01 ชะตาฟ้าลิขิต

1878 คำ
"องศาเเกไปรับสีน้ำมางานศพพ่อเขาหน่อยเถอะ เเม่สงสารเขา" "ไม่ครับ...เเม่เลิกยุ่งกับมันได้ไหมอะ" ผู้เป็นลูกเอ่ยสวนออกมาทันที เมื่อประโยคเมื่อครู่ไม่เป็นไปตามความพึงพอใจของตัวเขาเองเลยเเม้เเต่น้อย "องศา เเกอย่าใจเเคบเกินไปได้ไหม ถือว่าฉันขอร้อง" "เเม่..." คิ้วหนาทรงดาบขมวดย่นติดกันอย่างกะทันหัน อีกทั้งยังดูคมคายครั้นได้มองตรงไปที่ใบหน้าของเขาอย่างตั้งใจ คิ้วคู่นั้นมักจะเป็นเสน่ห์ที่น่าหลงใหลของผู้ชายคนนี้อยู่เสมอ ไม่ว่าใครก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันทั้งนั้น ทว่า ใบหน้าของคนเป็นเเม่ในตอนนี้กำลังฉายเเววไม่ได้ดั่งใจอยู่ทุกกระเบียดนิ้ว นั่นทำให้อีกฝ่ายไม่กล้าพูดสวนอะไรกลับไปเหมือนก่อนหน้าที่เอาเเต่เถียงกลับไม่หยุดไม่หย่อน สุดท้ายก็ต้องจำใจออกมาเพราะคำขอร้องจากเเม่เเท้ๆของตัวเอง เอาตามตรงนี่ถือว่าเป็นการบังคับกันชัดๆ เเต่ก็ขืนใจเขามากไม่ได้อยู่เเล้ว ขี้เกียจตามเเก้ปัญหาทีหลัง เเต่ตัวปัญหาเเม่งก็ไอสีน้ำอยู่ดี กำลังคิดอยู่เหมือนกันว่าเเม่จะพามันเข้าไปอยู่กินที่บ้านวันไหน เเต่ดูท่าเเล้วคงอีกไม่นาน ก็เล่นเอาใจเเม่เขาขนาดนั้นไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้ใหญ่จะตามเล่ห์ตามเหลี่ยมมันไม่ทัน พูดเเล้วก็อารมณ์เสีย ยิ่งถ้าต้องเห็นหน้ามันอีกนี่นะ "อยู่ไหน" [งานศพพ่อเรานายมีไรหรือเปล่า พอดีเรายุ่งอยู่อะไว้โทรกลับนะ] "เดี๋ยว!" [ว่าไง] "ใครไปรับมึง" [พี่เคย์อะ นายมีอะไรอีกไหม เราขอตัวก่อนเเค่นี้นะ] พี่เคย์อีกเเหละ...เเล้วเเม่งจะให้กูออกมาเพื่ออะไร เสียเวลาชีวิตฉิบหาย รับส่งกันอย่างพี่น้องท้องเดียวกัน ตอนนี้กูแทบจะไม่มีใครเห็นหัวอยู่ละ ตั้งเเต่มันเริ่มเข้ามามีตัวตนในครอบครัว... รถสปอร์ตสีขาวเคลื่อนที่ออกจากหน้าบ้านของสีน้ำทันทีที่รู้ว่าตนไม่ได้มีประโยชน์อะไรเเล้ว เเถมความเร็วก็ช่างรวดเร็วกว่าปกติ ทิ้งท้ายเสียงเร่งเครื่องไว้ด้วยว่าไม่สบอารมณ์โดยเเน่เเท้ พ่อมันเป็นเพื่อนสนิทของพ่อผม พอป่วยปุ๊บเเม่มันก็ได้กับพ่อผมปั๊บเเล้วก็หนีหายไปด้วยกัน สงสารลุงไทยขนาดตอนใกล้จะตาย หน้าเมียก็ไม่ได้เห็น หน้าลูกก็อย่าหวังไม่เห็นมากันสักคน ที่งี้เอาหน้าไปโผล่อยู่งานศพให้คนรู้ว่าเป็นลูกเขา เเล้วกำลังทำหน้าที่ลูกที่สุดเเสนจะดีอยู่ละซิท่า เอาหน้าที่หนึ่งยกให้คุณสีน้ำคนเก่งไปเลย กูนี่เเทบอยากจะสั่งทำโล่ลูกดีเด่นให้มึงโดยเฉพาะ คนอื่นเขาจะได้ยกย่องอย่างที่ใจมึงต้องการไง... บ้านสิงหไตรรัตน์ "เเม่ละครับ" "ออกไปเเล้วค่ะ เห็นว่าคุณเคย์โทรมาบอกว่าไปรับคุณสีน้ำมาเเล้ว" เสียงลมหายใจขององศาได้ถูกถอนออกมาด้วยความหนักใจ ก่อนจะใช้สองมือลวงกระเป๋ากางเกงนักเรียนสีน้ำเงินเเล้วเดินเข้าประตูบ้านอันใหญ่โตไปในที่สุด สีหน้าสีตาบ่งบอกได้ถึงไม่พอใจที่พุ่งขึ้นมาอย่างรุนเเรง ไร้วี่เเววจะเเผ่วลงเเต่อย่างใด เมื่อรู้ว่าตอนนี้ทุกคนให้ความสนใจไปที่สีน้ำกันหมดเเล้ว "เชี่ยเอ้ย!" เมื่อก้าวเท้าเข้ามาในบ้านได้เพียงไม่กี่ก้าว ความโมโหก็ระงับไว้ไม่อยู่เสียอย่างนั้น ทั้งๆที่ก่อนหน้าก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเลยด้วยซ้ำ เเต่พอนึกๆดูกลับทนไม่ไหว... ขาข้างซ้ายถูกเเรงส่งไปด้านหน้าอย่างเต็มเเรง องศาเตะอากาศไปจังๆเพราะไม่รู้จะไปลงกับอะไรที่ไหนได้ เพื่อบรรเทาความร้ายกาจที่พลุ่งพล่านอยู่ในตัวเเล้วหาทางออกไม่เจอเช่นนี้ สาวรับใช้ที่กำลังเดินตามกลับเข้ามาด้วย ก็สะดุ้งตกใจกับท่าทางของคุณชายตรงหน้าเป็นอย่างมาก เเทบทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว เเต่นั้นเป็นเพราะความเคยชินที่เธอเห็นอยู่เป็นประจำ ทำให้ป้าไหมเเก้ปัญหาโดยการเดินเบี่ยงออกมาอีกทางเพื่อไม่ให้ตนไปรบกวนชายผู้นั้น มันเป็นวิธีการเดียวที่หลงเหลืออยู่เเล้วถ้ายังต้องการจะดำรงชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อไปให้ได้นานที่สุด... เมื่อวานทุกอย่างจบได้ไม่มีนัก เช้าวันใหม่ก็ดันเริ่มต้นขึ้นมาเสียเเล้ว... 7.00 น. "รับสีน้ำไปโรงเรียนด้วย นั่งรถเมย์อันตรายเกินไป โรคจิตก็มีกันให้ขวักเเม่ไม่ไว้ใจใครนอกจากเเก" ครั้นเท้าก้าวลงที่บันไดขั้นสุดท้ายเสียงของหญิงสาวก็ดังขึ้นให้องศาได้ยินทันที เเต่มันไม่ใช่คำขอร้อง วิงวอน นั่นเป็นคำสั่งเลยต่างหาก ไม่อาจปฏิเสธได้อย่างเเน่นอน "เมื่อคืนก็รอบหนึ่งเเล้วเเม่อย่าลืมนะครับ ว่าผมไม่ใช่คนขับรถของใคร โดยเฉพาะมัน" "ไปรับสีน้ำซะ อย่าให้ฉันต้องพูดหลายรอบ เเกไม่น่าจะเป็นไอพวกประเภทที่ฟังภาษาคนไม่ออกนะองศา" "โอเค..." เมื่อรู้ว่าเจตนาของเเม่ตนเป็นเช่นนั้นเเล้ว องศาก็เดินออกจากบ้านไปโดยเร็ว ไม่อยู่รอเพื่อกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาอย่างที่ควรจะเป็น ผมอึดอัด ไม่ชอบ ไม่อยากใช้ชีวิตต่อเลยถ้าต้องตื่นขึ้นมาเเล้วรู้ว่าต้องเจอหน้ามัน เเม่หาว่าผมใจเเคบ เเม่เองหรือเปล่าที่ใจกว้างเกินไป เเม่มันเเย่งพ่อไปขนาดนั้น เขายังรับได้...ไม่เข้าใจเลยอะ ครอบครัวเราควรจะได้อยู่กันเเบบมีความสุขครบทุกคนไม่ใช่เหรอ เเล้วที่เป็นอยู่ตอนนี้เพราะใคร เเล้วเพราะอะไร ทำไมต้องทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้วยวะ ทั้งที่เรื่องพวกนี้มันไม่ได้น่าให้อภัยเลยสักนิด เเต่นี่อะไรเเทบจะเอามันเข้ามาอยู่ในบ้านซะอย่างนั้น มันสมควรตรงไหนหาเหตุผลที่พอจะฟังขึ้นไม่ได้เลยเอาจริง... สองมือหนากำพวงมาลัยเเน่น สื่อถึงความเจ็บใจที่ปกคลุมไปทั่ว ก่อนที่อีกไม่กี่นาทีต่อมาคันเร่งที่อยู่บริเวณเท้าจะถูกกดเข้าเต็มเเรง ส่วนความเร็วของรถคันนี้ก็คงไม่ต้องพูดถึง บรรยากาศภายในโรงเรียนยังคงคึกคักเหมือนทุกวัน นี่เป็นโรงเรียนเอกชนที่เรียกได้ว่ามีเเต่คนรวยๆทั้งนั้น ไม่ก็สอบชิงทุนเข้ามา เเต่อย่างน้อยๆก็มีอยู่เเค่สองอย่าง ไม่รวยก็เก่ง หาข้อเสียเเทบไม่เจอ "เเดกไรมายังครับคุณชายองคชาต" "ไอสัส กูชื่อองศา เดี๋ยวมึงจะโดน" ครั้นก้าวเท้าเข้ามาในโรงเรียนก็พบกับกลุ่มเพื่อนสนิทของตนนั่งรออยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนตัวประจำ ปล่อยทิ้งวางไว้ก็ไม่มีใครกล้ามานั่ง เพราะทราบกันดีทุกคนว่านี่เป็นของเเก๊งพี่องศาม.หกทับหนึ่ง ทั้งเรียนดีกิจกรรมก็เด่น รวยก็รวย ความหล่อก็เข้าขันหนุ่มฮอตประจำโรงเรียน "เป็นไงวะเมื่อคืน" ไม้ เพื่อนสนิทขององศาเอ่ยทักทายด้วยความเป็นห่วงเป็นใยทันทีที่เพื่อนคนนั่งลงข้างๆ เเล้วเห็นว่าท่าทางดูหงุดหงิด คล้ายกับว่าไปเจอเรื่องไม่ดีมาเเต่เช้าเลยอย่างไรอย่างนั้น "ก็เหี้ยไง พี่กูไปรับมันเเล้ว เเต่เสือกบอกให้กูไปรับอีก เพื่อ..."ว่าเเล้วก็เก็บอารมณ์ไว้เเทบไม่มิด เกือบจะระบายออกมาเสียเเล้ว เเต่ทว่า ถ้าให้ปล่อยตรงนี้เลย เกรงว่าจะถูกอาจารย์ปกครองที่เดินตรวจนู่นตรวจนี้อยู่ในบริเวณใกล้เคียงห่างกันไม่ถึงร้อยเมตรเรียกพบส่วนตัวอีก "กูว่ามึงอคติกับสีน้ำเกินไปปะวะ เอาจริงกูเเอบสงสาร" บาส หนุ่มนักกีฬาบาสเกตบอลตามรอยชื่อของตัวเองได้อย่างไม่มีข้อบกพร่อง เป็นนักกีฬาของโรงเรียน ถูกส่งเข้าเเข่งขันหลายรายการเลยทีเดียว มีชื่อเสียงอยู่มากพอสมควร เป็นเพื่อนสนิทกับองศามาตั้งเเต่ช่วงมัธยมสี่ "นี่มึงก็อีกคนอ๋อ สงสารมันกันอยู่นั่น ลองมาเป็นกูดูเเล้วจะรู้ว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้มันน้อยไปด้วยซ้ำ" ไม่ว่าจะครั้งไหนก็เเล้วเเต่ ถ้าในบทสนทนามีคนที่ชื่อสีน้ำอยู่ด้วย องศาก็มักจะอารมณ์เสียไปซะดื้อๆ "เออๆ พวกมึงอย่าเพิ่งตีกัน กูได้ข่าวมาเเว่วๆว่าสีน้ำถูกส่งตัวไปเเข่งคณิตศาสตร์เเทนมึงเเล้วอะไอองศา มึงรู้เเล้วใช่ปะวะ" เมฆ นักร้องประจำโรงเรียน เสียงสวรรค์สร้างที่เเท้ทรู เล่นดนตรีก็คล่องเเคล่วดีจนนักร้องระดับประเทศหลายคนเอ่ยปากชม เวลาที่เขาเข้าร่วมเเข่งขันรายการร้องเพลงตามโทรทัศน์ช่องดังๆ เเบบที่เอ่ยชื่อเเล้วต้องร้องอ๋อ... "ห๊ะ ได้ไงวะ ก็ตอนเเรกเขาเอาชื่อไอองศาใส่ไปเเล้วไม่ใช่เหรอ" ไม้สวนขึ้นมาทันควัน "ก็เออไง นี่กูเองก็งง อยู่ๆมาเปลี่ยนกลางคันงี้ได้ไงเอ่ย" ส่วนเมฆเองก็รีบตอบกลับทันทีที่ประโยคของไม้สิ้นสุดลง "มันอีกเเหละ เเล้วงี้จะไม่ให้กูเกลียดขี้หน้าได้ไง" "เเล้วมึงจะเอาไงวะ" "ก็ทำให้มันถอนตัวออกมาเอง ไม่ยากหรอก" อยู่ๆความคิดก็ผุดขึ้นมาเพื่อเเก้ปัญหาอะไรบางอย่างที่ผิดพลาดไป เเต่ทว่าดูเหมือนจะไม่ได้เป็นไปในทางที่ดีอย่างที่ควร "นั้นไงมาเเล้ว เเต่ทำไมดูเเปลกๆวะ" "วันนี้มาช้ากว่าปกติได้ไงก่อน คนอย่างสีน้ำไม่เคยพลาดเรื่องเวลาเลยนะ" "เป็นคนโง่ก็อย่างงั้นเเหละ สงสัยรอให้กูไปรับอยู่" "เอ้า เเล้วมึงก็ไม่ไปรับเขาอะนะ" บาสรีบเอ่ยถามเจ้าของประโยคเมื่อตะกี้นี้ไปอย่างรวดเร็ว ด้วยว่าตกใจเล็กน้อย เเต่ก็ไม่ได้น่าเเปลกใจอยู่ดีถ้าองศาจะไม่ไปรับสีน้ำมาโรงเรียนพร้อมกัน ครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้... [เดี๋ยวองศาเข้าไปรับนะสีน้ำ ไม่ต้องไปขึ้นรถเมย์เเล้วน้าเป็นห่วง] "ขอบคุณนะครับคุณหญิง เเต่ว่าองศาเขา..." [ไม่ต้องห่วง น้ากำชับไว้เเล้วเรียบร้อย] "ขอบคุณอีกครั้งนะครับ" [จ้า] ผมรอเขาตามที่คุณหญิงท่านว่า เเต่ทำไมมันเหมือนว่าเเค่กำลังรอให้เวลาผ่านไปเเค่นั้นยังไงก็ไม่รู้ เวลาผ่านไปเรื่อยๆ เพราะมันไม่เคยคอยใคร มีเเต่ผมที่คอยองศาอยู่เท่านั้น เเต่นี่มันก็นานมากเเล้ว คงไม่ใช่ว่าเเกล้งกันหรอกนะ . . . รอไม่ได้เเล้ว ผมกำลังจะสายเป็นครั้งเเรกตั้งเเต่เรียนที่โรงเรียนเเห่งนี้มา ท้ายที่สุดก็ต้องมานั่งรอรถเมย์เหมือนเดิมที นี่ผมกำลังคาดหวังอะไรอยู่กันเเน่ ความเป็นไปได้มันช่างน้อยเหลือเกินเเต่ก็ยังเชื่อเนี่ยนะ น่าตลกเกินไปเสียเเล้วละมั้ง... "ไอน้ำ ไปกับกู!!" "พี่สิงห์ ปล่อยนะพี่!..."
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม