ตอนที่ 1 สะกดสายตา
“ตอนไหนเด็กเธอจะมาเนี่ย เรานั่งรอกันนานแล้วนะจัสมิน ไม่ใช่น้องมันลืมเหรอ ลองโทรตามดู” ยาใจ หันไปพูดกับ จัสมิน เพื่อนสาว
คนสนิทของตัวเอง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เพื่อนสาวเธอดันชวนมากินข้าวด้วยกันที่บริเวณหลังมหาวิทยาลัยอีกที่หนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยที่เธอเรียนมากนัก เนื่องจากเพื่อนสาวของเธอดันนัดกับเด็กที่คุย ๆ กันอยู่ ว่าจะมาทานข้าวด้วย
แต่เธอกับเพื่อนดันนั่งรอกันมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว แต่เด็กของจัสมินก็ยังไม่มาสักที จนเธอคิดไปถึงว่าเด็กของเพื่อนอาจจะลืมนัดก็เป็นไปได้
“มาโน่นแล้วไง” จัสมินชี้ไปบริเวณด้านหลังที่เธอนั่งอยู่ ยาใจก็รีบหันไปมองก็พบเข้ากับ นที เด็กหนุ่มปีหนึ่งหน้าตาดีที่กำลังเดินส่งยิ้มให้กับคนที่นั่งด้านข้างเธอ ซึ่งหญิงสาวเห็นแบบนั้นก็รีบหันกลับมา พร้อมกับนั่งทานข้าวของตัวเองต่อ
“ขอโทษที่มาช้านะครับ พอดีอาจารย์สอนเรตเวลานานเลย”
“ไม่เป็นไรค่ะ นี่ของน้องทีพี่สั่งไว้ให้”
“ขอบคุณนะครับพี่มิน... สวัสดีครับพี่ยาใจ”
ในระหว่างที่เธอกำลังนั่งกินข้าวเงียบ ๆ อยู่นั้น นทีที่กำลังนั่งคุยกับเพื่อนสาวของเธออยู่ ก็หันมามองเธอพร้อมกับยกมือทักทาย ซึ่งเธอก็เอ่ยทักทายกลับอย่างเป็นกันเอง
“สวัสดีค่ะ” ยาใจยิ้มส่งให้และเป็นจังหวะเดียวกันกับน้ำที่เธอสั่งก่อนหน้านี้มาเสิร์ฟพอดี หญิงสาวจึงเงยหน้าขึ้นมองแต่เธอก็ต้องตกตะลึงกับคนด้านข้าง เพราะคนที่มาเสิร์ฟน้ำเธอนั้น ใบหน้าของเขาค่อนข้างที่จะหล่อเหลาเอาการมาก ๆ จนมันสามารถสะกดสายตาของเธอที่จับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเขาเอาไว้ได้
“อ้าวพี่นักรบ ทำไมวันนี้มาทำงานที่นี่ได้ครับ”
“อาจารย์ยกคลาส แถมวันนี้พนักงานของป้าก็ลาหยุดกะทันหันอีก ฉันก็เลยอาสามาช่วยก่อน”
“ครับ”
หลังจากที่นทีคุยกับพนักงานเสิร์ฟหนุ่มเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็เดินออกไปซึ่งหญิงสาวเห็นแบบนั้นก็รีบหันมาถามเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามทันที
“ใครเหรอคะน้องที”
“หมายถึงใครเหรอครับ พี่ผู้ชายคนเมื่อกี้นี้เหรอ”
“ใช่ค่ะ เขาเป็นใคร”
“พี่เขาชื่อ นักรบ ครับ เรียนอยู่ปีสามรุ่นพวกผมนี่แหละ พี่เขาเป็นพี่รหัสของเพื่อนสนิทผมเอง”
“อ๋อ แล้วทำไมเขาได้มาทำงานที่นี่ล่ะคะ”
“พี่เขามาทำพาร์ตไทม์น่ะครับ ปกติถ้าวันไหนว่าง ๆ พี่เขาก็จะมาทำ”
“ขยันจังเลย ช่วงนี้แค่เรียนก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว นี่ต้องมาทำงานอีก” ยาใจบ่นพึมพำขึ้น เพราะเธอก็เรียนอยู่ปีสาม หญิงสาวรู้ดีว่าช่วงนี้มันเรียนหนักหนาขนาดไหน
“พี่เขาไม่ได้ทำแค่ตรงนี้นะครับ มีทำงานที่ผับ แล้วก็แผงผักในตลาดสดอีกด้วย โคตรขยันเลย”
“โห่! สุดยอดความขยันเลย” จัสมินที่นั่งฟังอยู่ก็พูดออกมา ซึ่งเธอก็รู้สึกเหมือนกับเพื่อนสาวว่าชายหนุ่มอีกคนนั้นขยันเอามาก ๆ เธอนี่นับถือความขยันของเขาเลย
“ไม่ทำไม่ได้หรอกครับ พอดีพี่เขามีความจำเป็นต้องใช้เงินทุกเดือน”
“เขาทำงานหาเงินเรียนเองเหรอ”
“ใช่ครับ ถึงพี่เขาจะได้ทุนแต่ว่าค่ากินค่าอยู่ก็ต้องออกเองทั้งหมด แถมพี่เขายังต้องหาเงินรักษาแม่ที่ป่วยด้วยโรคร้ายอีก ค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนเยอะมาก”
“เห็นแบบนี้เราจะขี้เกียจไม่ได้แล้ว ขนาดคนที่เขาไม่มีอย่างพวกเรา เขายังตั้งใจขวนขวายขนาดนี้ เรามีพร้อมเราต้องตั้งใจเรียน เข้าใจไหมคะคนเก่ง” จัสมินพูดกับเด็กตัวเอง
ส่วนยาใจที่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดแล้ว หญิงสาวก็รู้สึกสงสารอีกคนเป็นอย่างมาก หันกลับไปจ้องมองคนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างตั้งใจ
“แกอิ่มแล้วเหรอยาใจ ฉันไม่เห็นแกกินต่อเลย”
พอได้ยินคำพูดของจัสมินแล้ว ยาใจก็เหมือนได้สติรีบหันกลับมามองแล้วหยิบช้อนขึ้นมานั่งทานข้าวของตัวเองต่อ โดยระหว่างที่กินอยู่นั้นก็มีพูดคุยกับเพื่อนตัวเองหรือว่าเด็กของเพื่อนไปด้วย
จนเวลาผ่านมาเกือบครึ่งชั่วโมง หญิงสาวก็เลือกที่จะแยกกับเพื่อน เนื่องจากจัสมินจะไปดูหนังที่ห้างสรรพสินค้ากับเด็กต่อ โดยอีกฝ่ายก็ชวนเธอไปด้วย แต่ยาใจเลือกที่จะปฏิเสธเนื่องจากเธออยากกลับบ้านไปพักผ่อนแล้ว
“คุณหนูขา”
หลังจากที่ขับรถกลับบ้านนานเกือบหนึ่งชั่วโมง หญิงสาวก็ขับเข้ามาจอดบริเวณโรงจอดรถของบ้าน โดยพอเธอลงจากรถแล้วก็พบเข้ากับพี่ น้ำค้าง ที่เดินมาถือของช่วย
“ซื้ออะไรมาเยอะแยะคะคุณหนู”
“พอดีขับรถผ่าน แล้วจำได้ว่าแม่บ้านที่บ้านชอบกิน ยาใจเลยซื้อมาฝากค่ะ”
“สวยแล้วถ้ายังใจดีอีก คุณหนูของพี่น้ำค้าง” น้ำค้างรีบเดินไปหยิบขนมที่อยู่บริเวณเบาะหลังรถ พร้อมกับเดินตามคุณหนูของบ้านเข้ามาภายในตัวบ้านหลังใหญ่
“คุณพ่อคุณแม่ยังไม่กลับบ้านเหรอคะ”
“ยังเลยค่ะคุณหนู เมื่อเช้าคุณผู้หญิงแจ้งเอาไว้ว่าจะกลับค่อนข้างเย็นเลย ส่วนคุณผู้ชายพี่ได้ยินว่าวันนี้มีประชุม”
“อ๋อ แล้วนี่ลูกแพรกลับมาหรือยังคะ”
“กลับมาแล้วค่ะ แล้วก็ออกไปพร้อมกับคุณสายลมแล้วด้วย”
“รู้ไหมคะว่าเขาไปไหนกัน”
“เห็นบอกว่าจะไปห้างสรรพสินค้ากันค่ะ แต่วันนี้คุณสายฟ้าอยู่บ้านนะคะ”
“สายฟ้าไม่มีเรียนเหรอ”
“ดิฉันได้ยินว่ามีอยู่นะคะ แต่เมื่อคืนคุณสายฟ้าเมามาก ตอนเช้าก็เลยตื่นไปเรียนไม่ไหว”
“เจ้าเด็กคนนี้น่าตีจริง ๆ แล้วนี่สายฟ้าไม่โดนคุณพ่อคุณแม่บ่นเหรอคะ”
“ก็บ่นอยู่ค่ะ” น้ำค้างก็ตอบตามที่ตัวเองได้ยินมา
“ค่ะ งั้นเอาขนมนี่ไปแจกกันกินเถอะ ยาใจจะขึ้นห้องแล้ว”
“คุณหนูจะไม่เอาไว้หน่อยเหรอคะ”
“เอาไว้สักกล่องก็ได้ค่ะ ที่เหลือเอาไปแจกคนอื่นเถอะ”
“ได้ค่ะ”
พอได้ยินคำพูดของพี่แม่บ้านแล้ว ยาใจก็รีบเดินตรงขึ้นห้องของตัวเอง โดยจังหวะที่กำลังเดินก้าวขึ้นบันไดอยู่นั้นเธอก็พบเข้ากับ สายฟ้า น้องชายของเธอที่กำลังเดินก้าวลงบันไดมาพอดี ซึ่งพอเขาเห็นเธอก็รีบยกมือโบกทักทายด้วยใบหน้าทะเล้นเปื้อนรอยยิ้ม
“อ้าว ทำไมกลับบ้าน นึกว่าจะไปนอนคอนโดฯ เสียอีก”
“ก็พรุ่งนี้มันวันหยุด พี่ก็ต้องกลับบ้านสิ แล้วนี่เราล่ะสายฟ้า ทำไมเมื่อคืนถึงเมาได้”
“เครียดเรื่องเรียนนิดหน่อย ก็เลยดื่มไปค่อนข้างเยอะ”
“ดื่มเยอะ ๆ แล้วขับรถกลับบ้านเนี่ยนะ ไม่กลัวอุบัติเหตุหรือไง”
“ผมไม่ได้ขับเองสักหน่อย ไอ้ลมขับ”
“ไปด้วยกัน”
“ก็ใช่น่ะสิ บอกให้ไปส่งที่คอนโดฯ มันก็ไม่ยอมไปส่ง ก็รู้อยู่ว่าถ้ากลับบ้านต้องโดนพ่อกับแม่บ่น”
“มันก็ควรที่จะโดนบ่นอยู่แล้ว”
“หยุดทำตัวเป็นแม่คนที่สองได้แล้วนะยาใจ รำคาญว่ะ!”
“นี่! คนเป็นห่วงยังจะมาบอกว่ารำคาญอีก ไอ้น้องคนนี้” ยาใจยกมือขึ้นจะตีอีกฝ่าย แต่เหมือนว่าสายฟ้าจะรู้ทันเขาจึงรีบวิ่งลงบันไดไปก่อน
“เฮ้อออ! เจ้าน้องคนนี้” ยาใจบ่นพึมพำ แล้วก้าวขึ้นบันไดต่อเพื่อจะขึ้นห้องของตัวเอง พอเปิดประตูเข้ามาในห้องแล้ว หญิงสาวก็วางกระเป๋าสะพายของตัวเองลงบนโต๊ะ แล้วรีบเดินเข้าไปเปลี่ยนชุด
“ทำไมวันนี้อากาศร้อนแบบนี้นะ” โดยพอเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็เดินกลับออกมาทิ้งตัวนั่งลงบริเวณข้างเตียง ยื่นมือไปหยิบไอแพดที่วางอยู่บริเวณหัวเตียงขึ้นมาเปิดดูข่าวสารต่าง ๆ ในโซเชียลมีเดีย
“ข่าวแต่ละวัน มีแต่น่ากลัวทั้งนั้นเลย” หญิงสาวเลื่อนดูโซเชียลมีเดียของตัวเองไปเรื่อย ก็พบเข้ากับข่าวสารบ้านเมืองที่ช่วงนี้มีแต่ข่าว
รบราฆ่าฟันค่อนข้างน่ากลัว โดยเธอเห็นแบบนั้นก็ไม่กล้าดูต่อจึงรีบกดปิดหน้าจอลง
“เหลืออีกตั้งหลายชั่วโมงกว่าคุณพ่อคุณแม่จะกลับมา” ยาใจที่ค่อนข้างเบื่อมากเพราะไม่มีอะไรทำเลย หญิงสาวจึงเลือกที่จะเดินมานั่งลงบริเวณโต๊ะทำงาน พร้อมกับกดเปิดคอมพิวเตอร์ของตัวเองขึ้น เพื่อจะนั่งทำงานตัวเองที่เคยทำค้างไว้เมื่อวาน