บทนำ หย่ารักท่านประธานแสนร้าย 🤣🤣
บทนำ หย่ารักท่านประธานแสนร้าย 🤣🤣
'ว่อนเน็ต นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่มีข่าวว่ากำลังคบหาอยู่กับนางแบบสาวสุดสวย แท้จริงแล้วแอบคบซ้อน ซุ่มกินกันแบบไม่สนใจประชาชีในงานเลี้ยง อวดความเร่าร้อนอย่างไม่แคร์สื่อ!'
"นะ...นี่มันอะไรกัน"
พูดกับตนเองด้วยน้ำเสียงตกใจเมื่อข่าวที่กำลังถูกพูดถึงไปทุกแพลตฟอร์มในโซเชียลคือคนคุ้นเคยที่เห็นหน้ากันอยู่ทุกวัน 'น้ำมนต์' เลขาสาวแสนสวยสุดเก่งของชายหนุ่มที่เป็นประเด็นอยู่ในข่าวตอนนี้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อกดโทรหาเจ้านายของตน
"บอส ทำไมไม่รับสายล่ะคะ"
กดโทรหาเขาจนมือหงิกแต่ก็ไม่มีใครรับสาย ยุคที่อินเทอร์เน็ตเข้าถึงทุกซอกทุกมุมของโลกอย่างนี้ แค่พริบตาเดียวข่าวก็กระจายไปไกลแล้ว เธอหยิบกุญแจรถออกมาแล้วรีบวิ่งไปที่ลานจอดเพื่อจะไปยังเพนท์เฮ้าส์ของชายหนุ่ม
เมื่อหนึ่งคนในข่าวไม่ยอมรับสาย ก็ลองกดไปที่เบอร์ของอีกคนแทน ผู้หญิงที่เป็นข่าวกับเจ้านายของเธอคือเด็กฝึกงานที่น้ำมนต์ส่งให้ไปช่วยดูแลเขาในงานปาร์ตี้เมื่อคืนนี้แทน เพราะตนเองติดธุระด้วยลูกป่วยกะทันหันจึงไม่สามารถดูแลชายหนุ่มได้เอง
"คุณนับดาวก็ไม่รับหรือเนี่ย จะบ้าตาย ทำอะไรกันอยู่นะทั้งสองคน"
จิตใจของเลขาสาวอยู่ไม่เป็นสุข ถ้าไม่รีบแถลงข่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้นจะต้องเกิดปัญหาตามมากับบริษัทอย่างแน่นอน อีกไม่นานก็จะมีประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว จะให้มีประเด็นทำให้ความน่าเชื่อถือของประธานบริหารสั่นคลอนไม่ได้อย่างเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น...พวกที่จ้องจะฮุบตำแหน่งนี้คงอาศัยจังหวะชุลมุน ขโมยเอาตำแหน่งไปแน่ ๆ
"โอ๊ย ฉันอยากจะบ้าตาย มีโทรศัพท์เอาไว้เป็นเครื่องประดับหรืออย่างไรถึงไม่รับสายกันเลยสักคนแบบนี้!"
น้ำมนต์หัวจะปวด พอขึ้นรถมาได้ก็รีบสตาร์ทรถแล้วขับออกไปด้วยความเร็วกว่าแสง
ครืดๆ ครืดๆ
เสียงโทรศัพท์ของ 'สิงหา' ยังดังไม่หยุดมาได้สักพักแล้ว ทว่าเจ้าตัวยังคงเมาหลับไม่ยอมตื่น แม้จะเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาแล้วก็ตาม เขายังรู้สึกปวดหัวอยู่เลย อาจเพราะเมื่อคืนดื่มไปหนักมาก มากเสียจนชายหนุ่มแทบจำอะไรไม่ได้
ครืดๆ ครืดๆ
ต่อจากโทรศัพท์ของเขาก็เป็นสายเรียกเข้ามาในมือถือของ 'นับดาว' แม้จะไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ไปเยอะด้วยปกติหญิงสาวเป็นคนดื่มไม่เป็นและคออ่อนมาก แต่เพราะถูกพนักงานเสิร์ฟในงานปาร์ตี้หยิบน้ำให้ผิดแก้ว จากน้ำเปล่าที่ขอไปกลายเป็นเหล้า สติสัมปชัญญะที่เคยมีจึงถูกดึงหายไปในพริบตา
คนตัวเล็กขยับตัวเล็กน้อยเพราะรู้สึกถึงเสียงโทรศัพท์ที่คุ้นเคย เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นก่อนกะพริบถี่เพื่อให้ชินกับแสง ในหัวยังจับต้นชนปลายอะไรไม่ค่อยถูกเท่าไหร่
"แว่นอยู่ไหนนะ"
มือปัดป่ายสะเปะสะปะไปทั่วเพื่อหาแว่นตาด้วยหล่อนเป็นคนสายตาสั้นเลยต้องใส่แว่นแทบจะทุกเวลา
หากเป็นปกติ เอื้อมมือไปทางขวาก็จะเจอโต๊ะข้างหัวเตียงและแว่นของนับดาวก็จะวางอยู่บนนั้น ทว่าครั้งนี้กลับไม่เป็นอยากทุกที เมื่อสิ่งที่ฝ่ามือเล็ก ๆ สัมผัสได้กลับเป็นบางอย่างที่คล้ายใบหน้าของคน
คิ้วสวยขมวดเข้าหากันทันที เธอยังลืมตาได้ไม่เต็มที่ แต่สัมผัสที่มือก็ทำเอาสงสัยอยู่เหมือนกัน ความโด่งของสันจมูกกับริมฝีปากกระจับและใบหน้าที่มีหนวดเคราเล็กน้อยพอให้จั๊กจี้ มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องเป็นใบหน้าของคน
แต่!
หล่อนอยู่ในห้องคนเดียว และนอนคนเดียวมาตลอดตั้งแต่จำความได้จนถึงปัจจุบัน ไม่มีวันที่จะมีมนุษย์นอนอยู่ในห้องเดียวกับเธออย่างแน่นอน
ถ้าอย่างนั้น...สิ่งที่นับดาวสัมผัสได้มันคืออะไรกันล่ะ
"ฮึ่ย!"
คนถูกมือเล็กสัมผัสที่หน้าส่งเสียงรำคาญออกมา สิงหากำลังนอนสบาย ๆ แต่กลับถูกกวนด้วยฝีมือบางคนที่เอาแต่จับและบีบขยำหน้าเขาไม่หยุด
นับดาวเลิกขยับ เสียงทุ้มที่ออกแนวรำคาญทำเอาเธอต้องลืมตาขึ้นมาแล้วหันไปมอง หากแต่ด้วยความที่หล่อนสายตาสั้น หญิงสาวจึงไม่แน่ใจนักว่าสิ่งที่อยู่ข้างกายเธอตอนนี้เป็นมนุษย์จริง ๆ หรือแค่หมอนข้าง
แว่นอยู่ไหนกันนะ...
ในใจยังคงถามหาอาวุธประจำกาย หากไม่มีแว่นสิ่งที่ปรากฏในสายตาของหล่อนก็เป็นเพียงภาพเบลอ ๆ ซึ่งมองไม่ออกเลยว่าอะไรเป็นอะไร
ด้วยความสงสัยและอยากรู้ว่าสิ่งที่นอนแอ้งแม้งอยู่ข้าง ๆ เป็นคนจริง ๆ หรือเป็นแค่หมอนข้างธรรมดา สองมือจึงจับลงที่ลำตัวของชายหนุ่มแล้วจัดการลูบไล้พร้อมสัมผัสไปเรื่อย ๆ
ยิ่งได้จับก็ยิ่งรู้สึกว่ามันคือกล้ามเนื้อของผู้ชาย ถึงอย่างนั้นหล่อนก็ยังไม่มั่นใจเพราะไม่เชื่อว่าจะมีใครเข้ามานอนในห้องของตนเองได้
หมับ!
"โอ๊ะ!"
หญิงสาวขมวดคิ้วอีกรอบ คราวนี้มือของเธอจับลงเต็ม ๆ แก่นกลางกายของชายหนุ่ม แน่นอนว่ามันไม่ได้สงบนิ่งเพราะยังอยู่ในช่วงเช้า ซึ่งจะเป็นปกติของร่างกายผู้ชายที่มักจะแข็งตัวเพื่อมาทักทายอรุณสวัสดิ์
ในหัวประมวลผลทันทีเพราะยังไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด รูปร่างคล้ายหลายสิ่งเหลือเกินไม่ว่าจะเป็นไส้กรอก มะเขือยาว ไปจนถึงสากกะเบือ อ๊ะ ไม่สิ สากกะเบือไม่น่าจะให้ผิวสัมผัสนิ่มแบบนี้แม้ว่ามันจะค่อนข้างแข็งก็ตามที มือเล็กลองบีบแรง ๆ อีกรอบด้วยอยากรู้ว่ามันคืออะไร
“โอ๊ย!”
เจ้าของสากกะเบือร้องลั่นเมื่อถูกบีบด้วยแรงที่มากเกินไป สิงหาตื่นเต็มตา อาการแฮงก์หายไปเป็นปลิดทิ้งก่อนมองหญิงสาวที่ก้มหน้าลงมามอง ‘ส่วนนั้น’ ของเขาแบบใกล้ในระยะประชิด
“คนเหรอคะ”
“คนสิ นี่เธอ...มาที่นี่ได้อย่างไร”
ถึงจะยังเห็นหน้าคนพูดไม่ชัด แต่นับดาวจำเสียงเขาได้ หญิงสาวรีบถอยหลังห่างด้วยจำกฎการจะอยู่โลกใบเดียวกันกับสิงหาได้อย่างแม่นยำ
‘จำเอาไว้ ถ้าอยากจะอยู่ในโลกใบเดียวกับฉันแบบไม่บุบสลายไปเสียก่อน ก็อยู่ให้ห่างอย่างน้อยสามเมตร!’
หมับ!
“ทำบ้าอะไรของเธอ เกือบหงายหลังตกลงไปแล้วนะ”
มือใหญ่คว้าเอาข้อมือของหล่อนไว้ได้ทันก่อนที่นับดาวจะหงายหลังตกเตียงเพราะเอาแต่ถอยห่างจากชายหนุ่ม
“ฉันขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะสร้างเรื่องเดือดร้อน แต่...แว่นหายไปไหนนะ”
ประโยคแรกยังอธิบายให้เขาฟังอยู่ แต่ประโยคหลังนั้นพูดกับตนเอง
“ฉันอยู่ทางนี้”
“คะ?”
“ไอ้ที่เธอหันไปคุยด้วยอยู่น่ะ...กำแพงห้อง”
เสียงทุ้มบอกอย่างเบื่อหน่าย กวาดสายตามองหาแว่นของหญิงสาวให้เพราะปกติเจอทีไรจะเห็นหล่อนใส่แว่นกรอบดำอยู่ตลอด
ขณะมองหา สายตาก็เหลือบมาปะทะเข้ากับเสื้อนักศึกษาของนับดาว กระดุมมันถูกปลดออกไปสองเม็ดเผยให้เห็นเนินอกตามประสาคนซ่อนรูปอยู่ด้านใน แต่ที่น่าแปลกใจคือบริเวณเนินขาวและลำคอระหงของอีกฝ่าย มีรอยจูบหรือที่รู้จักกันในชื่อคิสมาร์กอยู่ด้วย
ความกังวลเข้าครอบงำในความคิด สิงหาได้แต่สั่นศีรษะไปมากับตนเองและคิดเอาว่าคงไม่ใช่อย่างที่คิด เขามั่นใจว่าจะต้องไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเขากับเด็กคนนี้แน่นอน เพราะถ้าหากมี...สากกะเบือของเขาคงส่งสัญญาณอะไรบ้างแล้ว ทว่ามันกลับปกติดีมากเหมือนไม่เคยไปมุดครกใครมาก่อน
มือเล็กควานหาแว่นแต่ก็ยังไม่เจอ เธอจะต้องอธิบายให้เขาฟังว่าเมื่อคืนนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้างและทำไมหล่อนถึงมาอยู่ในนี้กับเขาได้ ตอนนี้ความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดเริ่มย้อนเข้ามาในความคิดนับดาวบ้างแล้ว หญิงสาวรู้แล้วว่าเธออยู่ในเพนท์เฮ้าส์ของสิงหา ไม่ใช่ห้องนอนของตนเอง
“คืออย่างนี้นะคะคุณสิงหา คือฉัน...”
หมับ!
“ก็บอกว่าทางนี้ เห็นชัดหรือยัง”
ด้วยความหงุดหงิดที่หล่อนเอาแต่หันไปผิดทางอยู่เรื่อย เขาจึงขยับตัวเข้ามา ใช้สองมือจับเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายให้หันมาทางตนเอง ระยะใกล้แค่นี้ทำให้เธอพอจะมองเห็นชายหนุ่มแบบเลือนราง
นี่มันจะ...ใกล้เกินไปแล้ว