bc

ในวันที่รุ้งทอแสง

book_age12+
15
ติดตาม
1K
อ่าน
รักต้องห้าม
ครอบครัว
จบสุข
คู่ต่างขั้ว
ผู้สืบทอด
ดราม่า
หวาน
ออฟฟิศ/ที่ทำงาน
ปิ๊งรักวัยเด็ก
like
intro-logo
คำนิยม

เมื่อความสัมพันธ์อันงดงามในวัยเยาว์ของเขาและเธอถูกสั่นคลอน

เพราะเหตุการณ์ในอดีตที่ไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไข

ทอรุ้ง หญิงสาวที่ยังมีความผูกพันกับความทรงจำในวันวาน จะทำอย่างไรกับกำแพงหนาทึบที่เขาก่อขึ้นกางกั้น

ส่วนชานนท์จะทำอย่างไรกับหัวใจของตัวเองที่พยายามดิ้นรนหลีกหนี ไม่ให้เธอเข้าถึงได้ง่าย ๆ แต่หัวใจดื้อรั้นกลับไม่ยอมทำตามคำสั่งของสมอง

หนาวเนื้อห่มเนื้อคงหายหนาว

แต่หัวใจของเขาต้องห่มด้วยหัวใจของเธอเท่านั้น

พบกับความรักอันน่าประทับใจของเขาทั้งคู่ได้ใน

ในวันที่รุ้งทอแสง

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
บทที่ 1 ฉลองชัยชนะ 30%
๑ ฉลองชัยชนะ สาธารณรัฐมัลดีฟส์ เสียงดนตรีในท่วงทำนองเร่งเร้าดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะเฮฮาและโห่ร้องเซ็งแซ่ จนแทบจะดังกลบเสียงเพลงภาษาท้องถิ่นของนักร้อง ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังทอดกายนอนอ่านพ็อกเกตบุ๊กอย่างเพลิดเพลินอยู่บนเดย์เบดสีขาวริมระเบียงไม้ของรีสอร์ต หรู ซึ่งตั้งอยู่กลางทะเลต้องลุกขึ้นแล้วเดินออกไปยืนดูยังต้นเสียง เขาทอดสายตาผ่านริมระเบียงที่ตอนนี้น้ำลดจนเห็นหาดทรายสีขาวสะอาดสะอ้าน ตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าครามใสแจ๋วราวกับกระจก จนมองเห็นปะการังใต้น้ำ ริมฝีปากหยักได้รูปคลี่ยิ้มออกมา เมื่อเห็นกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่กำลังเต้นรำตามจังหวะดนตรีพื้นเมืองกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งเป็นบริการของทางรีสอร์ต คิ้วคู่เข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยในขณะที่ผุดรอยแย้มยิ้มกระจายบนใบหน้า เมื่อเห็นชายหนุ่มร่างกำยำอีกสี่คนกำลังโบกมือให้อยู่ไกล ๆ ท่ามกลางการห้อมล้อมของสาว ๆ ก่อนจะส่ายหน้าไปมาให้กับความสนุกสนานเกินเหตุของบรรดาชายหนุ่มทั้งสี่ แล้วหันกลับไปยังเดย์เบด เขาวางพ็อกเกตบุ๊กเล่มกะทัดรัดลงบนโต๊ะกระจกทรงเตี้ยข้าง ๆ เดย์เบด ก่อนที่จะเดินไปบนทางเดินไม้ที่ทอดยาวจากบ้านพักซึ่งอยู่กลางทะเลไปยังหาดทรายสีขาวละเอียดที่อยู่บนฝั่ง บรรดาหนุ่ม ๆ สาว ๆ กำลังเต้นรำโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะดนตรีพื้นเมือง มีนักดนตรีนั่งล้อมวงตีกลองและเครื่องดนตรีอื่น ๆ กันเป็นจังหวะ ประกอบเสียงร้องเพลงอย่างสนุกสนาน จากนักร้องหนุ่มสาวที่กำลังเต้นรำกันอยู่ หญิงสาวชาวพื้นเมืองหลายคนอวดรูปร่างเย้ายวนใจในชุดเสื้อผ้าน้อยชิ้นลายดอกหลากสี ศีรษะล้อมด้วยดอกไม้ที่ร้อยไว้อย่างสวยงาม ลำคอระหงและข้อมือคล้องด้วยมาลัยดอกกล้วยไม้เข้ากับบรรยากาศทะเลของมัลดีฟส์ในช่วงเวลานี้ ทั้งหมดกำลังเต้นรำอยู่บนชายหาดและดื่มเครื่องดื่มสีสวยที่มีซุ้มเครื่องดื่มมาตั้งให้บริการไปพลาง หญิงสาวชาวพื้นเมืองหน้าตาสะสวยที่กำลังเต้นรำอยู่เอามาลัยมาคล้องคอให้กับชายหนุ่มผู้มาใหม่เป็นการต้อนรับ ก่อนจะถอยกลับไปเมื่อชายหนุ่มปฏิเสธอย่างสุภาพหลังจากถูกชวนให้ไปเต้นรำด้วยกัน “นี่ของคุณครับ คุณชานนท์” พนาชายหนุ่มร่างล่ำสันที่รูปร่างหน้าตาน่าจะไปเป็นนักร้องนักแสดงมากกว่าเป็นบอดี้การ์ดยื่นเครื่องดื่มในลูกมะพร้าวที่ตกแต่งด้วยดอกกล้วยไม้สีม่วงเข้มซึ่งปักหลอดสีขาวมาให้ ชานนท์รับมาแล้วยกขึ้นดื่มนิดหนึ่งก่อนจะหันไปหาคนที่ยืนมองอยู่ “ขอบใจ นายไปสนุกกันให้เต็มที่เถอะ ไม่ต้องห่วง ตอนนี้ภารกิจจบแล้ว เราอยู่ในฐานะเพื่อนไม่ใช่เจ้านายกับลูกน้อง” ชานนท์ตบไหล่พนาเบา ๆ ก่อนจะวางมะพร้าวอ่อนลงบนโต๊ะเตี้ย ๆ แล้วทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ผ้าใบสีสันสดใส พลางมองไปยังกลุ่มหญิงสาวที่กำลังเต้นรำกันอยู่ พนาจึงนั่งลงบนเก้าอี้ผ้าใบตัวถัดไปซึ่งวางเรียงอยู่หลายตัวสำหรับแขกที่มาพักได้มาสนุกสนานร่วมกัน หลังจากจบภารกิจใหญ่ที่ร่วมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกันมานาน ชานนท์จึงตอบแทนความเหนื่อยยากของชายหนุ่มทั้งสี่คนด้วยแพ็คเกจท่องเที่ยวมัลดีฟส์ในราคาแพงลิ่ว บ้านพักที่มีอยู่เพียงไม่กี่หลังที่เกาะฝั่งนี้ถูกเขาจับจองไว้เกินกว่าครึ่ง ทำให้ชายหาดบริเวณนี้แทบจะกลายเป็นชายหาดส่วนตัว “คุณจะอยู่ที่นี่จนครบหนึ่งเดือนหรือครับ” พนาหันมาถาม “ใช่ ฉันทำงานไม่ได้หยุดพักมานับสิบปีเลยนะพนา ได้เวลาให้รางวัลชีวิตตัวเองสักที” เขาถอนหายใจพลางเอนกายลงนอนบนเก้าอี้ผ้าใบในท่าทีผ่อนคลาย เมื่อคิดถึงภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่ได้สำเร็จลุล่วงไป แล้วทอดสายตามองสามหนุ่ม สาวิน วิวัฒน์ และเดช ซึ่งเขาจ้างให้มาเป็นบอดี้การ์ดคอยดูแลความปลอดภัยให้กับวริษประธานกรรมการของโรงแรมและรีสอร์ตในเครือคีรีธาราและเดวา ซึ่งเป็นบุคคลคนที่เขารักและเคารพยิ่งกว่าพี่ชาย ตอนนี้สามหนุ่มรูปร่างกำยำอยู่ในชุดกางเกงขาสั้น ไม่สวมเสื้อเพราะเพิ่งจะขึ้นจากการเล่นน้ำทะเล โชว์ความแข็งแกร่งอย่างชายชาตรีที่แผงอกกว้าง กำลังสนุกสนานกับการเต้นรำท่ามกลางบรรดาสาวสวยหุ่นเซ็กซี่ ในมือถือเครื่องดื่ม ทุกคนกำลังดื่มไปพลางเต้นรำกันไปพลาง โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติชายหญิงอีกสี่ห้าคน ซึ่งมาพักที่บ้านพักใกล้กันร่วมอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย จึงพอจะทำให้การพักผ่อนครั้งนี้ไม่เงียบเหงาจนเกินไปนัก มัลดีฟส์มีจำนวนเกาะเล็กเกาะน้อยมากมาย ซึ่งบางเกาะจะเป็นที่อาศัยของชนพื้นเมือง บางเกาะจัดไว้เพื่อการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีรีสอร์ตหนึ่งรีสอร์ตบนเกาะหนึ่งเกาะไว้ต้อนรับผู้คนจากทั่วโลก ที่มุ่งตรงมายังมัลดีฟส์เพื่อพักผ่อนยังหมู่เกาะที่เต็มไปด้วยความสวยงามของท้องทะเล และเที่ยวชมปะการังที่มีความอุดมสมบูรณ์ “ไม่ไปสนุกกับพวกเขาสักหน่อยหรือครับ” พนาหันมาถามเมื่อเห็นสาว ๆ ส่งรอยยิ้มเชิญชวนให้ลุกขึ้นไปเต้นรำด้วยกัน “ไม่ล่ะ นั่งดูก็เพลินดี นายอยากสนุกกับพวกเขาก็ไปเถอะ” “อ้อ ไม่ล่ะครับ ผมเห็นเลย่าเขามองคุณหลายครั้งแล้ว เผื่อคุณจะทำให้ฝันของเขาเป็นจริงขึ้นมาบ้าง” พนาว่ายิ้ม ๆ “หือ รู้จักกันแล้วเหรอ” ชานนท์หันไปมองพนาก่อนจะหันไปยังหญิงสาวที่ดูสวยและเซ็กซี่ที่สุดในกลุ่มซึ่งคอยส่งยิ้มหวานมาราวกับเชิญชวนเขาบ่อยครั้ง “ก็เพิ่งทักทายกันเมื่อกี้เองครับ เขายังชมว่าพวกผมหล่อล่ำกันทุกคน ดูไอ้สาวินสิ ขานั้นเต้นไม่ยอมถอยเลย” ชานนท์หันไปมองยิ้ม ๆ ก่อนว่า “ดูเหมือนเลย่าของนาย เขาจะเปลี่ยนเป้าหมายแล้วล่ะ” ชานนท์พูดพลางมองหญิงสาวนามว่าเลย่าที่ตอนนี้หันไปเต้นรำอย่างสนุกสนานกับสาวินแทน “นั่นสินะครับ เธอคงเห็นคุณไม่สนใจ เลยเชิดใส่ไปแล้ว สวยนะครับ” พนาพึมพำตอบก่อนจะแสดงความคิดเห็น “อืม สวย สวยมากทีเดียว แต่ไม่ใช่สเปกฉัน” คนที่ฟังอยู่ยอมรับถึงความสวยงามนั้น ก่อนจะตอบกลับเสียงเรียบ “แล้วสเปกคุณเป็นยังไงหรือครับ” พนาเอ่ยถาม ทำให้คนที่ถูกถามนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนจะจารนัยสาวในสเปกของตัวเองให้ฟังด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยเช่นเคย “สเปกผมก็ อืม... ผมชอบผู้หญิงเรียบร้อย อ่อนหวานแบบผู้หญิงไทย แต่ต้องมีความมั่นใจในตัวเอง ฉลาด ดูบอบบางน่าทะนุถนอม ไม่ต้องสวยระดับดาราแต่ขอแค่อยู่ใกล้แล้วทำให้ผมมีความสุขก็พอแล้ว” คนตอบมีสีหน้าเคลิ้มฝันก่อนจะกระพริบตาถี่รัว เมื่อมีภาพของหญิงสาวที่เขาไม่ปรารถนาจะนึกถึงผุดขึ้นมาระหว่างบรรยายภาพหญิงสาวในอุดมคติ สาวน้อยดวงหน้าเรียวหวานซึ่งสะโอดสะองอยู่ในชุดราตรีสีหวานที่เขาชำเลืองมองแค่แวบเดียวในงานแต่งงานของวริษและวรรษาแต่ดันติดตามาจนถึงตอนนี้ “เฮ้ย! บ้าชะมัด” ชานนท์เผลอสะบัดหน้าให้ภาพนั้นหลุดออกไปจากห้วงคำนึง “มีอะไรหรือครับ” พนาหันมาถามอย่างแปลกใจกับท่าทีประหลาดของคนที่เคยเป็นนายจ้างของเขา ถึงผู้ชายคนนี้จะบอกว่าตอนนี้ไม่ได้เป็นลูกน้องกับเจ้านายกันแล้วหลังจากที่พวกเขาก็ได้รับค่าตอบแทนเป็นตัวเลขเจ็ดหลักที่โอนเข้าบัญชีธนาคารทันทีที่ภารกิจเสร็จสิ้นลง แต่สำหรับเขาแล้วผู้ชายคนนี้เป็นคนที่เขาให้ความนับถืออยู่ไม่น้อย แม้ใบหน้าของชายหนุ่มผู้นี้จะแฝงความขี้เล่นอยู่เป็นนิจ แต่เมื่อถึงคราวต้องใช้การตัดสินใจเขากลับกลายเป็นผู้ที่เจนจัดในเกมธุรกิจ มีความเด็ดขาดแล้วยังสุขุมรอบคอบอย่างน่าประหลาด สมกับการเป็นมือขวาของประธานใหญ่แห่งคีรีธารา ที่ช่วยกันผลักดันจนธุรกิจเติบโตขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วทั้งที่ยังอยู่ในวัยหนุ่มแน่นกันทั้งคู่ “เปล่า เปล่า... ไม่มีอะไร” คนที่เผลอหลุดคำพูดออกมาเมื่อสักครู่นี้รีบแก้ตัว พนาเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะยิ้มนิด ๆ มุมปาก “นายถามสเปกฉันแล้วสเปกนายล่ะเป็นไง” คนข้าง ๆ รีบเปลี่ยนมาถามกลับ “อ้อ ผมไม่ได้ตั้งสเปกไว้แบบคุณหรอกครับ ผมเป็นคนยังไงก็ได้ ขอแค่เป็นผู้หญิงก็พอ แต่ถ้าเป็นแม่ศรีเรือนด้วยจะดีมาก อ้อ ผมชอบผู้หญิงผิวขาว ผมยาว ดูบอบบางนุ่มนวลหน่อยก็จะดีครับ ที่สำคัญต้องเข้าใจการทำงานของผมด้วย” คนไม่ได้ตั้งสเปกไว้ร่ายยาวจนคนถามอดยิ้มไม่ได้ “นี่คือ... นายยังไม่ได้ตั้งสเปกไว้...” ชานนท์กล่าวลอย ๆ พลางหัวเราะเบา ๆ “อ้อ โทษทีผมเพิ่งรู้ว่าผมก็มีสเปกเหมือนกัน” พนายิ้มเก้อเขินก่อนจะหันมองไปยังสามหนุ่มที่กำลังเดินมายังที่เขาสองคนนั่งอยู่ “อ้าว เลิกแล้วเหรอ สาวิน” พนาเงยหน้าทักทายคนที่กำลังจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ผ้าใบตัวติดกัน ในขณะที่เดชกับวิวัฒน์นั่งฝั่งขวามือของชานนท์ “ขอพักยกก่อน” สาวินกล่าวตอบพลางหันไปยังกลุ่มสาว ๆ กับนักท่องเที่ยวฝรั่งชายหญิงที่กำลังสนุกสนานกันอยู่ “จบจากงานนี้แล้วพวกนายจะไปทำอะไรกันต่อ” ชานนท์เอ่ยถามขึ้น “ผมก็คงทำงานแบบนี้ต่อไปล่ะครับ เดินมาทางนี้แล้ว ตราบใดที่ต้นสังกัดของผมเขายังส่งงานมาให้ เส้นทางของผมมันเป็นสีเทาก็คงเป็นแบบนี้ต่อไป” เดชตอบ “เพื่อนผมชวนไปสมัครเป็นทหารอาสาแถวสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมว่าน่าลองดูครับ ผมเป็นทหารมาก่อน เส้นทางของผมเคยเป็นสีเทาก็จริงแต่รับรองว่าหัวใจของผมขาวสะอาด” วิวัฒน์ตอบมาบ้างขณะที่เดชทำเสียงจึ๊กจั๊กในลำคอที่โดนเกทับ ส่วนคนถามยิ้มมุมปากก่อนหันไปหาคนอีกฝั่งหนึ่ง “อืม แล้วนายล่ะสาวิน” “ผมคงไปเฝ้าร้านขายของชำให้ยายละครับ” ตอบกลับมาทื่อ ๆ “หือ” คนถามเลิกคิ้วขึ้น “จริง ๆ ครับ งานครั้งนี้ได้เงินมากพอที่ผมจะใช้ชีวิตกับยายอย่างสบาย ๆ เลยไม่ต้องดิ้นรนทำอะไรเสี่ยง ๆ อีก พอดีผมสัญญากับยายไว้แล้วด้วย ขืนไม่รักษาสัญญายายได้ด่าเช็ด” สาวินตอบยิ้ม ๆ ชานนท์ยิ้มตอบก่อนจะหันไปหาพนา “แล้วนายล่ะพนา” “ผมเหรอ อ้อ ก็คงเหมือนสาวินครับ จะอยู่กับแม่แล้วหางานอะไรที่ไม่เสี่ยงอันตราย สงสารแม่ไม่อยากให้เป็นห่วง ตอนนั้นที่ผมเริ่มเข้าสู่เส้นทางนี้เพราะต้องหาเงินรักษาแม่ ตอนนี้แม่หายดีแล้ว คิดว่างานนี้คงเป็นงานสุดท้าย” พนาตอบเสียงเนิบ “หางาน... ตอนนี้ที่คีรีธารามีตำแหน่งว่างหลายตำแหน่ง นายสนใจตำแหน่งไหนบอกฉันได้ นายเรียนจบอะไรมา” “เอ่อ ผม... จบ... จบคหกรรมศาสตร์ครับ” ตอบอย่างอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ “จบคหกรรม!” คนถามย้ำคำพร้อมเลิกคิ้วขึ้น ในขณะที่คนอื่นหัวเราะครืน “ครับ ผมถนัดทำเบเกอรี่กับขนมไทยครับ” ตอบกลับมาพลางถูมือไปมาก่อนจะก้มมองพื้นอย่างเขิน ๆ ในขณะที่เสียงแซวดังขึ้นขรม เพราะหลังจากที่เขาได้เข้าไปเป็นทหารเกณฑ์ก็คลุกคลีกับการฝึกอย่างหนักจนกระทั่งสิ้นสุดการเป็นทหาร เพื่อนรักอย่างสาวินเห็นว่าเขามีฝีมือการยิงปืนที่แม่นยำ จึงพาเขาไปรู้จักกับคนในวงการสีเทาในช่วงที่เขาต้องการเงินรักษาแม่ที่กำลังป่วยหนัก เขาจึงทำงานด้านนี้มาหลายปีจนแทบจะลืมอาชีพที่ตัวเองเคยฝันไปเสียแล้ว… ความฝันที่ว่าจะมีร้านเบเกอรี่เป็นของตัวเอง “ให้พนามันทำตำแหน่งพ่อครัวของหวานสิคุณ มันจะได้ทำลูกตะกั่วลอยแก้วให้ลูกค้ากิน” สาวินว่ากลับมาเรียกเสียงหัวเราะลั่น เพราะเคยเห็นแต่เพื่อนใช้ชีวิตกับความเสี่ยงและกระสุนปืนมาตลอดหลายปีที่เป็นคู่หูร่วมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกันมา “เงียบปากไปเลยมึงไอ้วิน... เสียงโทรศัพท์คุณครับ คุณชานนท์” พนาตะโกนปรามเพื่อน