สตรีที่มิเหมือนสตรีมีอยู่ที่ใด?

2026 Words
คล้อยหลังหยางหลง “บ่าวขออภัยที่มามิทันช่วยคุณหนูเจ้าค่ะ” อาหว่างน้อมรับผิดในขณะที่กำลังเปลื้องผ้าให้อาเฟิ่งจนร่างบางเปลือยเปล่า รูปร่างเด็กสาวเริ่มมีเอวคอดกิ่ว สะโพกกลมม่วงช้ำเป็นวงปรากฏแก่สายตาองครักษ์สตรี ดวงตาวูบไหวเสียใจอย่างไม่น่าให้อภัย มือบางเช็ดเนื้อเช็ดตัวจนสีผิวแปลกปลอมหลุดออกจนหมดเหลือเพียงร่างกายขาวนวลเนียน ยาในตลับจากเจ้าหยางหลงถูกป้ายลงบนแก้มก้นข้างขวาที่ตกกระแทกพื้น “บ่าวสำนึกผิดยิ่งนัก คุณหนูโปรดลงโทษด้วย” “หาใช่ความผิดของพี่แต่เป็นข้าที่เล่นไม่เข้าเรื่องเอง พี่มารับข้ามิทันก็ยังมิผิดเท่าพี่หยางหลงกับพี่อี้หลิงที่อยู่ใกล้ข้าเพียงสองช่วงตัวแต่ยังช่วยข้าไม่ทัน” นิ่วหน้าเมื่อฝ่ามืออาหว่างนวดถูกจุดม่วงช้ำ “พี่ชิงเทียนกำลังภายในขั้นสามหากเขาเตะข้าเต็มแรงแน่นอนว่าข้าคงกระดูกหักไปแล้วเป็นแน่ คอยดูเถอะข้าจะต้องฝึกจนสำเร็จไปถึงขั้นห้าให้จงได้” หมายมั่นปั้นมือ “โอ๊ย!!” ร้องเสียงดัง “กว่าจะถึงตอนนั้นคุณหนูจะไม่พ้นวัยปักปิ่นไปแล้วรึเจ้าคะ บ่าวว่าคุณหนูจะต้องได้ลงเขาไปก่อนสิบห้าหนาวเป็นแน่” อาหว่างครุ่นคิดถึงรูปร่างและความงดงามที่เริ่มฉายชัดขึ้น นางมั่นใจว่าคุณหนูจะต้องลงเขาในตอนสิบสามเกือบจะสิบสี่หนาวแน่ๆเท่านั้นไม่พอ มิมีทางที่จะสำเร็จไปจนถึงขั้นห้าในเวลาเพียงสองปีแน่นางผ่านช่วงเวลาโหดร้ายนั้นมาแล้ว ยิ่งฝึกยิ่งกดดันสมองมิมีทางว่างเปล่าเพราะเฝ้าแต่พะวง ตัวนางถึงได้ตันอยู่แค่ขั้นสี่ตอนปลาย พลิกกลับมานอนตะแคงโดยมีอาหว่างหยิบผ้าห่มขึ้นคลุมกายขาวเผยออกมาเพียงแขนเรียวสีเขียวเป็นปื้นใหญ่ “แขนข้าปวดมากเลยพี่หว่าง หรือว่ามันร้าวข้างในรึเปล่า” L ความวิตกฉายชัด “พรุ่งนี้ข้าต้องไปโคจรลมปราณนะ” ผู้ฟังแอบถอนหายใจแล้วจับแขนของอาเฟิ่งคลำๆดู “เช่นนี้เจ็บหรือไม่เจ้าคะ” “เจ็บ” หน้าเหยเก บิดแขน พลิกซ้ายพลิกขวา “เช่นนี้เจ็บหรือไม่” “ไม่ แต่ถ้าบีบตรงรอยช้ำก็เจ็บและปวดมาก” “ไม่ร้าวหรือหัก เพียงแค่ปวดเพราะบวมช้ำเท่านั้นบ่าวจะทายาให้เจ้าค่ะ” อาหว่างควักยาออกมากวาดทาไปทั่วบริเวณที่เขียวช้ำ “คุณหนูนอนพักสักครู่นะเจ้าคะ บ่าวจะออกไปต้มยาแก้ปวดแน่นอนว่าคืนนี้คุณหนูอาจจะมีไข้ยังไงก็ต้องกันไว้ก่อน” “อืม..พี่เอาชุดคลุมมาให้ข้าด้วย” อาหว่างทำตามคำสั่งก่อนจะเดินออกไปต้มยาโดยปิดประตูจนสนิท - ๑-------------------๑ หน้ากระท่อมกลางดงไม้ไผ่ สี่เด็กหนุ่มมองผู้ที่เปิดประตูออกมาด้วยสีหน้าที่แตกต่างกัน แน่นอนว่าเป็นหยางหลงที่สวมบทเป็นคู่ต้วนซิ่วเป็นผู้ถามออกมาก่อน “อาเฟิ่งเป็นเช่นไร” “เพียงแค่ฟกช้ำเท่านั้นคุณชายหยางหลงอย่าได้เป็นห่วง” อาหว่างตอบคำ “ต้องขอบคุณคุณชายลู่ที่ออมแรงไว้ มิเช่นนั้นน้องชายข้าคงแขนหักไปแล้วเป็นแน่” ก้มหัวขอบคุณ “อย่าได้กล่าวเช่นนี้พี่อาหว่างเป็นข้าที่ผิดเองเช่นนั้นจนกว่าอาเฟิ่งจะหายดีข้าขอดูแลอาเฟิ่งแทนพี่หว่างดีหรือไม่” ลู่ชิงเทียนกล่าวเสนอออกมาอย่างจริงใจมิมีสิ่งใดเคลือบแคลง..แต่เขากลับลืมไปว่า “ไม่ต้อง!!!” เจ้าหยางหลงตวาดลั่น “คนของข้าข้าจะดูแลเองเรื่องนี้เป็นแค่อุบัติเหตุศิษย์พี่ลู่อย่าได้ห่วงไป” จ้องลู่ชิงเทียนเขม็งจนอีกฝ่ายนึกขึ้นได้ “ขออภัยๆ เป็นข้าที่กล่าวโดยมิคิดให้ถี่ถ้วนขออภัยจริงๆ” อาหว่างแค่ส่ายหน้ากับความคิดไปคนละเรื่องของพวกเขา ขายาวก้าวไปด้านหลังเพื่อต้มยาในทันที ‘เสียเวลากับเรื่องไร้สาระชัดๆ’ ปล่อยให้พวกเขาพูดคุยกันต่อโดยที่ตัวเขาวุ่นอยู่ในโรงครัวร่วมสองเค่อ(15นาที) “ลุกขึ้นมาดื่มยาก่อนเจ้าค่ะคุณหนู” “อืมมม” อาเฟิ่งงัวเงียลุกขึ้นโดยมีอาหว่างพยุง “โอยย..” “พรุ่งนี้นอนพักอยู่ในกระท่อมดีหรือไม่” “อึ่กๆ อึ่กๆ” ใบหน้าหวานดวงตาฉ่ำน้ำทำท่าทางแหยงๆ “ขมมาก” รับน้ำมาดื่มตามลงไปก่อนจะตอบว่า “ถ้าไม่ไหวข้าก็คงต้องหยุดพักก่อน พี่ไม่ต้องห่วงว่าข้าจะดื้อรั้นหรอกข้ารู้สภาพร่างกายตนเองดี” อาเฟิ่งค่อยๆตะแคงนอน “ข้าขอนอนพักยาวเลยนะ อย่าให้ผู้ใดเข้ามากวนข้า” “เจ้าค่ะ” อาหว่างทำแค่เพียงออกไปบอกทุกคนด้านนอกว่าอาเฟิ่งอยากนอนพักก่อนที่จะกลับเข้าห้องเข้าห้องเพื่อเฝ้าดู ‘คุณหนูของนาง’ คอยเช็ดตัว คอยจับหน้าผากวัดไข้อยู่ตลอดและปลุกให้ตื่นเพื่อดื่มยาแก้ปวดตลอดคืน ๑-------------------๑ แคว้นเพ่ยในคืนเดียวกัน ยามจื่อ (23.00) ฮ่องเต้เพ่ยหานหรงเดินออกมาจากห้องของสนมเสียนเฟยจ้านชิงซวี ด้วยท่าทางเบื่อหน่าย การร่วมรักกับสตรีเพราะต้องการคานอำนาจมิใช่เรื่องที่ตัวเขาชื่นชอบนักถึงแม้จะเป็นการปลดปล่อยตัณหาได้ดีแต่ก็หาได้มีความพิศวาสรักใคร่ชอบพอ บ่อยครั้งที่พวกนางวางยาปลุกกำหนัดแก่พระองค์ในน้ำแกงบำรุงร่างกายหรืออะไรก็แล้วแต่มันมิเคยจะสำเร็จเพราะทุกครั้งจะต้องผ่านการตรวจสอบหลายขั้นตอน แม้พระองค์จะรู้ก็ทำเป็นเพียงไม่รู้เพราะมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ทรงทำเพียงเงียบเฉยเสียและเข้าหาพวกนางเพียงอาทิตย์ละหนึ่งวันเท่าเทียมกัน พระวรกายแข็งแกร่งเดินออกมาด้านหน้าพบกับขันทีคนสนิท “ยาห้ามครรภ์” ทรงกล่าวเพียงเท่านั้นขันทีผู้รู้ใจเดินเข้าไปในห้องของพระสนมพร้อมนางกำนัลผู้ถือถ้วยยาอุ่นๆเตรียมพร้อมแน่นอนว่าขันทีประจำพระองค์จะยืนรอจนพระสนมดื่มยาจนหมดถ้วยแล้วรออีกสองจิบชาเพื่อให้แน่ใจว่าพระสนมจะไม่อาเจียนออกมาแน่แล้วจึงจะเดินกลับออกไปยังตำหนักส่วนพระองค์ ห้องทรงงาน “พบหรือไม่?” คำถามจากเจ้าเหนือหัวนั้นเหล่าองครักษ์ข้างกายล้วนรับรู้ว่าพระองค์หมายถึงสิ่งใด “คำบอกจากแม่หมอมิได้ช่วยคลี่คลายให้ข้าแม้เพียงนิด..อย่างไรถึงจะเรียกว่าสตรีที่มิเหมือนสตรี” คำทำนายถึงดวงชะตาของฮองเฮาคู่ชีวิตของพระองค์ช่างยากจะคาดเดาว่าจะเป็นสตรีที่มีร่างกายกำยำหรือว่าสตรีที่รักชอบกับสตรีเช่นเดียวกันก็มิอาจจะรู้ได้ “ตามที่ท่านหมอได้กล่าวไว้ว่าสตรีของข้าอาจจะพบเจอได้ยากเพราะเหตุใดก็มิรู้ได้” เหม่อมองออกไปด้านนอกหน้าต่าง “หรือนางจะมิใช่สตรีในแคว้นเพ่ย?” “อาจจะเป็นเช่นนั้นพะยะค่ะ ในทุกๆวันพวกกระหม่อมต่างพากันไปลอบมองสตรีเกือบทุกหลังคาเรือนถึงแม้จะพบสตรีที่เข้าข่ายแต่กระหม่อมก็ยังมิกล้าพาสตรีเหล่านั้นมาให้พระองค์ทรงคัดเลือกเพราะแต่ละนางนั้นหาได้มีรูปโฉมงดงาม มิมีสง่าราศรีเหมาะสมกับตำแหน่งฮองเฮาแม้เพียงนิด” “เช่นนั้นรึ” “พะยะค่ะ” “หาต่อไป...และหมายตาไว้อีกสามเดือนเมื่อข้าจัดการเรื่องในราชสำนักจนเรียบร้อยดีแล้วข้าจะออกจากวังไปดูด้วยตาตนเองและตัดสินใจอีกครั้ง” “น้อมรับพระบัญชาพะยะค่ะ” องครักษ์หลายสิบนายเดินออกจากห้องทรงงานไปอย่างเงียบเชียบเหลือไว้เพียงองครักษ์เงาที่แอบซ่อนตัวอยู่รอบๆห้องมากกว่ายี่สิบนาย เพียงแค่ชั่วอึดใจขันทีประจำพระองค์มุ่ยกงกงได้เดินเข้ามากราบทูล “ยาห้ามครรภ์เรียบร้อยดีพะยะค่ะ “มิใช่ว่าเจ้าเดินออกมานางก็รีบเข้าไปล้วงคออาเจียนหรอกรึ” เพ่ยหานหรงถามย้ำ สาเหตุที่พระองค์มิอยากจะให้สนมคนใดตั้งครรภ์นั้นเป็นเพราะว่าถ้าหากวันหน้าพระองค์ทรงมีฮองเฮาคู่บรรลังก์แล้วบุตรที่เกิดจากครรภ์ฮองเฮากลับเป็นบุตรีแน่นอนว่าจะเกิดการห้ำหั่นกันขึ้นแน่ถึงแม้จะไม่รู้ว่าถ้าปล่อยให้สนมตั้งครรภ์แล้วจะเป็นบุตรชายรึบุตรสาวแต่ก็ต้องกันเอาไว้ก่อนดีกว่ามาตามแก้ในภายหลัง “กระหม่อมให้ช่างเอ๋อร์จัดการยกน้ำดื่มผสมยาห้ามครรภ์ไปวางไว้บนหัวเตียงอีกหนึ่งโถพะยะค่ะพระองค์อย่าได้กังวล” “ดียิ่ง” นวดหัวตาเบาๆ “ข้าจะนอนแล้ว” ลุกขึ้นสาวพระบาทไปยังห้องด้านในที่ใช้นอนเป็นบางครั้ง “ดับเทียนเถิดแล้วไปพักผ่อนเสียอย่าลืมว่าท่านแก่มากแล้วนะลุงมุ่ย” ผู้ถูกเรียกด้วยถ้อยคำสนิทสนมหัวเราะน้อยๆ “หาได้เป็นเช่นนั้นพะยะค่ะกระหม่อมยังแน่ใจว่าตนเองยังแข็งแรงพอที่จะวิ่งไล่ตามองค์หญิงองค์ชายน้อยได้ทันอยู่ถึงแม้จะต้องรออีกสี่ปีก็เถอะ” ฟุ่บ...ดับตะเกียงแล้วเดินออกไป “หึ...ข้าจะรอดู” -----------๑-------------- กระท่อมน้อยในป่าไผ่ อาเฟิ่งนอนบิดตัวไปกับที่นอนอย่างเกียจคร้านความเจ็บปวดจากบาดแผลแม้จะไม่เจ็บเหมือนเมื่อวานแต่มันยังคงไม่จางหายไปไหน มือบางคลำแก้มก้นด้านขวาพร้อมกับส่งเสียงร้อง “อูยยย” ก่อกๆๆ “อาเฟิ่งพี่จะเข้าไปนะ” อาหว่างเคาะก่อนเปิดเข้ามาด้านในพร้อมสำรับอาหารแน่นอนว่ายามเช้าเช่นนี้มิมีผู้ใดมาเยี่ยมอยู่แล้ว “กินข้าวก่อนแล้วค่อยกินยา” นั่งลงข้างๆเตียงและประคองอาเฟิ่งลุกขึ้นนั่ง “อ่ะ...อ่อยย” ครางออกมาเบาๆ “เจ็บเช่นนี้ก็นอนพักสักวันเถิด อีกครู่พี่จะเดินออกไปบอกแก่หยางหลงให้ว่าเจ้าไม่สบาย” ป้อนข้าวต้มที่ไปขอมาจากโรงครัวเมื่อสองเค่อที่ผ่านมาและจัดการอุ่นอีกครั้ง “เอาเช่นนั้นก็ได้” ยามป่วยมิสู้ใครอยู่แล้ว “กินข้าวกินยาแล้วนอนพักเถิด” “พี่ทาผิวและแต่งหน้าให้ข้าก่อนด้วยเล่าเผื่อมีใครมาเยี่ยมหาข้าจะได้เตรียมตัวทันมิต้องลนลาน” “ถูกของเจ้า” อาหว่างป้อนข้าวป้อนยา ทายาจนเสร็จเรียบร้อยจึงรีบจัดการแปลงโฉมให้อาเฟิ่งกลายเป็นคนผิวคล้ำในทันทีก่อนจะห่มผ้าให้น้องชายแล้วเดินออกไปบอกกล่าวแก่เหล่าเด็กหนุ่มด้านนอก ลู่ชิงเทียนยังคงมาแต่เช้าตรู่เพื่อรอฟังอาการของอาเฟิ่งจากปากของพี่ชายเช่นอาหว่างแม้จะมีความเกรงใจต่อเจ้าหยางหลงมากกว่าแปดส่วนแต่เขาก็ต้องมาเพราะเขา อาเฟิ่งจึงไม่สบาย “อาเฟิ่งขอนอนพักสักหนึ่งวันเชิญพวกท่านไปร่ำเรียนกันเถิดตัวข้าจะอยู่ดูแลน้องชายที่นี่เอง” อาหว่างพูดตัดบท “ข้าขอไปดูอาเฟิ่งก่อน” เจ้าหยางหลงไม่สนใจคำทัดทานจากผู้ใดเพราะตัวเขานั้นคือพี่ชายฝาแฝดที่แท้จริงถึงแม้มีความคล้ายคลึงแต่ทั้งคู่ก็มิได้มีความเหมือนจนแยกกันไม่ออกยิ่งต่างคนต่างเติบโตความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายยิ่งมีมากขึ้น ยากนักที่ทราบว่าทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน “ข้าไปด้วย” ลู่ชิงเทียนเดินตามหยางหลงเข้าไป เจ้าอี้หลิงนั่งจิบชามองไปยังอาหว่างหรือที่แท้จริงแล้วคือองครักษ์หว่าหวาพร้อมกับถามขึ้นมาว่า
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD