ล่ามรัก 00
ทำไมวันนี้มันถึงได้น่าเบื่อแบบนี้นะ ผมได้แต่พูดกับตัวเองในใจก่อนที่จะเหม่อมองไปรอบๆ บริเวณที่นั่งอยู่อย่างไร้จุดหมายปลายทาง ผมก็มองของผมอยู่แบบนี้ทุกวันนั่นแหละ วันๆ หนึ่งผมไม่ทำอะไรมากไปเกินกว่านี้หรอก
“วน ไอ้เชี่ยวไปไหน”
วน หรือน้ำวน คือชื่อของผมเอง ส่วนคนที่พึ่งเอ่ยถามผมมาเมื่อกี้คือซอล เพื่อนผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ผมยกให้เธอเหมือนคนในครอบครัวของผมคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เธอเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งแต่ถ้าให้เอามาเป็นเมีย ผมก็ขอยกธงขาวเป็นคนแรก เพราะผมรู้นิสัยของยัยนี่ดีว่าเธอเป็นคนนิสัยยังไง บอกเลยเอามาเป็นเพื่อนนั่นแหละคือถามเลือกที่ดีที่สุด
ส่วนไอ้คนที่เธอพึ่งถามหามันชื่อน้ำเชี่ยวเป็นแฝดผู้พี่ผมเอง มันกับผมหน้าตาเหมือนกันจนแทบแยกไม่ออกแต่นิสัยของเราที่ต่างกันอย่างกับฟ้ากับเหวนั่นมันเลยเป็นตัวบ่งชี้ว่าผมกับมันต่างกัน
“ไม่รู้”
ผมเอ่ยเสียงเรียบเหมือนไม่ค่อยใส่ใจอะไร ผมเป็นคนที่มีนิสัยไม่ค่อยจะชอบพูดซักเท่าไหร่ แบบว่าเวลาพูดมากมันเมื่อยนะ ชอบกระทำเลยมากกว่า
“พวกนายเป็นแฝดกันภาษาอะไรถึงไม่รู้”
เสียงหวานๆ ของไอ้ซอลเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ มันเลยทำให้ผมละสายตามามองหน้าของเธอแทน
“แฝดแล้วไง ไม่ได้ตัวติดกันซะหน่อย”
ผมเอ่ย แล้วไอ้ซอลก็ทำหน้าเอ๋อไปทันที ถึงผมจะเป็นคนไม่ชอบพูดแต่เวลาให้ผมพูดแต่ละทีก็แบบว่ามันมีแต่คำด่าหรือคำประชดประชันออกมาซะมากกว่า ผมเองก็ไม่รู้ทำไมผมถึงกลายเป็นแบบนั้นไปได้
“ที่ถามก็นึกว่าจะรู้”
“ก็ไม่รู้ไงถึงตอบไม่ได้”
“กูท้องอยู่ อย่ามากวนตีนใส่กู”
ไอ้ซอลเอ่ยแล้วชี้ไปที่หน้าท้องแบบราบของเธอ อ่อ เมื่อกี้ได้ยินไม่ผิดเหรอ ยัยนี่กำลังท้องอยู่นะ และคนที่เธอท้องด้วยก็คือเฮียพันแสง ผู้ชายที่ผมเคารพคนหนึ่ง แบบว่าสองคนนี้คงไม่ได้ลงเอยกันแน่ถ้าไม่มีผมคอยช่วย แบบว่าไอ้ซอลเป็นเพื่อนที่ผมรักมากคนหนึ่ง ผมอยากให้เพื่อนได้ดี และผมก็รู้ดีว่าเฮียพันนี่แหละเหมาะสำหรับเพื่อนผมแล้ว ผมเลยทำการยัดเหยียดเพื่อนของตัวเองให้ผู้ชาย เป็นไงละ แผนการของผมมันโคตรจะดีเลยใช่ไหมล่ะและผมก็ไม่ผิดหวังจริงๆ ที่ทำแบบนั้นเพราะเฮียพันดูแลไอ้ซอลดีจนแทบบูชาเลยก็ว่าได้
“คนท้องเป็นแม่งแบบนี้ทุกคนปะวะ”
ผมบ่นออกมาเสียงเรียบ เพราะตั้งแต่ไอ้ซอลท้องนี่ดูเหมือนว่าเธอจะเรื่องมากผิดปกติ แต่ผมก็ต้องจำใจทำตามที่เธอสั่งอยู่ดี เพราะหลานที่อยู่ในท้องของเธอกำลังเป็นที่สนใจสำหรับพวกผม
“ไม่รู้สิ อย่าทำให้กูหงุดหงิดก็พอ”
เธอเอ่ยแล้วยิ้มที่มุมปากมองมาที่ผมด้วยสายตากวนประสาท ผมก็เคยบอกไปแล้วว่าผู้หญิงคนนี้มันนิสัยยังไง บอกเลยว่ายากที่จะรับมือ
“ร้อน”
ผมไม่รอให้เธอบ่นให้ฟังอีก เลยเอื้อมมือของตัวเองหยิบสมุดขึ้นมาพัดให้เธอไปด้วย ถ้าไม่ท้องอย่าหวังเลยว่าไอ้วนคนนี้จะยอมทำ
“นี่นาย”
ระหว่างที่ผมกำลังนั่งพัดให้ไอ้ซอลอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพวกผมก่อนที่จะยกมือของเธอขึ้นค้ำเอวตัวเองไว้แล้วมองมาที่ผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเคือง ผมเลยมองดูรอบๆ ว่าเธอหมายถึงคนอื่นนอกเหนือจากผมหรือเปล่า แต่ก็ปรากฏว่าเธอกำลังพูดอยู่กับผมอยู่จริงๆ
“ชื่อน้ำเชี่ยวปะ”
เธอเอ่ยถามผมเสียงห้วน ผมเลยขมวดคิ้วเป็นปมทันทีมเอได้ยินชื่อที่เธอพึ่งเอ่ยออกมาเมื่อกี้ ก่อนที่จะกวาดสายตามองดูผู้หญิงตรงหน้าไปอย่างพิจารณา ผู้หญิงคนนี้ผมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนรับประกันได้เลยว่าผมไม่รู้จักเธอ แต่ชื่อที่เธอพึ่งเอ่อออกมานั้นมันทำให้ผมเริ่มรู้อะไรบางอย่างมาแล้วว่าเอกำลังเข้าใจอะไรผิดอยู่แน่ๆ
“เปล่า”
ผมตอบปฏิเสธเสียบแล้วเธอคนนั้นก็แสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธออกมาทันที แต่ยิ่งเธอทำหน้าตาโกรธจัดมาแค่ไหนผมก็ยังมองว่าเธอคนนี้สวยอยู่ดี ใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางบวกกับใบหน้าคมสวยของเธอนั่นอีก มันทำให้ผมยอมรับแบบตรงๆ เลยว่าผู้หญิงคนนี้สวย สวยแบบไม่พึ่งเครื่องสำอาง ถึงการแต่งตัวที่ดูห้าวๆ ไม่เหมือนผู้หญิงกับคำพูดคำจาที่ดูห้วนเกินไปมันก็ไม่สามารถทำให้ผู้หญิงคนนี้ลดความสวยของเธอไปได้เลยสักนิด
“อย่ามาโกหก หน้าอย่างนายน้ำเชี่ยวชัดๆ”
เธอไม่เพียงแค่พูดเปล่าแต่กลับเดินเข้ามากระชากคอเสื้อของผมขึ้นไปจนทำให้ผมต้องลุกขึ้นไปตามแรงกระชากของเธออย่างไม่ทันได้ตั้งตัว เหี้ย ที่ผมพูดว่ายัยนี่สวยไปเมื่อกี้ของถอนคำพูดนะ ไม่น่าเอ่ยปากชมเลยกู
“ก็บอกไปแล้วว่าไม่ได้ชื่อน้ำเชี่ยว”
ผมเอ่ยตอบกลับไปเสียงเอื่อย เรื่องนี้ไอ้เชี่ยวต้องมีส่วนเกี่ยวข้องแน่ๆ ไม่อย่างนั้นเอคงไม่เอาแต่ถามหาไอ้เชี่ยวแบบนี้หรอก แต่พอได้มามองหน้าผู้หญิงคนนี้ใกล้ๆ แบบนี้แล้วแม่งยัยนี่สวยจริงๆ วะ
“นายมันแม่ง ไม่มีความเป็นผู้ชายเลยวะ กล้าทำก็กล้ารับหน่อยดิวะ”
ผมทำอะไร คนที่ทำน่าจะเป็นไอ้เชี่ยวนู้น ไม่ใช่ผมหรอก
“เออ ฉันว่าเธอกำลังเข้าใจอะไรผิดอยู่นะ”
“ซอลไม่ต้องยุ่ง ท้องอยู่นั่งเฉยๆ”
ผมเอ่ยห้ามไอ้ซอลไว้ก่อนที่เธอจะเดินเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ อย่าลืมสิว่ายัยนี่กำลังท้องอยู่ และท่าทางคุกคามของผู้หญิงคนนี้ยิ่งดูไม่น่าไว้วางใจอยู่ด้วย ท่าเกิดพลาดไปโดนไอ้ซอลขึ้นมาแล้วลูกไหล ผมได้ตายจริงๆ แน่
“นี่นายทำผู้หญิงท้องนายยังมีหน้าไปหม้อเพื่อนฉันอีกเหรอ ได้ยัยนั่นแล้วทิ้ง ไม่คิดบ้างหรือไงว่าผู้หญิงเขาจะเสียใจบ้างไหม คนอย่างนายมันต้องโดนแบบนี้”
ผลัวะ!
ผมยังไม่ทันได้เอ่ยตอบโต้อะไรเธอไป หมัดหนักๆ ของเธอเหวี่ยงเข้าใส่ที่ใบหน้าผมเต็มๆ จนหน้าผมสะบัดไปตามแรงชกเมื่อกี้
“โดนแค่นี้มันยังน้อยไป ไอ้หน้าตัวเมีย”
เธอทิ้งคำพูดที่แสนเจ็บแสบไว้ก่อนที่จะเดินจากไป เฮ้ เดี๋ยวนะ นี่ผมถูกผู้หญิงต่อยอย่างนั้นเหรอ แต่นั่นยังไม่เท่าที่เธอด่าผมว่าหน้าตัวเมียนั่นอีก ให้ตาย ไอ้เชี่ยวมาเมื่อไหร่ผมเอามันเละแน่
“ไอ้วนเป็นไงบ้างวะ”
ไอ้ซอลถลามาพยุงผมขึ้นนั่งด้วยความเป็นห่วงพร้อมกับถามไถ่อาการผม
“ยัยนั่งแม่งเป็นใครวะ เหี้ย จู่ๆ ก็ต่อยกู”
ผมเอ่ยขึ้นย่างหัวเสียอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผมเลยว่าผมโกรธมากที่จู่ๆ ก็ถูกชกมาแบบนั้น แถมยังเป็นผู้หญิงอีก บอกเลยว่างานนี้ไม่จบง่ายๆ แน่
“มึงไม่รู้จักเธอเหรอ”
“กูจะไปรู้จักได้ไง แม่งเหี้ยเอ๊ย หมัดหนักฉิบหาย”
ตัวเล็กแค่นั้นทำไมหมัดหนักจังวะ เป็นผู้หญิงจริงๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้
“ไอ้เชี่ยวมาเมื่อไหร่ มันเละแน่”
“ว่าไงพวกมึง ทำไมมากันเร็วแบบนี้”
ทันทีที่ผมพูดจบเสียงที่เต็มไปด้วยความร่าเริงของไอ้เชี่ยวก็ลอยมาให้ได้ยินทันที ก่อนที่ร่างของเจ้าของใบหน้าที่เหมือนกับกับผมเดินทำตัวชื่นบานมาเหมือนกับว่าไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองว่าต่อไปนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองบ้าง
“ไอ้วนทำไมมองกูแบบนั้น เฮ้ย หน้ามึงไปโดนอะไรมาวะ”
ทันทีที่มันเห็นรอยบนหน้าผมทันก็เอ่ยถามขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจ
“ไอ้เชี่ยว มึงไปก่อเรื่องอะไรมาอีกใช่ไหม”
ผมเอ่ยถามเสียงเย็นๆ แล้วจ้องหน้าไอ้เชี่ยวอย่างเอาเรื่อง
“กูเปล่านะ ทำไมเหรอ”
“กูบอกมึงกี่ครั้งแล้วว่าจะไปหม้อ ไปฟันใคร มึงก็อย่าให้มาเดือดร้อนถึงกู กูเตือนมึงไปแล้ว ครั้งนี้กูคงปล่อยมึงไปไม่ได้แล้ววะ ตามกูมาอย่าให้กูต้องลาก”
มีอยู่บ่อยครั้งที่ผมจะโดนเข้าใจผิดว่าเป็นไอ้เชี่ยว แต่ครั้งนี้มันมากเกินไปวะ ผมคงปล่อยให้ไอ้ความเจ้าชู้หม้อไม่เลือกของไอ้เชี่ยวมาทำลายชีวิตอันสงบสุขของผมอีกต่อไปไม่ได้
“ไอ้ซอล ช่วยกูด้วย”
ไอ้เชี่ยวหันไปขอความช่วยเหลือจากไอ้ซอลที่นั่งทำหน้าไว้อาลัยให้มันอยู่ก่อนแล้วด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร แต่ขอโทษ กูสงสารไม่ลง
“ไอ้เชี่ยว ให้ไว”
“โชคดีมึง”
“ไอ้ซอล”
แล้วไอ้เชี่ยวก็เดินคอตกเดินตามผมมาอย่างว่าง่ายโดนไม่ต้องรอให้ผมต้องเอ่ยซ้ำขึ้นมาอีกเพราะมันรู้ดีว่าต่อจากนี้ไปตัวเองจะเจออะไรบ้าง
เวลาต่อมา
“ไอ้ซอลกูเจ็บ”
ไอ้เชี่ยวครางออกมาอย่างเจ็บปวด เพราะตอนนี้ไอ้ซอลกำลังนั่งทำแผลให้มันอยู่ไง โดยมีสายตานิ่งเรียบของผมคอยมองอยู่ตลอดเวลา
“สำออย”
“กูได้สำออย มึงไม่รู้หรอกว่าไอ้วนมันโหดแค่ไหน นี่ขนาดกูเป็นพี่ชายแท้ๆ มันนะ มันยังทำกูได้ขนาดนี้ มันคงลืมไปแล้วว่ากูเป็นพี่มันถึงได้ซ้อมกูมาได้”
พี่แล้วไง ผมแค่นี้ซะที่ไหน ดูรอยตรงหน้าผมด้วยว่าใครเป็นคนก่อ ถ้าไม่ใช่มัน
“โดนไปแค่นี้ยังน้อยไป”
“ถ้าแค่นี้น้อย มากกว่านี้ก็คงตายแล้ว บอกเลยไอ้เชี่ยวคนนี้จะไปฟ้องม๊า”
“คิดว่ากูกลัว อย่าลืมว่ามึงโดนกูหมายหัวไว้อยู่”
ลองฟ้องม๊าดูสิ ว่าใครกันแน่จะโดนม๊าบ่นมากกว่ากัน
“ชิ”
“ไปจัดการเรื่องของมึงให้เรียบร้อยด้วย ถ้ามีครั้งหน้ามึงได้เจ็บกว่านี้แน่”
ผมคงปล่อยให้คนอื่นเข้าใจผมผิดๆ ต่อไปไม่ได้ ถ้าเกิดไอ้เชี่ยวไม่จัดการเรื่องนี้ให้ผม สงสัยมันคงได้เจ็บตัวอีกเป็นแน่ และผมก็ไม่ทำเพียงแค่ขู่หรอก ผมทำจริง คอยดูละกัน
“ไอ้คนโหด”
ไอ้เชี่ยวเอ่ยพร้อมกับเบะปากเหมือนจะร้องไห้ ขอเถอะเลิกทำหน้าแบบนี้ที เหมือนผมกำลังนั่งดูตัวเองอยู่เลยวะ น่าเกลียดสิ้นดี ที่มีพี่ชายเป็นคนตอแหลแบบนี้
“เออ กูโหดกว่านี้แน่ ถ้ามึงไม่ทำตามที่กูพูด”
สิ้นเสียงของผมไอ้เชี่ยวก็ทำท่าสงบเสงี่ยมไปทันที คงรู้ตัวดีแล้วใช่ไหมว่าเรื่องนี้ใครเป็นคนผิด เหี้ยเอ๊ย พอคิดถึงเรื่องนี้ใบหน้าของยัยนั่นก็ลอยมาให้ผมเห็นอีกครั้ง ก่อนที่ความเจ็บค่อยๆ ไหลเข้ามาเตือนความจำผมอีกครั้ง