.
.
“ไปนอนด้วยกันบนเตียงนี่แหละ”
“ไม่ต้อง หยกนอนได้”
“แต่ฉันนอนไม่ได้”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหยก”
“มันไม่สบายใจ”
“ไม่เป็นไรจริงๆ เฮีย หยกอยากนอนพื้นจริงๆ”
ต้นหยกพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกจนชุนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งมองหญิงสาวที่ก้มหน้าไม่มองเขา แถมยังเกร็งตัวในอ้อมแขนเขาขนาดนี้ ชุนยกยิ้มก่อนจะวางร่างเธอลงบนเตียงแล้วคร่อมทับทันทีไม่ปล่อยให้เธอลุกหนีไปได้
“ทำไม? ....กลัวฉันทำอะไร...เธองั้นหรอ?”
ชุนมองต้นหยกพร้อมกับเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงกระซิบก่อนจะมองไปทั่วเรือนร่างของเธอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ต้นหยกเบื่อนหน้าไปทางอื่นแต่แขนเรียวยังยกเกร็งพร้อมกับผลักอกแกร่งของเขา สีหน้าของเธอดูกังวลไม่น้อยนั่นยิ่งทำให้ชุนได้ใจไปกันใหญ่
“ฉันแต่งมาแพง ก็ต้องคุ้มกับที่แต่งมาหน่อยสิ”
มือหนาเลื่อนไปลูบไล้ใบหน้าอย่างแผ่วเบาก่อนที่ปลายนิ้วเรียวจะเชิดปลายคางมนสวยของเธอขึ้นให้เงยหน้ามองเขา แต่ถึงอย่างนั้นต้นหยกก็เฉมองไปทางอื่นอยู่ดี ชุนหัวเราะอย่างพอใจที่แกล้งเธอได้สำเร็จ ต้นหยกหันมองสามีของตนอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะรู้ว่าเขาแกล้งเธอเล่นก็ตอนที่เขาหัวเราะนั่นแหละ ต้นหยกฟาดฟ่ามือไปยังอกแกร่งซ้ำๆ อย่างขุ่นเคือง
เพี๊ยะๆๆ
“โอ๊ย! โอ๊ย! ฮ่าๆๆ หน้าเธอตลกมากเลยนะ”
“เฮียแกล้งหยกหรอ ใจหายหมดเลย นี่แน่ะๆ”
ต้นหยกฟาดมือไปไม่ยั้ง ชุนเองก็ยังคงหัวเราะค้างก่อนจะรวบมือของเธอทั้งสองข้างไว้ด้วยมือข้างเดียวของเขา ต้นหยกพยายามดึงมือออกหวังจะตีชุนให้หายเคืองแต่ชุนกับกระชากข้อมือเธอเข้าหาตัวจนปลายจมูกของคนทั้งคู่แตะกัน ทั้งสองจ้องมองตากันอย่างไม่ได้ตั้งใจ สองสายตาสบประสานบนเตียงใหญ่กลิ่นกายของต้นหยกลอยมาแตะปลายจมูกโด่งของเขาอีกครั้งเมื่อเขาเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ มันเป็นกลิ่นดอกไม้หอมอ่อนๆ จนอยากจะดอมดมให้มากกว่าเดิม ยิ่งได้กลิ่นสมองก็ยิ่งโล่ง
ทั้งสองตกอยู่ในภวังค์ไร้ความคิดที่ตั้งแง่ไว้ ชุนโน้มหน้าลงไปประกบริมฝีปากอิ่มสีแดงสดนั้นอย่างแผ่วเบาก่อนจะถอดถอนแล้วสบตาเธออีกครั้งแล้วก้มลงไปบดจูบปากอิ่มนั้นอีกครั้ง รสจูบที่แสนอ่อนหวานเนิ่นนานจนเผลอเคลิบเคลิ้มไปกับมัน มือหนาค่อยๆ แก้ปมชุดคลุมออกอย่างเบามือโดยที่ยังไม่ได้ละจากจูบก่อนจะค่อยๆ ถอดร่นเสื้อคลุมชั้นนอกออกเผยให้เห็นชุดนอนสายเดี่ยวสีขาวด้านใน ใบหน้าหล่อเลื่อนลงไปดอมดมซอกคอขาวสูดกลิ่นกายสาวที่เขาอยากได้กลิ่นนั้นอย่างหลงใหล....
ครืดดดด ครืดดดด
เสียงสั่นของโทรศัพท์ที่วางไว้บนหัวเตียงเรียกสติของคนทั้งคู่ แต่ชุนไม่อยากที่จะสนใจเลย แต่กลับเป็นต้นหยกที่ผลักเขาออกแล้วลุกจากเตียงอย่างเคอะเขิน ชุนที่ค้างท่าเดิมขบกรามแน่นอย่างหัวเสียก่อนจะหันไปหยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมา บนหน้าจอปรากฏชื่อของหญิงสาวที่เขาคิดว่าเขารักที่สุดขึ้นเขาจึงรีบรับสายในทันที พร้อมกับปรายสายตามองไปทางต้นหยกที่หันไปจัดที่นอนบนพื้นของตน
“ครับ”
(พี่ชุน...ฟางหกล้ม...พอดีฟางดื่มเยอะไปหน่อย)
“อะไรนะ? แล้วตอนนี้ฟางอยู่ไหน?”
(ฟางอยู่คอนโดค่ะ พี่ชุนมาหาฟางหน่อยได้ไหม ฟางลุกไม่ขึ้นเลย)
“ได้ เดี๋ยวพี่จะรีบไป”
ชุนลุกพรวดขึ้นก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อนอกและกุญแจรถโดยไม่สนใจต้นหยกที่มองเขาอยู่เลย เขาเขย่าประตูก่อนจะตบประตูอย่างแรงเพื่อเรียกคนข้างนอก
“เปิดประตู!”
“ข...ขอโทษค่ะ เถ้าแก่สั่งไม่ให้เปิด”
เป็นอย่างที่เขาคิดว่าเตี่ยของเขาจะต้องให้คนมาเฝ้าหน้าประตูเพื่อรอเปิดตอนกลางดึกตอนที่พวกเขาหลับแน่นอน แต่นี่ยังไม่ดึกมากจึงยังมีคนยืนเฝ้าอยู่
“ฉันบอกให้เปิด! ฉันเป็นเจ้าของบ้าน ถ้าเธอไม่เปิดฉันไล่เธอออกแน่”
“อุ้ย! ได้ค่ะๆ เปิดแล้วค่ะ”
คนรับใช้สาวรีบเปิดประตูอย่างลุกลี้ลุกลนเมื่อได้ยินคำประกาศกร้าวของเจ้านาย เมื่อประตูเปิดออกชุนก็รีบวิ่งลงไปยังลานจอดรถแล้วขับรถออกไปทันที คนใช้มองต้นหยกด้วยใบหน้ารู้สึกผิด ต้นหยกจึงเดินเข้าไปหาเธอก่อนจะตบบ่าปลอบเธอเบาๆ
“ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องคิดมาก...เธอไปนอนเถอะ ดึกมากแล้ว”
“ขอโทษด้วยนะคะคุณหนู”
“ไม่เป็นไรจ้ะ ฉันเข้าใจ”
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากๆ เลย”
คนใช้กล่าวขอบคุณอย่างซึ้งใจ ก่อนจะเดินลงไปชั้นล่าง ต้นหยกเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วก็ปิดประตู แล้วเดินกลับมานั่งถอนหายใจอยู่บนเตียงพร้อมกับคิดเรื่องเมื่อครู่ พอมีเสียงโทรศัพท์เขาก็รีบออกไปทันทีโดยไม่คำนึงถึงว่าห้ามออกจากห้องคืนแรกที่แต่งงาน พร้อมกับคิดว่าการเป็นคนที่เขารักนั้นคงดีไม่น้อย เพียงแค่คนคนนั้นไม่ใช่เธอ...
ต้นหยกจัดแจงที่นอนใหม่ คืนนี้เธอนอนบนเตียงได้อย่างสบายใจแต่กลับนอนไม่หลับเสียอย่างนั้น ความคิดมากมายวนอยู่ในหัว ก่อนที่เธอจะสะบัดความคิดทั้งหมดออกแล้วหลับตาลงเพื่อพยายามที่จะนอนหลับแล้วผล็อยหลับไป
04 : 00 น.
ชุนกลับเข้าเรือนหอมาก่อนจะเปิดประตูเข้าห้องนอนของตนเบาๆ เพราะเกรงว่าจะรบกวนภรรยาสาวของตนจนเธอสะดุ้งตื่น และอีกอย่างเขาไม่อยากให้เธอรู้ด้วยว่าเขากลับเข้ามาตอนไหน ชายหนุ่มเดินเข้าไปยังเตียงกว้างที่หญิงสาวนอนหลับตาพริ้ม เขาจ้องมองเธอที่หลับใหลอยู่อย่างนั้นก่อนจะยิ้มบางๆ และรีบหุบยิ้มลงทันที
“เป็นบ้าของไรของมึงวะไอ้ชุน”
ชายหนุ่มสบถกับตัวเองก่อนจะเดินส่ายหน้าเข้าห้องน้ำไปด้วยความหงุดหงิดตัวเอง ที่แค่เห็นใบหน้าสวยที่หลับอยู่ก็เผลอคิดว่าน่ารักเสียอย่างนั้น เขาย้ำความคิดของตัวเองที่บอกว่า เธอแต่งงานกับเขาเพื่อเงิน เธอยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อสิ่งนั้น และเขาจะไม่ยอมให้เธอสมหวังอย่างที่ตั้งใจเด็ดขาด และเขาต้องการที่จะทำให้เธอหย่ากับเขาให้เร็วที่สุด
ชุนล้างหน้าล้างตาก่อนจะเดินออกมาแล้วค่อยล้มตัวนอนบนเตียงข้างๆ ต้นหยกพร้อมกับค่อยๆ ซุกตัวลงใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ผืนเดียวกันโดยไม่โดนตัวเธอเลยสักนิด เขามองต้นหยกอย่างระแวดระวังก่อนจะนอนหันหลังแล้วหลับไป
เช้าวันที่สองหลังจากแต่งงาน
ต้นหยกกำลังจัดเตรียมกับข้าวและดอกไม้เพื่อเตรียมจะใส่บาตรหน้าบ้าน โดยมีคนรับใช้ที่เฝ้าหน้าห้องของเธอเมื่อวานเข้ามาช่วย เตี่ยเฟยพ่อของชุนได้มอบหมายให้สาวใช้คนนี้ดูแลเธอโดยเฉพาะ ด้วยความคิดเผื่อว่าต้นหยกตั้งท้องจะได้มีคนคอยดูแลตลอด
“นี่เธอ ฉันวาน...ไม่สิ เธอชื่ออะไรหรอ?”
“ฉันชื่อลี่ค่ะ นายหญิง”
“อาลี่ ฉันวานหยิบดอกบัวทางนู้นให้หน่อยจ้ะ”
“ได้ค่ะ นายหญิง”
สาวใช้ยิ้มอย่างร่าเริง เพราะตั้งแต่ต้นหยกลงมาจัดกับข้าวใส่บาตรนายหญิงของเอไม่เคยขอให้ช่วยอะไรเลย กลับทำเองคนเดียวทั้งหมด จนเธอต้องขอเข้าไปช่วยมัดปากถุงแกงก็ยังดี แถมต้นหยกยังพูดจาดีและท่าทางใจเย็นมากเวลาที่เธอทำผิดพลาด เพราะอาลี่เป็นคนที่ค่อนข้างซุ่มซ่ามมากพอดู
อาลี่ยื่นดอกบัวที่พับไว้แล้วให้ต้นหยกพร้อมกับยิ้มเขิน ก่อนที่ต้นหยกจะยกข้าวของที่เตรียมไว้ใส่ถาดเพื่อไปตักบาตรตอนเช้า อาลี่ก็รีบปรี่เข้าไปแย่งเธอยกอย่างเต็มใจ นายหญิงและสาวใช้ยิ้มให้กันก่อนจะพากันไปยืนรอพระสงฆ์ที่หน้าบ้าน และใส่บาตรด้วยกันอย่างแจ่มใส
ความจริงเตี่ยเฟยบอกให้ใส่บาตรด้วยกันกับชุนผู้เป็นสามี เพราะมีความเชื่อว่าจะทำให้ชีวิตคู่อยู่เย็นเป็นสุข แต่สามีตัวดีของเธอกลับไม่ยอมตื่นเสียอย่างนั้น เธอจึงลงมาใส่บาตรด้วยตนเอง แม้จะคลางแคลงใจเล็กน้อยว่าเมื่อคืนเขากลับบ้านมาตอนไหน แต่ต้นหยกก็เลือกที่จะไม่ถาม เพราะเธอถือว่าให้เกียรติผู้เป็นสามี
“อายุวัณโณ สุขัง พะลัง”
“สาธุ”
สองสาวยกมือสาธุแต่เสียงกล่าวสาธุของอาลี่กลับดังกว่าต้นหยกเป็นไหนๆ เหมือนว่าต้องการขอให้สิ่งที่เธออธิษฐานเป็นจริงให้ได้ในวันสองวันเสียอย่างนั้น เมื่อพระท่านเดินจากไป ต้นหยกจึงหันไปมองใบหน้าของสาวใช้ที่ยิ้มแฉ่งอย่างเขินอายด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรของเธอพร้อมกับทำท่าทางสงสัย
“ขออะไรหรอ ดูเหมือนอยากให้มันเป็นจริงเร็ววันอย่างนั้น”
“ขอให้นายหญิงสุขภาพดี มีลูกไวๆ จ้ะ”
ทั้งสองหัวเราะกับเรื่องที่อาลี่อธิษฐานขอ แต่ไม่ทันได้สังเกตเห็นผู้มาเยือนที่กำลังยืนมองพวกเธออยู่ข้างหลัง และเขาก็ได้ยินชัดเต็มสองหูถึงเรื่องที่สองสาวนั้นคุยกัน ชุนรีบเดินเข้าไปก่อนจะพูดแทรกทำลายบรรยากาศดีๆ ให้เสียไปหมด
“คำขอที่ไม่มีวันเป็นจริงน่ะหรอ หึ...”
“คุณผู้ชาย....เอ่อ....”
ต้นหยกและอาลี่หันไปมองตามเสียงที่เอ่ยขึ้น อาลี่ถึงกับก้มกน้างุดและทำหน้าเสีย แต่ต้นหยกกลับมองหน้าเขาด้วยรอยยิ้มบางๆ เหมือนที่ชอบทำก่อนจะพูดกับเขาอย่างใจเย็น
“ก็แค่คำอธิษฐานของเด็กสาวน่ะค่ะ เฮียอย่าถือสาเลย”
“เหรอ...ไม่ใช่ว่าเธอก็อธิษฐานแบบเดียวกันหรอกหรอ?”
“.......”
ต้นหยกไม่ตอบเพราะสีหน้าของชุนดูไม่ได้พอใจเธอเท่าไหร่ กลับทำหน้ายักษ์ใส่เธอด้วยความหงุดหงิดเสียอีกต่างหากทั้งที่เธอยังไม่ทันได้ทำอะไรให้เขาต้องอารมณ์เสียเลยด้วยซ้ำ ต้นหยกเลือกที่จะไม่สนใจเสียดีกว่า เพราะคิดว่าอุตส่าห์ออกมาทำบุญไม่อยากให้ใจหม่นหมองลงเพราะเขา จึงหันไปเก็บของต่อ อาลี่เองก็รีบเข้ามาช่วยนายหญิงของเธออย่างเงียบๆ
ชุนเห็นว่าภรรยาสาวของเขาเมินเฉยต่อคำถามของตัวเอง จึงย่างสามขุมเข้าไปหาเธอพร้อมกับคว้าข้อมือเล็กมาบีบไว้แน่น สายตาคมจ้องมองเธอเขม็งอย่างไม่พอใจ
“เฮียชุน หยกเจ็บ”
“อ้าว เจ็บหรอ...ก็แสดงว่าเธอไม่ได้กำลังฝัน”
“เฮียเป็นอะไรคะ? กับแค่เรื่องอธิษฐานขอพรพระเนี่ยหรอคะ?”
“ไม่ว่าเธอจะอธิษฐานหรือตั้งใจจะทำ...มันก็ไม่มีทางเป็นจริงหรอกต้นหยก”
“........”
“นี่คือเรื่องจริง ไม่ใช่ความฝัน อยากให้จำไว้”
ต้นหยกเงยหน้ามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาฉายแววเจ็บปวดกับคำพูดที่แสนจะใจร้ายของชุน แต่เขากลับไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของเธอเลย หรืออาจจะรู้แต่เขาเลือกที่จะไม่สนใจ ชุนเห็นว่าต้นหยกไม่ได้โต้เถียงอะไรเขาจึงปล่อยข้อมือของเธอแล้วเดินกลับเข้าบ้านไป
ภรรยาสาวมองตามหลังผู้เป็นสามีด้วยใบหน้าที่เศร้าสลด มีเพียงอาลี่เท่านั้นที่เข้ามาปลอบใจเธอด้วยสีหน้าที่เห็นใจผู้เป็นนายของตนอย่างที่สุด ก่อนทั้งสองสาวจะช่วยกันเก็บข้าวของและยกเข้าบ้านไป
.
.
.