๒. สัมผัสที่มิอาจมองเห็น

1649 Words
ยามค่ำคืนดึกดื่นที่มีเพียงแสงไฟตามตึกน้อยใหญ่...ห้องสี่เหลี่ยมในคอนโดเล็กๆ ใจกลางเมือง ภายในห้องไร้แสงไฟส่องสว่าง ร่างอรชรนอนขดตัวอยู่กลางเตียงใหญ่ที่ตั้งอยู่ในห้อง ไร้การขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวจากหญิงสาว มีเพียงหยดน้ำตาที่ยังคงเคลื่อนไหวไหลลงอาบสองแก้มเนียนไม่หยุด ตั้งแต่กลับมาจากที่ว่าการอำเภอหลังจากเซ็นใบหย่าร้างใบแรกในชีวิตเธอก็หมดเรี่ยวแรงจะทำอะไรทำได้แต่นอนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่อย่างนั้นหยดน้ำตาใสไม่มีท่าทีว่าจะหยุดไหลออกจากดวงตาของนรินทร์แม้แต่น้อย เสียงโทรศัพท์จะดังขึ้นซ้ำๆ เป็นเวลานาน แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนที่นอนอยู่บนเตียงขยับตัวเลย ดวงตาเรียวหลับตาลงปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาไม่ขาดสาย มือขวาเอื้อมไปกุมที่หน้าอกซ้ายด้วยความรู้สึกเจ็บปวดที่จุกอกอยู่ภายใน สมองพลางคิดโทษโชคชะตาว่าทุกครั้งที่มีความรักทำไมถึงได้พบแต่กับความผิดหวังไม่รู้จบ ...ฉันทำกรรมอะไรไว้วะ...ถึงได้มีความรักที่เฮงซวยมันทุกครั้ง!!... ...พี่ขอโทษ…นรินธรา...เหตุจากคำมั่นสัญญารักของเรา พี่มิอาจปล่อยน้องไปได้... เสียงที่โต้ตอบเสียงความคิดของเธอที่น้อยเนื้อต่ำใจ...แม้เสียงนั้นจะเอื้อนเอ่ยดังเพียงใดก็ไม่สามารถส่งไปถึงหญิงสาวอันเป็นที่รักยิ่งตรงหน้าได้เลย ร่างโปร่งใสละเอียดเนียนไปกับอากาศไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่านั้น นั่งลงบนเตียงข้างหญิงสาวที่นอนร่ำไห้อยู่ ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบศีรษะของเธอเบาๆ แม้ว่าเธอจะไม่สามารถรับรู้ได้ก็ตามที... ดวงตาสีน้ำผึ้งมองหญิงสาวด้วยความห่วงหาอาทรและรักใคร่ แต่เธอก็ไม่อาจมองเห็นหรือสัมผัสได้เลยสักนิด เธอเพียงรู้สึกลึกๆ ภายในใจถึงความอบอุ่นและถูกปลอบโยนจากบางสิ่งอยู่อย่างน่าประหลาดทั้งที่กำลังเศร้า แต่ก็เหมือนกับว่าเธอ...ไม่ได้อยู่คนเดียว ร่างโปร่งใสลูบศีรษะเธออย่างนั้นจนเธอจมสู่ห้วงนิทราในที่สุด เขาจะพบกับเธอได้ทางเดียวเท่านั้นคือในนิมิตแห่งความฝัน... "ที่นี่ที่ไหน…อีกล่ะเนี่ย?" นรินทร์มองไปรอบๆ ตัว ก็เห็นแต่เพียงแม่น้ำใสและดอกไม้สีขาวที่ส่งกลิ่นหอมอบอวลชวนสบายใจ ที่ไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนในโลกมนุษย์ ก่อนเธอจะหันหลังไปเห็นปราสาทงดงามที่ตั้งอยู่ คล้ายกับเมืองโบราณอย่างไรอย่างนั้น หญิงสาวก้มมองเสื้อผ้าอาภรณ์ที่เปลี่ยนไป กำไลทอง สร้อยทองเครื่องประดับทองคำเต็มไปหมด ชุดทั้งชุดของเธอเป็นสีขาว ผ้าแทบสีขาว ห่มทับด้วยผ้าคลุมไหล่สีขาวบางลากยาวถึงพื้น ด้านล่างเป็นผ้าซิ่นขาวยาวลากพื้นเล็กน้อยพอปิดปลายเท้ามิด เกล้าผมมวยขึ้นสูงมีดอกมะลิประดับมวยผมและมงกุฎสีทองเล็กๆ หน้ามวยผมที่เกล้าสูง ไม่ทันได้คลำสำรวจตัวเองมากมายเธอก็รู้สึกว่ามีคนกำลังเดินเข้ามา หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มรูปร่างล่ำสัน ดวงตาสีน้ำผึ้ง ใบหน้าราวกับเทพบุตรเทวดาหาที่เปรียบใดในโลกไม่ได้ราวกับภาพวาด นรินทร์มองค้างกับใบหน้าที่งดงามหล่อเหลาไม่ว่าจะยุคไหนก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าหล่อจนตะลึง และที่สำคัญ...