บทนำ-1
ค.ศ. 1990 ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี
กลุ่มมาเฟียตระกูลลูซาโน มีหัวหน้าแก๊ง โมเดรโต ลูซาโน ในวัย 48 ปี พร้อมกับบุตรชาย ปาฟิเสล ลูซาโน อายุ 27 ปี ทายาทที่จะรับตำแหน่งหัวหน้าแก๊งลูซาโนคนต่อไป และที่ปรึกษาคนสนิทของหัวหน้าคือ ซีโอมาร์ ยาซาเบรียล อายุ 25 ปี เด็กกำพร้าที่โมเดรโตเลี้ยงดูมาพร้อมกับบุตรชาย ทั้งสามคนสำคัญของกลุ่มมาเฟียลูซาโน ยืนประจันหน้ากับกลุ่มมาเฟียตระกูลริค โดยมีเหล่ามือปืนและนักฆ่าตัวฉกาจยืนอยู่ด้านหลังร่วมร้อยคน
ทางฝ่ายกลุ่มมาเฟียตระกูลริคยืนหันหน้าเข้าหา กลุ่มมาเฟียลูซาโน โดยมี เอนโก ริค วัย 50 ปี เป็นหัวหน้าแก๊ง ข้างกายซ้ายขวาของเขามีมือปืนคนสนิทยืนประกบ คนที่ยืนถัดจากมือปืนคือ ลัคกี้ ริค วัย 28 ปี และเป็นบุตรชายของหัวหน้า
การประจันหน้าของสองแก๊งมาเฟียที่ใหญ่ที่สุดในกรุงโรม โดยสองกลุ่มต่างตกลงกันเอง ผลจากธุรกิจผิดกฎหมายที่มีแก๊งเล็กแก๊งน้อยหลายแก๊ง พากันไปขอซื้ออาวุธกับแก๊งมาเฟียลูซาโน ทำให้อิทธิพลของลูซาโนยิ่งขยายอาณาเขตมากขึ้น
ทางฝ่ายหัวหน้าแก๊งมาเฟียริคเกิดความไม่พอใจ เพราะเขาแน่ใจว่าทั้งสองแก๊งต่างก็ส่งเงินสนับสนุนให้กับนายกเทศมนตรีเป็นจำนวนมากพอๆ กัน แต่ฝ่ายแก๊งลูซาโนกลับมีลูกค้าและมีแก๊งเล็กๆ เข้ามาขอพึ่งอิทธิพลมากมาย
นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เกิดการนัดหมายกันในวันนี้ หากฝ่ายไหนชนะ ฝ่ายนั้นก็จะเป็นแก๊งมาเฟียที่ยิ่งใหญ่คุมธุรกิจผิดกฎหมายทั้งหมดในกรุงโรม ไม่ว่าจะเป็นการเรียกเก็บค่าคุ้มครองจากโสเภณีข้างถนน การค้ายาเสพติด ค้าอาวุธสงคราม
ซึ่งมีธุรกิจผิดกฏหมายอีกมากมายที่ทำเงินให้กลุ่มคนพวกนี้
โดยมีนายกเทศมนตรีได้รับเงินสนับสนุนจากทั้งสองแก๊งคอยเอื้อประโยชน์อยู่เบื้องหลัง
เวลานี้ทั้งสองฝ่ายต่างยืนจ้องหน้ากัน ณ โกดังร้างแห่งหนึ่ง โดยคนในแก๊งต่างมีอาวุธครบมือราวกับกองร้อยทหาร ลมหนาวพัดเอาเศษใบไม้แห้งปลิวขึ้นกลางอากาศแล้วก็ดิ่งตกลงบนพื้นปูนแข็ง เศษเหล็กขึ้นสนิมวางกองอัดอยู่ริมรั้วตาข่ายซึ่งโอบล้อมโกดังร้างแห่งนี้ ทุกอย่างสงบนิ่งรอเวลาปะทุ
“หวังว่าแก๊งของสหายเอนโก ริค ผู้ยิ่งใหญ่ จะรักษาสัญญา” เสียงห้าวห้วนก้องกังวานของโมเดรโตดังแทรกความเงียบในโกดังร้าง เรียกเสียงหัวเราะเย้ยหยันจากหัวหน้าแก๊งของอีกฝ่ายหนึ่ง
“คนอย่างเอนโกไม่เคยผิดคำพูดกับใคร สหายโมเดรโต” เอนโกตอบกลับเสียงดังพอกัน
สองหัวหน้าแก๊งผู้มีอิทธิพลก้าวเท้าเข้าหากัน โดยมีปืนในมือคนละกระบอก การดวลปืนในครั้งนี้บุตรชายของทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่เห็นด้วย ซึ่งลัคกี้นั้นโกรธแค้นปาฟิเลสเป็นการส่วนตัวและมีเรื่องบาดหมางกันเกินกว่าสิบปี
ครั้งสุดท้ายที่ทำให้ลัคกี้อยากจะไปยิงถล่มปาฟิเลสให้ตายด้วยมือตนเอง ก็คือฝ่ายตรงข้ามมาแย่งสาวคนรักไปและยังขืนใจเธอ นั่นเป็นสิ่งที่ลัคกี้ได้รับรู้จากลูกสมุนที่ชอบยุแยง
สำหรับปาฟิเลสนั้นถ้าถูกใจสาวคนไหน เขาก็บังคับเอาตัวมาได้ไม่ยากเพราะอิทธิพลของบิดา แต่สำหรับโซฟินที่ลัคกี้อ้างว่าเป็นคนรัก ความจริงแล้วโซฟินกับปาฟิเลสรักกันมาก่อน จนเกิดเรื่องฉาวโซฟินท้องขึ้นมา การแต่งงานจึงถูกจัดขึ้นท่ามกลางความไม่พอใจของลัคกี้ ซึ่งคิดว่าปาฟิเลสขืนใจสาวคนรักจนเธอตั้งท้อง
ระหว่างที่เอนโกและโมเดรโตกำลังยืนประจันหน้ากันอยู่ ลัคกี้และปาฟิเลสต่างส่งสายตาฟาดฟันกันเขม็ง ซึ่งศึกในครั้งนี้ลัคกี้เสนอให้โซฟินมาเป็นคนกลางยกมือให้สัญญาณ ในที่สุด เวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง หัวหน้าทั้งสองแก๊งยืนหันหลังชนกัน แล้วเธอก็เริ่มนับ
“หนึ่ง...สอง...สาม...สี่...ห้า...” เสียงหญิงสาวนับตัวเลขชัดเจน ทั้งสองหนุ่มใหญ่ต่างก้าวเท้าเดินห่างออกจากกันตามจังหวะเสียงของโซฟิน
ขณะเดียวกันปาฟิเลสก็คิดจะให้บิดาของตนชนะให้ได้ สิ่งที่เขาพบเห็นมาตั้งแต่เด็กคือ บิดามักถูกทรยศหักหลัง ธุรกิจผิดกฎหมาย ไม่ได้ทำให้โมเดรโตไร้สัจจะ ตรงกันข้ามเขาเป็นคนที่รักษาคำพูด ปาฟิเลสรู้จักบิดาดี จึงเตรียมปืนตนเองให้พร้อม พอภรรยาของเขานับถึงสิบ หัวหน้าทั้งสองก็หันมาลั่นไกใส่กัน
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนสามนัดดังขึ้นพร้อมๆ กัน ปืนนัดหนึ่งจากเอนโกทะลุต้นแขนซ้ายของโมเดรโต ส่วนปืนอีกสองนัด นัดหนึ่งมาจากปาฟิเลสยิงเข้าหน้าอกด้านซ้ายของเอนโก อีกนัดหนึ่งจากปืนของโมเดรโตยิงเข้าหัวไหล่ซ้ายของเอนโก
ลัคกี้ซึ่งระแวงปาฟิเลสอยู่แล้ว เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง จึงยกปืนขึ้นยิงใส่กลางหน้าผากของโซฟินผู้หญิงที่เขารัก แต่คนที่เจ็บปวดกว่าคือปาฟิเลสผู้เป็นสามี บุตรชายของโมเดรโตถึงกับคลั่งไล่ยิงลัคกี้ แต่เพราะขาดสติทำให้กระสุนไม่ถูกจุดสำคัญ ขณะที่ลัคกี้กำลังวิ่งหลบ เขาก็หันมาเหนี่ยวไกใส่ปาฟิเลสซึ่งกำลังวิ่งเข้าไปในวงล้อมของแก๊งริค กระสุนจากปืนเป็นสิบนัดถูกยิงใส่ร่างของปาฟิเลสเพียงคนเดียว
ซีโอมาร์รีบพาโมเดรโตผู้เป็นหัวหน้าซึ่งถูกยิงบาดเจ็บหลบออกไป โดยสั่งให้ผู้คุ้มกันอีกชุดหนึ่งไปช่วยปาฟิเลสออกมา ลูกสมุนทั้งสองฝ่าย ต่างสาดกระสุนใส่กันเพื่อช่วยนายของตนเด็ดหัวของอีกฝ่าย โดยเฉพาะแก๊งของตระกูลริค เมื่อเข้าไปดูและพบว่าเอนโกหัวหน้าแก๊งขาดใจตายไปแล้ว ก็รัวยิงฝ่ายตรงข้ามไม่ยั้ง
ทว่า...ปาฟิเลสผู้ที่ทำให้การตกลงครั้งนี้ล้มเหลวและกลายเป็นความแค้นที่ไม่มีวันสิ้นสุด ไม่อาจพาชีวิตออกจากวงล้อมของแก๊งมาเฟียริคได้
โดยที่ลัคกี้เองก็บาดเจ็บไม่น้อย คนที่มีชีวิตรอดจึงพาทายาทของตระกูลริคฝ่ากระสุนออกจากโกดังร้างทางประตูอีกด้านหนึ่งเพื่อไปรักษาตัว ส่วนหนึ่งก็พาร่างไร้วิญญาณของเอนโกไปด้วย
ลูกสมุนฝ่ายแก๊งมาเฟียลูซาโนที่เหลือรอดชีวิต เห็นร่างของปาฟิเลสถูกทิ้งไว้ ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีแดงฉาน กระสุนที่ถูกยิงใส่นั้นนับไม่ถ้วน ผู้คุ้มกันคนหนึ่งเขาไปจับชีพจรทั้งที่รู้ว่าทายาทของโมเดรโตคงหมดลมหายใจไปนานแล้ว แต่เขาก็ทำเพื่อความแน่ใจ ทั้งหมดจึงช่วยกันนำร่างของสองสามีภรรยาที่ต้องเสียชีวิตวันเดียวกัน กลับไปที่แก๊งของตน