1-บทนำ-1
เรือนร่างสวยสมส่วนในชุดราตรีมันเลื่อมเปิดไหล่ กำลังเป็นที่จับตามองของบรรดานักข่าว กล้องนับร้อยตัวฉายแฟลชวูบวาบ ทันทีที่เทรย์ โคลต์แลนเดอร์ ก้าวเข้ามาพร้อมสาวลูกครึ่งเจ้าของใบหน้าสวยสะดุดตา เอวาลิน แพรคติส หญิงสาวเจ้าของเส้นผมดำขลับ เธออาจไม่ได้รับความสนใจแม้แต่น้อย ถ้าไม่ได้เป็นคู่ควงของมหาเศรษฐีผู้หล่อเหลา และเข้าถึงยาก เขาเคร่งขรึมจนเกือบเย็นชา ทว่า สาวใดที่เขาเลือก พวกเธอจะได้สัมผัสความเร่าร้อนอย่างที่คนทั่วไปไม่มีวันได้พบเจอ
เอวาลินในวัยเพียงยี่สิบสองปี จบปริญญาตรีทางด้านบริหาร และกลับมาหาผู้ปกครอง ขอทำงานตอบแทนบุญคุณ แต่เทรย์กลับไล่ และยังบอกให้เธอเป็นอิสระไม่มีอะไรติดค้างกัน แต่หญิงสาวไม่ได้เตรียมใจมาเพื่อถูกไล่ จึงทำทุกวิถีทางจนเทรย์ยอมให้เอวาลินไปอยู่ดูแลเขาที่เพนต์เฮาส์พร้อมกับได้ทำงานในโคลต์แลนเดอร์
ทว่า สิ่งที่เด็กในปกครองไม่รู้คือ เทรย์ใจอ่อนเพราะพอใจในตัวเธอไม่น้อย ถึงวันนี้ผ่านมาสองเดือนแล้ว และเหตุการณ์ที่ทำให้เธอมาอยู่ตรงนี้ เป็นเรื่องที่เอวาลินไม่เคยคิด ราวกับว่าเธอกำลังฝันไป มันเกิดขึ้นเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ผู้ปกครองที่เธอแอบรัก จับผู้หญิงธรรมดามาเปลี่ยนให้เป็นเจ้าหญิง เอวาลินมีแต่ของใช้แบรนด์เนมตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า แล้วเทรย์ก็พาออกงานในฐานะคู่ควงคนล่าสุด และทำให้สาวลูกครึ่งกลายเป็นคนมีชื่อเสียงเทียบเท่าเซเลบคนดัง แต่เธอ... กลับเป็นที่รังเกียจของสาวเซเลบเหล่านั้น
แต่ใครจะสนล่ะ สำหรับเอวาลินแล้ว แค่ดวงตาสีน้ำเงินของเทรย์มองเธอ แค่อยู่ในสายตาของเขาก็เพียงพอแล้ว เธอเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่เขาอุปการะเลี้ยงดู ยังจะคาดหวังอะไรได้อีก แต่ความจริงแล้ว เป็นใคร... ก็อดคาดหวังไม่ได้หรอก แล้วเธอก็ไม่อยากแอบรักเขาข้างเดียว
“เอวา” เสียงกระซิบห้าวทุ้ม ดังใกล้ใบหู เพราะเจ้าของเสียงก้มลงมาจนจมูกแตะอยู่ตรงขมับของเธอ
“คะ” หญิงสาวขานรับ
“เราต้องเปิดฟลอร์ จำที่ฉันสอนได้ใช่ไหม” แม้ถ้อยคำของเขาจะค่อนข้างห่างเหิน แต่อย่างน้อยน้ำเสียงก็อ่อนโยนกว่าที่เธอคิดไว้
“จำได้ค่ะ” เอวาลินตอบพลางเงยหน้าขึ้นสบตา หัวใจของเธออุ่นวาบทันทีที่ได้สบดวงตาสีน้ำเงินเปี่ยมพลัง ซึ่งสามารถสะกดดวงตาสีดำขลับของสาวลูกครึ่ง จนไม่สามารถละสายตาได้
“ดื่มเยอะรึเปล่า ทำไมหน้าแดง” เทรย์ถามเด็กในปกครอง ขณะที่พาเธอเดินไปบนฟลอร์เต้นรำ
“ฉันดื่มไปแก้วเดียวค่ะ” เธอไม่กล้าเงยหน้ามองเขาอีก
เทรย์พาเอวาลินล่องลอยไปบนฟลอร์เต้นรำ ซึ่งตระกูลคอนนอร์จัดงานวันเกิดให้ลูกสาว ‘เวโรนิกา’ เซเลบคนดัง และการเปิดฟลอร์ของผู้กุมบังเ**ยนโคลต์แลนเดอร์ ทำให้เกิดเสียงซุบซิบไปทั่วงาน บิดามารดาของเวโรนิกาต่างคาดหวังว่าเทรย์จะเปิดฟลอร์กับเจ้าของวันเกิด แต่เขากลับเอาสาวผมดำควงคู่คนใหม่มาเปิดฟลอร์
เจ้าของดวงตาสีน้ำเงินสบแววตาเจิดจ้าท้าทายของเวโรนิกา เหตุการณ์วันนี้คงไม่เกิดขึ้น ถ้าเมื่อหนึ่งเดือนก่อน สมิท ฟรอสคอนนอร์ บิดาเซเลบสาวเจ้าของวันเกิด ไม่นำเรื่องธุรกิจมาเกี่ยวข้องกับการคบหาของเขากับเวโรนิกา และคนเป็นลูกก็เห็นดีเห็นงามด้วย แน่นอนว่าเทรย์ไม่สนใจ และไม่ยอมรับเงื่อนไขธุรกิจของสมิท ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของฟรอสคอนนอร์ประสบปัญหาขาดทุนมาหลายปี แต่สมิทกลับคิดว่าลูกสาวจะทำให้เทรย์ยอมอุ้มคอนนอร์พร็อพเพอร์ตี
หลังจากวันนั้นเทรย์จึงทำให้สมิทรู้ว่า เวโรนิกาไม่ได้มีอำนาจเหนือเขา ความจริงแล้ว ไม่มีผู้หญิงคนไหนสามารถอยู่เหนือเขาได้เลยต่างหาก นักบริหารที่หยิบจับอะไรก็ประสบความสำเร็จจึงตัดสินใจ จับเด็กในปกครองมาแปลงโฉม และพาควงออกงานแทบทุกสัปดาห์ จนชื่อของ เอวาลิน แพรคติส ขึ้นมาปรากฏเคียงคู่ เทรย์ โคลต์แลนเดอร์
เทรย์กะพริบตา สลัดเรื่องเมื่อหนึ่งเดือนก่อนออกไปจากสมอง และพบว่าเวโรนิกายังมองอยู่ มุมปากข้างหนึ่งของเขายกขึ้น แววตาเฉียบคมมองผ่านเซเลบสาว ราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ ซึ่งเขาได้สร้างความเจ็บแค้นใจให้กับเธอ และพ่อแม่ของเธอ ถือว่าการกระทำในวันนี้ เป็นการหยามเกียรติตระกูล ฟรอสคอนนอร์อย่างแรง
ขณะที่เอวาลินรู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เทรย์กอดเธอแน่นกระชับยามเคลื่อนไปบนฟลอร์ ร่างสวยสมส่วนปล่อยกายแนบไปกับเขา โดยไม่สนใจว่าใครจะมองอย่างไร ซึ่งคู่อื่น ๆ เริ่มเต้นรำจนเต็มฟลอร์แล้ว หญิงสาวไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าผู้ปกครองของเธอต้องการให้ตระกูลฟรอสคอนนอร์รู้ว่า ไม่มีใครอยู่เหนือเขาได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง หรือเรื่องธุรกิจ ระหว่างที่ทุกคนกำลังสนุกสนานกับการเต้นรำ และกำลังจะหมดความสนใจคู่เต้นรำของเทรย์
สมิท ฟรอสคอนนอร์ บิดาของเวโรนิกา ก็กล่าวผ่านเครื่องขยายเสียง “น่าเสียดายจริง ๆ วันนี้คุณโคลต์แลนเดอร์ มีธุระด่วน ต้องรีบกลับ ไม่สามารถอยู่ถึงงานตัดเค้กวันเกิดของเวโรนิกาได้ แต่พวกเราฟรอสคอนนอร์ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คุณโคลต์แลนเดอร์มาร่วมงาน และเปิดฟลอร์ในงานวันเกิดของลูกสาวผม” พูดจบผู้สูงวัยก็เดินกลับไปนั่งที่ของตน
เทรย์รู้ดีว่าสมิทเอ่ยไล่แบบผู้ดีเก่าพึงกระทำ เขาขบกราม จนเอวาลินได้ยินเสียง เธอบีบมือใหญ่ที่ประสานกันอยู่ ขณะที่เทรย์จ้องมองไปตรงโต๊ะซึ่งมีสมาชิกของตระกูลฟรอสคอนนอร์นั่งอยู่ ก่อนจะเดินออกจากงาน โดยมีมือของเด็กในปกครองอยู่ในมือของตน เอวาลินแปลกใจตั้งแต่เจ้าของคฤหาสน์ฟรอสคอนนอร์พูด และตอนนี้เธอกำลังหวาดหวั่น เพราะเคยเห็นเวลาที่เทรย์โกรธมาแล้ว พายุทอร์นาโดยังรุนแรงน้อยกว่า
ซีอีโอแห่งโคลต์แลนเดอร์จ้ำพรวด ๆ เลขาคนสนิทรีบวิ่งนำไปสตาร์ทรถ และลงมาเปิดประตูรอเจ้านาย พอทั้งสองเดินมาถึงรถ เอวาลินก็รีบวิ่งไปขึ้นอีกฝั่งหนึ่งอย่างรู้หน้าที่
เจคเคลื่อนรถออกจากคฤหาสน์ฟรอสคอนนอร์ ระหว่างขับรถ เลขาคนสนิทคอยเหลือบมองเจ้านายทางกระจกมองหลัง บรรยากาศภายในห้องโดยสารดูอึมครึม ชวนอึดอัด แต่พอได้สบตาของเทรย์ เจครู้สึกได้เพียงอย่างเดียวว่า เวลานี้มันเกินกว่าอึมครึม เพราะอารมณ์ของเจ้านายไม่ต่างกับภูเขาไฟที่ใกล้จะระเบิด เขาเร่งความเร็วจนขับรถเข้ามาในอาณาจักรโคลต์แลนเดอร์ และรีบขับขึ้นอาคารจอดรถ เพื่อส่งเจ้านายกลับขึ้นเพนต์เฮาส์
“นายไปพักได้เลย ไม่ต้องขึ้นไปส่ง” เทรย์บอกด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้าง และเปิดประตูลงจากรถทันที เอวาลินเปิดประตูตามลงมา และวิ่งตามร่างสูงใหญ่ไปเข้าลิฟต์