บทนำ
มือใหญ่ลูบไล้ไปตามขาเรียวสวยของแฟนสาว ก่อนเหลือบสายตาคมมองสังเกตอาการของเธอว่าเขานั้นทำให้เธอพึงพอใจหรือเปล่า กระทั่งได้เห็นว่าเธอเชิดหน้าขึ้นด้วยความเคลิบเคลิ้มเขาจึงใช้จังหวะที่เธอเผลอจับคนตัวเล็กขึ้นนั่งบนเตียงสำหรับตรวจคนไข้
“อึก... พี่ครินต์” คงเป็นแค่ตอนนี้เท่านั้นแหละมั้งที่เธอจะไม่ดื้อกับเขา
“พี่เป็นหมอศัลนะครับ ไม่ใช่หมอสู”
“แล้วพี่จะปล่อยให้หมอสูตรวจภายในแฟนตัวเองเหรอคะ” อ่า... เธอรู้จุดอ่อนของเขา รู้ว่าเขาหวงแหนเธอมากแค่ไหน
“ต้องไม่อยู่แล้ว” ชายหนุ่มจับขาเรียวสวยของแฟนสาวพาดไปที่ขาหยั่ง ก่อนจะเป็นฝ่ายสอดใส่เครื่องมือส่วนตัวบางอย่างเข้าไปที่ช่องทางรักคับแคบที่เขาสุดแสนจะหวงแหนเธอ
“อือ พี่ครินต์” หมอหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองคนตัวเล็ก เขาไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนของเขาจะได้เห็นสิ่งนี้ของแฟนเขาทุกปีที่มาตรวจร่างกาย! แค่คิดก็หงุดหงิดแล้ว
ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ
“ไอ้คุณครินต์ครับ” หมอหนุ่มหันไปมองที่ประตูเป็นเพราะเขามีเคสผ่าตัดหัวใจยาวนานเป็นพิเศษทำให้เขาเครียดจัด แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปได้เป็นอย่างดี กระทั่งเขากำลังจะกลับเพราะง่วงมากก็เจอกับกลัฟหมอสูตินรีแพทย์เพื่อนสนิทของเขา ทว่าสายตากลับเห็นดาราสาวที่กำลังโด่งดังจากบทนางร้ายจนคนดูแทบจะแยกไม่ออกกำลังยืนหันหน้ามาทางเขา
วิสกี้ แฟนสาวของเขา ที่เขาคิดถึงเธอมาก แต่งานของเขามันยุ่งมากจริง ๆ จนเขาแทบจะไม่ได้พักส่งผลให้เธอกับเขาเจอกันน้อยลง ทันทีที่เห็นหน้าของแฟนสาวใบหน้าที่ซูบโทรมของครินต์ก็ฉีกยิ้มออกมา แม้จะเป็นยิ้มที่ดูอ่อนแรงแต่วิสกี้รู้ดีว่านั่นเป็นยิ้มที่ดีที่สุดของแฟนหนุ่มของเธอคนนี้แล้ว
เขาคงจะเหนื่อยมากจริง ๆ
ครินต์อยากจะรีบวิ่งเข้าไปหาแฟนสาวด้วยความคิดถึงแต่เพราะเธอเป็นดาราดัง ขนาดมาหาหมอเธอยังต้องพรางตัวมา เขาจึงมองซ้าย มองขวา เห็นว่าไม่มีคนสังเกตจึงรีบเดินเข้าไปหาเธอด้วยความรีบร้อน แม้ภายนอกจะดูนิ่งสงบ แต่มีเพียงวิสกี้เท่านั้นที่รู้ว่าเขารีบร้อนมากแล้วจริง ๆ
“เหนื่อยไหมคะ” เมื่อครินต์มายืนอยู่ตรงหน้า วิสกี้ก็ฉีกยิ้มถาม วันนี้เป็นวันที่เธอมาตรวจสุขภาพประจำปีเป็นปกติ เธอเลยคิดว่าเมื่อธุระเสร็จแล้วเธอจะไปหาหมอครินต์แฟนหนุ่มของเธอเสียหน่อยแต่ยังไม่ทันเสร็จดีเขาก็มายืนอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางที่น่าเอ็นดู
เขาไม่ค่อยพูดคำว่ารัก เขาไม่ค่อยพูดคำว่าคิดถึง แต่เธอก็เข้าใจ แฟนหนุ่มของเธอคนนี้เป็นอย่างดี เขาขี้อาย และชอบเก็บตัวที่สุด
“แค่เห็นหน้ากี้พี่ก็...” แข็งแล้ว!
“ฉันให้สิบนาทีนะ” นอกจากคนใกล้ตัวที่สนิทกับเขาจริง ๆ ก็ไม่มีใครรู้เลยว่าหมอหนุ่มเรียบร้อยพูดน้อยเก็บตัวคนนี้ มีแฟนสาวเป็นดารานางร้ายที่โด่งดัง ฝีมือการแสดงของเธอถึงขั้นที่ว่าไม่สามารถเดินตลาดได้เลยช่วงหนึ่ง
“ขอบใจ” ครินต์ยังมองซ้ายขวาเพื่อเซฟความปลอดภัยให้เธอ จากนั้นก็พาเธอเข้าห้องตรวจภายในของเพื่อนสนิท
“ใจเย็นสิคะ”
“เย็นไม่ไหว ไอ้คนที่เป็นข่าวด้วยเป็นใคร!” เขาเห็นข่าวเธอกับดาราหนุ่มรุ่นน้องหน้าใหม่ก็ใจสั่นระริกแล้ว ส่วนวิสกี้ที่เห็นแฟนหนุ่มของเธอหึงแต่เก็บอาการก็รู้สึกพอใจขึ้นมานิดหน่อย เธออยากแกล้งเขาจริง ๆ เธอใช้มือเรียวนุ่มลูบไล้ไปตามกรอบหน้าของแฟนหนุ่มด้วยความคิดถึง
หึงเธอขนาดนี้ แต่ยังทำงานได้ถือว่าเขาเก็บอารมณ์เก่งใช้ได้เลย
“ก็แค่ อ๊ะ...” เธอยังไม่ทันตอบ มือหนาของหมอหนุ่มก็ตะปบเข้ามาที่ส่วนสงวน ก่อนที่นิ้วหนาจะรุกล้ำแหวกแพนตี้เข้าไปบดคลึงส่วนอ่อนไหวของเธอ
“ตอบดี ๆ นะ” นางร้ายสาวกลืนน้ำลายลงคอ แต่ก็พยายามฉีกยิ้มแล้วใช้นิ้วชี้แตะปลายคางของหมอหนุ่ม บังคับใบหน้าของเขาให้เงยขึ้นมองหน้าเธอ ไม่ใช่มัวแต่หมกมุ่นอยู่กับนมตรงหน้า
“หึงเหรอคะ” อาการออกขนาดนี้ ดูสิว่าพ่อหนุ่มขี้อายคนนี้จะทำยังไง
“เขาเป็นใคร”
ปากยังคาบห***มของเธออยู่แต่ก็ยอมเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าสวยไร้ที่ติของเธอ แต่ว่าครินต์กลับไม่ได้รับคำตอบจากแฟนสาว เขาจึงเลือกที่จะ ซุกไซ้ใบหน้าหล่อเหลา ลงไปที่ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นห้ามปราม แต่เขาก็ยังคงดื้อดึงจะเอาคำตอบจากเธอให้ได้ด้วยการล้วงมือเข้าไปบีบเคล้นเนินอกอวบอิ่ม หวังเพียงแค่วิธีนี้นอกจากจะทำให้เขาได้คลายความคิดถึงแล้วก็ยังทำให้เขาได้เค้นเอาคำตอบจากเธออีกด้วย
“พี่ครินต์คะ กะ กี้มาตรวจภายในนะคะ”
“พี่หวงจนไม่รู้จะหวงยังไงแล้ว เมื่อไหร่กี้จะรู้สักทีว่าพี่หวงกี้มากแค่ไหน” ไม่พูดเปล่าแต่หมอหนุ่มยังคงปลดกระดุม และรูดซิปกางเกงยีนพอดีตัวของเธอลง จากนั้นก็ลูบไล้ขาเรียวของเธอแผ่วเบาส่งไออุ่นร้อนสัมผัสไปทั่วร่างกายขายเนียนของนางร้ายสาว เธอเริ่มเคลิบเคลิ้มไปกับ สัมผัสที่อ่อนนุ่มของเขา ไม่เพียงแค่นั้น เขายังใช้ริมฝีปากปรนเปรอเธอไปทั่วร่างเริ่มตั้งแต่ปลายคาง ลำคอ ไหปลาร้า และเนินอกอวบอิ่มที่กำลังกระเพื่อมไปตามแรงหายใจ
“คำตอบของพี่ล่ะ”
“กี้มาตรวจภายในนะคะ คะ คุณหมอ” ครินต์ฉีกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจ จับตัวเธอยกขึ้นวางบนเตียงสำหรับตรวจคนไข้ จับขาของเธอพาดไปที่ขาหยั่ง ขณะเดียวกันก็แทรกเครื่องมือบางอย่าง เข้าไปที่ใจกลางความเป็นสาวของเธอทันที ก่อนจะตอบเธอด้วยน้ำเสียง กระเส่า
“พี่เป็นหมอศัลนะครับไม่ใช่หมอสู”
ประตูจากด้านนอกดังขึ้น ทำให้หมอหนุ่มต้องตัดใจเงยหน้าขึ้นจากหน้าอกอวบอิ่มที่เขาโปรดปราน เขามองขึ้นไปบนนาฬิกาติดผนังเห็นว่าใกล้จะถึงเวลา 10 นาทีตามที่กลัฟให้แล้ว ในวันนี้เขาคงไม่สามารถสุขสมได้ แต่เธอต้องไม่สามารถค้างคาได้ เขาจะไม่มีวันปล่อยให้แฟนสาวของตัวเองต้องขาดเรื่องนี้เด็ดขาดเพราะเขาเป็นหมอ เขาจึงไม่ค่อยมีเวลา ขณะเดียวกันเธอเป็นนักแสดงที่ยืนอยู่ท่ามกลางสปอตไลต์ ใครหลายคนต่างก็จับจ้องที่จะเข้าหาเธออย่างแน่นอน
เมื่อคิดว่าเวลาคงไม่ทันเสียแล้วครินต์จึงตัดสินใจดึงเครื่องมือส่วนตัวออกทั้ง ๆ ที่มันยังบวมเป่งอยู่แบบนั้นแต่ก็ไม่เป็นไร เขาตัดสินใจ นั่งลงตรงกลางหว่างขาของเธอ สอดนิ้วหนาเข้าไปแทนเครื่องมือส่วนตัวที่เขาเพิ่งดึงออกแล้วเริ่มขยับนิ้วหนาของเขาพร้อมกับละเลงลิ้นเลียลงไปที่ปุ่มกระสันของเธอ ใบหูเขาได้ยินเสียงแฟนสาวครวญครางเสียงหวานออกมา
“เอามือปิดปากไว้ครับ ห้องไม่เก็บเสียง”
แกร๊ก
“ทำความสะอาดให้ฉันยัง”
“อืม” ครินต์ตอบออกไปเพียงแค่นั้นแล้วจูงมือแฟนสาวเดินออกมา ใบหน้าของวิสกี้แดงปลั่งลามไปจนถึงใบหู ไม่เพียงแค่นั้นที่ลำคอของเธอยังมีร่องรอยของการแสดงความเป็นเจ้าของบ่งบอกออกมาอย่างโจ่งแจ้งชัดเจน
ไอ้เพื่อนเวรนี่ เห็นเงียบ ๆ ขรึม ๆ ดันซาดิสม์ซะได้!
“วันนี้น้องกี้คงตรวจภายในกับพี่ไม่ได้แล้วละครับ” กลัฟไม่อยากจะต้องเห็นร่องรอยของเพื่อนรักอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของคนไข้ประจำ เขาจึงต้องขอเลื่อนให้วิสกี้มาหาเขาในวันอื่นแทน
“ขอโทษค่ะพี่หมอกลัฟ”
“ไม่เป็นไรครับ พี่เข้าใจ” สายตาของหมอกลัฟมองไปที่ครินต์อย่างล้อเลียน แต่เขาก็เข้าใจคลินต์เป็นอย่างดี เขาจึงได้กล่าวคำลากับครินต์เพราะเขาต้องเข้าไปทำงานต่อส่วนเพื่อนเขาคนนี้หลังจากที่ผ่าตัดมาอย่างยาวนาน เขามั่นใจว่าในตอนนี้ดวงตาของมันก็คงไม่อาจจะเปิดได้อีกแล้ว
“ฉันไปเข้าเวรก่อน ส่วนนายก็ฝันดีแล้วกัน”
“ขอบใจ” หมอหนุ่มตอบกลับ แล้วหันมามองหน้าแฟนสาวของตัวเองด้วยสายตาเรียบนิ่ง หากใครที่ไม่รู้ก็คงเข้าใจว่าครินต์มีแต่ความเย็นชาให้กับแฟนสาว ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเขาแค่ง่วงมากเฉย ๆ กายละเอียดของเขาในตอนนี้กำลังนอนกอดแฟนสาวอยู่บนที่นอนนุ่มที่คอนโดของเขาแล้ว แต่กายหยาบเพิ่งจะทำให้แฟนสาวสุขสมไปเมื่อครู่เพราะต้องทำเวลา และกำลังจะพาเธอไปต่อที่คอนโดของตัวเอง
ก่อนหน้านี้คลินต์เป็นคนพูดเก่ง แถมยังเป็นผู้ชายที่ สดใสร่าเริงอีกด้วย กระทั่งเจอกับวิสกี้เขาก็ยังคงสดใสร่าเริงอยู่แต่หลังจากที่แม่ของเขาจากไปความสดใสร่าเริงนั้นมันก็หายไปพร้อมกับความตายของแม่เขาด้วย
“วันนี้กี้ว่างเหรอครับ”
“ว่างถึงแค่ 5 โมงเย็นค่ะ ตอนทุ่มนึงกี้ต้องไปงานเปิดตัวสินค้า” ฮอตจริง ๆ เลยแฟนของเขา
“พี่คลินต์ไปด้วยกันไหมคะ”
“พี่เพิ่งออกเวรเอง ขอพี่พักก่อนนะ กี้เลิกงานแล้วโทรมา พี่จะไปรับ” วิสกี้อยากจะให้ครินต์ติดตามเธอไปด้วยแต่เธอก็เข้าใจว่าแฟนหนุ่มของเธอไม่ชอบออกงานสังคม ไม่ชอบไปงานสังสรรค์ ความสุขของเขาคือการได้อยู่กับบ้าน ได้นอน และอยู่กับเธอก็เท่านั้น
“แต่กี้อยากให้พี่ครินต์ไปด้วยนี่ค่ะ” แต่เธอก็เป็นคนนิสัยเสีย เธอเป็นคนเอาแต่ใจงี่เง่าเพราะว่าตั้งแต่เล็กจนโตเธอไม่เคยถูกขัดใจเลยสักครั้ง หลังจากที่พ่อกับแม่ของเธอจากไปแล้วเธอก็ยังมีพี่ชายอีกคนที่ยังคงตามใจเธอราวกับเธอเป็นเด็ก ๆ
“พี่เหนื่อยมากจริง ๆ พี่ขอพักนะครับแต่พี่สัญญาว่าพี่จะไปรับกี้แน่นอน” ครินต์เป็นคนที่ถือคำพูดเป็นอย่างมาก เขาไม่เคยผิดคำสัญญากับเธอเลยไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อย หรือว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่โต แต่วิสกี้ด้วยความเป็นคนที่เอาแต่ใจ มีแต่คนคอยตามใจมาตั้งแต่เด็ก แถมตอนนี้ก็เป็นทั้งดาราดัง และธุรกิจสำนักพิมพ์ที่เธอเคยเปิดก็กำลังเป็นไปได้ด้วยดีอีกด้วย เธอจึงรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ครินต์ไม่ค่อยเอาอกเอาใจเธอสักเท่าไหร่
“ถ้าไม่ไปด้วย พี่ครินต์ก็ต้องไปส่งกี้ค่ะ”
“...” ครินต์เงียบไม่ได้ตอบ เขาหันกลับมามองคนตัวเล็กที่มีใบหน้าบูดบึ้งเขายื่นมือไปจับมือของเธอ ก่อนจะถอนลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เขาเหนื่อยงานมากจริง ๆ แต่เขาก็ไม่อยากให้วิสกี้ต้องรู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียว เขาไม่ชอบได้ยินวิสกี้พูดว่า ‘หากกี้ต้องมีแฟน กี้ก็ต้องรู้สึกดีกว่าการได้อยู่คนเดียวสิคะ’ เพราะเขาเคยถูกเธอพูดประชดประชันแบบนี้ใส่แล้วเขารู้สึกไม่ชอบใจสักเท่าไหร่
“ก็ได้ครับ” เขาตอบใบหน้าของวิสกี้จึงฉีกยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ ครินต์เห็นว่าแฟนสาวของข้าวยิ้มออกมาได้แล้วเขาถึงได้รู้สึกโล่งใจขึ้นมา
อย่างน้อยก็ไม่ต้องทะเลาะกัน
รถสปอร์ตคันหรูขับเข้ามาจอดที่ห้างดังใจกลางเมืองในสถานที่ที่มีทีมงานจัดเอาไว้ให้ ตอนนี้เพิ่งจะเวลา 4 โมงกว่า ๆ ครินต์ยังไม่ได้นอนเพราะหลังจากที่คุยกับวิสกี้แล้วเขาก็มาส่งวิสกี้ทั้งชุดทำงานอย่างนั้นเลย ดีหน่อยตรงที่ว่าเขายังถอดเสื้อกาวน์ออกแล้วแขวนเอาไว้ที่ด้านหลังเบาะส่วนวิสกี้ก็ยิ้มอย่างดีอกดีใจ ที่แฟนหนุ่มของเธอไม่ละเลยเธอ หลังจากที่รถของครินต์จอดแล้วก็มีหญิงสาวร่างท้วมรีบวิ่งเข้ามาที่รถของครินต์ในทันที
“พี่ครินต์สวัสดีค่า ยัยกี้! ทำไมเพิ่งมา เดี๋ยวก็เป็นข่าวใหญ่หรอก” เมื่อได้ยินดังนั้นครินต์จึงรีบหันหน้าไปมองวิสกี้ในทันที วิสกี้หลอกเขา ไหนบอกว่ามีงานช่วงเย็นทำไมเธอถึงได้มาสายเอาป่านนี้ แบบนี้เธอจะไม่ถูกคนอื่นต่อว่าต่อขานเอาหรอกเหรอ
“น้องวี น้องกี้ไม่ได้มีงานตอน 5 โมงเย็นเหรอครับ”
มายาวีเธอเป็นเพื่อนรักของวิสกี้ เรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมจนกระทั่งมหา’ลัย เธอเหลือบสายตามองหน้าเพื่อนรักอย่างรู้ได้ทันทีว่าเพื่อนรักกำลังโกหกแฟนหนุ่มของตัวเอง คงเพราะอยากจะมีเวลาอยู่ด้วยกันนานขึ้นอีกหน่อยสินะ “มีงาน 5 โมงเย็นค่ะพี่ครินต์แต่กำหนดการของกี้คือต้องมาถึงก่อนบ่าย 3 เพราะนอกจากจะต้องเตรียมตัว และซ้อม กี้อย่างต้องจำสคริปต์ด้วยค่ะ”
“กี้!” ครินต์เอ่ยเรียกวิสกี้เสียงดุ วิสกี้รู้ตัวแล้วว่าตัวเองกำลังทำผิด จึงหันไปมองหน้าแฟนหนุ่มด้วยสายตาออดอ้อนราวกับว่าอย่าเพิ่งต่อว่าต่อขานเธอเลยเธอต้องรีบไปทำงานนะ
“พี่ครินต์อย่าดุสิคะ เอาอย่างนี้ไหมคะ กี้ขอไปทำงานก่อน เดี๋ยวพอกี้เลิกพี่ครินต์ค่อยมาดุกี้ใหม่ดีไหมคะ แต่ว่าพี่ครินต์ต้องมารับกี้ด้วยนะคะ พี่ครินต์สัญญาไว้แล้วนี่” เอาแต่ใจจริง ๆ