ตอนที่ 1
ตอนที่ 1
ดาริณ สาวสวยมากความสามารถในวัย 25 ปี ทายาทเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แนวหน้าของประเทศ เธอเป็นผู้หญิงที่มีพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฐานะ หน้าตาทางสังคม เรียกได้ว่าอยู่เฉยๆ โดยไม่ต้องทำงานอะไรก็มีกินมีใช้ไปทั้งชาติ
แต่เธอกลับเลือกใช้ชีวิตเรียบง่าย และเลือกทำสิ่งที่ตัวเองรัก นั่นคือ เธออยากมีคาเฟ่เล็กๆ เป็นของตัวเอง ซึ่งครอบครัวเธอก็ไม่ได้คัดค้านแต่อย่างใด ทั้งยังสนับสนุนเธอทุกอย่าง อาจเป็นเพราะเธอมีพี่ชายสองคน ที่รับหน้าที่สานต่อธุรกิจของครอบครัวแล้ว จึงไม่มีใครคัดค้านเธอเรื่องนี้
“Welcome café” คือชื่อร้านของเธอ ภายในร้านตกแต่งด้วยสไตล์โคเรียมินิมอล เน้นโทนสีขาวสบายตา ทั้งยังมีมุมถ่ายรูปน่ารักๆ มากมาย อาหารและเครื่องดื่มของร้านที่ไม่เหมือนใคร เพราะเป็นสูตรลับเฉพาะ ที่ดาริณเป็นคนคิดค้นขึ้นมาเอง โดยนิยามของร้านคือ “แล้วคุณจะต้องมีรอยยิ้มกลับไป” นั่นจึงเป็นเสน่ห์ของร้านที่ดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาไม่ขาดสาย และตามมาด้วยรีวิวมากมายบนโซเชียลมีเดีย
“Welcome café ดังใหญ่แล้วนะตอนนี้ ชาว่า 10 สาขาน่าจะไม่พอแล้ว” นิชาเอ่ยแซวคนเป็นเพื่อน ในขณะที่กำลังนั่งอ่านรีวิวมากมายบนโซเชียล
“แค่นี้ริณก็แทบไม่มีเวลาพักแล้ว” ดาริณโอดครวญออกไป ตอนแรกเธอตั้งใจจะเปิดแค่สาขาเล็กๆ สาขาเดียว แต่เพราะไม่สามารถรองรับลูกค้าทั้งหมดได้ ทำให้เธอต้องขยายสาขาเพิ่ม จนตอนนี้มีมากกว่า 10 สาขาแล้ว ไม่รู้ว่าเธอคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่ที่ขยายสาขาเพิ่ม
“ช่วยไม่ได้นะคะคุณเพื่อน เลือกเองทั้งนั้น เป็นไงล่ะอยากมีคาเฟ่เป็นของตัวเอง สมใจอยากหรือยัง” นิชาเอ่ยขึ้นอย่างล้อเลียน พร้อมกับหัวเราะออกมาเสียงดัง เมื่อเห็นเพื่อนคนสวยของเธอทำหน้างอแง “ไปรีบกลับบ้านได้แล้ว ไม่ได้กลับมาหลายวันแล้วไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวที่เหลือชาจัดการเอง” นิชาเอ่ยขึ้น พร้อมกับดันหลังเพื่อนให้ลุกขึ้น
“อือ...งั้นริณกลับก่อนนะ ฝากดูแลที่เหลือให้ด้วย” ดาริณเอ่ยบอกคนเป็นเพื่อน ก่อนจะเดินออกจากร้านไป เพราะเธอไม่ได้กลับบ้านมาหลายวันอย่างที่นิชาบอกจริงๆ
ณ คฤหาสน์หลังใหญ่
“ที่ร้านคนเยอะเลยล่ะสิ ลูกพ่อถึงได้ทำหน้าอิดโรยขนาดนี้” ทันทีที่เธอเดินเข้ามาในบ้าน ก็ได้ยินเสียงคุ้นหูทักเธอทันที ใบหน้าหวานยิ้มกว้างออกมา ก่อนจะโผเข้ากอดผู้เป็นพ่ออย่างออดอ้อน “คิดถึงป๊าที่สุดเลย ริณขอเติมพลังหน่อย”
“อ้อนอะไรป๊าอีกลูกคนนี้” เสียงของคุณหญิงดาราเอ่ยแซวลูกสาวคนสวย เมื่อออกมาเห็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนกำลังกอดหอมผู้เป็นพ่อยกใหญ่
“ม๊า...กอดๆ” ดาริณผละออกจากคนเป็นพ่อทันที ก่อนจะเดินเข้าไปกอดคุณแม่คนสวย ที่กำลังอ้าแขนรอเธออยู่ “คิดถึงหม่าม้าที่สุดดดดเลย” ดาริณเอ่ยบอกคนเป็นแม่เสียงอ้อนไม่แพ้กัน
“คุณดูยัยริณสิ โตขนาดนี้แล้วยังอ้อนเป็นเด็กๆ อยู่เลย” คุณหญิงดาราร้องบอกผู้เป็นสามี พร้อมกับหัวเราะออกมาเสียงดัง เมื่อเห็นท่าทางออดอ้อนของลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้าน
“รีบไปอาบน้ำได้แล้วลูก จะได้ลงมาทานข้าวพร้อมกัน วันนี้มีแกงมัสมั่นเนื้อของโปรดของใครก็ไม่รู้” คุณหญิงดาราเอ่ยบอกผู้เป็นลูกสาว เพราะรู้ดีว่านั่นเป็นของโปรดของยัยแสบเลยล่ะ
“ของโปรดของคุณหนูดาริณเองค่ะ งั้นริณรีบไปอาบน้ำก่อนนะคะ คิดถึงแกงมัสมั่นฝีมือคุณหญิงดาราจะแย่แล้ว” พูดจบร่างงามก็วิ่งขึ้นบันไดตรงไปที่ห้องของตัวเองทันที
ดาริณใช้เวลาจัดการตัวเองเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น เมื่อลงมาก็เห็นว่าทุกคนรอเธออยู่ก่อนแล้ว รวมถึงพี่ชายทั้งสองของเธอที่ดูแล้วน่าจะพึ่งกลับมา เพราะทั้งคู่ยังอยู่ในชุดทำงานอยู่เลย
“ไงยัยริณ พี่ได้ข่าวว่าที่ร้านลูกค้าเยอะมากเลยใช่ไหม” เมฆาถามผู้เป็นน้องสาว เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กนั่งประจำที่แล้ว
“เยอะมากๆ เลยพี่เมฆ ริณแทบไม่มีเวลาพักเลย” ดาริณ บอกคนเป็นพี่เสียงเล็กเสียงน้อยอย่างที่ชอบทำ เวลาอยากอ้อนพี่ชาย
“หาเวลาพักบ้างพี่เป็นห่วง” เมฆาบอกผู้เป็นน้องสาวเสียงจริงจัง เมื่อสังเกตเห็นท่าทางอิดโรยของยัยตัวแสบ เขารู้ว่านี่คือความฝันของยัยริณ แต่ถ้าน้องเขาทำงานจนไม่มีเวลาพักแบบนี้ เขาก็เริ่มไม่อยากให้ทำแล้วเหมือนกัน
“ริณรู้ว่าทุกคนเป็นห่วง ริณจะหาเวลาพักก็แล้วกันค่ะ ถ้ารู้ว่าเปิดคาเฟ่เองจะเหนื่อยขนาดนี้ ริณอยู่บ้านเฉยๆ ให้พี่เมฆกับพี่แม็กเลี้ยงก็ดี” ดาริณพูดออกไปติดตลก เพราะไม่อยากทำให้ทุกคนเป็นห่วง ก่อนจะตักอาหารสุดโปรดตรงหน้าทานอย่างอารมณ์ดี
“ปิดกิจการไปเลยไหมล่ะ น้องสาวคนเดียวพี่เลี้ยงได้สบายอยู่แล้ว” แม็กบอกน้องสาวสุดที่รักออกไปเสียงจริงจัง เขาน่ะไม่อยากให้ยัยแสบเปิดคาเฟ่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้คัดค้าน เพราะรู้ดีว่านี่เป็นความฝันของยัยแสบ
“ได้ยังไงเล่า เอาเป็นว่าริณจะทำเท่าที่ริณไหว จะไม่หักโหมโอเคไหมคะคุณพี่ชายสุดที่รัก” ดาริณรีบบอกพี่ชายคนโตของเธอออกไปทันที ก่อนจะตักอาหารให้พี่ชายทั้งสองอย่างเอาอกเอาใจ ก่อนที่ทั้งสองจะสั่งปิดคาเฟ่เธอจริงๆ
“ไม่ต้องมาทำเป็นเอาอกเอาใจพี่เลย พี่รู้ว่าเรากำลังคิดอะไรอยู่ ถ้าไม่ไหวให้รีบบอกพี่ทันทีเข้าใจไหม ห้ามฝืนตัวเองเด็ดขาด” แม็กเอ่ยย้ำน้องสาวตัวแสบอีกครั้ง เพราะเขาน่ะรู้จักนิสัยยัยแสบดี
“ไว้ถ้าริณอยากได้ตังค์สักร้อยล้านจะบอกนะคะ” ดาริณเอ่ยหยอกล้อผู้เป็นพี่ชายออกไป ก่อนจะส่งยิ้มตาหยีไปให้อย่างที่ชอบทำ เพื่อบอกว่าเธอยังไหวอยู่
“เอาตอนนี้เลยไหมล่ะ” เสียงคนหลงน้องสาวเอ่ยขึ้น พร้อมกับยื่นมือไปยีกลุ่มผมนุ่มนั้นอย่างรักใคร่
“สายเปย์ไม่ไหว อย่าให้ริณรู้นะว่าแอบไปเปย์สาว” ดาริณเอ่ยแซวผู้เป็นพี่ชายทันที ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะของทุกคนบนโต๊ะอาหาร เมื่อยัยแสบของบ้านเริ่มแสดงอาการหวงพี่ชายอีกแล้ว
เมื่อทานเสร็จแล้ว ทั้งหมดก็ย้ายมาที่ห้องนั่งเล่น เพื่อพูดคุยกันตามประสาคนในครอบครัว อย่างที่ชอบทำเป็นประจำเมื่ออยู่พร้อมหน้าพร้อมตา
“ป๊า...ม๊า คืนนี้ริณขอนอนด้วยนะคะ” ดาริณเอ่ยขึ้นเสียงอ้อน พร้อมกับใช้คางเกยไหล่ป๊าม๊าอย่างที่ชอบทำ
“อะไรกันลูกคนนี้ ทำไมวันนี้อ้อนป๊ากับม๊าเป็นพิเศษ แอบไปทำอะไรผิดมาหรือเปล่าเนี่ย” คุณหญิงดาราเอ่ยแซวลูกสาวออกไป ไม่รู้ว่านางรู้สึกไปเองหรือเปล่า ที่วันนี้ยัยริณดูอ้อนแปลกๆ ถึงแม้ลูกสาวคนนี้จะขี้อ้อนแบบนี้อยู่แล้วก็ตาม แต่ความรู้สึกวูบโหวงที่เกิดขึ้นภายในใจ ทำให้คุณหญิงดารารู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา ก่อนจะกอดตอบผู้เป็นลูกสาวด้วยความรู้สึกหลากหลาย
“ริณก็แค่อยากนอนกอดป๊ากับม๊าแค่นั้นเอง ไม่รู้แหละยังไงคืนนี้ริณก็จะนอนด้วย” ดาริณเอ่ยขึ้น พร้อมกับทำท่าเกาะแขนของคนเป็นแม่ไว้แน่นราวกับลูกลิงตัวน้อย
ทั้งหมดได้แต่หัวเราะให้กับท่าทางน่ารักของคุณหนูเล็กของบ้าน ก่อนจะนั่งพูดคุยกันต่อสักพัก และแยกย้ายกันขึ้นห้องนอนในเวลาต่อมา
ภายในห้องนอนใหญ่สุดหรู เตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่ตอนนี้ นอนกอดกันกลม โดยดาริณนอนอยู่ตรงกลาง ระหว่างป๊ากับม๊าของเธอ ไม่นานทั้งสามก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกัน พร้อมกับความรู้สึกอบอุ่นหัวใจ
แต่ใครเลยจะคาดคิดว่านี่จะเป็นคืนสุดท้าย ที่ดาริณจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวแสนอบอุ่นนี้ เพราะเช้าวันถัดมา ในขณะที่ดาริณกำลังขับรถออกไปยังห้างสรรพสินค้า รถยนต์คันหรูของเธอก็เกิดยางระเบิดอย่างกะทันหัน ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าเข้าอย่างจัง
เสียงดังสนั่นของแรงกระแทกจนรถยนต์คันหรูขาดออกจากกันเป็นสองท่อน สร้างความเจ็บปวดอย่างรุนแรงให้กับผู้เป็นเจ้าของรถ ร่างงามฟุบหน้าบนถุงลมนิรภัย เลือดสีแดงเข้มไหลออกมาไม่หยุด “เจ็บจัง” ดาริณเอ่ยออกมาเสียงเบา ก่อนสติที่เหลือเพียงน้อยนิดจะดับวูบลง พร้อมกับลมหายใจสุดท้ายขาดห้วงไป