ตอนที่ 1 สาวปริศนา
ติ๊งต๊อง… เสียงกดกริ๊งหน้าห้องปลุกให้ชายหนุ่มรูปร่างสูงที่นอนอยู่บนที่นอนด้วยกางเกงบล๊อกเซอร์ตัวจิ๋วก่อนที่เขาจะลุกขึ้นมาหยิบเสื้อคลุมที่วางอยู่โต๊ะในห้องขึ้นมาสวมก่อนที่จะเดินออกไปเปิดประตู
“สวัสดีค่ะ Room Service ค่ะ” มิลินพนักงานสาวสวยเอ่ยขึ้นเมื่อเจ้าของห้องเปิดประตูออกมา
“เชิญครับ ผมจะออกไปแล้ว” เจสันเอ่ยบอกพนักงานสาวอย่างไม่สนใจด้วยท่าทียังสะลึมสะลือ ก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในห้องและเดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนที่จะเก็บ
ของและเดินอออกไป มิลินก็ไม่ได้สนใจแขกเท่าไห่เธอก็ทำหน้าที่ของอย่างที่ควรจะเป็น มิลินใช้เวลาทำหความสะอาดห้องอยู่พักหนึ่งก่อนที่เธอจะไปห้องต่อไป เธอทำความสะอาดห้องเหมือนเคยก่อนที่สายตาจะสะดุดกับบางสิ่งบาง
อย่างที่โต๊ะข้างเตียง มิลินเดินเข้าไปหยิบกระเป๋าสีดาที่ดูแล้วราคาน่าจะแพง เธอคิดว่าแขกที่มาพักน่าจะลืม เธอจึงตัดสินใจเก็บไว้และไปแจ้งผู้จัดการเพื่อคืนเจ้าของ มิลินเก็บกระเป๋าเอาไว้ก่อนที่จะทำความสะอาดต่อให้เรียบร้อยและเตรียมตัวที่จะออกจากห้อง แต่เมื่อเธอออกจากห้องก็มีผู้ชายใส่สูทสีดำดูหน้าเกรงขามเข้ามาทักเธอ
“สวัสดีครับ พอดีเจ้านายผมเขาลืมกระเป๋าไว้ในห้องและให้ผมมาเอาให้ คุณพอจะเห็นกระเป๋าไหมครับ” ชายหนุ่มสูทดำด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมแต่สุภาพกับมิลิน
“เห็นค่ะ แต่ดิฉันไม่สามารถให้กระเป๋ากับคุณได้ ดิฉันจะคืนให้กับเจ้าของกระเป๋าเท่านั้น” มิลินที่รักษากฏของโรงแรมและไม่ค่อยไว้ใจผู้ชายตรงหน้าสักเท่าไหร่เธอจึงตอบไปอย่างนั้น ชายชุดสูทที่ได้ยินแบบนั้นเขาก็มือถือต่อไปไปยังปลายสายคุยกันอยู่สักพักไม่นาน ลิฟต์ก็เปิดขึ้น
“สวัสดีครับ ผมวิวเลี่ยมเจ้าของกระเป๋า ลูกน้องผมแจ้งว่าคุณไม่ยอมคืนกระเป๋าให้กับเขา ผมเลยต้องขึ้นมาเอาเอง” วิวเลี่ยมเอ่ยถามมิลินด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่เป็นมิตร และด้วยความถูกชะตาตั้งแต่ครั้งยังไม่เห็นหน้าจนได้พบกัน เขานั้นชอบที่เธอรักษาสิ่งของแขกที่มาพักได้เป็นอย่างดีและด้วยวัยของ
มิลินน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกันน้องสาวของเขา ทำให้วิวเลี่ยมเอ็นดูในตัวของมิลิน
“ต้องขอโทษที่ทำให้ลูกค้าลำบากขึ้นมานะคะ ดิฉันตั้งใจจะเอาไปให้ผู้จัดการแต่ว่า คุณผู้ชายคนนี้เขาแจ้งว่าจะเอาไปให้คุณลูกค้าดิฉันเห็นว่าคืนเจ้าของตัว
จริงน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ” มิลินกล่าวอธิบายให้วิวเลี่ยมฟังด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ
“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้ลำบากอะไร อีกอย่างผมเป็นคนลืมเอง” วิวเลี่ยมยิ้มตอบพร้อมกับยื่นมือไปรับกระเป๋าจากมิลิน
“ผมต้องไปแล้ว พอดีมีธุระสำคัญ ถ้าอย่างไรถ้ามีโอกาสเราคงได้เจอกันอีก” วิวเลี่ยมบอกลามิลินก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในลิฟต์พร้อมกับลูกน้องของ
เขา มิลินเธอก็ไม่ได้สนใจอะไรเธอตั้งใจรีบทำงานของเธอให้เสร็จเพื่อที่เธอจะได้ไปเรียนทัน มิลินถูกผู้จัดการเรียกพบพูดคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนเช้า
“เมื่อเช้าผมได้รับสายจากลูกค้า VIP ว่าเขานั้นลืมกระเป๋าไว้ในห้องแต่คุณไม่ยอมคืนกระเป๋าให้กับลูกน้องของ
เขา” ผู้จัดการบอกมิลินกับสิ่งที่เขาได้ยินมา
“ใช่ค่ะ แต่ดิฉันคืนไปแล้วนะคะ เพราะดิฉันแจ้งลูกน้องของเขาไปว่าจะต้องเป็นเจ้าของกระเป๋าเท่านั้น” มิลินอธิบายให้ผู้จัดการฟังเพราะกลัวว่าสิ่งที่ผู้จัดการได้ยินมาอาจจะไม่
ครบถ้วน
“ดีครับ คุณรู้ไหมครับว่าลูกค้าตอนเช้าที่คุณเจอคือใคร?”
“ไม่ทราบค่ะ”
“เขาเป็น ลูกเจ้าของบริษัทเพชรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และเขาก็ฝากสิ่งนี้มาให้กับคุณเพราะเขาชื่นชมในความซื่อสัตย์ของคุณ” ผู้จัดการยื่นซองสีน้ำตาลให้กับมิลิน ก่อนที่เธอจะยื่นมาออกมารับ และเข้าใจได้ว่าในนั้นคือเงินจำนวนไม่น้อยที่เขานั้นตอบแทนเธอ
“และเขาก็ให้คนรถไปส่งคุณที่บ้านหรือที่คุณอยากไปด้วยนะวันนี้ รถจอดรอคุณอยู่ด้านล่าง” ผู้จัดการบอกมิลินด้วยหน้าตายิ้มแย้มและภูมิใจในตัวเธอที่เธอนั้นตั้งใจทำงานและไม่คิดจะเก็บของลูกค้ามาเป็นของตัวเองทั้งๆที่บ้านเธอก็ไม่ได้ฐานะอะไร
“ขอบคุณค่ะ ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ” มิลินกล่าวขอบคุณก่อนที่จะเดินออกจากห้องผู้จัดการและไปที่ห้องล๊อก
เกอร์พนักงานก่อนที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปเรียน
“เลิกงานแล้วหรอ มิลิน” ปลายฟ้าเพื่อนพนักงานสาวของมิลินกล่าวทักทายเมื่อเธอเดินเข้ามาใน
ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวทำงาน
“ใช่ พอดีฉันต้องไปเรียนแล้ว ยังไงไว้คุยกันนะ” มิลินบอกเพื่อนพร้อมกับโบกมือลาด้วยความเร่งรีบ ปลายฟ้ายิ้มหวานให้ก่อนที่จะเข้าไปเปลี่ยนชุดทำงาน
มิลินลงมาที่ชั้นล่างของโรงแรมพบว่ามีรถรอรับเธออยู่เป็นหรูราคาแพงที่
ชีวิตนี้เธอคิดว่าเธอคงไม่มีโอกาสนั่งมันอีก
“สวัสดีครับ คุณมิลินใช่ไหมครับ” คนขับรถที่รอเธอเพื่อที่จะไปส่งจุดหมายที่เธอต้องการกล่าวทักทาย
“ใช่ค่ะ ฉันมิลิน”
“ไม่ทราบว่าต้องการให้ผมไปส่งที่ไหนครับ”
“ไปมหาลัย LJ ค่ะ”
“ได้ครับผม” คนขับรถน้อมรับคำสั่งจากมิลินก่อนที่จะเดินเข้าไปเปิดประตูรถให้มิลินเข้าไปนั่งที่เบาะด้ายหลังก่อนที่เขานั้นจะไปประจำที่คนขับและขับรถมุ่งตรงสู่มหาลัย LJ ตามที่ มิลินแจ้ง