ก่อนจะบอกชานนท์เมื่อได้ยินเสียงสมาร์ตโฟนที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงขาสามส่วนแบบลำลองที่ถูกสวมโดยชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงกลาง ชานนท์ตบกระเป๋ากางเกงตัวเองเบา ๆ ก่อนจะล้วงขึ้นมารับสาย ในขณะคนที่ส่งเสียงหัวเราะเฮฮาอยู่เมื่อสักครู่นี้เงียบกริบลงทันที เมื่อชายหนุ่มกรอกเสียงลงไป “สวัสดีคร้าบบบ เจ้านาย” ยานคางลากเสียงรับสายอย่างอารมณ์ดี เสียงทักทายนี้ทำให้รู้ว่าคนต้นสายจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากประธานใหญ่แห่งคีรีธาราและเดวา “ผมก็คงกลับต้นเดือนหน้าตามกำหนดเดิมล่ะครับ ก็บอกแล้วไงครับ เสร็จภารกิจแล้วผมจะพักยาว ห้ามลืมสัญญาเชียว” พูดพลางเผยยิ้มกว้างอย่างสบายอารมณ์จนเห็นลักยิ้มทั้งสองแก้มชัดเจน “โธ่ ไม่ต้องห่วงครับ ผมต้องเที่ยวให้สนุกอยู่แล้ว จะเที่ยวเผื่อคุณด้วย” “อ้อ ให้ผมพักยาว ๆ ได้เลยใช่ไหมครับ มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ก็คุณดูแลเองทุกอย่างผมก็คงไม่มีอะไรต้องห่วงอยู่แล้วนี่ แถมตอนนี้คุณฝนอยู่ด้วย คงมีความสุขจนลืมไปแล้วว่ามีผมอยู่ด้วย” ว่าไปเสียงเนิบ ๆ เอนกายนอนมองท้องฟ้าสีครามสดใสในช่วงเช้าอย่างสบายใจ ก่อนจะผุดลุกขึ้นไปนั่งตัวตรง “ฮันนีมูน! คุณจะไปฮันนีมูน แล้วอะไรนะครับ” “ว่าใหม่อีกทีครับ คุณจะไปฮันนีมูนแล้วบอกให้ผมเที่ยวยาว ๆ ได้เลย มันยังไงครับ แล้วใครจะดูแลรีสอร์ต” “คุณทอรุ้ง! อะไรนะครับ” “คุณจะให้เขามาดูแลรีสอร์ตตอนที่ผมกับคุณไม่อยู่ ได้ยังไงครับ แล้วจะให้เขามาอยู่บ้านผมที่คีรีธาราเขาใหญ่ด้วย โอยตายๆ เดี๋ยว ๆ .... เฮ้ย วางไปแล้ว” ชายหนุ่มทำเสียงจิ๊จ๊ะอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะหันไปหาสี่หนุ่มที่กำลังนิ่งเงียบ “นายสี่คนช่วยหาเรือให้ฉันด้วย ฉันต้องไปมาเล่ให้เร็วที่สุด!” ว่าแล้วก็ลุกพรวดเดินจ้ำอ้าวกลับไปยังที่พักทันที ท่ามกลางความงุนงงของคนที่มองตาม ทั้งสี่หนุ่มจึงต้องลุกตามบ้างเพื่อจัดหาเรือให้เจ้านายได้กลับไปยังสนามบินที่มาเล่ซึ่งเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐมัลดีฟส์

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

พันธะร้าย..ดวงใจรัก

read
2.1K
bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.6K
bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.0K
bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.5K
bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.4K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook