bc

หลงลืมรัก

book_age18+
1
FOLLOW
1K
READ
love-triangle
family
HE
opposites attract
second chance
friends to lovers
arrogant
submissive
mafia
heir/heiress
drama
tragedy
bxb
loser
campus
highschool
friends with benefits
like
intro-logo
Blurb

โปรดปราณ : ข้อตกลงของเราคือกูจะให้มึงเดือนละสามหมื่น ค่าเทอมกับค่าโรงเรียนกูจัดการเอง มึงต้องมาอยู่กับกูเอากับกูและอยู่ด้วยกันอย่างผู้ซื้อกับผู้ขายเท่านั้น อย่าเสือกคิดอะไรเลยเถิดเพ้อเจ้อล่ะ อ้อ เงื่อนไขของกูมีอย่างเดียวห้ามมึงไปมั่วกับคนอื่นตราบใดที่กูไม่อนุญาต กูไม่ชอบใช้แปรงสีฟันร่วมกับใคร ถ้าวันไหนที่กูเบื่อมึงกูจะให้ทุนมึงไปตั้งตัวล้านหนึ่งแล้วต่างคนต่างไป ว่าไงจะเอาไม่เอาถ้าเอาก็เซ็นซะไม่เอากูจะได้ใช้บริการของคนอื่นแทน

ปอรัก (หลง) : ตกลงครับ ถ้าวันไหนพี่โปรดเบื่อเค้าเค้าไปแน่ ๆ ไม่อยู่รบกวนพี่หรอกน่า แล้วอย่ามาหลงรักเค้าทีหลังล่ะ ฮ่าๆ ๆ ๆ

โปรดปราณ : ตกลงกันง่าย ๆ แบบนี้ก็ดี แล้วมึงเอาอะไรคิดว่าคนอย่างกูจะรักเด็กขายตัวอย่างมึงเจียมตัวบ้างนะมึงน่ะ หึหึ

ปอรัก (หลง) : ครับ...

โปรดปราณ : ไอ้เด็กเอ๋อ มึงนี่ตัวภาระจริง ๆ จะไปไหนก็ไปรำคาญ!

หลง (ปอรัก) : หลงไม่ใช่เด็กเอ๋อ คุณแหละคนนิสัยไม่ดีไปเลยไป๊ ชิ๊ว ๆ หลงจะฟ้องหลวงตา!

chap-preview
Free preview
ตอนที่ 1.1 ผมชื่อปอรัก
ปอรัก Part ผมชื่อปอรัก นามสกุล สุรดิษ เป็นเด็กชายที่ถูกอุปถัมภ์โดยหลวงพ่อ นานมาแล้วตอนผมป.สามมั้งจำได้วันนั้นผมถูกเพื่อนที่ห้องล้อว่าเป็นเด็กไม่มีพ่อไม่มีแม่เป็นเด็กที่ถูกทิ้งไว้ข้างถนนแล้วหลวงพ่อเก็บมาเลี้ยง วันนั้นผมร้องไห้โฮวิ่งกลับไปถามหลวงพ่ออย่างเอาเป็นเอาตายถามว่าผมเป็นเด็กที่พ่อแม่ไม่รักจริง ๆ เหรอ หลวงพ่อท่านถามว่าผมอายไหมที่เป็นเด็กวัดและอายไหมที่ถูกอุปถัมภ์เลี้ยงดูโดยท่าน น้อยใจไหมที่ท่านไม่อาจมอบวัตถุสวยงามทันสมัยเหมือนที่เพื่อนในโรงเรียนหลายๆ คนมี สายตาท่านทอดมองมายามเอ่ยถามประโยคเหล่านั้นถึงผมจะยังเด็กนักแต่ผมก็รับรู้ได้ว่าท่านคงจะคิดมาก ด้วยกลัวว่าผมจะน้อยเนื้อต่ำใจที่ไม่มีอะไรเหมือนหลายคนเขา ตั้งแต่วันนั้นผมก็ได้แต่บอกกับตัวเองไม่ว่าผมจะมาจากที่ไหนจะถือกำเนิดมาจากใคร ตั้งแต่จำความได้ผมก็เห็นชายผ้าเหลืองอยู่ในความทรงจำมาตลอด ผมจะจำไว้ว่าสิ่งที่ทำให้ผมดำรงอยู่และคนที่เป็นผู้ให้กับผมก็คือหลวงพ่อเพียงผู้เดียว หลวงพ่อบอกว่าชื่อปอรัก นามสกุล สุรดิษนั้น เป็นชื่อที่หลวงพ่อตั้งให้ ปอรัก แปลว่าเชือกปอที่ถูกถักทอมาจากความรักอย่างเหนียวแน่น สุรดิษ แปลว่าผู้ที่มีความโชคดีเหมือนเทวดาชีวิตของผมจะได้มีแต่ความรักและโชคดีไปตลอด ผมภาคภูมิใจกับชื่อและนามสกุลของตัวเองที่สุดมันเป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าชีวิตของผมถึงแม้จะไม่มีใครต้องการ แต่ผมก็มีหลวงพ่อผู้เปรียบเสมือนพ่อกับแม่ที่ทั้งรักและเป็นห่วงผมอยู่เสมอ ผมอาศัยอยู่ที่วัดกับหลวงพ่อตั้งแต่จำความได้จนมาถึงช่วงปิดเทอมก่อนจะขึ้นชั้นม.ห้า ผมก็เจอกับเหตุการณ์ที่วิปโยคมากที่สุดในชีวิตผมต้องเผชิญคำว่าสูญเสียอย่างใหญ่หลวง เมื่อหลวงพ่อผู้เปรียบเสมือนไม้หลักสุดท้ายท่านมรณภาพด้วยโรคหัวใจล้มเหลวอย่างฉับพลัน ไม่มีอะไรจะใช้กล่าวขานคำว่าเสียใจได้เลย ผมไม่มีโอกาสแม้กระทั่งจะบอกลาหลวงพ่อเป็นครั้งสุดท้ายเพราะตอนที่ท่านจากไป ผมกำลังทำงานพิเศษคือเป็นเด็กล้างจานให้ร้านลาบอยู่ข้าง ๆ โรงเรียนไม่ห่างจากวัดสักเท่าไหร่ โรงเรียนที่ผมเรียนก็เป็นโรงเรียนวัดที่ผมอาศัยอยู่ตั้งแต่เล็กจนโตนั่นแหละ วันนั้นผมเพิ่งรู้จักคำว่าล้มทั้งยืนเป็นครั้งแรก เมื่อลุงเลิศเจ้าของร้านลาบวิ่งหน้าตื่นมาบอกผมที่กำลังนั่งล้างจานอยู่หลังร้านว่าหลวงพ่อถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล ตอนนั้นลุงเลิศคงจะเป็นห่วงสภาพจิตหลุดของผมลุงเขาเลยรีบพาผมซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปโรงพยาบาลทันที แต่ผมคงไม่โชคดีเหมือนความหมายของนามสกุลหรอก เพราะแค่คำอำลาผมยังไม่มีโอกาสได้กล่าวกับคนที่มีพระคุณผู้ที่เปรียบเสมือนพ่อแม่ของผมเลย หลังจากเสร็จสิ้นงานฌาปนกิจของหลวงพ่อผมก็ย้ายออกจากวัดมาเช่าห้องแถวเล็ก ๆ อยู่ในซอยร้านลาบที่ตัวเองล้างจานอยู่ ป้าลัยเจ้าของห้องแถวซึ่งเห็นผมมาตั้งแต่เด็กท่านจะให้ผมพักฟรี ๆ แต่ผมไม่ยอมรับในความเมตตาของป้าลัยหรอก ผมรู้ว่าป้าเขาสงสารและเห็นใจผมจริง ๆ แต่หลวงพ่อท่านสอนผมเสมอว่าอย่าเอาเปรียบใครยิ่งคนที่ดีกับเราเรายิ่งไม่สมควรเอาเปรียบเขา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามถ้าผมอาศัยอยู่ฟรี ๆ นั่นเท่ากับว่าป้าลัยต้องเสียรายได้จากการเช่าห้องพักไปตั้งเดือนละสองพันเชียวนะ ถกกันไปถกกันมาสรุปได้ว่าป้าลัยให้ผมเช่าเดือนละหนึ่งพันห้าร้อยบาทรวมค่าน้ำกับค่าไฟแค่นี้ผมก็ดีใจมากแล้ว เพราะลุงเลิศบอกจะให้ผมทั้งเสิร์ฟทั้งล้างจานเงินค่าแรงจะจ่ายให้ทุกวันที่ 15 กับวันที่ 30 ครั้งละสี่พันบาท นั่นเท่ากับว่าเดือนหนึ่งผมจะได้ค่าแรงจากการเสิร์ฟและล้างจานถึงเดือนละแปดพันบาทแน่ะ สำหรับผมมันเป็นเงินจำนวนเยอะมาก มันคงพอจะให้ผมเลี้ยงตัวเองและเรียนได้จนจบม.หกสิน่า ปี๊น ๆ ผมหันไปตามเสียงแตรรถก็เห็นพี่เปารุ่นพี่ม.หกยืนยิ้มน่ารักจนผมถึงกับมองตาลอย พี่เปาเป็นรุ่นพี่ผู้ชายตัวเล็ก ๆ คือผมเองก็ไม่ได้สูงไปกว่าพี่เปาหรอกแต่ผมจะมีเนื้อมีหนังมากกว่า พูดง่าย ๆ คืออ้วนกว่าพี่เปาก็นะเด็กวัดทุกคนล้วนสมบูรณ์ทั้งนั้น พี่เปาหน้าหวาน ๆ สวยกว่าผู้หญิงบางคนและฮอตมากที่สุดในโรงเรียน คนทั้งนอกทั้งในโรงเรียนต่างก็ชอบพี่เปาเยอะแยะ ผมไม่แปลกใจหรอกที่มีคนมารุมรักเพราะนอกจากจะน่ารักแล้วพี่เปายังนิสัยดีมากด้วย ผมยังเก็บผ้าเช็ดหน้าที่พี่เปายื่นให้วันที่ผมเปียกฝนไว้อยู่เลยคนนี้แหละเทวดาตัวน้อย ๆ ของผม แต่เฮ้อเทวดาของผมกำลังมีความรักสินะผู้โชคดีที่ได้รับความรักของพี่เปาก็คงเป็นคนที่อยู่ในรถยนต์คันหรูนั่นเอง ถ้าผมมีแบบนี้สักคันไว้คอยรับ-ส่งพี่เปาพี่เขาจะยิ้มให้ผมแบบนี้ไหมวะ พอ ๆ เลิกฝันสักทีไอ้ปอละเมอตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดินซะนี่ ผมรีบตัดความคิดเพ้อเจ้อของตัวเองออกไปทันทีแค่ที่ผมได้เป็นอยู่และมีอยู่ทุกวันนี้ก็ดีมากเท่าไหร่แล้ว แต่ถึงยังไงก็ต้องขอบคุณราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นทุกวันนะครับทำให้คนที่ขับรถคันโก้ต้องควักเงินจ่ายค่าน้ำมันกันเดือนละหลายบาท สู้คนเดินดินหรือมีรถสองประตูยี่สิบหน้าต่างแถมมีพลขับให้พร้อมอย่างผมไม่ได้ ไปไหนมาไหนทั่วกรุงเทพยังควักเงินไม่ถึงสามสิบบาท เห็นไหมล่ะว่าการรู้จักขอบคุณสิ่งต่าง ๆ รอบตัวไม่ว่าจะมีน้อยหรือมีมากมันจะทำให้เราเข้าใจว่าที่แท้จริงแล้วชีวิตเราก็มีความสุขมากพอเหมือนกัน "ปอเสาร์นี้มึงทำงานพิเศษอีกมั้ยวะ" ผมหันไปตามแรงสะกิดของไอ้คิท ไอ้คิทเป็นเพื่อนในห้องรู้จักกันมาตั้งแต่ม.สี่ถามหาความสนิทสนมเท่ากับห้าสิบเต็มร้อย จะว่าไปแล้วผมก็ไม่มีเพื่อนสนิทจริง ๆ สักคนนะอาจเพราะผมเป็นเด็กวัดเลยพยายามปลีกตัวออกห่างจากเพื่อน ๆ ไม่ใช่ว่าอายหรืออะไรแต่เพราะนิสัยขี้ระแวงของตัวเองมากกว่า คือตอนป.หกผมมีเพื่อนสนิทมากคนหนึ่งคนที่ผมไว้ใจเล่าทุกอย่างให้ฟังมีขนมอะไรอร่อย ๆ ที่วัด ผมจะเก็บไว้แล้วเอามาฝากเพื่อนคนนี้เป็นประจำ แต่วันหนึ่งที่ห้องน้ำผมก็ได้ยินเพื่อนคนนี้บอกกับเพื่อนคนอื่น ๆ ว่าไม่ได้คิดจะอยากสนิทสนมอะไรกับเด็กวัดอย่างผมหรอก เขาแค่หลอกใช้ให้เด็กวัดอย่างผมทำการบ้านและหลอกใช้ให้ผมเป็นเบ๊เท่านั้นเอง ใครกันจะอยากมีเพื่อนเป็นเด็กวัดไม่มีพ่อแม่อย่างผม พอได้ฟังประโยคนั้นมันก็นำพาซึ่งประสบการณ์การชกต่อยเป็นครั้งแรก และผมก็โดนหวายจากหลวงพ่อเป็นครั้งแรกเช่นกัน จากนั้นผมกับมันก็ไม่เคยพูดกันเลยสักคำแม้ว่าตั้งแต่ม.หนึ่งถึงม.ห้าเราจะเรียนห้องเดียวกันก็ตาม ผลัวะ! "ไอ้ปอกูถามมึงอยู่เนี่ยมัวแต่ยืนหลับรึไง อย่าเอาแต่ทำงานจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนล่ะมึง" "เออโทษ ๆ กูก็ทำทุกวันอะนอกจากลุงเลิศเขาจะปิดร้าน มึงมีอะไรเหรอ" "กูจะชวนมึงไปงานวันเกิดของไอ้เบียร์น่ะสิงานนี้มันจัดที่ผับดังนะเว้ย เลยโรงเรียนเรากับมหาลัยxxxไปนิดเดียวเองว่าไงมึงสนใจไปด้วยกันมั้ย" เท้าที่กำลังก้าวเดินต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินชื่อคนที่พยายามหลีกเลี่ยงมาตั้งแต่ป.หก "อายุสิบเจ็ดเข้าผับได้แล้วเหรอวะกูเพิ่งรู้? " ผมขมวดคิ้วถามมันงง ๆ ไม่ได้คิดจะไปร่วมด้วยหรอกแต่แค่สงสัยเฉย ๆ เพราะผมไม่เคยเที่ยวแบบนี้เลย เห็นแต่เขาบอกว่าต่ำกว่ายี่สิบปีห้ามเข้านี่นา หรือว่าตอนนี้เขาเปลี่ยนกฎหมายใหม่ให้เป็นอายุสิบเจ็ดปีเข้าสถานที่แบบนี้ได้แล้ว ไม่ยักกะรู้ข่าวเลยแฮะ "ไอ้ป๊อ นี่มึงซื่อหรือมึงโง่หรือมึงไม่รู้จริง ๆ กันแน่วะ โอ๊ยกูมึนกับความอึนของมึง" ผมหันไปมองไอ้คิทที่นั่งยอง ๆ ยกมือกุมหัวตัวเอง ดูท่าทางแล้วเหมือนอยากจะซัดผมอีกสักผลัวะหนัก ๆ เลยมั้งนั่น "เอ้าก็กูไม่รู้จริง ๆ โอ๋ ๆ น้องคิทไม่เอาไม่วีนสิเดี๋ยวกูไปซื้อผ้าอนามัยมาให้ กูรู้ว่าถ้าเมนส์มึงมาแล้วมึงจะวีน" ผมนั่งยอง ๆ ลูบหัวคนที่ตัวไม่ได้โตกว่ากันไปสักเท่าไหร่อย่างขำ ๆ กับท่าทางของมัน "ไอ้สัสกูไม่ใช่ผู้หญิง แต่หน้าตาน่ารักอย่างมึงถ้าจับใส่กระโปรงนี่ไม่แน่อาจจะมีคนทักว่าเป็นสาวก็ได้" "กูเป็นสาวเสียบนะมึงจะลองมั้ยน้องคิท ฮ่า ๆ ๆ " ผมยื่นหน้าเข้าไปจนชิดกับหน้าไอ้คิท โอ๊ะ มันหน้าแดงด้วยแฮะเสร็จผมล่ะ ซ่าาา!! กำลังจะแกล้งไอ้คิทขั้นต่อไปเสื้อผมมันก็เปียกจากน้ำที่สาดมาจากด้านหลังจนชุ่ม "โทษทีไม่เห็นว่ะนึกว่าไม่มีคนอยู่" ผมหันขวับไปตามเสียงขอโทษแบบกวนเบื้องล่างอย่างจะเอาเรื่องเต็มที่ ทั้งที่ไม่ได้คุยกันมาตั้งนานแต่ผมก็จำเสียงมันได้อยู่ดี จะใครอีกล่ะก็ไอ้เบียร์เพื่อนเคยรักตอนป.หกและเป็นผู้เปิดซิงประสบการณ์การชกต่อยครั้งแรกของผม แถมมันยังทำให้ผมถูกหวายลงน้ำเกลือของหลวงพ่อฟาดอีกตั้งห้าทีทุกวันนี้ยังจำได้แม่นเลยครับ ถึงสมองอีกซีกจะเตือนว่ามันเป็นเพราะความใจร้อนของผมด้วยก็เถอะ แต่ผมก็จะโทษว่าเป็นความผิดของมันอยู่ดี "ไอ้เบียร์มึงทำอะไรของมึงเนี่ย! " ไอ้คิทรีบเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดหลังเช็ดเสื้อให้ผมใหญ่ "อะไร? ก็ขอโทษแล้วไงกูไม่เห็นว่ะไอ้เด็กวัดเกาะพระกิน" ผมกำหมัดแน่นพยายามนึกถึงคำที่หลวงพ่อเคยสอนไว้ แล้วข่มความโกรธของตัวเองลง "จะบอกให้นะคนที่ชอบพูดจาดูถูกคนอื่นน่ะมันไม่ได้ทำให้ตัวเองดูสูงขึ้นหรอก แต่มันจะทำให้ตัวเองดูต่ำลง ต่ำเพราะความคิดต่ำ ๆ คำพูดต่ำ ๆ ตามจิตใจของมึงไง ไปเถอะคิทอยู่ที่นี่นาน ๆ เดี๋ยวเชื้อต่ำอ่อนด้อยทางความคิดมันจะติดเอา" ประโยคแรกในรอบหลายปีที่ผมพูดกับมันทำให้มันยืนอึ้งอยู่เหมือนกันแล้วเรื่องอะไรผมจะยอมเสียโอกาสตอกมันอีกล่ะ ขอโทษนะครับหลวงพ่อวันนี้ปอขอทำนิสัยไม่ดี ขอละเลยคำสอนของหลวงพ่อที่บอกว่าอย่าเหยียบซ้ำคนกำลังล้มตอนนี้ปออดไม่ได้จริง ๆ "อ้อกูลืมพูด เห็นเสือหมอบอย่าหลงว่าเสือกลัว เห็นคนถ่อมตัวอย่าหลงคิดว่าหมอนี่ไม่มีน้ำยา บางทีเขาอาจจะมีน้ำยามากกว่าที่มึงคิดก็ได้อดีตเพื่อนรัก" ผมยักคิ้วให้ไอ้เบียร์แล้วกอดคอไอ้คิทเดินผ่านหน้ามันไป โดยไม่ใส่ใจว่าแวบหนึ่งผมจะเห็นสายตารู้สึกผิดและสายตาขอโทษจากมัน ช่วยไม่ได้ใครใช้ให้มันมาสร้างแผลให้จนผมหวาดกลัวที่จะไว้ใจใครได้อีก ช่วยไม่ได้จริง ๆ ที่ผมเลือกมองผ่านสายตาวิงวอนนั้นไปอย่างเลือดเย็น

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

Yüzbaşının Cerrahı

read
1.2M
bc

The Silver Wolf

read
486.5K
bc

The Billionaire’s Intern

read
1.0M
bc

Chosen, just to be Rejected

read
863.7K
bc

Inferno Demon Riders MC: My Five Obsessed Bullies

read
1.1M
bc

Claimed by the Biker Giant

read
2.2M
bc

Unscentable

read
2.2M

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook