ตอนที่ 1 คืนเมามาย
“แก ฉันเดินต่อไม่ไหวแล้ว...”
“เฮ้ย อีกนิดเดียวจะถึงรถแล้ว”
“ไม่เอา ไม่เดิน ง่วง!”
เจ้าของร่างระหงในชุดกางเกงยีนส์เอวสูงกับเสื้อสายเดี่ยวสีดำพูดอย่างเอาแต่ใจพร้อมกับหยุดเดินเอาดื้อๆ ทำเอาเพื่อนสาวที่หิ้วปีกมาถึงกับพ่นลมหายใจแรงด้วยความระอา มัสยาเป็นแบบนี้เสมอ...เมาแล้วง่วงและพร้อมจะนอน...ไม่เลือกที่
“ถ้างั้น เอางี้ แกยืนรอตรงนี้แปบ...เดี๋ยวฉันวนรถมารับ”
มาลารินตัดสินใจหลังกวาดตาสำรวจแล้วว่าบริเวณหลังร้านที่ยืนอยู่ตอนนี้ดูไม่อันตราย ไฟสว่าง ผู้คนพลุกพล่านและลานจอดรถก็อยู่ห่างออกไปแค่ไม่กี่ร้อยเมตร
“อื้อ”
คนเมาครางตอบรับอีกฝ่ายเบาๆ พลางหลับตาเอนร่างพิงกำแพงเพื่อพยุงตัว
“อยู่ตรงนี้ ห้ามไปไหนนะ”
มาลารินไม่วายหันมากำชับ ในใจแอบนึกเสียดายว่ากรรณิการ์น่าจะมาด้วยกันจะได้ช่วยกันหามหรือไม่ก็คอยเฝ้ามัสยาในช่วงที่เธอไปเอารถ แต่ก็นั่นแหละไม่มีทางเลือกอื่นเพราะดูท่าอีกคนให้ตายก็คงจะไม่ยอมเดินต่อแล้ว ถ้าไม่ปล่อยไว้แล้ววนรถมารับก็ไม่แคล้วต้องนอนเป็นเพื่อนหมาจรจัดที่หลังร้านคืนนี้แน่ๆ
“เออๆ รู้แล้ว” มัสยาโบกมือไล่แถมทำหน้ารำคาญใส่
ไม่รู้ว่าเพราะพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกหรือเคราะห์หามยามซวยของใคร หลังมาลารินผละจากไปเพียงไม่กี่นาทีคนกลุ่มใหญ่ที่ออกันอยู่บริเวณหลังร้านก็ขึ้นรถตู้ที่วนมาไปรับไปจนหมด ทิ้งเจ้าของร่างระหงให้ยืนพิงกำแพงอยู่คนเดียวกับหมาแดงอีก 1 ตัว
ลมเย็นๆ โชยมาจากที่ไหนสักแห่งทำให้คนเมาเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็วราวกับอยู่ในห้องนอนแสนสบาย โดยไม่รู้เลยว่ามีบุคคลท่าทางไม่น่าไว้วางใจคนหนึ่งเดินพุ่งตรงเข้ามาหาด้วยท่าทางกระหายกระหือรือ แม้แต่ลมหายใจร้อนเหม็นหึ่งที่เป่ารดใบหน้ายามเมื่อคนผู้นั้นโน้มตัวลงมาจับจ้องก็ไม่สามารถทำให้เธอตื่นขึ้นมาได้แต่อย่างใด
“คนสวย...อยู่ตรงนี้คนเดียวเหงาแย่เลย ไม่ต้องกลัวน้าเดี๋ยวคุณไฟพาไปอยู่ด้วยกัน”
คนตัวโต ผิวเข้มพูดพลางยิ้มเรี่ยราด ดวงตาคมภายใต้ใบหน้ารกหนวดนั้นปรือปรอย แดงก่ำ ฉ่ำเยิ้มด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ เจ้าตัวหรี่ตาสำรวจไปทั่วเรือนร่างที่ยืนอิงกำแพงพลางลองเอานิ้วจิ้มจึกๆ ลงบนหัวไหล่ขาวนวลเพื่อทดสอบปฏิกิริยาก่อนจะยกยิ้ม ส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างถูกใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงแน่นิ่งไม่ไหวติง
“โอเคร๊ ปลอดภัย ไร้ชีวิต!!”
“โฮ้ง!”
เจ้าหมาแดงที่หมอบอยู่ใกล้ๆ ส่งเสียงเห่าสั้นๆ ขึ้นเมื่อเห็นคนตัวโตจัดการแบกร่างขาวนวลขึ้นบ่าราวกับกำลังทักท้วงการกระทำนั้น เตโชหันมายิ้มหวานให้มันก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ
“จุ๊ๆ ไม่ต้องมาอ้อน ไม่พาไปด้วยหรอกครับ เดี๋ยวผมโดนด่าอีก”
เตโชเดินผิวปากอย่างครึ้มอกครึ้มใจไปตามตรอกเงียบสงัดมุ่งหน้าสู่ท่าเรือ ในใจนึกฝันว่าจะได้จัดพิธีแต่งงานให้จ่าเฉยหลังจากที่ปล่อยให้โสดมานานตั้งแต่แอบอุ้มข้ามเกาะไปเมื่อสองสามปีก่อนวันนี้หาเจ้าสาวให้จ่าได้แล้วนะ แค่นึกเขาก็อารมณ์ดีจนเผลอหัวเราะคิกๆ ออกมาคนเดียว
“ดะ เดี๋ยวครับนาย อันนี้เอากลับเกาะไม่ได้นะ” จำรูญรีบวิ่งตาเหลือกมาขวางทันทีที่เห็นสิ่งที่ผู้เป็นนายแบกลงท่าเรือมา
“ทำไมจะไม่ได้ กูจิ้มดูแล้วไม่ใช่หมาหรือสิ่งมีชีวิตใดๆ”
เตโชพูดยืนยันอย่างมั่นใจด้วยลิ้นไก่สั่นๆ เหตุเพราะก่อนหน้านี้นั้นเขาเคยพลาดอุ้มหมาคนอื่นกลับเกาะจนวุ่นวายเพราะโดนเจ้าของหมาด่าเปิดเปิง หลังจากนั้นมาลูกน้องตัวดีก็ออกกฎว่าให้จิ้มดูก่อนว่าเป็นสิ่งมีชีวิตหรือเปล่า ด้วยกลัวว่าถ้าครั้งถัดไปไม่ใช่แค่หมาแต่ดันซวยเป็นลูกสาวหรือเมียชาวบ้านมันจะเป็นเรื่องเอา
“แต่ว่านั่นมันคนนะครับนาย”
“คนบ้านพ่อมึงสิ ขาวขนาดนี้ เงียบนิ่ง ไม่ไหวติงขนาดนี้”
“แต่ว่า....”
“ไอ้ห่า หุบปากแล้วออกเรือ...เดี๋ยวกูถีบ!!!”