bc

เรียกพ่อสิเกี๊ยว [Mpreg]

book_age18+
425
ติดตาม
1.2K
อ่าน
ซีอีโอ
หวาน
ขบขัน
โลกความเป็นจริง
ผู้ชายท้องได้
teacher
like
intro-logo
คำนิยม

เพราะความสับสนเป็นเหตุทำให้ไวน์ทิ้งข้าวฟ่างไปอเมริกาโดยไม่บอกไม่กล่าว

และไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองนั้นกำลังจะทิ้งมีสิ่งมีชีวิตตัวอ้วนที่เรียกว่า 'ลูก' ไปอีกคน

เมื่อกลับมาอีกที เจ้าลูกจอมซนก็ไม่ยอมเรียกพ่อ แต่เรียก 'ผี' ซะงั้น

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
การกลับมา
    "แม่ครับ ฟ่างเอาขนมมาฝากครับ" ข้าวฟ่าง หนุ่มน้อยผู้เป็นที่รักของคุณนายตระกูลกาญจนวิโรจน์ ร่างเล็กบอบบางน่าทะนุถนอมนั่งลงข้าง ๆ ผู้ใหญ่ที่ตนนับถือก่อนที่จะวางขนมชั้นสีสวยลงบนโต๊ะ ข้าวฟ่างยิ้มหวานขับให้ใบหน้าขาวผ่องสดใสดูมีเสน่ห์ขึ้นไปอีก ในอ้อมแขนมีเด็กชายผิวขาวละเอียดหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก ข้าวฟ่างปล่อยให้เด็กอ้วนนั่งบนโซฟาแล้วบีบแก้มนุ่มไปหนึ่งที     "น้องเกี๊ยวเรียกย่าให้แม่ฟังหน่อยครับ ไหนเรียกสิ ย่า"     "ย่า...ย่า!" เด็กชายวัยสองขวบชี้นิ้วไปทางหญิงวัยกลางคนก่อนที่จะยิ้มจนตาหยี     "สวัสดีด้วยครับ"     "สะดีงับ" มือเล็ก ๆ ยกขึ้นประกบกันแล้วก้มหัวจนหน้าทิ่ม ช่างเป็นภาพที่น่าเอ็นดูและสร้างเสียงหัวเราะจากคนที่เห็น     "ฮ่า ๆ หลานเกี๊ยวของย่า หล่อเหมือนพ่อไวน์เลยนะเนี่ย มาให้ย่าอุ้มหน่อยสิจ๊ะ" ข้าวฟ่างส่งลูกชายตัวน้อยของตนเข้าสู่อ้อมกอดของภาวี เกี๊ยวไม่ร้องไห้งอแงแถมยังยื่นมือไปจับใบหน้าของผู้เป็นย่าเสียด้วย     ข้าวฟ่างชะงักเมื่อได้ยินชื่อสามีของตน หลังจากแต่งงานพวกเขาก็อยู่กินกันแบบสามีภรรยาทั่วไป ทว่าฝ่ายคนพี่ผู้เป็นสามีไม่เคยสนใจคนน้องเลยสักนิด จนกระทั่งมีอะไรกันด้วยความไม่ตั้งใจ พอหลังจากคืนนั้นไวน์ก็หลบหน้าข้าวฟ่างตลอด บางวันก็ไม่กลับบ้าน จนสามเดือนให้หลังเขาก็ไปต่างประเทศโดยไม่ล่ำลาภรรยาของตนเลยแม้แต่คำเดียว ไม่นานข้าวฟ่างก็พบว่าเขานั้นท้อง เขาพยายามส่งข้อความไปบอกไวน์หลายครั้งก็ไม่สามารถส่งถึง โทรไปเป็นสิบสายก็ไร้การตอบกลับ จนข้าวฟ่างตัดสินใจบล็อกเบอร์และช่องทางการติดต่อทุกอย่าง ไม่ใช่ว่าไม่รักแล้ว เพียงแต่ว่ากลัวจะเห็นสิ่งที่เขาไม่ควรเห็นก็เท่านั้นหากว่าไวน์ไปมีคนใหม่     "โตไวจังเลยนะเนี่ย คุณแม่เลี้ยงดีใช่ไหมครับน้องเกี๊ยว ดูพุงสิ น่าขย้ำมากเลย นี่แหนะ ๆ" ภาวีทนความอ้วนตุ้ยนุ้ยของหลานชายไม่ไหวจึงซุกไซร้หน้าท้องป่องของเจ้าเด็กเกี๊ยวด้วยความเอ็นดู     ภาวีวางเจ้าอ้วนไว้ที่หน้าตักก่อนที่จะหันไปมองขนมชั้นสีเขียวสวยในกล่อง เธอยิ้มออกมาเบา ๆ เพราะความคิดถึงลูกชาย      "น่ากินมากเลยฟ่าง เห็นแล้วคิดถึงตาไวน์จริง ๆ เลย รายนั้นน่ะชอบกินขนมชั้นมาก" เธอพูดขึ้นแล้วถอนหายใจเบา ๆ ลูกชายของเธอช่างพยศนัก หลังจากแต่งงานได้ไม่นาน เขาก็บินไปอเมริกาโดยไม่บอกภรรยารวมถึงครอบครัว กว่าจะติดต่อกลับมาหาผู้เป็นแม่ก็พบว่าลูกชายตัวดีของเธออยู่ที่อเมริกาเสียแล้ว ปล่อยให้คนน้องรอแล้วรออีก รอจนลูกที่เกิดจากสายเลือดของตระกูลกาญจนวิโรจน์ออกมานั่งตาแป๋วอยู่ตรงหน้า     "เขาไปนานจังเลยนะครับ กลับมาอีกทีลูกคงเข้าโรงเรียนแล้ว" ข้าวฟ่างหัวเราะเบา ๆ      "กลับมาจะตีให้ตายไปเลย คนใจร้ายแบบนั้นน่ะ" ผู้เป็นแม่หน่ายเต็มทีจึงเลือกที่จะไม่บังคับใจลูกชาย ส่วนข้าวฟ่างนั้นก็ยอมที่จะไม่บังคับใจไวน์เช่นกันถ้าหากว่าเขาต้องการหย่า เขาพร้อมปล่อยถึงแม้ว่าจะรักมากก็ตาม     "ฝากตีเผื่อด้วยนะครับ" ร่างเล็กยิ้มเจื่อนก่อนที่จะขอตัวไปทำธุระข้างนอก เพราะไม่อยากจะนึกถึงผู้ชายใจร้ายที่ทิ้งเขาไปโดยไม่ติดต่อกลับมา     "งือ~" เจ้าเด็กอ้วนส่งเสียงร้องในลำคอก่อนที่จะหันมาอ้าแขนหาข้าวฟ่าง ร่างเล็กหัวเราะเบา ๆ ก่อนที่จะรับลูกชายมาอุ้มไว้     "ติดแม่นะเนี่ย"     "ติดมากเลยครับ ฟ่างอยู่กับลูกสองคนตลอด ลูกเลยไม่ค่อยติดใครนอกจากฟ่าง"     "แล้วจะไปไหนกันต่อเหรอ แต่งตัวซะน่ารักเชียวทั้งแม่ทั้งลูก" ภาวีถามพลางมองสองแม่ลูกด้วยสายตาอ่อนโยน     "จะพาเกี๊ยวไปเดินห้างครับ แล้วก็ผมนัดเพื่อน ๆ ไว้ด้วยว่าจะไปเลือกซื้อหนังสือกัน"     "ขับรถไปเองเหรอจ๊ะ หรือมีคนมารับ" ภาวีแอบถาม ถ้าหากว่าข้าวฟ่างจะพบรักใหม่เธอก็จะไม่มีคำว่ารังเกียจหรือไม่พอใจ มันเป็นสิทธิ์ของข้าวฟ่างที่จะหาความสุขให้ตัวเอง ไม่ใช่มาทนรอลูกชายตัวดีของเขาไปตลอด     "ครับ ฟ่างขับไปเอง"     "งั้นขับรถดี ๆ นะข้าวฟ่าง ขอบคุณสำหรับขนมนะ ว่าง ๆ ก็พาเกี๊ยวมาหาแม่บ่อย ๆ นะ"     "ครับแม่" หลังจากคุยกันเสร็จ ข้าวฟ่างเดินกลับไปที่รถก่อนที่จะสตาร์ทเครื่องแล้วตรงไปยังห้างสรรพสินค้าที่นัดกับเพื่อนสนิทไว้ทันที     ในขณะเดียวกันที่สนามบินร่างสูงของชายหนุ่มในชุดลำลองสบาย ๆ เพียงแค่เสื้อยืดสีดำและกางเกงวอร์มแบรนด์ธรรมดาที่คนรู้จักทั่วไป แต่กลับทำให้คนที่สวมใส่ดูมีเสน่ห์มากเลยทีเดียว      "ไงไอ้ไวน์ กลับมาได้สักทีนะมึง!" ธันวาเพื่อนสนิทของเขาตั้งแต่สมัยประถมเอ่ยทัก ไวน์ยิ้มมุมปากแล้วกอดคอเพื่อนตัวสูงไว้     "หน้ากูเหมือนคนอยากกลับมาเหรอ" ไวน์ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เขาไม่อยากกลับมาเจอภรรยาของเขาแม้แต่น้อย ตอนอยู่อเมริกาก็สบายใจจนแทบลืมไปเลยว่าตัวเขานั้นแต่งงานไปแล้ว แต่ก็มีบางช่วงที่นึกถึงใบหน้าหวานที่เขารำคาญที่สุด     "ก็เหมือนนะ กลับมาหาเมียทั้งทีนี่" ธันวาพูดปนขำ     "กูไม่มีเมียสักหน่อย"     "ซึนนักนะมึงอะ จะว่าไป ป่านนี้น้องฟ่างคงมีแฟนใหม่ไปแล้วมั้ง กูเคยเห็นน้องเขาไปกับผู้ชายคนนึงอย่างหล่อ แล้วก็มีเด็กด้วย กูคิดว่าครอบครัวเถอะ"      "มึงว่าไงนะ?" ไวน์เลิกคิ้ว แปลว่าข้าวฟ่างก็คงไม่มากวนใจเขาอีกแล้วสิ แต่ทำไมมันรู้สึกโมโหแปลก ๆ      "เออ ก็อย่างที่พูด แต่อาจจะไม่ใช่แฟนก็ได้ น้องเขาก็ผู้ชายเหมือนกันคนนั้นคงเป็นเพื่อนก็ได้ มึงจะสงสัยทำไม หึง?"      "ถ้ากูหึงมันก็จะไปอเมริกาให้เสียค่าเครื่องบินทำไมวะ" ธันวาถึงกับหัวเราะ เพื่อนนิสัยซึนแบบเขาคงไม่พูดออกมาหรอกว่าหึง แต่ดูจากน้ำเสียงก็ดูไม่ยาก     "เออ ๆ มึงรีบปะ กูว่าจะแวะห้างว่ะ ซื้อรองเท้าสักหน่อย คอลเลคชั่นใหม่โคตรสวย ไปด้วยกันไหมเผื่อมึงสนใจ"     "เออ ไปดิ"     ณ ห้างหรูใจกลางเมืองเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย วันนี้เป็นวันหยุดคงไม่แปลกที่จะมีคนพลุกพล่านมากกว่าปกติ ข้าวฟ่างจอดรถที่ชั้นใต้ดินหลังจากที่วนหาที่จอดมานาน ร่างเล็กก้าวลงจากรถแล้วเดินไปทางประตูเข้าห้าง  เขานัดเจอกับเพื่อนสนิทไว้สองคนคือ การินและหว้า เพื่อมาเลือกซื้อนิยายที่ร้านหนังสือชื่อดังเอาไว้อ่านแก้เหงาและถือว่าเป็นการออกมาเดินเล่นคลายเครียดไปในตัว แต่ในตอนนั้นเขาก็เพิ่งนึกได้ว่าเขานั้นลืมมือถือไว้ในรถ ข้าวฟ่างตบหน้าตัวเองเบา ๆ เพื่อเป็นการทำโทษที่ลืมของไว้ ก่อนที่จะเดินกลับไปที่รถ     "เฮ้อ" ข้าวฟ่างหยิบมือถือขึ้นมาแล้วกดโทรออกหาการิน     ["เออ อยู่ไหนละ"] การินถามห้วน ๆ ก่อนที่จะได้ยินเสียงของหว้าแทรกขึ้นมา แปลว่าทุกคนมาครบแล้วเหลือเพียงเขาที่ยังไม่ถึงสักที     "เราอยู่ทางเข้าชั้นใต้ดิน ตอนนี้การินอยู่ไหนแล้ว เราจะรีบไป"      ["มึงไม่ต้องรีบ ไอ้หว้ามันนั่งกินข้าวผัดอยู่ที่ศูนย์อาหาร กูรอที่นี่นะ"]     "โอเคเลย เดี๋ยวรีบไป"     หลังจากวางสายข้าวฟ่างก็รีบเดินตรงไปที่ศูนย์อาหารทันที เมื่อมาถึงผู้คนก็จับจ้องมาที่ข้าวฟ่าง คนตัวเล็กมีเสน่ห์มากในสายตาคนมองแต่สำหรับตัวเขาเองแล้วกลับแค่ว่าไม่มีอะไรโดดเด่น แม้กระทั่งเด็กอนุบาลที่เขาสอนอยู่ปัจจุบันยังบอกเลยว่าโตขึ้นจะแต่งงานกับเขา เพราะเขาน่ารักมาก     ข้าวฟ่างนั่งลงข้าง ๆ การินก่อนที่จะฟุบลงกับโต๊ะด้วยความเพลีย แต่ก็ยังอุ้มลูกน้อยไว้อยู่ สงสัยเขาคงจะพักผ่อนน้อยเกินไปถึงได้เหนื่อยง่ายแบบนี้     "อ้าว มาถึงก็ตายเลยนะมึง กินน้ำก่อน ๆ" การินเอาแก้วน้ำหวานของเขาส่งให้ข้าวฟ่าง      "รู้สึกเพลียนิดหน่อย สงสัยเมื่อคืนนอนดึกน่ะ ตรวจการบ้านเด็ก ๆ เยอะมากเลย ดีนะที่พรุ่งนี้ก็ปิดเทอมแล้ว"      "งู้ย น้องเกี๊ยวง้าบ มาให้น้าหอมแก้มอ้วน ๆ หน่อยมา" การินอุ้มเด็กอ้วนออกมาจากแขนเล็กแล้วขโมยหอมแก้มทันทีด้วยความมันเขี้ยว     "อื้อ...แม่ จัว จัว" สิ้นคำพูดของเด็กน้อย หว้ากับข้าวฟ่างก็ขำแตกเลยทีเดียว ไม่ว่าจะกี่ครั้งเกี๊ยวก็มักกลัวการินเสมอ     "ฮ่า ๆ น้องกลัวมึงตลอดเลยนะ หรือมึงตายไม่รู้ตัว" หว้าเยาะเย้ยเพื่อนตัวสูงก่อนที่จะหันไปพูดกับข้าวฟ่าง การินถึงกับทำหน้าละห้อยในขณะที่เกี๊ยวก็ยังคงพูดคำว่ากลัวไม่หยุด     "เออจะว่าไป มึงนี่ก็เก่งเนอะ สอนเด็กก็ว่าเหนื่อยแล้ว แถมยังต้องเลี้ยงลูกคนเดียวอีก เป็นกูร้องไห้ละ" หว้าพูดขึ้นอีกครั้ง     "ไม่หรอก เด็ก ๆ น่ารักนะ วันนี้ก็ว่าจะหาซื้อพวกนิทานเอาไว้อ่านให้เด็ก ๆ แล้วก็เกี๊ยวฟังด้วย"      "เออ แม่นางฟ้า อย่าลืมล่ะว่าตัวเองไม่แข็งแรง พักผ่อนบ้างนะ" หว้าพูดเชิงบ่นแต่ก็ยังแสดงความเป็นห่วง     "ครับ ๆ คุณพ่อ"     "ช่วงนี้มีใครมาจีบมึงบ้างปะฟ่าง ถ้ามีมึงปฏิเสธเลยนะเว้ย กูหวงมึงมาก ห้ามใครจีบเพื่อนกูเด็ดขาด เข้าใจไหมวะ! มากอดที" การินดึงข้าวฟ่างเข้าไปกอดทันทีที่พูดจบโดยที่ยังอุ้มเจ้าเกี๊ยวอยู่ เจ้าของร่างเล็กไม่ได้ขัดขืนอะไรได้แต่หัวเราะเพราะเอ็นดูในความหวงเพื่อนของการิน ส่วนหว้าก็หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน     "นี่นะครับ คนหวงเพื่อน กลัวเพื่อนมีคนมาจีบ แต่เพื่อนที่มันหวงเสือกแต่งงานไปแล้ว เออ งงนะครับ" หว้าพูดในขณะที่อัดคลิป     "เออ ถึงแต่งงานแล้วก็มีแต่คนจ้องจะงาบเพื่อนกูตลอดแหละ ห้ามยุ่งนะเว้ย! กูหวง!"      "หวงมากปะ" หว้าถามพลางซูมกล้องเข้าไปใกล้ ๆ     "หวงมาก รักมาก ข้าวฟ่างสุดที่รักของกู!"     "มึงเป็นผัวมันเหรอ"     "เออ กูเป็นผัวมัน ใช่ปะจ๊ะ"     "ไม่ใช่ เกี๊ยวไม่อยากมีพ่อเจ้าชู้" ข้าวฟ่างตอบก่อนที่จะตบหน้าคนร่างสูงที่กอดเขาไปหนึ่งที การินนี่แหละเจ้าชู้ตัวพ่อ ไปที่ไหนก็เต๊าะที่นั่น ข้าวฟ่างส่ายหน้าก่อนที่จะกลับมานั่งตัวตรงตามเดิมพลันสายตาไปเห็นใครคนหนึ่งที่ยืนมองมาจากฝั่งตรงข้าม     พี่ไวน์     ข้าวฟ่างชะงัก ร่างกายชาไปชั่วขณะ เหงื่อเริ่มออกทั้ง ๆ ที่แอร์ก็เย็นจนแทบหนาว ดวงใจวูบวาบจนแทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้ ร่างเล็กเลือกที่จะหลบสายตาเย็นชาที่มองมา แขนเรียวอุ้มลูกชายจากเพื่อนสนิทของตนมากอดไว้ ไม่รู้ว่าโชคร้ายหรือดวงตก การินดันรู้จักชายอีกคนที่มากับไวน์จึงเอ่ยทัก     "พี่ธันวา!"      "ไอ้การิน! ไม่เจอกันนานเลยนะ" ธันวาเดินเข้าไปทักรุ่นน้องที่รู้จัก ข้าวฟ่างยิ้มเจื่อน ๆ ก่อนที่จะก้มหน้างุด     "มากับใครเหรอพี่"      "อ๋อ เพื่อนน่ะ นี่ไวน์เพื่อนพี่เพิ่งกลับมาจากนอก ไอ้ไวน์นี่น้องกูเองไอ้การิน ส่วนอีกคนมึงคงรู้ดี" คำพูดของธันวาทำให้ข้าวฟ่างมั่นใจขึ้นว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาดหรือคิดไปเองว่าไวน์กลับมา มันคือเรื่องจริง คนที่ทิ้งเขาไปในวันนั้นมายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้วตอนนี้     "โคตรหล่อเลยอะพี่ อย่างเท่เลยได้ไปต่างประเทศมาด้วย ไอ้ฟ่างมึงไปเที่ยวต่างประเทศกับกูบ้างดีปะ" การินกอดคอเพื่อนรักของตัวเองจนตัวแนบชิดกัน ธันวาหันกลับมาหาไวน์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พอเห็นว่าเจ้าตัวมองนิ่ง ๆ ก็คงคิดว่าไม่มีอะไร เพราะยังไงซะไวน์ก็ไม่ได้สนใจข้าวฟ่างอยู่แล้ว ทว่าธันวากลับสะดุดตากับเด็กอ้วนที่ข้าวฟ่างอุ้มอยู่ นี่มันเหมือนไวน์ไม่มีผิด แต่เขาก็เลือกที่จะเงียบไม่ถามอะไรออกไป     "แล้วกูล่ะ กูก็อยากไปนะ" หว้าแย้งขึ้นทุกวัน     "เออลืม ไอ้นี่ชื่อหว้านะพี่ เพื่อนผมเอง"     "สวัสดีน้องหว้ามีแฟนยังครับ" ธันวาขยิบตาไปหนึ่งที     "ยังครับ จีบได้"     "นี่เพื่อนน้องนะ เว้นไว้หน่อย" การินขัด เหตุผลเดียวกับข้าวฟ่างคือ หวงเพื่อน     "หวงไว้ให้ตัวเองเหรอ"     "เปล๊า ผมไม่หวงมันหรอก ผมหวงไอ้ฟ่างคนเดียว ไอ้ฟ่างมันน่ารัก ส่วนไอ้หว้ามันปากดี พี่เอาไปเลย"      "เป็นแฟนกันเหรอ" เสียงของไวน์ทำให้ข้าวฟ่างสะดุ้ง ร่างเล็กกอดลูกชายแน่นก่อนที่จะยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วขอตัวเพื่อออกไปจากตรงนี้อย่างลุกลี้ลุกลน     "หว้า การิน เราขอตัวไปร้านหนังสือก่อนนะ...ขอตัวนะครับพี่" ข้าวฟ่างบอกกับทุกคนยกเว้นไวน์ ก่อนที่จะรีบเดินออกมาจากตรงนั้นแล้วหลบเข้าร้านหนังสือทันที เจ้าของใบหน้าหวานทรุดตัวนั่งกอดเจ้าเกี๊ยวแน่นในโซนหนังสือด้านในที่ลับตาคน ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีหรือไม่เจอกันมานานสักแค่ไหน ในสายตาของไวน์ก็ไม่เคยฉายแววความคิดถึงกลับมาเลย ดวงตาคมมองกลับมาอย่างไร้เยื่อใย ยิ่งเวลาผ่านมามากเท่าไหร่ สายตานั้นก็ยิ่งเย็นชาลงไปเรื่อย ๆ     'ฟ่างคิดถึงพี่มากเลย'     เป็นคำที่อยากพูดกับสามีของตัวเองเป็นที่สุดแต่คงไม่มีโอกาสได้พูดออกไป น้ำตาใส ๆ เริ่มคลอเบ้าดวงตากลม     "แม่ย้องไห้ ฮึก!" เมื่อเจ้าเกี๊ยวเห็นคนเป็นแม่เศร้าก็เริ่มเบะปากน้ำตาคลอแล้วร้องไห้ทันที ข้าวฟ่างรีบเช็ดน้ำตาออกแล้วลุกขึ้นเขย่าลูกน้อยเบา ๆ ขาเรียวรีบตรงไปโซนนิทานเพื่อล่อให้ลูกชายของตนหยุดร้องไห้     "โอ๋ ๆ น้องเกี๊ยวไม่ร้องนะครับคนเก่ง แม่ไม่ได้ร้องไห้สักหน่อยเห็นไหมครับ เมื่อกี้แม่แสบตาเฉย ๆ"     "แม่แฉบตาหยอ" มือเล็ก ๆ ลูบที่ดวงตาคู่สวย ก่อนที่จะเป่าลมออกจากริมฝีปากจิ้มลิ้ม     "แม่หายแล้ว" ข้าวฟ่างหลุดยิ้มกับการกระทำของลูกน้อย เด็กคนนี้คงจำมาจากข้าวฟ่างเวลาเป่าให้เจ้าเกี๊ยวเวลาเจ็บ ช่างจำเก่งเหลือเกิน     "แม่หายแล้วครับ น้องเกี๊ยวเก่งมากเลย เดี๋ยวคืนนี้จะอ่านนิทานให้ฟังนะเจ้าอ้วน" ข้าวฟ่างมุดพุงลูกชายตัวเองด้วยความเอ็นดู คนตัวเล็กหยิบนิทานมาสองสามเล่มรวมถึงนิยายที่เอาไว้อ่านเองอีกสองเรื่องก่อนที่จะตรงไปจ่ายเงิน     ในขณะที่เดินกลับออกจากร้านหนังสือกลิ่นหอมของกาแฟก็โชยผ่านเขาพอดี ข้าวฟ่างเดินตรงไปที่ร้านกาแฟอย่างไม่รีรอ      "อเมริกาโนเย็นแก้วใหญ่ครับ" ถ้าหากว่าการินและหว้ารู้เข้าเขาคงโดนบ่นเป็นแน่ แต่มันช่วยไม่ได้ กาแฟมันช่วยให้เขาผ่อนคลายจริง ๆ     "เพิ่มไซรับไหมครับ"     "ไม่ครับ"      ไม่นานอเมริกาโนของโปรดก็ถูกส่งให้ร่างเล็ก เพียงแค่กลิ่นก็ทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นแล้ว ข้าวฟ่างจ่ายเงินแล้วรับกาแฟไว้ ทันทีที่กาแฟถูกดูดออกจากแก้วข้าวฟ่างก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ระหว่างที่เดินไปดูดกาแฟไปเขาก็เห็นร้านขายรองเท้าเด็กที่มีรองเท้าคู่เล็ก ๆ น่ารักมากมาย ข้าวฟ่างหยิบขึ้นมาแล้วแอบยิ้มพลางคิดในใจว่า     'เด็กผู้ชายเหมาะกับสีอะไรดีนะ'     "ไอ้ฟ่าง! กูตามหาตั้งนาน แล้วนี่มันซื้อรองเท้าให้ลูกมึงเหรอ จำได้ล่าสุดมึงเพิ่งอัพสตอรี่ว่าซื้อรองเท้าให้ไปไม่ใช่ไง" หว้ารีบวิ่งเข้ามาแล้วก้มมองรองเท้าที่ข้าวฟ่างถืออยู่ โดยที่มีการินเดินมาพร้อมกับธันวาและไวน์     "ก็ใช่...