บทนำ ความรู้สึกแรกของการแอบรัก
บทนำ
ความรู้สึกแรกของการแอบรัก
ร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่
“เอาละครับท่านผู้ชม ตอนนี้มาถึงช่วงเวลาตื่นเต้นที่สุดของการแข่งขันในวันนี้แล้วนะครับ ภาพที่ท่านผู้ชมกำลังรับชมอยู่ตอนนี้คือการแข่งขันยิงธนูรอบชิงชนะเลิศของงานกีฬามหาวิทยาลัยแห่งชาติในปีนี้ และคนที่ทุกท่านกำลังเห็นอยู่ตอนนี้คือศร ศิรภพตัวแทนจากมหาวิทยาลัยC แล้วก็ยังเป็นตัวเต็งของการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย…”
เสียงจากการแข่งขันกีฬาที่ดังมาจากจอทีวีที่อยู่ถัดไปในร้านก๋วยเตี๋ยวที่ผมกำลังนั่งทานกันอยู่กับเพื่อนๆ ดังขึ้น ในความเงียบและความน่าเบื่อที่ต้องนั่งรออาหารแบบนี้ ไม่แปลกที่เสียงนั้นเรียกความสนใจจนทำให้ผมหันหน้าไปมอง
ตอนแรกที่เห็นมันก็แค่การถ่ายทอดการแข่งขันกีฬาธรรมดา แต่บางสิ่งบางอย่างที่ผมเห็นในทีวีตอนนี้ทำให้ผมละสายตาจากหน้าจอนั้นไม่ได้เลย
“ปุณย์!”
“วันนี้ต้องบอกว่าเป็นวันที่ทุกคนลุ้นกันตัวโก่งเลยนะครับว่าศรจะรักษาสถิติที่เขาทำไว้ในการแข่งขันครั้งก่อนได้หรือเปล่า…”
“ไอ้ปุณย์!”
“และตอนนี้ช่วงเวลาตื่นเต้นมาถึงแล้วครับ…”
“ไอ้เชี่ยปุณย์โว้ย!” เสียงตะโกนจากใครคนหนึ่งดังขึ้นจนดึงสติผมที่เหมือนหลุดเข้าสู่ภวังค์กลับมา
“อะไรไอ้เชี่ยไพร์ มึงจะตะโกนทำไมเนี่ย” ผมโวยวายใส่มันทันทีที่รู้ว่าไอ้เจ้าของเสียงตะโกนจนหูแทบแตกนั้นเป็นใคร มันคือไอ้ไพร์เพื่อนรักเพื่อนตายของผมเอง
"Ten Point! "
แต่แล้วเสียงจากทีวีที่ดังขึ้นก็เรียกความสนใจผมกลับไปอีกครั้ง
“สิบแต้ม! และแน่นอนครับการแข่งขันยิงธนูระดับมหาวิทยาลัยในปีนี้ ศรจากมหาวิทยาลัย C เป็นผู้ชนะ…”
ตอนนี้สติผมเหมือนหลุดลอยหายไปอีกครั้ง เพียงแต่ว่าในตอนนี้มันลอยไปหยุดอยู่ที่คนที่กำลังยืนยิ้มด้วยความดีใจอยู่ในจอทีวีตอนนี้
ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ไม่เคยรู้จักหรือได้ยินชื่อเขามาก่อนเลยด้วยซ้ำ แต่ทำไม…สีหน้ามุ่งมั่นของเขาที่ผมเห็นในตอนแรก ตอนที่เขากำลังจะยิงธนูลูกนั้น ถึงแม้มันจะเป็นสีหน้าที่ปนไปด้วยความกดดัน แต่มันก็ทำให้ผมอดที่จะลุ้นและละสายตาจากเขาไม่ได้เลย ถ้าไม่ติดว่าโดนไอ้ไพร์แหกปากเรียกซะก่อนผมคงจะได้เห็นเขายิงธนูลูกนั้นด้วยตาของตัวเองไปแล้ว
แต่ถึงยังไงสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของความดีใจของเขาในตอนนี้ มันกลับทำให้ผมรู้สึกดีและอดที่จะยิ้มกับเขาไปด้วยไม่ได้
“เป็นอะไรของมึงไอ้ปุณย์อยู่ดีๆ ก็ยิ้มขึ้นมายังกับคนบ้า ก๋วยเตี๋ยวน่ะจะแดกไหม เส้นมันอืดหมดแล้ว” เป็นไอ้ไพร์คนเดิมที่ถาม
“เปล่า กู…กูแค่”
“มึงยิ้มให้นักกีฬานั้นเหรอ” แต่ยังไม่ทันจะได้ตอบ เสียงใครอีกคนก็ดังแทรกขึ้นมา เจ้าของเสียงคนนี้คือไอ้ปัญเพื่อนรักเพื่อนตายอีกคนของผมเอง
“นักกีฬาคนไหนวะไอ้ปัญ” ไอ้ไพร์หันไปถามไอ้ปัญ
“ก็คนในทีวีนั้นไง”
“อ๋อ มึงชอบเขาเหรอไอ้ปุณย์”
“เฮ้ย จะบ้าเหรอ ชอบเชี่ยอะไรของมึง” ผมรีบปฏิเสธ
“ไม่ชอบก็ไม่ชอบสิ แล้วมึงจะหน้าแดงทำเชี่ยอะไร”
“กู…หน้าแดงเหรอ” ผมรีบยกมือขึ้นลูบแก้มทั้งสองข้างของตัวเองตามสายตาของไอ้เพื่อนเวรทั้งสองคนที่กำลังมองมา
“ก็เออดิ เนี่ย! หน้าแดงเป็นตูดลิงหมดแล้ว”
“โอ้ย! ไอ้เชี่ยปัญกูเจ็บ” ผมร้องโวยวายประท้วงเพราะไอ้ปัญมันไม่ได้ว่าเปล่า พูดจบมันก็ยื่นมือมาดึงแก้มทั้งสองข้างผมเล่นจนช่ำไปหมดแล้วมมั้งเนี่ย
“มึงอยากรู้ไหมว่านักกีฬายิงธนูคนที่มึงเห็นในทีวีคนนั้นเป็นใคร” ไอ้ไพร์หันมาถามผมด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ทั้งๆ ที่มันก็รู้อยู่แล้วว่าผมอยากจะรู้หรือเปล่ามันยังจะมาถามแบบนั้นอีก แต่เหอะ! ระดับไอ้ปุณย์แล้วไม่มีทางจะมาแสดงอาการอะไรให้เห็นหรอก
"..."
“ไม่ตอบ แสดงว่าไม่อยากรู้ใช่ไหม” ไอ้ไพร์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ พร้อมถามย้ำอีกครั้ง “ก็ดีกูจะได้ไม่ต้องเมื่อยเล่าให้ฟัง”
“…”
“ไอ้ปุณย์ไม่อยากรู้ก็เรื่องของมัน แต่กูอยากรู้ว่านักกีฬาคนนั้นเป็นใคร” เป็นไอ้ปัญที่ถามขึ้นแทน ไอ้ไพร์นิ่งไปครู่หนึ่งมองหน้าผมสลับกับไอ้ปัญไปมาก่อนจะยิ้มร้ายและยอมพูดต่อ
“คนนั้นนะเขาชื่อพี่ศร อยู่ปีหนึ่งมหาวิทยาลัยC”
“โห! มหาวิทยาลัยCเลยเหรอวะ แม่งโคตรเจ๋งเลย ได้ข่าวว่ามหาลัยนั้นแม่งเข้าโคตรยากด้วย”
“ยากตรงไหนไอ้ปัญ กูนี่แหละจะเข้าให้มึงดู ปีหน้ามึงได้เห็นกูเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยนั้นแน่”
“แล้วพี่ศร เอ่อ…กูหมายถึงพี่เขาเรียนคณะอะไร” พอเห็นว่าไอ้ปัญกับไอ้ไพร์เริ่มจะคุยออกนอกเรื่องที่ผมอยากรู้แล้วผมเลยจำเป็นต้องถามออกไปแบบนั้นจนไอ้ไพร์หันมาหรี่ตามองอย่างจับผิด
“แล้วก็ทำเป็นไม่อยากรู้ ทีนี้ละถามกูถึงเขาใหญ่เลยนะมึง”
“กูก็แค่…”
“พี่เขาเรียนวิทยาศาสตร์การกีฬา เห็นว่าพี่เขาเข้าได้ด้วยโคต้านักกีฬามั้ง ก็แหง่ละสิพี่ศรแกน่ะอนาคตทีมชาติเลยนะ เห็นพี่แกไปแข่งที่ไหนก็ชนะหมด ตอนนี้เป็นนักกีฬามหาวิทยาลัยต่อไปก็ต้องเป็นทีมชาติแน่ๆ”
พอได้ยินแบบนั้นผมหันกลับไปมองหน้าเขาอีกครั้ง หน้าของคนที่กำลังยิ้มอยู่ในทีวีตอนนี้ทำให้ผมอดที่จะยิ้มตามไม่ได้
"ชื่อพี่ศรสินะครับ" ผมพูดกับตัวเองในใจ
ไม่รู้ว่าคนเราเวลาได้ทำสิ่งที่เรารักแล้วจะรู้สึกดีแค่ไหนนะ แต่ดูจากสีหน้าและแววตาที่มุ่งมั่นของพี่เขาตอนที่กำลังจะยิงลูกธนูออกไป จนถึงตอนนี้ที่พี่เขากำลังยิ้มอย่างมีความสุขกับชัยชนะที่เขาพึ่งจะได้มันมา เห็นแค่นี้มันก็ทำให้ผมมีความสุขตามพี่เขาไปด้วยอย่างไม่มีเหตุผล
แค่ได้เห็นอยู่ไกลๆ ผ่านจอทีวียังมีความสุขและรู้สึกดีขนาดนี้ ถ้าหากว่าผมได้ไปเห็นพี่ยิงธนูด้วยตาของตัวเองสักครั้ง มันจะมีความสุขมากขนาดไหนกันนะ
“คณะนี้เข้ายากไหม” คิดได้แบบนั้นผมหันไปถามไอ้ไพร์ทันที
“หะ…หา มึงว่าไงนะไอ้ปุณย์”
“กูถามว่าคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาอะไรนี่สอบเข้ายากไหม”
“ทำไมมึงจะไปสอบเข้าเหรอ”
“อืม” ผมพยักหน้ารับ
“อย่าบอกนะว่ามึงจะไปเข้าเพราะจะไปเรียนตามพี่ศรอะไรนั้น” เป็นไอ้ปัญที่ถามแทรกขึ้นมา ผมไม่ได้ตอบอะไรแต่ส่งสายตาคาดคั้นเอาคำตอบไปให้ไอ้ไพร์อย่างไม่ลดละ
“ก็ไม่น่าจะยาก ถ้ามึงอยากจะเข้าจริงๆ กูก็พอจะแนะแนวมึงได้”
“ทำไมมึงไม่ลองไปคุยกับครูดูละไอ้ปุญย์ มึงก็เป็นนักวิ่งโรงเรียน ไปแข่งระดับจังหวัดก็ชนะมาแล้ว เผื่อบางทีมึงอาจจะได้โควตานักกีฬาก็ได้นะ” คำพูดนี้ของไอ้ปัญทำให้ผมนึกอะไรขึ้นมาได้
“อืม ไว้กูจะลองไปคุยกับครูดู”
“เฮ้ย! กูแค่พูดไปงั้นเอง มึงจะเอาจริงเหรอวะไอ้ปุณย์ ก็ไหนตอนแรกมึงบอกจะเรียนอยู่ที่เชียงใหม่นี่ไง แล้วทำไมตอนนี้…”
“จะอะไรซะอีกละไอ้ปัญ ก็มันจะไปหานักกีฬายิงธนูที่มันปลื้มนั้นไง ทีแต่ก่อนกูชวนลงไปเรียนกรุงเทพฯ ด้วยกันแทบตายมึงไม่เห็นจะสนใจเลย แต่พอมาเห็นพี่ศรยิงธนูไม่ถึง10นาทีนี่มึงถึงขั้นจะไปเรียนที่เดียวกับเขาเลย มันไม่ใจง่ายไปหน่อยเหรอวะ”
“ก็...” ผมยักไหล่ตอบแทนเพราะไม่รู้จะอธิบายว่ายังไง แล้วตอนนี้ก็ยังไม่มีอารมณ์จะมาอธิบายด้วย
“แนะ! ไม่เถียงอีก” พูดจบไอ้ไพร์ส่ายหน้าให้ผมอย่างรำคาญ
“เออ มึงปล่อยมันไปเถอะไอ้ไพร์ กูเห็นมันสนใจอะไรอย่างอื่นนอกจากเรื่องกินกูก็ดีใจแล้ว พี่ศรอะไรนี่เป็นคนแรกเลยมั้งที่ทำให้ไอ้ปุณย์สนใจได้ขนาดนั้น” ไอ้ปัญว่า
ผมไม่ได้สนใจคำพูดอื่นๆ ที่ตามมาของไอ้เพื่อนผมสองตัวนี้เลย ยังคงหันหน้ามองจอทีวีที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นภาพการแข่งขันอย่างอื่นแล้ว แต่ทำไมก็ไม่รู้นะ ผมยังเห็นภาพของพี่ศรซ้อนทับขึ้นมาอย่างชัดเจน ทั้งสีหน้ามุ่งมั่นและรอยยิ้มแห่งความดีใจนั้น มันช่างเป็นสีหน้าและรอยยิ้มที่ส่งต่อกำลังใจและความมุ่งมั่นให้คนมองอย่างผมได้อย่างแปลกประหลาด พี่เขาเหมือนเกิดมาเพื่อเป็นกำลังใจให้คนอื่นเลย โดยเฉพาะกับผมเองนี่แหละ
ถึงแม้ผมจะไม่ได้เห็นพี่ยิงธนูเพราะโดนไอ้เพื่อนสองตัวนี่ขัดคอเอาซะก่อน
แต่ว่ายังไงซะผมจะต้องไปหาพี่ให้ได้ และผมจะต้องเห็นพี่ยิงธนูด้วยตาตัวเองให้ได้เลย หรือนี่จะเป็น…ความรู้สึกแรกของการแอบรักกันนะ