1.ไม่เห็นอยากได้เลย
ณ ไร่แสงตะวัน
จอมทัพถูกบังคับให้ขับรถพาพ่อของตนมาหาลุงอาทิตย์จนได้ หลังจากหาข้ออ้างไปร้อยแปดพันประการเพื่อที่จะได้ไม่ต้องมา แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ
เขาจะรู้ดีว่าพ่อกับเพื่อนรักพยายามให้เขากับมะนาวได้ใกล้ชิดกันจึงต้องหาเหตุผลนู่นนี่นั่นให้เขามาที่นี่อยู่บ่อยๆ
แต่ทว่าวันนี้แปลกกว่าทุกครั้ง เมื่อทั้งคู่ดูมีท่าทีจริงจังและบอกให้เขาเข้ามาร่วมสนทนาเรื่องสำคัญในห้องรับแขกด้วย
“จอม พ่อกับลุงอาทิตย์เคยสัญญากันไว้ว่าจะให้ลูกของพวกเราแต่งงานกันเมื่อถึงเวลาอันสมควร ในเมื่อตอนนี้แกก็ไม่ได้คบหาอยู่กับใครเป็นพิเศษและปีหน้าหนูมะนาวก็จะต้องไปเรียนต่อ พ่อเลยอยากพูดเรื่องนี้กับแกอย่างจริงจังเสียที ถ้าพ่อให้แกหมั้นหมายกับน้องไว้ก่อนที่น้องจะเข้ามหาวิทยาลัย แกคิดเห็นว่ายังไง”
จักรทองกล่าวกับลูกชายคนเดียวของเขาโดยมีพ่อเลี้ยงอาทิตย์พยักหน้ารับส่งอย่างรู้กัน นั่นทำให้จอมทัพแทบทำหน้าไม่ถูก
แม้จะรู้ว่าพ่อกับลุงอาทิตย์ต้องพูดเรื่องนี้กับเขาเข้าสักวัน แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้ เขานึกว่าจะรอให้มะนาวเรียนจบแล้วเสียอีก
“แต่ผมเห็นมะนาวเป็นน้องสาวมาตลอดนะครับพ่อ” จอมทัพปฏิเสธบิดาก่อนหันไปหาคุณลุงอาทิตย์เพื่อนรักของพ่อพร้อมพูดกับท่านอย่างเกรงใจ
“ผมขอโทษนะครับคุณลุง น้องยังดูเด็กเกินไปสำหรับผมที่จะคิดเรื่องแบบนี้จริงๆ ไปไหนมาไหนด้วยกันยังรู้สึกเหมือนผมเป็นน้าแล้วมะนาวเป็นหลานเลยด้วยซ้ำ ผมหวังว่าคุณลุงจะไม่โกรธผมนะครับ”
“ลุงจะโกรธเราได้ยังไงกันล่ะ เรื่องแบบนี้บังคับใจกันไม่ได้”
พ่อเลี้ยงอาทิตย์ลูบไหล่คนที่เขารักเหมือนลูกชายอย่างเอ็นดู ก่อนจะพูดต่อ
“ตอนนี้น้องอาจจะยังดูเด็กไป แต่ในอนาคตก็ต้องโตขึ้นเรื่อยๆ ค่อยๆ ดูกันไปก่อนก็ได้ตาจอม ลุงกับพ่อของเราไม่รีบหรอก”
ตอนนี้ลูกสาวของเขาเรียนอยู่ชั้น ม.5 ถ้าในสายตาของคนรุ่นเขาก็มองว่าโตจนออกเรือนได้แล้ว
แต่อาจจะยังไม่โตพอในสายตาของตาจอม ว่าที่ลูกเขยที่หมายมั่นตั้งใจไว้จึงยังไม่คิดในเชิงหนุ่มสาว แต่ทว่าถึงแม้วันนี้ไม่คิดวันหน้ามันก็ไม่แน่ ลูกสาวของเขาก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ เมื่อไรที่มะนาวโตเป็นสาวสะพรั่งกว่านี้ ตาจอมอาจจะเปลี่ยนใจก็เป็นได้
“นั่นน่ะสิ แกยังไม่ต้องรีบปฏิเสธไปหรอกไอ้ลูกชาย ดูกันไปก่อนไม่ต้องรีบร้อน เดี๋ยวรอหนูมะนาวก็โตขึ้นกว่านี้เมื่อไหร่ คนที่เป็นฝ่ายอยากแต่งกับน้องตัวสั่นอาจจะเป็นแกเองก็ได้” จักรทองยังคงพยายามโน้มน้าวลูกชาย ก่อนที่จะหันไปหัวเราะร่วนกับพ่อเลี้ยงอาทิตย์
นั่นยิ่งทำให้จอมทัพต้องพยายามคิดหาทางทัดทานเอาไว้
เขาไม่อยากให้พ่อกับลุงอาทิตย์คิดหวังในเรื่องนี้จนไปไกลเกินไป ยิ่งผู้ใหญ่จะพูดกรอกหูเขามาตั้งแต่วันแรกที่มะนาวเกิดว่าจะให้เป็นเจ้าสาวของเขา เขาก็ยิ่งรู้สึกต่อต้าน เพราะไม่ชอบการบังคับในเรื่องเช่นนี้
“ผมก็ไม่ได้อยากทำให้พ่อกับคุณลุงผิดหวังหรอกนะครับ แต่ว่าน้องไม่ใช่สไตล์ผู้หญิงในอุดมคติของผมเลย อาจเพราะผมเห็นน้องมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย
ถ้าเปรียบเทียบก็คงเหมือนพ่อแม่ที่เห็นว่าลูกยังเป็นเด็กในสายตาของพวกท่านเสมอแม้ลูกจะโตแค่ไหนแล้วก็ตาม ผมเองก็ยังคงเห็นมะนาวเป็นเด็กกะโปโลในสายตาของผมเสมอเช่นกันครับ”
มะนาวกับเขาอายุห่างกันตั้งสิบสองปี ความคิด มุมมอง ทัศนคติอะไรก็ไม่ตรงกันเลยสักอย่าง
เขานึกภาพไม่ออกเลยสักนิดว่าจะรักกับเด็กคนนั้นได้ยังไงในเมื่อทุกวันนี้พูดดีกันได้ไม่ถึงสิบคำก็ต้องหาโอกาสกัดกันไปมาอยู่ตลอด
หญิงสาวที่ถูกกล่าวถึงยืนกำมือแน่นอย่างไม่พอใจ พี่จอมมีสิทธิ์อะไรมาพูดแบบนั้น เขาปฏิเสธเธอได้คนเดียวหรือไง เขาไม่ได้คิดกับเธอแบบนั้นเธอก็ไม่ได้คิดเหมือนกัน
เห็นเธอเป็นเด็กกะโปโลแบบที่เขาชอบล้อเธออย่างนั้นสินะ ทีตัวเองหน้าตายอย่างกับศพเดินได้เธอยังไม่เห็นฟ้องพ่อกับลุงจักรเลย
เธอไม่ใช่ผู้หญิงในอุดมคติของเขา เขาก็ไม่ใช่ผู้ชายในอุดมคติของเธอเหมือนกันนั่นแหละ ทั้งขี้เก็ก ชอบสั่ง เจ้าระเบียบ บ้าอำนาจ คิดว่าตัวเองดีเลิศเลอมาจากไหน ไม่รู้สาวๆ กรี๊ดกันไปได้ยังไงทั้งอำเภอ ไม่เห็นอยากได้เลย