คนเเปลกหน้าใจดี
เสียงส้นสูงแบรนด์เนมราคาแพงกระทบลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงาของห้างสรรพสินค้ารีใจกลางเมืองหลวง นับหนึ่งนัฐธิดา สุทธิวรการณ์
หญิงสาววัย 22 ปี เจ้าของเรือนร่างเพรียวระหงและใบหน้าสวยหวานปานรูปวาด กำลังเดินเชิดหน้าด้วยความอารมณ์ดี
วันนี้เป็นวันที่แบรนด์แฟชั่นที่เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ล่าสุด และในฐานะลูกคุณหนูตระกูลดังอย่างเธอ มีหรือที่จะยอมตกเทรนด์
"คุณหนูนับหนึ่งคะ กระเป๋ารุ่นลิมิเต็ดอิดิชันใบนี้เพิ่งส่งตรงมาจากฝรั่งเศสสดๆ ร้อนๆ เลยค่ะ ในไทยมีเข้ามาแค่สองใบเท่านั้นนะคะ"
พนักงานขายประจำสโตร์หรูเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อมพร้อมสวมถุงมือผ้าสีขาวประคองกระเป๋าหนังแกะสีแดงสดประดับอะไหล่ทองระยิบระยับออกมาวางบนถาดกำมะหยี่
ดวงตาคู่สวยของนับหนึ่งเปล่งประกายวาววับ เธอเอื้อมมือไปลูบไล้สัมผัสเนื้อนุ่มของหนังกระเป๋าด้วยความหลงใหล รูปทรงสวยงามไร้ที่ติบวกกับความคลั่งไคล้มัน ที่มีแค่สองใบในประเทศ ทำให้สัญชาตญาณความอยากเอาชนะและความหลงใหลในของสวยงามของเธอทำงานทันที
"สวยมากค่ะ นับเอาใบนี้แหละ รูดบัตรใบนี้เลยนะคะ"
นับหนึ่งยิ้มหวานพลางยื่นบัตรเครดิตพรีเมียมสีดำขอบทองของธนาคารชั้นนำส่งให้พนักงานอย่างคุ้นเคย การช้อปปิ้งหลักแสนหรือหลักล้านต่อวันเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของเธออยู่แล้ว พ่อของเธอมักจะสปอยล์และให้อิสระทางการเงินกับเธอเสมอมา ขอแค่เธอยังคงทำหน้าที่ลูกสาวคนสวยประดับบารมีตระกูล
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ พนักงานสาวกลับเดินย้อนกลับมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความลำบากใจและกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด
"เอ่อ... ขอโทษนะคะคุณนับหนึ่ง พอดีว่าบัตรใบนี้ไม่สามารถทำรายการได้ค่ะ"
"คะ? ไม่ผ่านหรอ" นับหนึ่งขมวดคิ้วสวยด้วยความแปลกใจ "ลองรูดอีกทีสิคะ วงเงินตั้งกี่สิบล้าน ไม่มีทางเต็มหรอกค่ะ"
"ลองรูดไปสามรอบแล้วค่ะคุณนับ ระบบแจ้งว่าบัตรถูกระงับการใช้งานชั่วคราวค่ะ"
พนักงานกระซิบตอบด้วยความสุภาพเพราะเกรงใจลูกค้ารายใหญ่
นับหนึ่งรู้สึกเหมือนหน้าชาไปแถบๆ ความอับอายเริ่มก่อตัวขึ้นในอก เธอรีบหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันธนาคารทันที แต่ยังไม่ทันจะได้เช็ก ข้อความแจ้งเตือนจากคุณพ่อก็เด้งขึ้นมาราวกับรู้เวลา
‘ถ้าแกยังใช้เงินทิ้งขว้างเหมือนเศษกระดาษแบบนี้อยู่ พ่อจะตัดวงเงินทั้งหมด! กลับบ้านมาคุยกันให้รู้เรื่อง เดี๋ยวนี้!’
นับหนึ่งกำโทรศัพท์ในมือแน่นด้วยความโมโหและความประชดประชัน พ่อดัดนิสัยตัดบัตรเครดิตเธอต่อหน้าพนักงานเนี่ยนะ แล้วเธอก็เพิ่งจะรูดซื้อเสื้อผ้ากับรองเท้าคอลเลกชันก่อนหน้านี้ไปเมื่อเช้า พอมาถึงกระเป๋าใบสำคัญกลับโดนระงับบัตรกลางคอกับสายตาของพนักงานที่แอบมองมาอย่างสงสัย
"คุณนับหนึ่งคะจะลองใช้บัตรใบอื่นไหมคะ?"
พนักงานคนเดิมถามเสียงเบา
"คือ..." นับหนึ่งอ้ำอึ้ง ใบหน้าหวานเริ่มร้อนผ่าว บัตรใบอื่นของเธอก็คงโดนคุณพ่ออายัดไปหมดแล้วแน่ๆ ความรู้สึกอยากแทรกแผ่นดินหนีช่างทรมานจิตใจคุณหนูผู้ไม่เคยลำบากอย่างเธอเหลือเกิน
แต่ในขณะที่นับหนึ่งกำลังตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกและหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอายอยู่นั้น...
จู่ๆ ก็มีชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิท รูปร่างสูงใหญ่ท่าทางน่าเกรงขาม สวมแว่นตากันแดดสีดำสนิทปิดบังใบหน้า เดินตรงเข้ามาข้างตัวเธออย่างเงียบเชียบ เขายื่นบัตรแบล็กการ์ด ไม่จำกัดวงเงินข้ามไหล่ของนับหนึ่งไปให้พนักงานร้านที่ยืนตกตะลึง
"จ่ายให้คุณผู้หญิงคนนี้ครับ"
น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังของชายชุดดำทำให้นับหนึ่งงงจนอ้าปากค้าง ดวงตาคู่สวยตื่นตะลึงจ้องมองแบล็กการ์ดใบหรูที่พนักงานรีบรับไปรูดด้วยความรวดเร็ว ระบบอนุมัติยอดเงินหลายแสนบาทภายในเวลาไม่กี่วินาที เสียงเครื่องรูดบัตรส่งสัญญาณสำเร็จดัง ติ๊ด .ราวกับเสียงสวรรค์ที่ช่วยกอบกู้หน้าตาของเธอไว้ได้ทันเวลา
พนักงานรีบจัดแจงแพ็กกระเป๋าหรูใส่กล่องพร้อมผูกโบอย่างดี ส่งยื่นให้พร้อมบัตรแบล็กการ์ดคืนแก่ชายชุดดำ
นับหนึ่งยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก สมองพยายามประมวลผลเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ชายแปลกหน้าคนนี้เป็นใครกัน? หน้าตาก็ไม่คุ้น แถมแต่งตัวเหมือนการ์ดหรือบอดี้การ์ดระดับVIP รสนิยมดี แต่เข้ามาเปย์กระเป๋าหรูราคาหลักแสนให้เธอเนี่ยนะ!
ต้องไปขอบคุณเขาไหมนะ? หรือเขาทักคนผิด? นับหนึ่งคิดในใจ ขณะกำลังจะเอ่ยปากถามไถ่และขอบคุณตามมารยาท
"เอ่อ... ขอบคุณนะคะ แต่ว่าคุณ..."
ยังไม่ทันที่นับหนึ่งจะได้พูดจนจบประโยค ชายชุดดำสวมแว่นดำคนนั้นก็หันกลับมาพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ท่าทางสุภาพเเล้วเดินออกไปจากร้าน
"ไม่ต้องขอบคุณครับ นายผมใจดี"
คำตอบนั้นยิ่งทำให้นับหนึ่งขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม ความสงสัยพุ่งสูงขึ้นจนเก็บไม่อยู่ คุณหนูผู้ไม่เคยยอมใครจึงรีบถามกลับทันที
"เอ๊ะ!! นายคุณเป็นใครเหรอคะ?"
ชายชุดดำขยับแว่นตากันแดดเล็กน้อย มุมปากประดับรอยยิ้มจางๆ ที่ยากจะคาดเดาก่อนจะเอ่ยประโยคทิ้งท้ายที่ทำให้หัวใจของคุณหนูตกอับเต้นผิดจังหวะ
"ถ้าคุณอยากเจอ คืนนี้ไปที่ผับ Red Rendell ครับ"
พูดจบ ชายชุดดำก็หันหลังเดินแยกตัวออกไปจากร้านอย่างรวดเร็วและกลมกลืนไปกับ đám đông ในห้างสรรพสินค้า ปล่อยให้ นับหนึ่ง ยืนถือถุงกระเป๋าแบรนด์เนมใบหรูยืนงงๆ อยู่หน้าเคาน์เตอร์กับเรื่องราวแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเหลือเชื่อ
"ผับ Red Rendell... งั้นเหรอ?"
นับหนึ่งพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางก้มมองถุงกระเป๋าในมือ ความโมโหที่คุณพ่อตัดบัตรเครดิตประชดเธอเมื่อครู่ ถูกแทนที่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความคิดประชดประชันที่แวบเข้ามาในสมอง
ในเมื่อพ่อตัดเงินดัดนิสัยเธอนักใช่ไหม? ได้งั้นคืนนี้เธอจะลองไปดูหน่อยสิว่าเจ้าของแบล็กการ์ดคนนั้นเป็นใครกันแน่