อย่าเพิ่งตายนี่แค่เริ่มต้น 1/1
"ถ้ามีเคสฉุกเฉินเรียกพราวนะคะ พราวมาอยู่เวรแทนหมอน้ำสองชั่วโมงสุดท้าย" ขวัญพิชชาเดินเข้ามาแจ้งเจ้าหน้าที่ในห้องฉุกเฉิน เธอเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านออร์โธปิดิกส์รักษาผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของกระดูก ส่วนดารินเพื่อนสนิทเป็นแพทย์เฉพาะทางแผนกฉุกเฉิน การมาอยู่เวรแทนกันอย่างนี้ถือเป็นความผิด เพราะพวกเธอทำงานอยู่กันคนละแผนกต่อให้เป็นสองชั่วโมงสุดท้ายก็ไม่ควรจะทำ
ขวัญพิชชาไม่เห็นด้วยตั้งแต่ถูกขอร้องให้ช่วย ทว่าเหตุผลของเพื่อนนั้นกลับทำให้เธอปฏิเสธไม่ได้ พ่อของดารินป่วยเป็นโรคสมองขาดเลือดเฉียบพลันกำลังถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลใกล้บ้านในฐานะลูกเธอจำเป็นต้องกลับไปดูอาการอย่างเร่งด่วน
"ได้ค่ะหมอพราว หมอน้ำแจ้งล่วงหน้าไว้แล้ว"
ในใจคุณหมอผู้มาแทนได้แต่เฝ้าภาวนาขออย่าให้เกิดเหตุเร่งด่วนที่เกินขอบเขตเธอขึ้นเลย กลัวจะถูกตรวจสอบภายหลังแล้วจะโดนตำหนิจากผู้ใหญ่โดยเฉพาะผู้เป็นพ่อ
บิดาของขวัญพิชชาเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาท สมองและไขสันหลังประจำโรงพยาบาลแห่งนี้ แถมเป็นหนึ่งในกรรมการผู้บริหาร หากเธอซึ่งเป็นลูกกระทำผิดกฎย่อมส่งผลให้ท่านพลอยเดือดร้อนไปด้วย
และราวกับโชคชะตาไม่เข้าข้างอะไรที่กลัวมันมักเกิดขึ้น เพียงแค่สองเท้าคุณหมอสาวเข้ามาเหยียบพื้นที่ด้านในของห้องฉุกเฉิน เสียงรถกู้ชีพ และรถพยาบาลก็ดังสนั่นเข้ามาใกล้ มันคือสัญญาณเตือนว่ามีคนไข้ฉุกเฉินกำลังถูกนำตัวเข้ามา
"มีเคสขับรถยนต์ชนเสาไฟฟ้ากำลังเข้ามานะคะหมอพราวผู้หญิงอาการปกติ แต่ผู้ชายคนขับอาการไม่ค่อยดีเป็นคนไข้ชายอายุสามสิบเอ็ดปี พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์แจ้งว่าคนไข้ขับรถชนเสาไฟฟ้าศีรษะกระแทก สลบไม่รู้สึกตัวมีแผลฉีกขาดที่กลางศีรษะสิบเซ็น แล้วก็มีขาซ้ายผิดรูปค่ะ" พยาบาลเล่าต่อเรื่อย ๆตามที่ได้รับประสานข้อมูลมา
"มีญาติมาไหมคะ ถ้าไม่มีฝากตามญาติด้วย" ฟังอาการเบื้องต้นแล้วอาการท่าจะหนักพอสมควร หากจำเป็นต้องช่วยเหลือหรือทำหัตถการที่มีความเสี่ยงจะได้มาเซ็นยินยอมร่วมกัน
"มีผู้หญิงนั่งมาด้วยไม่แน่ใจว่าเป็นแฟนหรือเปล่า กู้ชีพนำส่งมากับรถอีกคัน คนนั้นรู้สึกตัวแต่เหมือนมีอาการเมาอยู่ แล้วก็มีแผลถลอกตามร่างกายค่ะ"
“แสดงว่ามีคนเจ็บสองคน?”
“ค่ะ”
“ถ้ามาถึงเอาคนที่หนักสุดเข้ามาก่อน”
ขวัญพิชชาเข้าไปสวมถุงมือและยืนประจำจุด เพียงไม่นานคนไข้ที่ได้รับประสานก็ถูกนำส่ง และเข็นเข้ามายังห้องฉุกเฉินอย่างรวดเร็วทันที
วินาทีแรกที่เห็นคนไข้ชายศีรษะและใบหน้านองไปด้วยเลือดนอนอยู่บนเตียง ดวงตาคู่งามพลันวูบไหวแสดงความร้อนรนออกมาอย่างชัดเจน คิ้วหนาคุ้นตา จมูกโด่งเป็นสัน แถมมีไฝเล็ก ๆตรงมุมแก้มด้านซ้าย มั่นใจว่าต่อให้เหลือแค่เศษกระดูกก็ยังจำได้ว่าคนตรงหน้าคือ จิรเมธ
"คุณ! คุณเมฆ! คุณเมฆ!" ใบหน้าหล่อเหลาอาบไปด้วยเลือด เปลือกตาหลับสนิทไม่ไหวติง ไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้นของคุณหมอสาว แม้เธอจะกดหน้าอกแรงแค่ไหนก็ไร้การตอบรับ
ท่ามกลางสถานการณ์ความวุ่นวายในห้องฉุกเฉิน หัวใจของคุณหมอสาวซึ่งเคยสงบนิ่งมาแต่ไหนแต่ไรกลับกำลังถูกความรู้สึกบางอย่างบีบรัดจนหดเกร็งแสนทรมาน
เสี้ยวหนึ่งในความคิดพลันบังเกิดความชั่วร้ายให้เลือกกระทำ เมื่อไม่นานมานี้เธอเคยถูกผู้ชายตรงหน้าทำร้ายจิตใจมาอย่างแสนสาหัส ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เธอได้รับมันสร้างความปวดร้าวทางใจจนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ
ดวงตาหม่นเศร้ามองคนเจ็บสลับกับมือของตัวเองไปมากำลังตัดสินใจว่าจะช่วยยื้อชีวิตหรือหยุดการรักษา
บางทีการปล่อยให้เขาหมดลมหายใจไปต่อหน้าอาจจะเป็นการแก้แค้นที่เหมาะสมที่สุดก็เป็นได้
ลมหายใจอุ่นๆถูกพ่นออกมาช้า ๆราวกับเลือกได้ว่าควรทำสิ่งใดต่อจากนี้ ขวัญพิชชากัดกลืนริมฝีปากแน่นกล้ำกลืนความขมขื่นที่จุกอยู่ในลำคอลงไปโดยมิอาจระบายออก
"ขอ Tube เบอร์เจ็ดจุดห้า เจาะเลือด โหลดซาไลน์พันห้าเตรียมซีทีแสกน" คำสั่งทางการแพทย์ถูกเอ่ยขึ้นในวินาทีถัดมาเธอกำลังใส่ท่อช่วยหายใจ และเพิ่มสารน้ำป้องกันเฝ้าระวังภาวะช็อกจากการเสียเลือด นั่นแปลว่าเธอกำลังจะยื้อชีวิต ผู้ชายที่ชื่อจิรเมธ ดิษย์วรินทร์ ผู้ซึ่งอยู่ในภาวะวิกฤติของชีวิต
เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องรูดม่านเตรียมอุปกรณ์ในการช่วยชีวิตอย่างรวดเร็ว ทำหน้าที่ตามแผนการรักษาของขวัญพิชชาอย่างเป็นระบบ
"หมอพราวจะแจ้งญาติก่อนไหมคะ พอดีรถกู้ชีพอีกคันพาผู้ประสบเหตุเดียวกันมาถึงแล้ว" คุณหมอสาวส่ายศีรษะไปมาแทนคำตอบ ปรายตามองไปยังคนที่พยาบาลคาดการณ์ว่าเป็นญาติของจิรเมธ
ผู้หญิงที่มีท่าทางราวคนเมาค้างคนนั้นไม่ใช่ญาติ เธออาจจะเป็นแค่เพื่อนนอนหรือไม่ก็เด็กในสังกัดที่เขาเลี้ยงไว้ บอกไปก็ไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้อยู่ดี ทั้งในทางความสัมพันธ์และในทางกฎหมาย
"ไม่ต้องค่ะภรรยาเขารับทราบแล้ว เดี๋ยวใส่เสร็จเธอจะมาเซ็นเอกสารยินยอมทำการรักษาให้"
คนที่มีสิทธิ์ตัวจริงอยู่ตรงนี้ คนที่นอนกอดทะเบียนสมรสและได้ชื่อว่าเป็นภรรยา คนที่มีสิทธิ์ชี้เป็นชี้ตายจิรเมธอย่างถูกต้องทั้งทางตรงและทางอ้อม ชีวิตเขาอยู่ในมือของเธอแล้ว
ขวัญพิชชารับทราบอาการทุกอย่างของเขา และเข้าใจทุกขั้นตอนในการรักษาของสามีผู้มากรัก เธอยังไม่อนุญาตให้คนชั่วๆอย่างเขาตาย การหมดลมหายใจมันง่ายไปสำหรับคนชั่วพรรค์นี้
จิรเมธเกร็งแขนและขาในขณะที่ถูกใส่ท่อช่วยหายใจลงไปทางปากผ่านเข้าสู่หลอดลม ความเจ็บปวดจากหัตถการทางการแพทย์ทำให้ชายหนุ่มลืมตาขึ้นโดยอัตโนมัติ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมน้ำแต่ไม่สามารถเอาตัวขึ้นมาหายใจได้
ดวงตาคมปลาบมองเห็นแสงสว่างวาบ ภาพของคนที่กำลังยัดท่อยาว ๆ เข้าปากปรากฏแก่สายตา คนที่อยู่เบื้องหน้าหาใช่ใครที่ไหน แต่เป็นขวัญพิชชาภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมาดิ้นรนเพื่อให้ความทรมานนี้สิ้นสุด ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับลงไปในวินาทีต่อมา