื่นนะ ดูแกทำหน้าเข้าสิ ถ้าแทมินมาเห็นแกทำหน้าอย่างนี้ตอนดูหนังที่เขาเล่น เขาคงลาบวชหรือไม่ก็ลาออกจากวงการไปแล้ว”
ในขณะที่ฉันกำลังจดจ้องใบหน้าอันหล่อเหลา แถมยังไม่มีสิวสักเม็ดของแทมิน จู่ๆ ยัยลูกหว้าก็มาวิจารณ์ฉันผิดเวลา อ๊าย..ยย ยัยลูกหว้า แกอยากอายุสั้นตายก่อนวัยอันควรหรือไงยะ ขอให้แกก้นลาย ขอให้แกอึไม่ออก #@*}o-#XX$*<<
( T-T)
หลังจากที่ฉันกับยัยลูกหว้า ผลัดกันจิกกัด จนไม่เป็นอันดูหนังกันแล้ว ก็ออกกันมากินไอศครีมที่ร้านสเวนแซบ
“ที่แกบอกว่าจะพาฉันไปเที่ยว ที่แท้ก็คือแกจะไปทำงานด้วยใช่มั๊ย”
ยัยลูกหว้าถามอย่างรู้ทัน ในขณะที่ฉันกำลังตักไอศครีมช๊อกโกแลตของโปรดเข้าปากอย่างอร่อยเว่อ
“ก็ใช่อะดิ หรือแกจะไม่ไป”
“ไปเซ่ ไปทั้งนั้นแหละก็ฉันมันคนว่างจัด แกก็รู้นี่ แต่ก็ติดอยู่เรื่องเดียวนี่แหละ........”
ยัยลูกหว้าเว้นวรรค ก้มหน้าก้มตาเกาหัวยิกๆ
“ฉันออกค่ารถให้เองยัยถังแตก จะไปกับฉันได้ยังล่ะ”
พอฉันพูดจบ ยัยลูกหว้าก็ตาเป็นประกายจนเกือบกระโดดกอดคอฉันเลยทีเดียว แถมยัยนั่นยังลากฉันไปขึ้นรถอีกต่างหาก นานๆทีฉันจะใจดีสักครั้งและยัยนั่นคงอยากไปเที่ยวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วแน่ๆ พอรู้ว่าฉันออกค่ารถให้ก็ยิ่งดูลั้ลลาไปอีก ชิ ใครกันแน่ยะที่งก
Angle Park
ตอนนี้ฉันกับยัยลูกหว้ากำลังยืนอยู่บนสนามหญ้าท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น แถมยังสงบสดชื่นของสวนแองเจิลปาร์คที่อยู่ติดกับธารน้ำที่ทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตา แถมยังมีสวนดอกไม้กว้างขวางที่ถูกปลูกแซมกันไว้หลายๆสีหลายพันธ์ ที่นี่อากาศดีมาก แถมที่นี่ยังอยู่ไม่ไกลจากบ้านฉันนั่งรถมาไม่นานก็ถึง
ฉันสูดออกซิเจนเข้าเต็มปอด และไม่รอช้าหยิบกล้องถ่ายรูปมาเก็บภาพธรรมชาติ รูปแล้วรูปเล่า แถมบางรูปยังได้ยัยลูกหว้าเสนอตัวเป็นนางแบบให้ ฉันกำลังคิดว่าจะเอารูปยัยลูกหว้าไปติดโชว์เป็นภาพของแปลกในงานวัด
ถ่ายยัยลูกหว้า ถ่ายดอกไม้ ถ่ายต้นไม้ ถ่ายนก บลา..บลา..
