ตอนที่ 1 แล้วจะทำไม
~What does the fox say? Jacha-chacha-chacha-chow! Chacha-chacha-chacha-chow! Chacha-chacha-chacha-chow!~ (เพลง: The Fox)
เสียงเพลงจังหวะหนักแน่น แถมกวนประสาทดังลั่นห้องนอนขนาดเล็ก ที่ดูซกมก สกปรก โสโครก โสมม และสถุล ตามฉบับ 5 ส. ของเจ้าของห้อง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นก็คือผมเองแหละครับ ผม ชื่อนิก หรือที่เพื่อนๆ ชอบเรียกกันว่า “นิกกี้ สายจี้นะจ๊ะ” ฉายานี้ได้มาได้ยังไง เอาเป็นว่าช่างมันเถอะ ตอนนี้เรามาสนุกกันดีกว่า
ผมกระโดดโล้ดเต้นไปตามจังหวะเพลงอย่างเมามันส์ ขณะที่ก็ไม่ปล่อยให้ปากนิ่งเฉย เลยตะโกนร้องเพลงเสียงดังลั่นแบบไม่เกรงใจใคร
“What does the fox say!!!!”
ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง!
“มึงจะตะโกนหาพ่อมึงหรอ!! นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ววะห๊ะ!!!” ขณะที่ผมกำลังโชว์เสียงอันไพเราะของผมอยู่ ก็มีเสียงเคาะประตูดังลั่นพร้อมกับเสียงทุ้มเข้มตะโกนทะลุเข้ามาในห้อง
วุ่นวายจริง ๆ ...ผมเดินไปปิดเพลงแล้วเปิดประตูออก เพื่อเผชิญกับคนที่มาขัดอารมณ์สุนทรีของผม
แอ๊ด~
“แล้วจะทำไมวะ กูจะทำอะไรมันก็เรื่องของกูป่ะ” ผมเลิกคิ้วเปิดเชิงถามเมื่อเปิดประตูเรียบร้อย แต่ท่าทางของผมดูน่าจะกวนส้นตีนมากกว่า
“นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว!!” ร่างสูงหน้าหล่อ จมูกโด่ง คิ้วเข้ม ตรงหน้าผมตะคอกกลับมา ผมหันไปดูนาฬิกาตรงผนังห้องที่บอกเวลาตี 2 อย่างชัดเจน
“ก็ตี2ไง จะถามทำไมวะ ทำอย่างกับที่ห้องไม่มีนาฬิกาไปได้” ผมตอบกลับไปกวน ๆ ทำไงได้ ความกวนตีนมันอยู่ในสายเลือดอ่ะครับ
“กวนตีน!!” ยัง ยังไม่หยุดตระคอกกูอีก
“ไม่พอใจก็ไปนอนที่อื่นดิวะ!” ผมตะคอกกลับไปบ้าง เหลืออดจริง ๆ ว่ะ
“แต่ที่นี่มันบ้านกู มึงนั่นแหละไสหัวไปซะ!!!” ร่างสูงชี้นิ้วออกไปนอกบ้านเป็นเชิงไล่
ผมเองก็ลืมไปชั่วขณะ ว่าเป็นบ้านมัน
“กูไม่ไป!! ถ้ากูไปกูจะไปนอนที่ไหนล่ะไอ้ควายยยย” ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้มันพร้อมตะโกนใส่หน้าแบบไม่ยั้ง ผมยังไม่ได้แปรงฟันเลย คงจะหอมชื่นใจหน้าดู
“ปากดีนักนะมึงเดี๋ยวกูก็จับทำเมียซะเลย” มันพูดขณะใช้สายตามองผมตั้งแต่หัวยันปลายเล็บขบ “ตัวเตี้ยอย่างกับลูกหมา ทำเป็นกร่าง หึ!” เมื่อมันมองสำรวจเรียบร้อย ก็แค่นเสียงหัวเราะออกมา
“กูไม่ได้เตี้ยกูแค่ตัวเล็ก แล้วก็เลิกพูดจาส้นตีนแบบนั้นได้แล้ว” ผมชี้หน้ามันอย่างหาเรื่อง “ใครเขาจะยอมเป็นเมียมึงกันห๊ะ! พูดเป็นเล่น”
“จะลองดูป่ะล่ะ ว่ากูจะทำจริงมั้ย” มันเหยียดยิ้มอย่างชั่วร้าย แหมะตาขวาผมนี่กระตุกยิก ๆ เลยล่ะครับท่านผู้ชม
“ถ้าคิดว่าแน่ ก็กระแซะเข้ามา” ผมกอดอกพร้อมเขย่งปลายเท้า เพื่อให้สายตาของผมอยู่ในระดับเดียวกันกับมันอย่างท้าทาย ผมไม่ได้เตี้ยหรอก แต่มันอ่ะสูงเกินไป แถมใหญ่ด้วย (?)
หมายถึงตัวอ่ะใหญ่ คิดไรกัน...
“ได้เดี๋ยวกูจะจัดให้ตามคำขอ แต่ตอนนี้กูยังไม่มีอารมณ์มาพิศวาสมึงมากนัก เพราะฉะนั้นมึงเลิกแหกปากโวยวายแล้วไปนอนซะ กู-รำ-คาญ” มันใช้นิ้วชี้จิ้มบนหน้าผากของผมย้ำ ๆ ทำให้หัวของผมโยกไปมา
เพรี๊ยะ!
ผมตีมือที่จิ้มหน้าผากผมให้ผละออก ก่อนจะใช้มือท้าวประตูไว้ พร้อมกับทำน่ากวนส้นตีน
“แล้วทำไมกูต้องทำตามด้วย ไม่ทราบ”
“ถ้ามึงไม่ทำตามที่กูบอก กูจะโทรบอกพ่อมึงเดี๋ยวนี้แหละ” มันพูดขณะกำลังใช้มือล้วงกระเป๋ากางเกงนอนแล้วหยิบมือถือออกมา
“ทำไมต้องขี้ฟ้องด้วยวะ”
“จะทำไม่ทำ” มันเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม นิ้วมือก็กำลังเลื่อนหาเบอร์พ่อผมอยู่
“ทำดิวะ!” ผมรีบตอบอย่างไว ถ้าพ่อรู้ว่าผมทำอะไรกับมันผมก็ตายสิครับ เพราะฉะนั้นอย่าเสี่ยงเลย
“ก็แค่นั้น” ไอ้หน้าหล่อมันเก็บมือถือเข้ากระเป๋ากางเกงไว้เหมือนเดิม ก่อนจะหันหลังเดินกลับห้องไป
ปั้ง!
ผมปิดประตูเสียงดังด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว ก่อนจะกลับมากระแทกตัวนั่งลงบนเตียง อารมณ์ตอนนี้ไม่มีกระจิตกระใจจะมาเต้นอะไรแล้วล่ะ
“กูไม่กลัวมึงหรอก กูกลัวพ่อกูต่างหากล่ะ” ผมพึมพำพูดคนเดียวอยู่ในห้อง หลายคนอาจจะสงสัยว่าไอ้หล่อนั่นมันเป็นใคร งั้นผมจะเล่าให้ฟัง
ย้อนไปเมื่อ 2 วันที่แล้ว
“นิกลูกรัก พ่อมีเรื่องอยากจะบอกให้ลูกรู้” ชายวัยกลางคนที่มีผมหงอกเกือบเต็มหัว เดินมากอดไหล่ผมไว้แน่นขณะที่ผมกำลังนั่งดูทีวีอยู่ตรงกลางบ้าน
“พ่อจะย้ายไปอยู่กับเมียใหม่ใช่มั้ยล่ะ ไปดิผมอยู่คนเดียวได้” ผมพูดแบบไม่ใส่ใจอะไรขณะสายตาก็จ้องอยู่กับหนังที่กำลังดู
พลั่วะ!
“มึงจะอยู่ที่ไหน!” หลังจากที่พ่อตบหัวผมเสร็จ สรรพนามที่ใช้ก็เปลี่ยนไปตามการกระทำ
“ที่นี่ไง”ผมหันกลับมามองหน้าพ่อตนเองที่มีรอยตีนกาพรึบพรับ
“จะอยู่ได้ไงวะกูขายบ้านนี้ให้เจ้มีขายหอยแล้ว หรือมึงอยากอยู่กับเขาที่นี่ล่ะ ได้ข่าวว่าเขาเอ็นดูมึงนี่หว่า” เอ็นดูหรืออยากดูเอ็นกันแน่วะ ยัยเจ้อะไรนั่นยิ่งจ้องจะงับไข่ผมอยู่ด้วย
“รีบเก็บของเลยพ่อ ผมไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว” ผมรีบลุกขึ้นอย่างลนลาน เป็นใคร ๆ ก็ไม่อยากอยู่วะ
“ฮ่าๆๆๆ” เสียงผู้เป็นพ่อก็ยังคงหัวเราะอย่างสะใจ อย่าหัวเราะเยอะพ่อตีนกาขึ้นแล้วนั่น...ก็ได้แต่คิดในใจขืนพูดออกไปก็ตายสิครับท่าน
ณ บ้านใหม่
และแล้วผมกับพ่อก็มาถึงยังจุดหมายปลายทางเป็นที่เรียบร้อย ตรงหน้าของผมคือบ้านหลังไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็ใหญ่ (?) แถมดูร่มรื่น น่าเอาสาด เอ้ย! เสื่อมาปูนอนเล่นดีนัก
“มองอยู่นั่นแหละ รีบมาขนของเข้าบ้านสิไอ้ลูกชาย นี่แกคิดว่าตัวเองเป็นพจมานมาหาชายกลางหรือไงสำรวจอยู่ได้” พ่อขนของสัมภาระหลังรถมาวางไว้ข้าง ๆ ตัวผม
“อ้าว มาถึงกันแล้วเหรอจ๊ะ เข้าบ้านกันเลยสิ” หญิงสาววัยกลางคนหน้าตาสะสวย ผมดกดำยาวสลวยอย่างกับดาราโฆษณายาสระผมซัลซิล ซึ่งแตกต่างกับคนวัยเดียวกันแบบพ่อผมอย่างสิ้นเชิง กำลังเดินออกมาจากในบ้าน
“นิกสวัสดีน้าอรสิ” พ่อใช้ศอกกระทุ้งแขนผมเบา ๆ
“สวัสดีครับน้าอร” ผมยกมือขึ้นไหว้ส่ง ๆ ไป ไม่ได้เป็นเด็กไร้มารยาทแต่แค่ตอนนี้ยังรับไม่ได้
“สวัสดีจ้ะนิก โตแล้วดูหล่อขึ้นเยอะเลยนะจ๊ะ” น้าอรพูดยิ้ม ๆ อย่างใจดี ที่น้าอรพูดแบบนี้เพราะท่านเห็นผมมาตั้งแต่ยังอยู่มัธยมต้น ท่านคบหากับพ่อผมมานานตั้งแต่ที่แม่ของผมหนีไป ซึ่งผมก็ยังไม่รู้เลยว่าที่แม่หนีไปเพราะอะไร
“ใครมาเหรอแม่” เสียงทุ้มเข้ม พร้อมกับเจ้าตัวที่เป็นชายหนุ่มร่างสูงหน้าหล่อเดินออกมาจากในบ้านด้วยท่าทางนิ่ง ๆ
เหี้ยยยยยย...หล่อกว่ากูอีก
“บิ๊กมาพอดีเลยลูก สวัสดีลุงหอมก่อนสิ”
“สวัสดีครับ” ร่างสูงหน้าหล่อที่มีชื่อว่าบิ๊กยกมือไหว้พ่อผมด้วยท่าทางปกติ ไม่ได้แสดงท่าทีว่าเกลียดพ่อผมเลยสักนิด
“ส่วนนี่ลูกลุงหอมนะจ๊ะ ชื่อนิก” น้าอรแนะนำผมให้ลูกชายเขาได้รู้จัก
“สวัสดีพี่เค้าเร็ว ๆ สินิก มัวแต่ยืนบื้ออยู่ได้” พ่อผมว่าออกมา เพราะผมมัวแต่ยืนจ้องหน้าคนชื่อบิ๊กอยู่
“หวัดดี” ผมพูดออกมาโดยไม่มีหางเสียง พร้อมกับไม่ยกมือไหว้อย่างที่พ่อสั่ง แถมยังมองมันด้วยสายตากวน ๆ ซึ่งพ่อผมกับน้าอรก็เห็นสายตาผมอยู่
“ไอ้!....”
“เข้าบ้านกันเถอะจ้ะ” น้าอรพูดขัดพ่อขึ้นมา ก่อนที่ท่านจะด่าผมน้าอรกับพ่อเดินตรงเข้าไปในบ้าน ที่ตรงนี้เลยเหลือแต่ผมกับลูกชายของเค้าที่ชื่อบิ๊กอยู่สองคน
“มองเหี้ยอะไร” ผมพูดใส่หน้ามันเมื่อเห็นว่ามันกำลังมองหน้าผมอยู่
“ก็มองเหี้ยไงไม่ได้มองคนนี่หว่า” มันพูดพลางยักคิ้วกวน ๆ ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป โดยปล่อยให้ผมแบกสัมภาระที่มีมากหนักหนาเข้าบ้านคนเดียว พอคิด ๆ ดูแล้วน้าอรน่าจะไม่ใช่แม่เลี้ยงใจร้ายหรอกมั้ง แต่ลูกเขาคนนี้น่าจะเป็นปีศาจชัด ๆ
หมั่นไส้ว่ะ...เล่นแมร่งเลยดีมั้ย?
ปัจจุบัน
สรุปง่าย ๆ เลยก็คือผู้ชายที่มันยืนเถียงกับผมตระกี้มันชื่อบิ๊กเป็นลูกชายแม่เลี้ยงของผมเองแหละครับ แค่มองก็รู้สึกไม่ถูกชะตา ผมเลยตั้งใจว่าจะปั่นประสาทมันเล่นซะหน่อยคงจะสนุกดี...