เด็กชายทามต้องนอนโรงพยาบาล เพราะเสี่ยงเป็นไข้หวัดใหญ่ โรงพยาบาลไม่อนุญาตให้เฝ้า ขนิษฐาจำต้องกลับบ้าน พรุ่งนี้เธอจะมาหาลูกใหม่ แต่ก็สบายใจ ที่ลูกอยู่ในความดูแลของหมอและพยาบาล
หญิงสาวแวะห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อของใช้ภายในบ้าน ของลูก และวัตถุดิบสำหรับทำอาหารง่ายๆ โชคดีที่ครอบครัวของเธอที่อยู่ต่างประเทศคอยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายของเธอและของลูก เลยไๆม่ค่อยไม่ลำบากเรื่องเงินทอง
ขนิษฐาเฝ้ารอดูอากาศลูกเกือบทั้งคืน ก่อนจะตัดสินใจกลับบ้าน สังเกตว่าบ้านตรงข้ามของเธอมีคนงานมาทำความสะอาด นึกในใจว่าก็ดีมีเพื่อนบ้านเพิ่มมาอีกหนึ่งหลัง ถ้าเจอเพื่อนบ้านนิสัยดีก็คงจะดี แต่ปกติเธอก็ไม่ค่อยอยู่บ้านอยู่แล้ว นอกจากวันเสาร์ อาทิตย์ เช้าไปส่งลูก เลยไปทำงาน กลับเข้าบ้านอีกครั้งก็เกือบหนึ่งทุ่มไม่ก็สองทุ่ม ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับลูก ลูกหลับเธอถึงจะมีเวลาส่วนตัว ทำโน้นทำนี่ชีวิตแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ง่ายเลย
เดือนหน้าเธอต้องออกไปทำงานต่างจังหวัด คิดไม่ตกว่าจะทำยังไงกับลูกดี เธอต้องหาพี่เลี้ยงมาช่วยเลี้ยงลูก แต่กว่าจะหาเจอคนที่ไว้ใจได้ ก็ต้องใช้เวลา ปัญหานี้ทำให้เธอกังวลใจที่สุด
ห้องนอนของเธออยู่ด้านหน้า มองออกไปบ้านตรงข้ามไม่มีคนอยู่แล้ว แต่ภายในบ้านเปิดไฟสว่าง เหมือนมีคนอยู่ หญิงสาวปิดไฟ ไม่สนใจอะไรแล้วเพราะเหนื่อยและง่วงมาก
ขนิษฐาหลับรวดเดียวตื่นมาอีกทีคือสี่โมงเช้า ยังไม่ได้เวลาเยี่ยมลูก รีบอาบน้ำ ทำกับข้าวรีบทำทุกอย่างที่จะสามารถทำได้ โดยเฉพาะรีดผ้า โชคดีที่ชุดทำงานของเธอเป็นยูนิฟอร์มเสื้อเชิ้ตแขนยาวบ้างแขนสั้นบ้าง ใส่กางเกงซะเป็นส่วนมาก มีกระโปรงไม่กี่ตัว
จัดการทุกอย่างเรียบร้อย หญิงสาวเตรียมตัวออกจากบ้าน หวังว่าวันนี้จะได้รับข่าวดี กังวลว่าถ้าลูกชายยังไม่ได้ออกจากโรงพยาบาล เธอจะทำยังไง วันอังคารต้องไปประชุมกับลูกค้ารายใหม่
ขนิษฐาพยายามสตาร์ทรถ แต่ไม่ติด เมื่อวานเธอยังขับได้ดีอยู่เลย เวลาเยี่ยมลูกคือสิบเอ็ดโมง ห่วงว่าจะไม่ทัน แถวนี้เป็นหมู่บ้านใหญ่ก็จริง แต่เป็นหมู่บ้านจริงๆเป็นบ้านพักอาศัยซะส่วนมาก ไม่มีช่างไม่มีร้านค้า จะโทรหาใครได้ รถเธอไม่เคยเสีย ถ้าจะต้องออกไปหน้าปากซอยซึ่งน่าจะเกือบสองกิโลเมตร
“สวัสดีครับคุณ มีอะไรให้ช่วยไหมครับ พอดีผมเพิ่งย้ายมาอยู่บ้านตรงข้าม เห็นว่าคุณสตาร์ทรถไม่ติด ผมเป็นช่างอาจพอช่วยคุณได้”
ขนิษฐาเงยหน้า มองไปตามเสียงที่ได้ยินนอกรั้วบ้าน ผู้ชายผิวคล้ำตัวสูง สูงเลยรั้วบ้านเธอมาตั้งเยอะ หน้าตาเขาก็ไม่ได้น่ากลัว แต่จะน่าไว้ใจไหม จะเรียกช่างดีหรือให้เขาช่วยดี หญิงสาวลังเลแต่ดูนาฬิกาถ้าช้ากว่านี้เธอไม่น่าทันเยี่ยมลูกแน่ๆ
“คุณครับ ให้ผมช่วยเถอะ ผมไว้ใจได้ไม่ได้คิดร้ายหรอกครับ อยากช่วยเฉยๆ”
เสียงเขาทุ้มนุ่มน่าฟัง เอาน่าขนิษฐาลองไว้ใจคนแปลกหน้าสักหน่อย คงไม่มีอะไรหรอก ส่วนมากเพื่อนบ้านเช้าไปทำงาน เย็นกลับมาก็พักผ่อนอยู่ในบ้าน ไม่มีใครออกมาทักทายกัน เหมือนต่างคนต่างคนต่างอยู่ ผู้ชายคนนี้เป็นคนแรกที่ทักเธอ
“สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากนะคะ แต่ฉันเกรงใจ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ให้ผมดูก่อนถ้าซ่อมไม่ได้ จะได้เรียกช่าง”
ขนิษฐาตัดสินใจเดินไปเปิดประตูรั้วบ้านเขาเข้ามาด้านใน ยิ่งเห็นใกล้เห็นหน้าชัด หน้าตาเขาก็ดูสะอาดดี มาอยู่บ้านหลังใหญ่สองชั้น คงมีเงินแหละ ขนาดบ้านเธอเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียวราคาก็สูงแล้ว แต่นั่นเพราะพ่อกับแม่ซื้อหรอก เธอไม่ได้ซื้อเอง แสดงว่าเขาก็ไม่ธรรมดา ถือว่าดีที่เขามีน้ำใจ
“เชิญค่ะ ขอบคุณมากนะคะ อยู่ๆก็สตาร์ทไม่ติด เมื่อวานยังใช่ดีๆอยู่เลยค่ะ”
“ไม่ต้องห่วงนะครับ ขอผมเช็คก่อน ว่าเกิดจากอะไร”
“ผมชื่ออาทิตย์นะครับ ย้ายเข้ามาอยู่บ้านเมื่อคืน ผมซื้อไว้นานแล้วแต่เพิ่งได้โอกาสย้ายของมา มีอะไรก็เรียกใช้ได้เลยนะครับ”
“ฉันชื่อขนิษฐาค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ผมน่าจะอายุมากกว่าคุณนะ ผมอายุสามสิบเจ็ด”
“เอ่อ.....ค่ะ ฉันยี่สิบเจ็ด”
“เรียกผมพี่ก็ได้นะครับ คุณน่าจะรุ่นเดียวกับน้องสาวผม”
อาทิตย์ตรวจหาสาเหตุที่รถไม่ติด ทำโน้นทำนี่อยู่เกือบสามสิบนาที ขนิษฐาลุ้นตลอดเวลาเพราะใกล้เวลาเยี่ยมลูก ลุ้นว่ารถจะใช้ได้ไหม
“น่าจะต้องเรียกช่างครับ เดี๋ยวผมให้ช่างที่มาลากไปที่อู่ให้ คุณต้องรีบใช้รถไหม”
“รีบค่ะ ฉันต้องไปเยี่ยมลูกที่โรงพยาบาล ใกล้เวลาเยี่ยมแล้วด้วย งั้นฉันขอติดรถช่างออกไปหน้าปากซอยได้ไหมค่ะ แล้วเดี๋ยวฉันเรียกแท็กซี่ไปต่อเองได้”
"น่าจะเกือบชั่วโมงช่างจะมาถึง พอดีช่างออกไปรับงานข้างนอก ไม่น่าจะทันนะครับ งั้นคุณไปกับผมก็ได้ ผมไปธุระทางนั้นพอดีผ่านโรงพยาบาลที่คุณจะไปด้วย”
ขนิษฐาลังเลแค่นี้เธอก็รบกวนเขามากแล้ว ยังต้องอาศัยรถเขาไปอีก
“ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ ยังไงรถคุณก็ต้องซ่อมที่อู่ผมอยู่ดี เอาเป็นว่าถ้ารถคุณยังไม่เสร็จ เดี๋ยวผมเอารถที่อู่มาให้คุณใช้ก่อน ไม่ต้องเกรงใจเพราะเราบริการลูกค้าแบบนี้บ่อยๆ”
“งั้นฉันไม่เกรงใจนะคะ แล้วรถนี่จอดไว้ตรงไหนได้คะ “
“มันเคลื่อนตัวไม่ได้เลย ผมบอกช่างแล้วว่าให้มารับรถที่นี่ ให้เขาถ่ายวีดีโอส่งให้คุณ ขอเบอร์โทรและไลน์หน่อยครับ”
“เอาไปทำไมคะ”
“ก็ผมจะได้ให้ช่างไว้ติดต่อคุณไงครับ ส่วนไลน์ก็เอาไว้ให้ช่างส่งรูปให้คุณดู เดี๋ยวนี้ต้องแบบนี้แล้วครับ กันพลาดป้องกันไว้ก่อน ผมเคยให้ช่างออกไปรับงานข้างนอก เจอลูกค้าขี้โกงบ่อย ทำอะไรต้องมีหลักฐาน”
“ขอโทษนะคะ ฉันไม่ทันได้คิด นี่ค่ะเบอร์และไลน์ของฉัน”
อาทิตย์ก้มหน้ายิ้มเขาถ่ายรูปและวีดีโอรถ ส่งที่ซ่อนกุญแจให้ช่าง
“ไปครับ เหลือเวลาอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง รีบไปเถอะเดี๋ยวจะเยี่ยมลูกไม่ทัน” อาทิตย์เข้าไปถอยรถเก๋งคันใหญ่ของเขาออกมา ขนิษฐาเพิ่งสังเกตเห็นว่า ภายในโรงรถบ้านเขา มีรถจอดอยู่อีกสองคัน คงเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเขาเป็นเจ้าของอู่ ไม่แปลกที่จะมีรถหลายคัน
อาทิตย์พาขนิษฐามาทันเวลาเยี่ยมพอดี ขนิษฐาหิ้วตะกร้านมและผ้าอ้อมสำเร็จรูป ของใช้อีกหลายอย่าง ทำให้ดูรุงรังไปหมด
“ขอบคุณมากนะคะที่แวะมาส่ง ฉันขอตัวก่อนนะคะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ”
“คุณขนิษฐามาให้ผมช่วยดีกว่า ผมไม่รีบแต่ดูแล้วคุณน่าจะหนัก แค่ตะกร้ากับถุงพวกนี้ก็ดูหนักมากแล้วไหนจะ ถุงพวกนั้นอีกล่ะให้ผมช่วยถือเถอะ ไม่ต้องคิดมากหรอก ไหนๆก็ไหนๆแล้วให้ผมช่วยให้ตลอดดีกว่า ไมงั้นผมจะไม่สบายใจ”
เขายื่นมือมารับของขนาดนั้น เธอจะเดินหนีไปเลยก็ไม่ใช่ จำต้องส่งตะกร้าให้เขา แล้วรีบเดินนำหน้าขึ้นไปหาลูก ตอนนี้หัวใจเธอมีแต่ลูกชาย อยากรู้ อยากเห็นว่าอาการเป็นยังไง
ขนิษฐาเดินนำหน้าเขา เข้าไปภายในลิฟท์ จนถึงหน้าห้องไอซียู หมอยังไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยม ได้แค่สอบถามอาการ พยาบาลอุ้มเด็กมาให้ดูผ่านกระจกเท่านั้น มือขาวยาวเรียวสวยสองข้าง เกาะกระจกสายตาเพ่งมองไปที่เด็กชายที่นอนหลับปุ๋ยในอ้อมแขนของพยาบาล เป็นภาพที่สวยงาม
ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงคนนี้จะมีลูก อยากรู้อีกว่าสามีไปไหน ถึงได้เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เท่าที่เขาสังเกตตั้งแต่ขนของเข้าบ้าน เขายังไม่เคยเห็นใครเลย นอกจากสองคนแม่ลูก ไม่มีพี่เลี้ยง เช้าเห็นหอบลูกออกไปแต่เช้า มืดค่ำค่อยกลับเข้าบ้าน พอลูกหลับ ก็เห็นทำโน้นทำนี่ ดึกกว่าจะได้นอน บ้านเขาสองชั้น เห็นทุกอย่างว่าบ้านตรงข้ามทำอะไรอยู่
อาทิตย์ถูกใจขนิษฐา ตั้งแต่เขาไปติดต่องานที่บริษัทฯรับเหมาก่อสร้างและออกแบบ ผู้หญิงคนนี้ทำงานอยู่ที่นั่น แต่เท่าที่สอบถามรู้ว่ามีลูกแล้ว เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว แต่ไม่เคยมีใครเห็นสามี
ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นเพื่อนกับเจ้าของบริษัทฯที่หญิงสาวทำงานอยู่ เป็นเรื่องบังเอิญ วันนั้นเขานัดเพื่อนกินข้าวเพื่อปรึกษาเรื่องงาน เขาอยากสร้างบ้านหลังใหม่ และบังเอิญอีกที่ผู้หญิงคนนี้เดินผ่านหน้าห้องที่เขากำลังคุยงานกับเพื่อน ขนิษฐาดึงดูดสายตาเขามากเหมือนมีแม่เหล็ก เสียอย่างเดียวมารู้ว่ามีลูกแล้ว ถึงจะไม่มีสามีก็เถอะ ระดับเขาแล้วก็ต้องขอเลือกบ้าง และบังเอิญอีกบ้านที่เขาซื้อไว้อยู่ตรงข้ามบ้านของผู้หญิงคนนี้ แบบนี้จะเรียกว่าบังเอิญไหม มันไม่ใช่เรื่องแน่นอน
ท่าทางของขนิษฐาน่าสงสาร พยาบาลอุ้มลูกออกมาให้เห็นไม่ถึงสิบนาที ก็ต้องพากลับเข้าไปในห้องปลอดเชื้อ เขาเห็นว่าหล่อนน้ำตาซึม ไม่นานพยาบาลก็เรียกเข้าไปคุยในห้อง เกือบสามสิบนาทีถึงออกมาด้านนอก
“เสร็จแล้วเหรอครับ เขาไม่ให้เข้าไปเยี่ยม หรืออุ้มลูกเลยเหรอครับ”
“คุณพยาบาลบอกว่ากลัวว่าจะติดเชื้อค่ะ อาการแบบนี้น่าจะนอนโรงพยาบาลสักหกเจ็ดวัน” ท่าทางของขนิษฐาตอนนี้น่าสงสารมาก ร่างบางถอยไปนั่งที่เก้าอี้ยาวหน้าห้อง เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หลับตานิ่ง
“น้องทามเป็นอะไรครับ ทำไมถึงต้องอยู่ในห้องนั้นนานจัง”
ขนิษฐาไม่ตอบได้แต่ก้มหน้านิ่ง เธอยังไม่อยากพูดอะไร อาการที่คุณหมอบอกกับเธอขอให้มันเป็นแค่โรคที่สงสัยเท่านั้น ชีวิตของน้องทามผ่านอะไรมามากมาย ขออย่าให้ต้องมาเจอเรื่องไม่ดีอีกเลย เธอคงทำใจไม่ได้แน่ๆ
“คุณครับ เป็นอะไรหรือเปล่า มีอะไรให้ผมช่วยไหม”
ขนิษฐาเงยหน้ามองคนตรงหน้า เธอลืมไปเลยว่ามีเขามาด้วย เจ้าของอู่ซ่อมรถที่อยู่ตรงข้ามบ้านเธอ
"ไม่เป็นไรมากหรอกค่ะ ขอบคุณนะคะ"
"ช่างแจ้งมาแล้วนะครับว่า รถของคุณต้องจอดซ่อมประมาณสามสี่วัน แต่ผมเร่งให้แล้ว เดี๋ยวผมไปส่งคุณที่บ้านนะครับ ช่างจะขับรถที่อู่มาให้คุณใช้ก่อน"
ขนิษฐาพยักหน้า ลุกขึ้นเดินตามเขาไปเงียบๆในใจเธอคิดหลายอย่าง ทั้งเรื่องลูกไม่สบาย รถพัง งาน สิ่งแรกที่จะต้องทำคือต้องหาพี่เลี้ยงเด็กก่อน งานก็สำคัญ ลูกก็ยิ่งสำคัญ การที่เก็บเรื่องราวต่างๆไว้ในใจคนเดียว มันช่างอึดอัดเหลือเกิน และมันก็เป็นเรื่องที่บอกเล่าให้ใครฟังไม่ได้เลยจริงๆ เวลานี้แทนที่เธอจะได้อยู่กับครอบครัว แต่กลับมีใครไม่รู้มาคอยช่วยเหลือในยามที่เธอลำบาก และที่สำๆคัญเธอเพิ่งรู้จักเขาวันนี้นี่เอง