ฉันถ่ายนั่นถ่ายนี่ไปเรื่อยๆจนตอนนี้เป็นเวลาบ่ายแก่ๆ ที่อากาศไม่ร้อนและมีลมพัดโกรกมาสบายๆน่านอนชะมัด
ฉันว่าจะเก็บภาพแสงสีทองแสดของท้องฟ้ายามเย็นที่ปะทะกับผิวน้ำสักสองสามภาพ(แบบว่าอารมณ์ศิลปินอ่ะ)แล้วจะกลับ คิดได้อย่างนั้นเลยคว้ากล้อง มาจับภาพไปที่ธารน้ำ ปรับโฟกัสให้ลงตัว เอาล่ะ เริดค่ะ จะถ่ายละนะ
1..2…3… แชะ แชะ แชะ
ฉันกดถ่ายสองสามภาพก่อนจะกดย้อนมาดูผลงาน แต่.....
ในภาพภาพหนึ่งมีรูปของผู้ชายปริศนา ใส่เสื้อแขนสั้นสีขาว กางเกงขายาวสีขาว ผมของเขาเป็นสีดำสนิท เขาหันเสี้ยวหน้าหนึ่งมาทางกล้อง ทำให้ใจฉันเต้นแรงด้วยความกลัวเพราะแน่ใจว่าก่อนหน้านี้ไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้น...ไม่มีแม้แต่ลิงซักตัว
ฉันรีบเอารูปให้ยัยลูกหว้าดู ยัยนั่นหน้าเหวอไปเลย และนางยังยืนยันว่านางก็ไม่เห็นใครยืนอยู่ตรงนั่นก่อนหน้านี้..
เอ่อ..ช๊อกคะ ช๊อกเลยงานนี้ฉันกับยัยลูกหว้ามองตากันก็รู้ใจ รีบพากันกลับบ้านทันที ไม่ถ่งไม่ถ่ายแล้ว ใครจะไปอยู่เล่า บรื๋อออ...น่ากลัวชะมัด
หลังจากแยกย้ายกับยัยลูกหว้าและลงรถที่ปากซอยก่อนจะเดินเข้าบ้าน ในสมองก็คิดวกวนกับภาพชายปริศนาที่ถ่ายติดมาได้ เขาเป็นใครกันนะ ผีสาง เทวดาหรือนางไม้ จะอย่างไหนก็ไม่ต้องใจดีมาเป็นนายแบบให้ฉันก็ได้ ฉันกลัวเป็นนะ....
ระหว่างที่กำลังเดินเข้าสู่อาณาเขตรั้วบ้านฉัน ก็เหลือบไปเห็นรถส่งพัสดุคันหนึ่งจอดอยู่หน้าบ้าน มีป๊ากำลังเซ็นรับพัสดุอยู่ แถมยังยิ้มจนแก้มแทบปริ ฉันแอบยืนสังเกตุการณ์อยู่จนรถคันนั้นวิ่งออกไป จึงรีบวิ่งไปล๊อกตัวป๊าทันที
“ป๊านั่นอะไรอ่ะ”
“ไอ้หยา ซี้เลี้ยว ซี้เลี้ยว!!”
ป๊าอุทานเสียงดังแต่พอเห็นว่าเป็นฉันก็รีบทำท่าจุ๊ปาก
“ป๊ากำลังทำอะไรอยู่อ่ะ ดูมีลับลมคมในแปลกๆ เอ๊ะ หรือป๊ามีกิ๊ก !”
ฉันพูดพลางทำตาโต เล่นเอาป๊าทำหน้าเหวอ
“ไอ้หยา!ลื้อเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้วนะอาหมวย”
ป๊าพูดพลางกอดกล่องพัสดุสีสวยนั่นไว้แน่น ฉันหรี่ตามองมันก่อนจะรีบแย่งมาดู
“งั้นเกมส์ขอแกะดูนะว่าในกล่องนี้มีอะไร”
ฉันว่าพลางตั้งท่าจะแกะกล่องพัสดุ แต่ถูกป๊าห้ามไว้
“อาหมวยลื้อห้ามแกะนะ ในนั้นมันมีชุดผ้าไหมที่มาม๊าลื้ออีอยากได้อยู่อ่ะ อั้วซื้อมาเซอร์ไพรอี”
“เนื่องในโอกาสอะไรอะป๊า”
ฉันถามเมื่อนึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าเป็นวันสำคัญอะไร
“คืออย่างงี้ อั้วส่งห่อขนมไหว้พระจันทร์ไปชิงโชคในทริปคู่รักเตลิดทัวร์ แล้วอั๊วก็ได้เป็นผู้โชคดี ได้ไปเที่ยวเกาะมัลดีฟเป็นคู่รักกับม๊าลื้ออ่ะ...แต่ลื้ออย่าเพิ่งไปบอกอีนะ อั้วว่าจะรอบอกอีเย็นนี้เองนะอาหมวย”
อานิสงจากการที่ป๊าฉันเปิดร้านมินิมาร์ทไว้สองสาขา ทำให้มีห่อขนมมากมายหลายยี่ห้อ ป๊าฉันดันเป็นพวกชอบเสี่ยงโชคซะด้วยก็เลยโชคดีจากการส่งห่อขนมไหว้พระจันทร์ไปชิงโชค แต่ทำม้ายทำไมถึงไม่มีลูกสาวผู้น่ารักคนนี้พ่วงไปด้วยล่ะ
"ป๊า อั๊วอยากไปด้วยง่า"
"ไม่ได้หรอกอาหมวย ทริปนี้ไปได้แค่สองคนเท่านั้น และต้องเป็นคู่รักกันด้วย เห็นมั๊ยว่าอั๊วซื้อของมาให้ม๊าลื้อตั้งเยอะแยะ อีจะได้สวยสง่ายามเดินเคียงข้างอั๊วฮุฮุ"
รับทราบแล้วค้า....อดไปเที่ยวแน่ๆ แต่เพื่อความสุขของป๊าม๊าซีเกมส์คนนี้ขอน้อมรับแต่โดยดี
“แสดงว่ากระเป๋าที่อั๊วเห็นป๊าซื้อวันนี้ ก็ของมาม๊าด้วยสิ ใช่มั๊ยป๊า...”
“ถูกต้องนะค๊าบ คืออั้วหลอกถามอีอ่ะว่าอีอยากได้แบบไหน....ตะแต่ลื้อเห็นตอนไหนว่ะ”
ป๊าทำหน้างงๆ ฉันเลยเล่าให้ฟังว่าฉันไปดูหนังกับยัยลูกหว้ามา ป๊าเลยหายสงสัยในทันทีทันใด
เย็นวันนั่น
อาม๊าทำกับข้าวกลิ่นหอมฟุ้งเหมือนทุกวัน ฉันกับป๊าตกลงกันไว้แล้วไม่แสดงพิรุธออกมา จนกินข้าวเสร็จนั่นแหละ ฉันจึงยกจานไปเก็บเพราะไม่อยากเป็น ก.ข.ค.
พอม๊าแกะกล่องออกมาเห็นชุดผ้าไหมเนื้อดีสั่งตัดพิเศษ สีชมพูม่วงดูสง่างาม เหมาะกับผิวขาวๆของม๊า อาม๊าก็ยิ้มอย่างกับถูกล๊อตเตอรี่ ยิ่งได้เห็นกระเป๋าหนังอย่างดีของหลุยส์ วิสตองที่สีเข้าชุดกันแล้วก็ยิ่งปลื้ม ที่นี้แหละ ฉันไม่ต้องแอบดูแล้ว ออกมาแสดงความดีใจกับม๊า ส่วนม๊าฉันตอนนี้ก็ลองทั้งชุด บวกกับสะพายกระเป๋า (เรียกว่าเต็มยศ) ยืนหันซ้ายทีหันขวาทีอยู่หน้ากระจก เอิ่ม....ฉันชักหายสงสัยแล้ว ว่านิสัยบ้าเห่อในตัวฉันมันได้มาจากใคร
แต่อะไรก็ไม่เซอร์ไพรสำหรับฉันเท่ากับรู้ว่า ม๊ากับป๊าเดินทางพรุ่งนี้ และฉันต้องอยู่บ้านคนเดียวสามอาทิตย์กว่า
โอ้.... ม่ายนะ
……………..