บทนำ
เพล้ง!
จอกน้ำชาเคลือบเนื้อดีถูกเขวี้ยงลงกระแทกพื้นอย่างแรงจนแตกพลันเกิดเสียงดังก้องไปทั่วบริเวณ ก่อนที่เศษชิ้นส่วนจะกระจัดกระจายไปทั่วทิศทาง
“หย่างั้นหรือ…”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยทวนอย่างเยือกเย็น ภายในอกเต็มไปด้วยความเดือดดาลที่ปะทุขึ้นมาแทบจะอดกลั้นเอาไว้ไม่ได้ หัวคิ้วของเซี่ยเว่ยหลงขมวดแน่นบ่งบอกได้ถึงความไม่พอใจและอารมณ์ขุ่นมัวในตอนนี้ชัดเจน “นางเป็นมารดาประสาอะไร!...ถึงกล้าทอดทิ้งบุตรไว้ให้เหล่าสาวใช้” เขาพลางปรายสายตาไปมองบุตรชายวัยเก้าเดือนที่กำลังหยอกล้อเล่นอยู่กับเหล่าสาวใช้
สตรีผู้นั้นกล้าดีอย่างไรกัน!
ใบหน้าของเซี่ยเว่ยหลงบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความโกรธ
“เหอะ! นี่ก็ผ่านมาตั้งเก้าเดือนแล้วกระมัง นายท่านเซี่ยเคยอุ้มบุตรชายตัวเองบ้างหรือไม่” จางเหวินเอ่ยถามน้ำเสียงเรียบ
เขาเหลือบสายตามองบุรุษตรงหน้าก่อนจะส่ายหน้าอย่างเอือมระอา มิใช่ว่าที่ผ่านมาเจ้าคนผู้นี้เอาแต่ทำตัวเย็นชาไม่สนใจนางหรืออย่างไร
แต่ไฉนพอภรรยาเอ่ยปากของหย่ากลับดิ้นทุรนทุรายกัน…?
เซี่ยเว่ยหลงได้ยินแล้วเงียบไปคู่หนึ่ง สายตาคมกริบปรายหันมามองสหายตาขวางด้วยความไม่พอใจนัก
“…”
“เหอะ! ปากดี” จางเหวินแค่นเสียงเย้ยหยัน
“อวดดี” เซี่ยเว่ยหลงเอ่ยออกมาหนึ่งคำด้วยน้ำเสียงเรียบ สายตาคมกริบดูลึกล้ำเกินจะคาดเดาได้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่ จากนั้นครู่ต่อมาจึงปริปากพูดอีกครั้ง “หากไร้เงาข้าคอยคุ้มกัน สุดท้ายแล้วสตรีผู้นั้นก็ไปไหนไม่พ้นจนตรอกคลานกลับมาหาอยู่ดี”
พอได้ยินประโยคนี้ จางเหวินก็หัวเราะร่อออกมาทันทีราวกับเป็นเรื่องตลกขบขันเสียเต็มประดา ดูท่าแล้วอย่างไรบุรุษผู้นี้ก็ไม่ยอมหย่านางง่ายๆ แน่แล้วไฉนถึงยังปากแข็งอีกเล่า…!?
เขาไม่รู้จะหาคำใดมาด่าทอเจ้าคนผู้นี้ให้สาสมจริงๆ
ตอนที่มีกลับไม่เคยเห็นค่าเหลียวแลภรรยาเลยแม้แต่น้อย กระทั่งกำลังจะเสียนางไปแล้วกลับไม่รู้จักคว้าเอาไว้อีก!
ทั้งทึ่มทื่อ ทั้งโง่เขลาเสียจริง!
เรื่องราวในจวนของผู้อื่นจะเป็นเช่นไร เขาอาจไม่รู้แน่ชัดแต่หากเป็นเรื่องของเซี่ยเว่ยหลง…จางเหวินกลับรู้ดีทุกอย่างเพราะเห็นมาตั้งแต่ต้นจนจบ
การแต่งงานในครั้งนั้นหาใช่เกิดจากความรัก หากแต่เป็นการทำตามคำสั่งเสียสุดท้ายของมารดาเท่านั้น
บุตรชายกตัญญูเช่นเซี่ยเว่ยหลงจะกล้าขัดคำสั่งได้อย่างไร และในขณะเดียวกันนั้นราวกับสวรรค์ได้กำหนดเอาไว้แล้ว เมื่อมีบุตรสาวจากสกุลหนึ่งเร่งเร้าอยากแต่งออกไปพอดี
ช่วงจังหวะเวลาช่างพอเหมาะพอดีเสียยิ่งกว่าสิ่งใด
เพราะเป็นความปรารถนาของมารดา…เซี่ยเว่ยหลงจะไม่คว้าโอกาสนั้นไว้ได้อย่างไรกัน
นับว่าสวรรค์ยังมีตา จู่ๆ ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยที่อาการป่วยทรุดหนักกลับฟื้นตัวขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาดใจ ซ้ำยังมีชีวิตอยู่ต่อได้นานถึงหนึ่งปีเต็มแต่ทว่าน่าเสียดายนัก เพียงไม่นานหลังจากนั้น สตรีที่เซี่ยเว่ยหลงแต่งเข้าจวนกลับมีข่าวดีว่าตั้งครรภ์แล้ว
โชคร้ายที่ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้โอบอุ้มหลานชายด้วยตนเอง
ช่วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา…บุรุษผู้นี้ไม่เคยสนใจ ไม่เคยแม้แต่จะเหลียวมองภรรยาแม้แต่น้อย
เรื่องในจวนเช่นนี้จางเหวินย่อมไม่อาจสอดมือเข้าไปยุ่งได้
สตรีที่ออกเรือนมาแล้วย่อมหวังจะให้สามีรักใคร่เอ็นดูแต่ทว่ากลับเห็นใจไม่น้อยที่ต้องทนอยู่กับความว่างเปล่าเพียงลำพัง
พอนางให้กำเนิดบุตรชายผู้หนึ่ง จางเหวินยินดีราวกลับเป็นบุตรชายตัวเองเสียดี เกรงว่าหากมอบบุตรชายให้สามีที่เย็นชาคงจะได้รับความรู้สึกดีๆ ตอบแทนกลับคืนมาบ้างแต่ทว่าสุดท้ายแล้วกลับไร้ประโยชน์….
เรื่องที่กล่าวมาเขารู้ดีราวกับนอนอยู่ใต้เตียงของคนทั้งคู่
จางเหวินถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางหันไปมองหลานชายตัวน้อยที่กำลังหัวเราะคิกคักอยู่ในวงล้อมของเหล่าสาวใช้
ใบหน้ากลมจิ้มลิ้มของเด็กน้อยฉายแววร่าเริง ไร้เดียงสา ยิ้มกว้างด้วยความสุขโดยไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่าความสัมพันธ์ระหว่างบิดาและมารดาของเขานั้นกำลังร้าวฉานเพียงใด
“หากมิได้รู้สึกอันใดก็ลงนามหย่าให้นางไปไม่ดีกว่าหรือ”
เซี่ยเว่ยหลงได้ยินถ้อยคำของสหายเข้าก็พลันเดือดดาลขึ้นมา เขาตบโต๊ะเสียงดังลั่นจนเหล่าสาวใช้ที่อยู่ละแวกนั้นต่างสะดุ้งเฮือกหันมามองเป็นตาเดียว น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชาทว่ากลับเต็มไปด้วยถ่อยคำดูแคลน
“บุตรชายของข้า...ไม่สมควรมีมารดาเป็นสตรีร่าน”
!!!
บิดามันเถอะ!! เจ้าคนผู้นี้พูดอันใดออกมา
สตรีร่านงั้นหรือ!?
จางเหวินได้ยินก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความตกใจ เขาถึงกับคิดว่าหูฝาดไปหรือไม่ จนกระทั่งได้สบกับดวงตาคมกริบของอีกฝ่าย...
“เพ่ย! เก็บปากเจ้าไว้กินข้าวเสียเถอะเซี่ยเว่ยหลง!”
จางเหวินสบถลั่นออกมาด้วยความโมโหทันที ยามนี้เขาเข้าใจกระจ่างแจ้งแล้วว่าเพราะเหตุใดนางถึงกล้าขอหย่าทั้งที่คงไม่พ้นถูกดูแคลนและครหาเช่นนี้
เกรงว่าความอดทนตลอดสามปีที่ผ่านคงสิ้นสุดแล้ว!
“เหอะ!” เซี่ยเว่ยหลงแค่นเสียงหาได้รู้สึกอันใด
จางเหวินเลิกคิ้วถามอย่างโมโห “หากนางได้ยินเช่นนี้...เจ้าคิดบ้างหรือไม่ว่านางจะรู้สึกอย่างไรเซี่ยเว่ยหลง”
“ข้าจำเป็นต้องสนใจด้วยงั้นรึ”
นางจะรู้สึกอย่างไรแล้วเกี่ยวอันใดกับเขากัน.!?
จางเหวินไม่รู้จะสรรหาคำใดมาพูดจริงๆ “จำเอาไว้ให้ดี หากสตรีตัดสินใจเลือกแล้ว...ต่อให้จะจนตรอกดิ้นรนจนไม่มีแรงเดิน นางก็จะคลานไปให้ไกลและต่อให้เต็มไปด้วยบาดแผล ข้าเชื่อว่านางจะไม่มีทางหันกลับมาให้เจ้าทำร้ายได้อีก!”
“เช่นนั้นแล้วข้าจะรั้งนางเอาไว้…ต่อให้ตายเป็นผี ข้าก็จะตามนางกลับมาไม่มีทางปล่อยไปแน่” น้ำเสียงทุ้มของเซี่ยเว่ยหลงเอ่ยออกมาอย่างเย็นชา สายตาคมกริบแข็งกร้าวขึ้นทันที
“เพ่ย! หากไม่รู้สึกอันใดก็หย่ากับนางซะ!”
“อาหยวนยังต้องมีมารดา”