“ก็บอกเขาไปสิ ว่าจริงๆ แล้วมาทำงานเป็นผู้หญิงขายศักดิ์ศรี แต่ผู้ชายไม่เอาเลยถูกไล่มาทำไร่แทน” สายลมที่นอนอยู่ใต้ต้นไม้ได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่และฟังสักพัก สุดท้ายก็แทรกขึ้นมาอย่างไม่ไว้หน้า
“.....” เอวาก้มหน้าเม้มปากอย่างอับอาย เป็นอีกครั้งที่เขาขายเธอต่อหน้าคนอื่นอย่างไม่ไว้หน้าเธอเลย เธออาจจะอายหากเขาจะด่าว่าเธอแบบอื่น แต่เขาจะรู้ไหมว่าการประจานเรื่องนี้มันทำให้เธออับอายจนไม่กล้าพบหน้าใครเลย
“ผมเอาดอกไม้มาส่งให้พี่เพิ่มน่ะ” นี่คือเจตนาของสาธิตตั้งแต่แรก เดินมาเพื่อหาสายลม
“อืม” สายลมตอบรับออกไปอย่างขอไปที เขากับสาธิตรู้จักกันเพราะการซื้อขายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร นับถือกันเป็นเหมือนพี่เหมือนน้องจากไร่ใกล้ๆ กันและถือว่าอยู่สมาคมเดียวกัน
“ผมหมดธุระกับพี่แล้ว” สาธิตที่ตั้งใจจะมาหาสายลมเพื่อพูดคุยเรื่องทั่วไปเปลี่ยนใจไม่ทำแบบนั้น
และคำว่าหมดธุระของเขาก็ไม่ได้หมายถึงการกลับไปจากที่นี่ นั่งลงข้างกายของหญิงสาวตรงหน้าทันที
“ผมชื่อสาธิตนะครับ เรียกผมธิตก็ได้ ทำไร่ดอกไม้อยู่ติดกับไร่นี้” เขาแนะนำตัวเองออกไป
“เอวาค่ะ” เอวาแนะนำชื่อตัวเองกลับอย่างไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองหน้าคนข้างๆ
“ผมถนัดเรื่องปลูกดอกไม้ เดี๋ยวผมช่วยนะครับ” แม้สายลมจะพูดแบบนั้นออกมา แต่ไม่รู้ทำไมสาธิตถึงไม่นึกรังเกียจเอวาเลยสักนิด รู้ว่าเธอก็คงเป็นเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เคยมาที่นี่ แต่เขากลับอยากรู้จักเธอมากขึ้นกว่าเดิม
“นายว่างเหรอ” สายลมเห็นแบบนั้นก็ถามสาธิตขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ลูกเจ้าของไร่อย่างผมจะทำอะไรก็ได้” สาธิตตอบกลับโดยไม่เงยหน้าไปมองคนถาม
“ทำอะไรก็ได้หมายถึงที่ไร่ของนาย ไม่ใช่ไร่ของฉัน” สายลมลุกขึ้นเดินมาหาทั้งสองคนและย้อนกลับไปทันที
“ผมก็มาที่นี่บ่อยๆ พี่ไม่เคยเห็นบอกไร่ผมไร่พี่สักครั้ง” เขายังคงทำเหมือนเดิม ขุดดินตรงหน้าอย่างชำนาญ ช่วยฉีกต้นดอกไม้ออกจากถุงพลาสติกช่วยเอวา ยิ่งเห็นมือเธอพันผ้าพันแผลยิ่งรู้สึกสงสาร
“เพราะนั่นนายไม่ได้ยุ่งกับงานและคนงานของฉัน” สายลมว่าให้รุ่นน้องตรงหน้าที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
“พี่ก็รู้ว่าผมถนัดเรื่องพวกนี้ เมื่อก่อนก็เคยช่วยทำช่วยแนะนำ” สาธิตย้อนกลับตามความเป็นจริง ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยช่วยปลูกดอกไม้หรือให้คำแนะนำเรื่องพวกนี้สักหน่อย
“นายกลับไปได้แล้ว” สายลมไล่ขึ้นเรียบๆ
“ยังไม่อยากกลับ” สาธิตตอบออกมาอย่างไม่สนใจ
“งั้นนายก็ปลูกต่อไป...”
“ส่วนเธอตามมา” เมื่อสาธิตเลือกจะทำสายลมก็ไม่ห้าม พร้อมกับสั่งเอวาขึ้นเพื่อหางานใหม่ให้เธอทำ
“พี่จะพาเธอไปไหน พี่ก็เห็นอยู่ว่ามือเธอเจ็บ” สาธิตลุกขึ้นออกโรงปกป้องเอวาทันทีทั้งที่พึ่งเจอกันครั้งแรก
“นายยุ่งอะไร เจ้าตัวเขายังไม่บ่นเลย”
“แล้วเธอบ่นได้ไหมล่ะ” สาธิตย้อนกลับแทบจะทันที
“อยากทำก็ทำไป” ไม่พูดเปล่า สายลมยื่นมือไปจับแขนเอวาออกแรงลากจูงเธอเดินตามเขาลงจากเขาไปทันที
แต่แน่นอนว่าสาธิตเลือกจะตามมาอย่างไม่ได้สนใจอะไร เพราะสายลมไม่ใช่เจ้านายของเขา
“อ๊ะ!”
“ระวังครับ!” สาธิตที่เดินตามหลังเอวามาติดๆ ก้าวเข้าไปรับเธอไว้ได้ทันเมื่อเธอสะดุดกับโขดดินที่โผล่ขึ้นมาตามทางด้วยจังหวะที่สายลมก้าวเดินอย่างรวดเร็วกับความคุ้นชินอย่างดี
“ขอบคุณค่ะ” เอวาหันมาขอบคุณสาธิตทันที ถ้าเขาดึงเธอไว้ไม่ทันสายลมคงปล่อยมือให้เธอหัวคมำลงไปแน่ๆ
“นายใฝ่ต่ำแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” สายลมมองภาพนั้นนิ่งก่อนจะถามออกมาอย่างสงสัย เขาไม่เคยเห็นรุ่นน้องคนนี้สนใจหรือยุ่งกับผู้หญิงคนไหนสักคนที่มาหาเขาที่นี่ แต่พอเป็นผู้หญิงคนนี้กลับไม่ใช่
“พี่หมายความว่ายังไง” สาธิตถามอย่างไม่เข้าใจ
“ผู้หญิงที่มาที่นี่มีแต่ลูกผู้ดีมีเงินนายไม่เคยมอง แล้วทำไมมาสนใจผู้หญิงหน้าเงินคนนี้” เขาขยายความออกไปอย่างไม่ปิดบังความคิด ถามออกมาตรงๆ อย่างไม่สนใจเลยสักนิดว่าคนฟังจะรู้สึกยังไง
“.....” และใช่ เอวารู้สึกหน้าชาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในแต่ละคำพูดของเขา คำที่เอ่ยถึงเธอ เปรียบเทียบกับเธอ แต่ละประโยคมันเจ็บถึงกระดองใจเลยจริงๆ
“พี่พูดเกินไปนะ” สาธิตเตือนคำพูดคนที่ตัวเองนับถือเป็นพี่ชายออกมา
“ฉันพูดเรื่องหญิง ผู้หญิงที่ไม่มีปัญญาใช้หนี้เลยต้องขายตัวแลกหนี้ ไม่เรียกว่าหน้าเงินจะเรียกอะไร...”
“ผู้ชายที่ชอบไม่เรียกใฝ่ต่ำจะเรียกว่าอะไร” สายลมย้อนกลับ ระหว่างพูดมองเอวาอย่างสมเพชเหยียดหยามตลอด
“พี่ลม” สาธิตเรียกสายลมขึ้นอย่างต้องการให้อีกฝ่ายหยุดพูดคำพูดแรงๆ แบบนั้น ขนาดเขาเป็นผู้ชายฟังอย่างแทบทนไม่ไหว แล้วคนถูกด่าอย่างเธอล่ะ
“ถ้าอยากได้ก็ลองเสนอเงินให้เธอสิ ถ้ามากกว่าที่แม่ฉันเสนอเธออาจจะไปกับนายนะ...”
“เธอก็ลองบอกมันไปสิว่าต้องการเท่าไหร่ สาธิตมันรวยไม่น้อยเลยนะ” สายลมไม่ได้สนใจคำห้ามปรามของสาธิตสักนิด แนะนำทั้งคู่ออกไปอย่างใจกว้าง และหากทั้งคู่ตกลงกันได้จริงก็คงดี เขาจะได้หายปวดหัวสักที
“วาขอตัวก่อนนะคะ” เอวาหันไปบอกสาธิตโดยไม่ได้เงยหน้ามองเขา เธอพูดจบก็ก้มหน้าเดินออกมาอย่างไม่กล้าพอจะเงยหน้าขึ้นมองใคร ได้แต่ก้มมองเท้าตัวเองและทางด้านหน้า
“เธอยังมีงานที่ต้องทำ” เสียงเข้มดังขึ้นบอกเอวาอย่างไม่ยอม
“ผมรู้นะว่าพี่ไม่ชอบผู้หญิงที่แม่พี่ส่งมา แต่พี่ไม่จำเป็นต้องพูดแรงขนาดนี้ก็ได้” สาธิตพูดบอกพี่ชายตัวเองอย่างเหนื่อยใจ พูดจบก็เดินเลี่ยงออกมาทันที
“ฉันบอกไปแล้ว ลองตกลงกับเธอดูแล้วกัน” สายลมตามลงมาเช่นกัน เน้นย้ำสาธิตขึ้นด้วยความไม่ใส่ใจอะไรเลย
สาธิตไม่ได้ตอบอะไร เดินลงไปจนถึงด้านล่างก็ขับรถกลับไร่ไปทั้งที่อยากบอกลาเอวาก่อน แต่เธอเดินตรงกลับบ้านไปแล้ว
สายลมเห็นแบบนั้นก็เดินไปดูงานส่วนอื่นต่ออีกนิดหน่อย เมื่อไม่มีปัญหาอะไรเขาก็กลับบ้านไปเพื่อใช้งานเอวาอีก
“ผู้หญิงคนนั้นล่ะ” พอเข้ามาเจอแม่บ้านเขาก็ถามขึ้น
“อยู่ด้านหลังค่ะ” แม่บ้านตอบอย่างที่เป็น
“อืม” เมื่อเห็นว่าเธอกลับมาทำงานเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร เดินเข้าห้องทำงานของตัวเองไปเช่นกัน
ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองอย่างไม่ได้มีใครยุ่งกับใคร ทำทุกอย่างจนถึงเวลาอาหารเย็น
เอวายกกับข้าวทุกอย่างขึ้นโต๊ะ ตักข้าวเตรียมน้ำไว้อย่างเสร็จสรรพ พอเธอทำเสร็จก็เลี่ยงกลับเข้าไปในครัวและทะลุไปครัวด้านหลังทันที
ที่เป็นแบบนี้เพราะเธอไม่อยากเผชิญหน้ากับสายลมเลยสักนิด เธอก็รู้ว่าเขาเองก็ไม่ได้อยากเห็นหน้าเธอ แต่ที่เขาทำอยู่ตลอดนั่นเพราะแค่อยากพูดจาแย่ๆ ใส่หน้าเธอ อยากกลั่นแกล้งให้เธอไม่สงบสุข
และเขาก็ทำมันสำเร็จ เธอไม่ได้เข้มแข็งขนาดจะฟังคำพูดแย่ๆ พวกนั้นได้อย่างไม่รู้สึกอะไรได้ตลอดหรอกนะ โดยเฉพาะการดูถูกเหยียดหยามต่อหน้าคนอื่นหลายต่อหลายครั้ง เธอทั้งอาย ทั้งโกรธ มันอัดแน่นไปหมดจนจุกในอก ได้แต่เก็บเงียบพยายามไม่แสดงออกทั้งสีหน้าและคำพูดใด
“คุณลมให้ไปรับใช้น่ะ” แล้วเสียงของน้ำหนึ่งแม่บ้านอีกคนก็ดังขึ้นเรียกเธอ
“จ้ะ” เธอคงหนีเขาไม่พ้นหรอกถ้าไม่ไปจากที่นี่ ทำได้เพียงตอบรับน้ำหนึ่งแล้วระบายลมหายใจออกมาก่อนจะพาตัวเองกลับไปในบ้านและยืนอยู่ด้านหลังของเขาอย่างไม่ต้องให้เห็นหน้ากัน
“ไม่รู้หน้าที่ตัวเองหรือไง” เมื่อรู้ว่าเธอมาเขาก็ไม่รอช้าที่จะตำหนิเธอทันที
“.....” แต่เอวาเลือกจะเงียบ ยืนอยู่แบบนั้นห่างๆ ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองเขาให้อารมณ์พลุ้งพล่าน
“.....” สายลมหันปรายตามองเอวาเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเธอยืนก้มหน้าเงียบเขาก็ไม่ได้สนใจอีก หันมากินข้าวตรงหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตั้งใจใช้เวลาในการกินข้าวอย่างแสนยาวนานทั้งที่ปกติเขาเป็นคนกินข้าวไม่นานเลย
สามสิบนาทีผ่านไป ข้าวในจานก็ยังไม่หมด เขากินไปหยุดเล่นโทรศัพท์ในมือของตัวเองไป ทำแบบนั้นอย่างใจเย็นไม่รีบร้อน และไม่ได้สนใจด้วยว่าใครจะยืนนานจนเมื่อย
และอีกสิบนาทีผ่านไป ในที่สุดเขาก็ประวิงเวลาพอสมควรแล้ว รวบช้อนดื่มน้ำก่อนจะหันไปพูดกับคนด้านหลัง
“ถ้าจะกินข้าวก็จ่ายเงินมา” เขาพูดขึ้นเหมือนทุกมื้อ
“ไม่กิน” เอวาตอบกลับเรียบๆ วันนี้เธอไม่อยากอาหารเลยสักนิด ต้องขอบคุณเขานั่นแหละที่ทำให้เธอได้ประหยัดเงินเพราะอิ่มกับคำพูดนับไม่ถ้วน
“เรื่องที่ฉันพูดเมื่อตอนบ่ายลองคิดดูดีๆ ล่ะ นายสาธิตดูอยากได้เธอนะ เธออยากได้เท่าไหร่ก็ตกลงราคากับมันดู จะได้สบายเป็นคุณนายอย่างที่หวัง” สายลมพูดกับเอวาขึ้นอีกครั้งเผื่อเธอจะลืมเรื่องที่น่าสนใจนี้ไปแล้ว
“.....” เอวาไม่ได้ตอบรับอะไรกลับไป ทุกอย่างที่เขาพูดเข้าหูของเธอหมด แต่ก็ป่วยการจะตอบกลับเช่นกัน
เมื่อเห็นว่าเธอเงียบสายลมก็ลุกขึ้น หันไปมองเธอเต็มตาก่อนจะพูดประโยคสั้นๆ ออกมาราวกับหอกแหลมคม
“ผู้หญิงสกปรก”