เธอจำใบหน้านี้ได้ดี "คะ...คุณเป็นใคร?" "ลืมพี่ที่เป็นคนรักของน้องไปเสียสิ้นแล้วหรือ? นรินธรา" "ฮะ? จำผิดคนหรือเปล่า? ฉันไม่ได้ชื่อนรินธรา" "มิผิดเพี้ยน พี่มิมีทางลืมหญิงอันเป็นที่รักสุดดวงใจไปได้" "อย่าบอกนะ ว่าฉันตายแล้ว? ฉันตรอมใจตายเลยเหรอ? เป็นไปไม่ได้แน่ๆคนอย่างนรินทร์เนี่ยนะ" "มันเป็นเพียงนิมิต อย่าได้ตกอกตกใจไปดวงใจของพี่" นรินทร์มองหน้าชายหนุ่มที่ยิ้มออกมาบางๆ พร้อมกับสายตาที่ดูรักใคร่เธอจนเธอใจเต้นแรงหญิงสาวพยายามตั้งสติก่อนจะหลับตาแล้วหายใจเข้าลึกๆ และหายใจออกก่อนลืมตา แต่กลับทำให้ใจของเธอเต้นแรงกว่าปกติและสติที่พยายามประคองแทบจะไม่หลงเหลืออยู่ เมื่อชายหนุ่มหน้าหยกรูปงามนั้นได้เข้ามาใกล้แค่คืบพร้อมมองเธอด้วยสายตาสงสัยกับการกระทำของเธอ "น้องเป็นอันใดรือ? หายใจมิออกอีกรือ?" "อะ...เอ่อ...เปล่าค่ะ..." "หืม? หัวใจน้องเต้นเร็วเกินไปจนได้ยินชัดถนัดนัก ในโลกมนุษย์น้องเป็นโรคร้ายอันใดหรือไม่?" "ไม่ใช่โรคค่ะ! เพราะคุณอยู่ใกล้เกินไปต่างหาก!" "งั้นรึ? ที่ใจน้องเต้นรัวเร็วเหตุเพราะพี่รึ?" "ใครเขาจะมายืนบอกกันล่ะ" "ถ้าเหตุเป็นเพราะพี่...พี่ก็ดีใจ" คำพูดพร้อมรอยยิ้มอย่างดีใจของชายหนุ่มทำให้นรินทร์ไม่กล้าที่จะปฏิเสธขัด การเห็นเขาดีใจกลับทำให้รู้สึกดีใจตามไปด้วย หญิงสาวมองใบหน้าเทพบุตรนั้นอยู่นาน รู้สึกเหมือนคุ้นเคยกับเขาและรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้พบเจอกับเขา เธอแอบคิดว่าถ้าเขามีอยู่ในชีวิตจริงคงจะดีไม่น้อย...แต่นี่คงเป็นแค่ชายในฝันเหมือนที่ใครๆพูดกัน "แล้วคุณเป็นใคร? เทวดา ผี หรือเทพบุตรกันคะสุดหล่อ?" ไหนๆก็อยู่ในฝันแล้วขอจีบชายในฝันสักหน่อยจะเป็นไรไป นั่นคือสิ่งที่นรินทร์คิด "เมื่อถึงเพลาก็จักรู้เอง" "ทำไมไม่บอกล่ะตัวเอง…เห็นบอกว่าฉันเป็นคนรักของคุณไม่ใช่หรือคะ?" "อดีตชาติเราคือคนรักที่ยากจะแยกจาก...รักยาวนานเป็นพันๆ ปี..." "แล้วตอนนี้คุณยังรักฉันอยู่หรือคะ ผ่านมาตั้งพันปีไม่มีคนอื่นบ้างเลยเหรอ?" "ความรักสำหรับชาวเราผู้ที่ครองอมตะ...มักจักมีหนึ่งเดียวใจเดียวตามที่ตั้งสัตย์สัญญาไว้" "ว้า...ฉันผ่านการมีสามีมาแล้วน่ะสิ ไม่ได้อยู่รอสุดหล่อเลย" "พี่รู้แจ้งแก่ใจ...ชีวิตมนุษย์นั้นสั้นนัก...เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ย่อมมีสิ่งที่ทำให้ลุ่มหลง...เหตุเพราะความทรงจำในอดีตถูกลบเลือนไป..." "แล้ว…เราจะได้เจอกันอีกไหม?" "พี่อยู่เคียงข้างน้องมาตลอดทุกภพทุกชาติ มิเคยได้ห่างหายไป...ไม่ว่าน้องจักอยู่ที่ใดพี่ก็จักหาจนเจอ" "ฉัน...." "เวลาของพี่หมดแล้วหนา..." หญิงสาวที่ได้ยินเหมือนคำจากลาน้ำตาก็เอ่อคลอเบ้าตาสวยอย่างไม่มีสาเหตุ จากการหยอกล้อเมื่อครู่ก็พลันเปลี่ยนไปทันที ภายในใจเศร้าจนรู้สึกหวิว ไม่อาจละสายตาจากชายหนุ่มตรงหน้าที่ทำหน้าเศร้าเช่นเดียวกันกับเธอ ทั้งสองจ้องมองกันอย่างอาลัยอาวรณ์เหมือนไม่อยากแยกจาก หญิงสาวพยายามกลั้นน้ำตาไว้ เพราะกลัวว่าจะเห็นหน้าชายหนุ่มได้ไม่ชัดก่อนจะจากกัน...เพราะเธอไม่รู้เลยว่าจะได้เจอเขาอีกหรือไม่ ความฝันเป็นเรื่องที่เราบังคับหรือกำหนดมันไม่ได้ "...พี่...จักขอกอดน้อง...ได้รือไม่" หญิงสาวไม่ได้ตอบคำถามของคนตรงหน้าแต่กลับเดินเข้าไปหาเขาแล้วกอดแนบกายชายหนุ่มคนนั้นแน่นเหมือนรู้จักและคุ้นเคยกันมานานแสนนาน น้ำตาที่ห้ามไว้ก็ไหลอาบสองแก้มเนียน ชายหนุ่มตรงหน้ากอดเธอตอบก่อนจะมอบจูบอันอ่อนโยนประทับลงบนหน้าผากมนสวยด้วยความคิดถึงอ้อมกอดนี้จากเธอ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อราวกับรูปปั้นนั้น “เราจักได้พบกันอีกเป็นแน่” "ชื่อ...ฉันขอทราบแค่ชื่อคุณ...." "...ข้ามีนามว่า...." ไม่ทันที่เขาจะได้ตอบทุกอย่างก็เลือนหายไปราวกับสายลมเอื่อยอ่อนที่พัดผ่าน นรินทร์สะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับเหงื่อเต็มกาย ความฝันที่เสมือนจริงคงยังตราตรึงติดอยู่ในใจและในความทรงจำอย่างเด่นชัด ไม่เลือนหายไปเหมือนเช่นทุกครั้งอีกแล้ว ใบหน้าของชายหนุ่มที่ไม่เคยได้เห็นชัดนักจากที่ฝันมาตั้งแต่เด็ก จนตอนนี้กลับจำได้ติดตา นี่คงเป็นชายในฝันอย่างที่เขาพูดกันหรือเปล่านะ นรินทร์หันไปมองนาฬิกาตรงหัวเตียงก็ถอนหายใจพร้อมกับกุมขมับ "ตีสามเนี่ยนะ...น่าจะฝันต่อถึงเช้าสิ" นรินทร์บ่นอุบกับตัวเองก่อนจะลุกขึ้นเพื่อไปอาบน้ำเพราะตั้งแต่เธอกลับมานอนจมกองน้ำตาก็ไม่ได้อาบน้ำเลยแม้แต่น้อย ร่างโปร่งใสมองดูเธอนั่งบ่นก่อนจะยกยิ้มออกมาอย่างพอใจที่ในใจของหญิงสาวผู้เป็นที่รักได้เริ่มนึกถึงเขาอยู่บ้างแล้ว ชายหนุ่มร่างโปร่งนั่งรอหญิงสาวอยู่ที่เตียงด้วยความยินดี คืนนี้ก็คงจะเหมือนเช่นทุกคืนที่เขาเคยนอนกอดเธอโดยที่เธอไม่รู้ตัว การที่เขาจะทำแบบนี้ได้ก็ต่อเมื่อหญิงสาวไม่มีพันธะใดในโลกมนุษย์หรือกับมนุษย์คนไหนแล้ว ถ้าเธอมีคู่ครองเขาก็ทำได้แค่มองอยู่ไกลๆ โดยไม่สามารถมองเห็นความสัมพันธ์ของพวกเขาหรือเข้าไปยุ่มย่ามได้ เว้นเสียแต่อยู่เพียงลำพัง นรินทร์เดินออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูและผมที่เปียกเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดแน่นเหมือนใช้ความคิด ก่อนจะนั่งลงบนเตียงข้างๆ ร่างโปร่งแสงที่กำลังนั่งตัวตรงมองเธออยู่ "ว่าแต่...พ่อรูปหล่อชื่ออะไรนะ?" ...พี่มีนามว่า....
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD