02 ชะตาที่ต้องพบเจอ

1420 คำ
"พี่สิงห์..." "ไหนละตัง กูรอมึงมาหลายวันเเล้วนะ" "พี่! พี่เลิกเป็นเเบบนี้สักทีได้ไหม น้ำไม่ได้มีเงินพอที่จะเเบ่งให้พี่ตลอดนะ ต่างคนต่างก็มีภาระ พี่ช่วยเหลือตัวเองไปก่อนเถอะนะพี่สิงห์" ยังพูดได้ไม่ทันขาดปาก มือหนาๆของพี่เขาก็สวนกลับมาเล่นงานผมเองซะได้ เเทบจะไม่ได้เตรียมใจรอรับความเจ็บเเสบเหล่านี้เลยสักนิด เเถมยังทิ้งความปวดไว้ให้กวนใจเล่นๆอีกต่างหาก... "กูจะเอาจากมึง!" ว่าจบก็ประชิดตัวเเล้วทำการค้นสิ่งที่ใจต้องการทันที"อยู่ไหน มึงบอกกูมา ไอน้ำ!" น้ำเสียงที่ใช้พูดคุยยังคงดังไปทั่วบริเวณ อารมณ์คนบ้าคลั่งเงินจนหน้ามืดตามัวมันมีอยู่จริง เเล้วผมก็เป็นคนหนึ่งทีเจอมันมากับตัว ไม่ว่าจะก่อนหน้านี้หรือตอนนี้ก็เถอะ... "ไม่มีเเล้วโว้ย" ทุกคนต่างก็มีขีดจำกัด จะมาขูดรีดกันจนหมดเนื้อหมดตัวเเบบนี้ ผมเองก็ไม่ไหวหรอก "เพิ่งจะผ่านสิ้นเดือนมา มึงจะไม่มีได้ยังไง" "น้ำก็ต้องใช้ต้องจ่ายของตัวเองไหมอะ หรือไอที่พี่เป็นเเบบนี้ ไม่ใช่ว่าไม่มีกินไม่มีใช้หรอกเหรอ" "กูขอเหอะน้ำ ครั้งสุดท้าย นะ...นะน้ำ" ฟังจากเสียงก็เดาได้ไม่ยากเเล้วล่ะ ว่าต้องนักหนาจริงๆ อีกนิดจะเข้าขั้นลงเเดงอยู่เเล้ว เห็นเเล้วก็อดสงสารไม่ได้... "ครั้งสุดท้ายเเล้วนะ ถ้ามีครั้งต่อไปอีก น้ำจะไม่ให้เด็ดขาด" บทสรุปก็จบเเบบนี้ทุกรอบ ผมไม่เคยเลี่ยงได้เลย มีเเค่ทางเดียวมาให้เลือกเเท้ๆ สุดท้ายก็ทำได้เเต่ยื่นคำขาดเเล้วกลับมาเป็นเเบบเดิมตลอด... พี่สิงห์เป็นพี่ผมเองเเต่ว่าคนละพ่อกัน พูดเเล้วก็เเอบเจ็บลึกๆ ไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีเด็กตัวน้อยๆมาให้เลี้ยงหรือเปล่า คิดอยู่ทุกวันว่าตอนนี้เเม่ไปอยู่ที่ไหน สุขภาพเเข็งเเรงเหมือนตอนที่น้ำเป็นคนดูเเลไหม มีคนหาเงินให้ใช้เเล้วหรือยัง มีเเต่คำถามเต็มไปหมดเลยเนอะ... เเต่ก็อยากรู้ความเป็นอยู่ของเเม่ในเวลานี้อยู่ดี นอกจากคำถามก็ไม่อะไรที่ต้องการจะพูดทั้งนั้น เเค่อยากรู้ว่าเเม่สบายดีก็เเค่นั้นเอง ถ้ามีคนมาให้คำตอบผมได้ ก็คงเลิกถามไปนานเเล้ว ทุกวันนี้ได้เพียงเเค่เสียงพัดลมสวนกลับมาเพื่อป็นคำตอบให้กับคำถามที่ว่าไปพวกนั้น พ่อตายด้วยโรคมะเร็ง ผมไม่รู้เรื่องเลยเพราะไม่มีใครบอก เราต่างคนต่างอยู่มาเกือบๆสองปีเเล้ว เพราะด้วยปัจจัยหลายอย่างที่ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันมีปัจจัยไหนที่ร้ายเเรงจนถึงขั้นอยู่ร่วมกันไม่ได้ เเม่บอกผมมาเเค่นั้น เเล้วก็บอกอยู่เสมอว่า...รู้เท่าที่เด็กอย่างผมควรรู้ก็พอ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบๆจะเเปดโมงเเล้ว โชคดีมาขึ้นรถเมย์รอบนี้ได้ทันพอดิบพอดี ดูท่าคงถึงโรงเรียนสายกว่าปกติเป็นเเน่ สภาพเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ เเต่ก็ช่างเถอะ ผมควรจะต้องถึงโรงเรียนก่อนที่จะเคารพธงชาติ เรื่องอื่นตัดทิ้งไปก่อน จะโดนคะเเนนหักจิตพิสัยไหมเนี่ย... 7:54 น. เวลาในเข็มนาฬิกาเรือนนี้ทำเอาผมโล่งใจหายกังวลเป็นปลิดทิ้ง ถือว่ายังทัน เเต่เวลาปกติของผมไม่ใช่เวลานี้ สายไปมาก รู้สึกไม่พอใจทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเช้านี้ ทว่าก็ทำอะไรไม่ได้อยู่เเล้ว ปล่อยๆมันไป จะให้สนใจทุกเรื่องบนโลกนี้ก็คงไม่ไหวเหมือนกัน ตอนเเรกกะว่าจะตรงไปดูสภาพตัวเองที่ห้องน้ำก่อน เเต่ยังไงก็ไม่ทัน เลยตัดสินใจเดินไปรอที่หน้าอาคารเเทน อีกไม่กี่นาทีอาจารย์ก็จะเปิดเพลงเรียกรวมตัวเเล้ว "สีน้ำ" นั่นสีเทียน เพื่อนสนิทของผมเอง อยู่ห้องสอง เรียนเก่ง หน้าตาดีจิตใจก็อ่อนโยนสุดๆ ไม่ค่อยอะไรกับใคร เเต่เธอมักจะถูกคนอื่นเเกล้งตลอด เพียงเพราะเธอไม่ได้ฐานะดีเท่าคนอื่นๆ ซึ่งก็ไม่ได้ต่างจากผมสักเท่าไหร่ เสียดายที่เราไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน ต่างคนต่างโดนเเกล้ง ชีวิตอย่างกับว่าถอดเเบบกันมาอย่างนั้นน่ะ ความเหลื่อมล้ำในโรงเรียนก็คงไม่ต้องพูดอะไรมากมาย ไม่เคยลดมีเเต่เพิ่มมากขึ้นทุกวันทุกวัน ก้าวขาเข้ามาเมื่อไหร่ก็มักจะมีเรื่องให้ต้องหนักใจอยู่เป็นประจำ "สีเทียน เป็นไงบ้าง" "เรารอเเกตั้งนาน ทำไมวันนี้มาช้าจัง" "อ๋อ...เราติดธุระนิดหน่อย ไม่มีอะไร" "เเต่ว่า...หน้าเเก" "ไม่มีไรหรอก เเค่ชนประตูอะ" ในระหว่างที่กำลังพูดคุยกันอยู่ เสียงเพลงมาร์ชประจำโรงเรียนนราธารวิทยา ก็ดังสวนขึ้นมา ทำเอากลบเสียงทุกเสียงในบริเวณนี้ไปจนหมด "งั้นไปเข้าเเถวกันเถอะ" "อืม" เมื่อเพลงบรรเลงไปได้เกือบครึ่งเพลง นักเรียนทุกคนก็ต่างพากันเดินมาเข้าเเนวดูละลานตาจนน่าเวียนหัว เป็นเพราะจำนวนคนในโรงเรียนเเห่งนี้มีมากที่สุดในภูมิภาคเลยก็ว่าได้ ตอนนี้การต่อเเถวตามห้องเรียนเเทบจะครบร้อยเปอร์เซ็นต์เเล้วด้วย ทั้งที่เหลือเวลาอีกหลายนาทีเลยทีเดียวกว่าจะจบเพลง... ผมไม่ได้ตัวสูงมากเท่าไหร่ เเต่ก็ไม่ได้เตี้ยขนาดนั้น ถ้านับจากข้างหน้ามาก็อยู่คนที่สิบเอ็ด ส่วนไอคนที่สิบสอง.... อ๊ะ! องศาเดินเข้ามาตรงจุดที่เขาเข้าเเถวอยู่ทุกวัน อีกทั้งยังไม่คิดจะอยู่เฉยๆ ใช้ไหล่กระเเทกคนหน้าเข้าอย่างเต็มเเรง ไม่ได้สนใจเลยว่าคนที่เขามอบความเจ็บให้ไปจะรู้สึกเช่นไร "เกะกะหูเกะกะตาเว้ย" ได้ยินจนชินเเทบจะรู้เลยว่าต่อจากการโดนกระเเทกเมื่อครู่จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทำได้เเค่หันไปมองเพราะไม่พอใจ ก่อนจะหันกลับมามองเท้าตัวเองอยู่อย่างเดิม คิดเเล้วก็เเอบหงุดหงิด ความสูงผมกับองศาต่างกันเยอะอยู่พอสมควร เเทนที่จะได้อยู่ห่างๆหน่อยกลับกลายเป็นว่าคนในห้อง ไม่มีใครที่สูงกว่าผมเเล้วเตี้ยกว่าองศาเลย ความซวยมันเลยตกมาอยู่ที่ผมตามที่เห็น.... "เห้ย ไปซัดกับหมาที่ไหนมาวะ สภาพตอนเเรกก็ไม่น่าดูอยู่เเหละ ตอนนี้นี่ยิ่งไปกันใหญ่เลยอะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า" "ไอองศา มึงอย่าเสียงดังดิ จารย์มอง" ไม้รีบเอ่ยเตือนองศาไปทันที เพราะกลัวว่าจะเป็นที่จับตามองจากเหล่าอาจารย์ที่ยืนคุมอยู่ด้านหลัง เเล้วเรื่องไม่เป็นเรื่องจะตามมาทีหลังจนทำให้เกิดปัญหา "เรื่องของเรา นายจะยุ่งทำไม" น่าเบื่อ ทั้งกลุ่มขององศาเลยนั้นเเหละ ให้ท้ายกันจนองศากลายเป็นคนเเบบนี้ เเต่ก็คงโทษพวกไม้อย่างเดียวไม่ได้หรอก เจ้าตัวคงไม่เคยคิดจะเลิกทำเรื่องพวกนี้เลยสักครั้งเดียว "ก็ถ้าจะอยากยุ่ง มันก็เรื่องของกูไหมอะ มึงจะทำไม" "พอเเล้วไอเหี้ย กูรำคาญพวกมึงว่ะ เจอหน้ากันช่วยทำให้มันเหมือนคนปกติสักทีได้ไหม ทุกวันนี้ไม่ต่างจากหมาคนละถิ่นเลยพวกมึงอะ" ก็ยังคงเป็นไม้ที่พยายามจะยุติสงครามประสาทตรงหน้าให้มันจบๆไปจะได้พ้นหูพ้นตาเขาเสียที "องศา สีน้ำ อาจารย์กาญจนาเรียกพบอะ รออยู่ข้างหลัง" "เออ เดี๋ยวกูตามไป" เพื่อนร่วมห้องของทั้งสีน้ำเเละองศาถูกอาจารย์ฝ่ายวิชาการวานให้มาเรียกทั้งคู่ไปพบ ตามประโยคที่ชายคนนั้นกล่าวออกมาเมื่อตะกี้นี้ ก่อนที่วินาทีต่อมาทั้งสองก็เดินตามออกไปติดๆ "เชี่ยเเล้วไง กูว่ารางไม่ค่อยดีเท่าไหร่ว่ะ" "นั้นดิ งานนี้ไอสีน้ำโดนเละเลยกูว่า" "เเล้วลูกพี่กูไม่ค่อยชอบให้ใครหักหน้าซะด้วย เจริญล่ะงานนี้"
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม