1. งานลอยกระทง
เสียงปรบมือและตะโกนเชียร์ดังอื้ออึงขึ้นทุกขณะ คละเคล้ากับการประกาศรายนามของสาวงามผู้ที่ได้รับตำแหน่งนางนพมาศในงานลอยกระทรงจำปี ณ วัดใหญ่ ที่ขยับเข้าใกล้ตำแหน่งสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ
ตั้งแต่ลำดังที่ห้า ลำดับที่สี่ จนถึงลำดับที่สาม เหลือเพียงสองสาวงามในชุดไทยสีชมพูอ่อนและสีเหลืองทองซึ่งเป็นสองคนสุดท้าย
มือบางของหญิงสาวแรกรุ่นทั้งสองบีบจับกันแน่นอย่างตื่นเต้นระคนลุ้นระทึกระหว่างรอผล จวบจนพิธีกรประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับตำแหน่งที่หนึ่งและสองออกมา
“และอันดับหนึ่งนางนพมาศในงานลอยกระทงประจำปีนี้ ณ อำเภอปากช่องของพวกเราก็คือ น้อง ‘ใบเตย’ นางสาวปาลิตา บุญสมพิศ หมายเลขยี่สิบหกนะครับผม ส่วนลำดับที่สองนั้นเป็นของน้อง ‘เค้ก’ หมายเลขสามสิบห้า นางสาววิชุดา ชูวงศ์สา นะครับ และผมขอเรียนเชิญท่านประธานขึ้นมอบรางวัลให้แก่นางงามทั้งสองของเราด้วยครับ”
นายอำเภอผู้เป็นประธานของงานก้าวขึ้นไปมอบรางวัลให้กับสาวสวยทั้งสองตามลำดับ นัยน์ตาคู่คมมองผู้ที่ได้ลำดับหนึ่งและสองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยแววพึงพอใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยายามเก็บอาการเอาไว้ ทั้งที่ในใจกำลังโลดเต้นอยากได้สาวน้อยวัยแรกแย้มมาอิงแอบแนบกายเสียเต็มประดา และไม่ว่ายังไงคืนนี้เขาก็ต้องได้เชยชมสักคนในนี้
หลังการประกวดเสร็จสิ้นลงผู้คนก็ต่างแยกย้ายไปยังลานกิจกรรมที่ตนเล็งเอาไว้ ทั้งดูมหรสพสมโภช วงดงตรี วงหมอลำ รถไต่ถัง เวทีมวย บ้างไปสอยดาว ตักไข่ เสี่ยงโชค บ้างไปดูเมียงู บ้านผีสิง และมีไม่น้อยที่พาลูกหลานไปนั่งชิงช้าสวรรค์ ขี่ม้าหมุน หรือหาซื้อของกินของใช้
ส่วนทางด้านเวทีประกวดผู้คนเริ่มบางตาลงแล้ว ปาลิตารีบวิ่งเข้าไปกอดหญิงชราผู้เป็นยายที่รออยู่ด้านล่างด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตาคลอ รางวัลเงินสดห้าหมื่นบาทที่เธอได้มาในคืนนี้คงจะทำให้เธอกับยายอยู่สบายขึ้นบ้างสักพัก แถมค่าเช่าบ้านกับค่าเทอมสุดท้ายของการเรียนชั้นมัธยมปลายที่ค้างทางโรงเรียนอยู่ก็คงจะได้ชำระสักที
“ยายจ๋า คราวนี้ยายไม่ต้องไปขายขนมที่บ้านเหนือกับบ้านใต้แล้วนะจ๊ะ ขายแค่ในหมู่บ้านเราก็พอ ช่วงนี้อาการปวดเข่าของยายไม่ค่อยดีเลยเตยไม่อยากให้ยายเดินเยอะ”
“แต่ยายกลัวเงินไม่พอใช้หนี้เขา”
“น่าจะพออยู่นะจ๊ะยาย เตยคำนวณไว้แล้ว รออีกสามเดือนกว่าๆ เดี๋ยวเตยก็เรียนจบ แล้วช่วงปิดเทอมเตยจะไปเดินขายแทนยายเอง ยายแค่ทำขนมอยู่บ้านก็พอ”
“ไม่ได้หรอกเตย” มือเหี่ยวย่นลูบศีรษะหลานสาวอย่างรักใคร่ปนสงสาร “ให้ยายไปเองดีกว่า”
“ทำไมล่ะจ๊ะยาย”
“ถ้าเอ็งไปเดินขายแบบนั้นก็เหนื่อยแย่เลยสิลูก กลางวันไปตะลอนขายขนม กลางคืนก็ต้องไปเดินเสิร์ฟอาหารที่ร้านเฮียตงอีกค่อนคืน”
“เตยไม่เหนื่อยหรอกจ้ายาย”
“แต่ยายว่า...”
ยังไม่ทันที่ยายกับหลานจะตกลงกันได้ ก็มีผู้มาใหม่ขออนุญาตแทรกบทสนทนาขึ้นก่อน
“ขอโทษทีนะครับ ...ผมขอรบกวนเวลาสักครู่นะยาย พอดีท่านนายอำเภอให้ผมเอาสิ่งนี้มาให้น้องใบเตยครับ” กระดาษแผ่นหนึ่งที่พับมาถูกยื่นให้กับสาวน้อยในชุดไทย
มือบางเปิดออก พบกับตัวอักษรที่เขียนเอาไว้ไม่ยาวนัก
‘ได้ข่าวว่าหนูใบเตยกำลังลำบาก ผมจึงอยากให้ความช่วยเหลือ’
“ว่ายังไงครับ น้องใบเตยสนใจรับความช่วยจากท่านนายอำเภอหรือเปล่า ถ้าสนใจคืนนี้ท่านจะให้คนไปรับที่บ้านเพื่อจะได้ไปคุยกัน”
ปาลิตาไม่ใช่คนโง่ เพียงเท่านั้นก็เข้าใจได้แล้วว่าท่านต้องการอะไรจากตนเองเพื่อแลกกับความช่วยเหลือ