แต่คู่นี้มันน่ารักดี"      "ไอ้ฟ่าง ๆ กูขอโทษนะเว้ย แต่นั่นคือผัวมึงใช่ปะ พี่ธันวาเพิ่งกระซิบบอกกูมา ไอ้เหี้ยกูขอโทษ" การินทำท่าเข้ามาดูรองเท้าก่อนที่จะกระซิบข้าง ๆ ข้าวฟ่างโดยที่มีหว้าฟังอยู่     "อาจจะแค่เคยเป็น..."     "เออ ก็พ่อของลูกมึงแหละ"     "ฉิบหาย! ทำไมมึงไม่บอกกูไอ้การิน กูจะได้ไม่เดินมา ไอ้ควายเอ้ย" หว้าด่าการินเสียงแผ่วพร้อมกับจิกผมอีกฝ่ายด้วยความหงุดหงิด     "โอ๊ย ๆ เออ ๆ ขอโทษครับไอ้ตัวเล็ก"     "การิน เดี๋ยวพี่ไปเลือกดูรองเท้าก่อนนะ" ธันวาพูดพลางขยิบตาเป็นสัญญาณให้พวกการินรู้     "ครับพี่ ไว้เจอกันครับ" ธันวาเดินออกไปโดยมีไวน์ตามหลัง ก่อนที่การินจะหันมาดุข้าวฟ่างเรื่องกาแฟ ซึ่งมันก็ดังพอให้ไวน์ได้ยิน     "มึงแดกกาแฟอีกแล้วนะ! ต่อหน้าต่อตากูเลย! เป็นอะไรขึ้นมาใครจะเลี้ยงลูก!" การินบ่น     "กูขอยึด ถ้ามึงเป็นอะไรขึ้นมาพวกกูจะอยู่ยังไง!" แก้วกาแฟแก้วโตถูกหว้ายึดไปอย่างไร้เยื่อใย ข้าวฟ่างหลุดหัวเราะ อย่างน้อยเขาก็ได้กินไปแล้วแหละนะ     "ชู่! อย่าเสียงดังสิ นิดเดียวเอง ไม่เป็นอะไรหรอกหน่า"     "มึงอย่าเถียง เออ แล้วเขากลับมาแบบนี้มึงจะทำไงต่อ" หว้าถามพร้อมกับหันไปมองไวน์ที่เดินออกไป     "ไม่รู้สิ เขาคงไม่สนใจเราแล้วล่ะ อาจจะต่างคนต่างอยู่"     "กูว่าพี่เขาหึงมึง" การินทำสีหน้าครุ่นคิด     "ยังไง"     "ตอนเขาถามว่าเราเป็นแฟนกันเหรอ มึงเห็นหน้าพี่เขาปะ แทบแดกกูทั้งเป็น!"     "เขาจะมาหึงเราไปเพื่ออะไร ไม่เคยรักเราด้วยซ้ำ"      "ไม่แน่หรอกว่ะ บางคนแม่งก็แค่สับสนไม่ก็โกหกตัวเอง" การินคาดเดาขึ้นมาอีก แต่ข้าวฟ่างก็เลือกที่จะไม่สนใจ     "ช่างเถอะ ไม่มีเขา เราก็อยู่ได้แล้ว...มั้ง"

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

งูบ้านนี้สายพันธุ์เหมียว (Luna V.)

read
1K
bc

Heroine (ที่นี่ไม่มี นางเอก)

read
14.7K
bc

คุณอาของหนู...น่ารักกว่าใคร

read
7.9K
bc

เป็นแฟนผมนี่มันไม่ดียังไงครับเฮีย

read
3.2K
bc

เป็นได้แค่เพื่อน(รัก)

read
7.8K
bc

เมื่อปีศาจมาสิงสู่ [omegaverse]

read
1K
bc

Friendship จุดจบสายเถื่อน

read
1K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook