Chapter 10.ทำความรู้จักใหม่(1/2)

1562 Words
หลังจากคืนนั้นยูแอลตื่นขึ้นมาตอนฟ้าสาง เธอหนีออกมาจากคฤหาสน์หลังโตโดยที่เจซียังไม่ตื่นด้วยซ้ำ พาร่างกายอันบอบช้ำรวมถึงหัวใจที่บอบช้ำเดินโซซัดโซเซมาไปตามทาง ก่อนที่จะกดโทรศัพท์หาเพื่อนสาวที่ไว้ใจ เธอนั่งมองเหม่อที่ป้ายรถเมล์ไม่สนสายตาผู้คนที่เริ่มมารอรถเพื่อทำงานและใช้ชีวิตประจำวันของพวกเขา แม้ผู้คนพลุกพล่านก็ไม่ได้ทำให้จิตใจของเธอกระเตื้องขึ้นบ้างเลย มันยังคงเต้นช้าลงราวกับว่าหมดแรงที่จะเต้นต่อไปแล้ว เธอจำไม่ได้เลยว่าเรื่องที่เกิดชึ้นเมื่อคืนมันเป็นยังไงต่อ ทำไมเธอถึงกลับมายังคฤหาสน์ของเจซีได้ แต่ที่รู้ๆ...เธอปวดร้าวร่างกายตัวเองอย่างมาก...นั่นทำให้เธอไม่อยากที่จะจินตานการอะไรต่อ... “แอล...แก...” ไม่นานเกินรอเพื่อนสาวอย่างเกรซที่พ่วงซาซ่ามาด้วยเดินลงมาจากรถที่จอดเลยจากป้ายไปนิดหน่อย เพื่อนทั้งสองเห็นสภาพเพื่อนของตัวเองที่รอยช้ำเป็นจ้ำๆเต็มตัวก็อดที่จะสงสารเพื่อนสาวไม่ได้ ทั้งสามคนโผเข้ากอดกันแน่นปล่อยให้น้ำตาทำหน้าที่ของมันอย่างห้ามไม่อยู่และไม่สนใจใครทั้งนั้น.... จากเหตุการณ์นั้นทำให้ยูแอลเลือกที่จะหลบหน้าเจซีมาโดยตลอด ไม่ว่าจะโทรศัพท์หรือช่องทางการติดต่ออื่นๆ เธอก็ปิดกั้นจากเขาทั้งหมด จะมีก็เพียงข้อความสุดท้ายที่เธอตอบเขาไปว่า เราเลิกกันแล้ว อย่าได้เจอกันอีกเลย แค่นั้น เพื่อนๆของเธอก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แม้แจ็คกี้หัวหน้าทีมเต้นของเธอจะคอยถามหาเธอให้เจซีอยู่บ้างก็ตาม อาจจะเป็นเพราะงานที่เริ่มยุ่งมากๆของเขาสำหรับคอนเสิร์ตและไหนจะปัญหาที่มีอยู่ภายในค่ายเพลงของเจซีจึงทำให้ช่วงเดือนที่สองเขาไม่ได้ติดต่อหรือตามเธอมาอีกเลย ทีมเต้นของเขาก็ถูกเปลี่ยนไปใช้ทีมของต่างชาติเพื่อทำการตลาด ทีมของพวกเธอจึงได้ถูกบริษัทB-Kris ค่ายเพลงน้องใหม่ที่กำลังมาแรงจ้างไปในทันที ช่วงหลังๆมานี้วงของเจซีก็ค่อยๆถดถอยเพราะสมาชิกในวงทำเรื่องที่สังคมไม่สามารถให้อภัยได้ เธอได้ข่าวอยู่กลายๆว่าเกิดการยุบวงในเวลาต่อมา “ผมว่าวันนี้เราไปฉลองกันหน่อยดีกว่าครับ เราจะได้กระชับความสัมพันธ์กับทีมเต้นมากขึ้น” ดีนเอ่ยขึ้นหลังจากที่ซ้อมกันเสร็จ แน่นอนว่าหนุ่มๆวงบียอนด์ที่เธอมาเป็นแดนเซอร์ให้ต่างจับจ้องไปที่เธอ อาจจะเป็นเพราะใบหน้าสวยเกินกว่าจะเป็นแค่นักเต้น ไม่ว่าใครต่างก็บอกว่าเธอสามารถเป็นไอดอลหรือนักแสดงได้ เกรซเองก็ไม่ได้แพ้กัน แต่พวกเธอชอบการเต้นมากกว่าที่จะต้องฝึกฝนอะไรมากมายไปกว่านั้น “ได้เลยครับ...ที่ไหนกันดี?” แจ็คกี้ตอบรับอย่างยินดี เพราะถ้าไปกินเลี้ยงแบบนี้เขาไม่ต้องจ่ายค่าอาหารและเหล้าสักแดงเดียว ใครล่ะจะไม่ยินดี ทางวงบียอนด์ที่เป็นคนชวนจะจัดการให้ทั้งหมด และนักเต้นก็ไม่ได้มีน้อยๆ มีตั้ง14ชีวิต ตามจำนวนของสมาชิกของศิลปิน แต่ถ้าเป็นนักเต้นหลักๆจะมีชาย5หญิง5นอกนั้นเป็นเพียงนักเต้นเสริมที่แวดวงนักเต้นเขาดีลกันยืมตัวกันมาบ้าง ดูเหมือนว่าดีนที่เป็นหัวหน้าวงจะเชิญไปทุกคนรวมถึงนักเต้นเสริมก็เช่นกัน “เราไปร้านเนื้อย่างกันดีกว่าครับ ย่างเนื้อไปด้วยดื่มไปด้วยน่าจะดี” ดีนกล่าวก่อนจะยิ้มออกมาเผยให้เห็นลักยิ้มที่มีเสน่ห์ก่อนที่สายตาคมของเขาจะปราดมองยูแอลผ่านแว่นตาใสสี่เหลี่ยมไร้ขอบ คนอื่นๆก็ไม่ต่างกันต่างมองไปทางยูแอลคนละครั้งสองครั้ง ดูเหมือนว่าการกินเลี้ยงนี้มีจุดประสงค์บางอย่าง “แอล...ดูหนุ่มวงบียอนด์จะสนใจแกนะ” ซาซ่าอดที่จะเอ่ยขึ้นไม่ได้ “นั่นสิ มองแกตาเป็นมันเลย” เกรซเอ่ยเสริม “ไม่มีอะไรหรอกมั้ง” ยูแอลพยายามที่จะไม่คิดเข้าข้างตัวเอง เขาอาจจะคุ้นหน้าเธอเพราะเธอเคยเป็นข่าวหน้าหนึ่งก็เท่านั้น แต่ก็เธอก็อดคิดมากไม่ได้ ตั้งแต่เจอเรื่องครั้งนั้นเธอแทบไม่กล้าที่มองคนแค่ภายนอกอีกเลย มือเล็กๆเริ่มสั่นเทา หัวใจเริ่มเต้นรัวเหมือนคนเหนื่อยหอบ ยูแอลหันหลังเดินไปทางที่กระเป๋าของตัวเองวางไว้ แม้ว่าขาเรียวตอนนี้จะเริ่มสั่นเทาแล้วก็ตาม เพราะเธอใส่กางเกงวอร์มเลยคนอื่นเลยไม่ทันสังเกตเห็น มือเล็กที่กำลังสั่นเริ่มจับไปที่แขนเรียวของตัวเองพร้อมกับเม้มปากแน่นเพื่อบังคับไม่ให้ตัวเองสั่นไปมากกว่านี้ “แอล แกแพนิคอีกแล้วเหรอ?” คงมีแต่เพื่อนสาวทั้งสองที่พอรู้เรื่องของเธอถึงได้สังเกตเห็นทันที เธอเกิดอาการแพนิคแอทแทคเพราะถูกสายตาของชายหนุ่มหลายๆคนจ้องมองมาที่เธออย่างมีเลศนัย แม้ว่าจะไม่รู้ว่าประสงค์ดีหรือร้ายก็ตาม มันเป็นผลข้างเคียงหลังจากที่เธอเจอเรื่องแบบนั้นมา...เธอมารู้ตัวว่าตัวเองเป็นก็ตอนที่ขึ้นเวทีเต้นให้วงบียอนด์เป็นครั้งแรกหลังจากที่ลงจากเวทีมาก็มีอาการจนเพื่อนของเธอพาเธอไปโรงพยาบาลในคืนนั้น “แกจะไหวกับงานนี้ไหมเนี่ยแอล” ซาซ่าเอ่ยขึ้นมาอย่างเป็นห่วง “ฉันไหว...งานนี้เป็นงานที่ฉันรัก และเป็นงานเดียวที่ฉันจะหาเงินเลี้ยงยายได้” ยูแอลยังคงตอบอย่างหนักแน่นเช่นเดิม ในขณะที่ทั้งสามพูดคุยกันเกี่ยวกับอาการของยูแอล ไม่มีใครสังเกตว่ามีสายตาเฉี่ยวคู่หนึ่งจ้องมองไปยังเธอ เขาสังเกตเห็นอาการของเธอตั้งแต่เวทีแรก แม้ว่าเขาจะอยากเข้าไปถามไถ่แต่ก็โดนขัดทุกครั้ง เพราะเขาเองก็ต้องเปลี่ยนชุดเพื่อแสดงเพลงถัดไปในตอนนั้นจึงทำได้แค่มองอย่างเป็นห่วงอยู่ห่างๆ แต่รอบนี้เขาก็หวังว่าเขาจะเป็นคนที่เข้าไปถามไถ่เธอให้ได้ว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า สองขายาวก้าวไปทางหญิงสาวทั้งสามคน... “ไอ้จีเซล ไปกันเถอะ เราต้องนั่งรถตู้ไปนะ คนอื่นๆลงไปกันหมดแล้ว” วินซ์เพื่อนตัวดีขัดขึ้นอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวเดินเข้ามากอดคอเขาพร้อมกับลากไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ด้านล่างตึก เหล่าทีมเต้นจะมีรถไปอีกคันแยกไปต่างหาก จังหวะไม่ดีเลยสำหรับเขา...ไม่ว่ากี่ครั้งก็ไม่เคยเข้าไปคุยกับเธอได้ส่วนตัวเลย แล้วอีกอย่าง...เธอกลับจำเขาไม่ได้เลยสักนิด ...อาจจะเป็นเพราะคืนนั้นมันมืดเลยเห็นหน้าไม่ชัด...หรือว่าเธอตั้งใจแกล้งจำเขาไม่ได้กันแน่... รถตู้สีดำทึบแล่นเข้าไปยังร้านเนื้อย่างที่ดูค่อนข้างเป็นส่วนตัวหรืออาจจะเป็นเพราะวงบียอนด์ได้เช่าเหมาร้านไว้แล้ว มันเป็นร้านข้างทางบ้านๆไม่ได้หรูหราอะไร บ่งบอกถึงความมัธยัสถ์ของวงนี้อย่างเห็นได้ชัดที่พามาร้านนี้ อาจจะเป็นเพราะว่าในอดีตก่อนที่เขาจะดังกันมาขนาดนี้เคยลำบากมาก่อนหรือเปล่า ทุกคนต่างเดินเข้าไปในร้านอย่างตื่นเต้นมีเพียงยูแอล เกรซและซาซ่าที่ยืนนิ่งค้างที่หน้าร้านเนื้อย่างร้านนั้น ก่อนจะมองไปยังร้านขายขนมหวานข้างๆที่ตอนนี้เป็นเวลาปิดร้านแล้ว ทั้งสามคนมองหน้ากันไปมาอย่างไม่อยากเชื่อ “ไม่คิดว่าโลกจะกลมขนาดนี้...” เกรซเอ่ย “ใครจะไปคิดว่าวงนี้จะชอบกินเนื้อย่างร้านเดียวกับพวกเรา...” ซาซ่าเอ่ยต่อ “และที่สำคัญ...ข้างๆบ้านแกเลยแอล” เกรซกล่าวพร้อมกับปรายตามองเพื่อนสาวของตน “ชู่วววว...อย่าเสียงดังไป เดี๋ยวคนอื่นก็รู้หรอก” ใช่แล้ว...ร้านขายขนมข้างๆ ร้านเนื้อย่างเป็นร้านของคุณยายของเธอ แม้ว่าเธอจะบอกคุณยายที่เป็นครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ให้หยุดขาย เพราะเธอสามารถเลี้ยงคุณยายได้แต่ยายกลับดื้อไม่ยอมฟัง ดีแค่ไหนแล้วที่วันนี้ร้านปิดแล้วไม่อย่างนั้นถ้าเห็นเธอและเพื่อนๆ มากันเยอะแยะขนาดนี้คงจะหอบขนมมาให้ฟรีๆ แน่ๆ “เข้าไปกันเถอะ วันนี้ฉันไม่อยากกลับดึก”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD