บทที่ 1/1 ทางเลือกที่เจ็บปวด
เมียเด็ก ( My young lady)
บทที่ 1 ทางเลือกที่เจ็บปวด
ดารัณ หญิงสาววัยยี่สิบปีย่างเข้าปีที่ยี่สิบเอ็ด เดินออกจากโรงพยาบาลท่าทางเร่งรีบเพื่อออกมานั่งรถเมล์ไปสัมภาษณ์งาน ขณะที่กำลังเร่งฝีเท้าอยู่นั้น ก็เหลือบตาไปเห็นหญิงวัยกลางคนท่าทางสง่างามคนหนึ่ง ยกมือมากุมศีรษะทำท่าจะล้มลงไปกองกับพื้น หญิงสาวจึงเบี่ยงเส้นทาง รีบวิ่งลิ่วไปรับร่างนั้นไว้ได้ทันก่อนท่านจะล้มหัวฟาดพื้น
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย มีคนเป็นลม ช่วยด้วย” ดารัณตะโกนขอความช่วยเหลือเสียงดังลั่นทั่วลานจอดรถ ทำให้คนบริเวณนั้น และยามหน้าป้อมวิ่งกรูเข้ามาหา
“เขาเป็นอะไรหรือหนู” ชายวัยกลางคนที่มาถึงคนแรกเอ่ยถาม
“ท่านเป็นลมค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า ใครก็ได้ช่วยหนูประคองท่านเข้าไปในโรงพยาบาลทีค่ะ”
“คุณผู้หญิง คุณผู้หญิง” ผู้หญิงคนหนึ่ง อายุมากพอสมควรแหวกผู้คนเข้ามาสำเร็จ และปรี่เข้าหาคุณผู้หญิงของเธอด้วยความเป็นห่วง
“คุณป้าช่วยหนูประคองคุณท่านเข้าไปในโรงพยาบาลก่อนค่ะ”
“ผมอุ้มไปเองครับ” ยามของโรงพยาบาลเอ่ยขึ้น และก้มลงช้อนร่างของคนสลบขึ้นอุ้มแล้วพาไปยังอาคารฉุกเฉินที่อยู่ไกลพอสมควร โดยมีดารัณและป้าคนใช้วิ่งตามมาติดๆ
เมื่อมาถึงหน้าอาคารผู้ป่วย บุรุษพยาบาลและนางพยาบาลก็รับช่วงต่อ โดยพาคนไข้เข้าห้องฉุกเฉินทันที ทิ้งให้คนที่ติดสอยห้อยตามมายืนรอข้างนอกด้วยความร้อนใจ
“คุณป้าคะ คุณป้าสามารถโทรหาลูกหลานของคุณผู้หญิงของคุณป้าได้ไหมคะ”
“จริงสิ ป้าลืมไปเลย ป้าตกใจจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว ขอบคุณที่ช่วยเตือนนะหนู”
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูว่าคุณป้าโทรก่อนดีกว่านะคะ” ดังนั้นหญิงสูงวัยจึงควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าด้วยอาการสั่นเทา เมื่อเห็นอย่างนั้น ดารัณจึงเอื้อมมือมาช่วยคุณป้า ซึ่งท่านก็ยอมแต่โดยดี
“คุณป้าจะให้โทรหาใครคะ”
“โทรหาคุณหนู ไม่สิ เวลานี้คุณหนูคงเรียนอยู่ โทรหาคุณผู้ชายดีกว่าค่ะ”
“ค่ะ” ดารัณรับปากแล้วกดลงบนชื่อของคุณผู้ชายก่อนจะยื่นโทรศัพท์คืนให้คุณป้า
ท่านรับไปคุยไม่ถึงนาทีก็วางสาย และหันมาคุยกับหญิงสาวกับยามที่ยืนข้างกันว่า
“ขอบคุณคุณทั้งสองมากนะคะ ถ้าไม่ได้พวกคุณ คุณผู้หญิงคงแย่แน่ๆ”
“ผมแค่อุ้มมาเท่านั้นครับ คนที่ควรได้รับคำขอบคุณมากที่สุดน่าจะเป็นน้องสาวคนนี้ ที่วิ่งไปรับท่านไว้ทัน ทำให้หัวไม่ฟาดพื้น ถ้าไม่อย่างนั้น คุณผู้หญิงของป้าอาจอาการหนักกว่านี้”
“ป้าขอบคุณอีกครั้งนะหนู ว่าแต่หนูชื่ออะไรคะ”
“ขอโทษค่ะ ใครคือญาติของคนไข้คะ” แต่ก่อนที่ดารัณจะได้บอกชื่อ พยาบาลก็ออกมาถามหาญาติของคนไข้ ทำให้คุณป้าต้องละความสนใจจากเธอ และเดินไปพูดคุยกับพยาบาลแทน เมื่อเห็นอย่างนั้น ดารัณจึงหันมาพูดกับพี่ยามว่า
“หนูมีงานต้องรีบไปทำ ฝากพี่ช่วยคุณป้าด้วยนะคะ”
“จ้า” ยามรับปากด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หญิงสาวในชุดนักศึกษาจึงสาวเท้ายาวๆ ออกจากโรงพยาบาล เพื่อไปตามทางของตน
{ฮัลโหล แกถึงไหนแล้ว} เสียงของแพน เพื่อนสนิทของดารัณเอ่ยถามด้วยความร้อนใจทันทีที่หญิงสาวรับสาย
{เพิ่งออกจากโรงพยาบาล}
{อะไรอ่ะ แกบอกออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงที่แล้วแล้วนะ}
{มันมีอุบัติเหตุนิดหน่อย พอออกมาก็ไม่มีรถเมล์ด้วย ทำให้ต้องรอนาน}
{ถ้าอย่างนั้นแกกลับบ้านไปเลยนะ ไม่ต้องเสียเวลามาแล้ว เพราะพี่แหวนรับคนอื่นไปแล้ว}
{อะไรนะ ไหนแกบอกว่าสามารถคุยกับพี่เขาได้ไง} คำตอบของเพื่อนทำให้หัวใจของดารัณหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความหวังที่จะหางานพิเศษ เพื่อหารายได้เสริมมาช่วยครอบครัวดับวูบลงในบัดดล
{ฉันคุยได้กับคนที่มาตรงเวลาเท่านั้น แกเล่นเลทไปเป็นชั่วโมงอย่างนี้ ทำให้พี่แหวนรอไม่ไหวและรับคนอื่นไปแล้ว}
{…}
{ดารัณ เราค่อยหางานใหม่ก็ได้นะ}
{เราไม่มีเวลาให้รอมากขนาดนั้นนะแพน}
{…}
{…} ต่างคนต่างเงียบด้วยความเสียใจ โดยเฉพาะดารัณที่ปล่อยให้น้ำตาไหลโดยไม่สนว่าผู้โดยสารคนอื่นจะเห็น หรือมองมาอย่างไร
{เอาอย่างนี้ วันนี้พี่กุ้งไปจัดงานให้แขกที่รีสอร์ตแถวปทุม ถ้าแกไปตอนนี้ยังทัน}
{ฉันไม่มีค่ารถไป ถ้าต้องนั่งรถเมล์มันก็ไม่ทันอยู่แล้ว}
{เอาเลขบัญชีมา ฉันจะโอนเงินให้}
{…}
{ดารัณ อย่าเงียบสิ แกรีบเอาเลขบัญชีมาให้ฉัน แล้วลงรถตรงนั้นเลย}
{ขอบคุณนะแพน}
{อืม ไว้ค่อยเลี้ยงฉันทีหลังละกัน แต่ตอนนี้แกรีบทำตามที่ฉันบอกเลย ก่อนที่แกจะพลาดไปอีกงาน ส่วนพี่กุ้งฉันจะคุยให้เอง} เมื่อไม่มีทางเลือกแล้ว ดารัณจึงต้องใจแข็งเช็ดน้ำตาแห่งความผิดหวัง และเดินไปกดกริ่งเพื่อลงป้ายหน้า