Demon's Love รักอันตราย... คุณชายมาเฟีย!
Writer : Aile'N
ตอนที่ 2
คฤหาสน์ตระกูลฟิลเลอร์..
"นายครับ คนของเทเลอร์กรุ๊ปเดินทางมาถึงแล้วครับ" ใบหน้าหล่อเข้มของนายใหญ่แก๊งฟิลเลอร์ที่นั่งเซ็นเอกสารสำคัญอยู่บนโต๊ะทำงานพยักหน้ารับน้ำเสียงที่เอ่ยขึ้นอย่างสุภาพของ 'นีล' มือขวาคนสนิทเบาๆ เป็นเชิงรับรู้แต่ยังคงก้มหน้าจรดปากกาเส้นคมลงบนหน้ากระดาษต่อไปอีกเรื่อยๆ เพียงไม่กี่แผ่นมือแกร่งก็ปิดแฟ้มลงแล้วบิดตัวไล่ความเมื่อยล้าไปมา ก่อนลุกขึ้นยืนจับสูทสีเข้มให้เข้าที่แล้วเดินออกไปจากห้องทำงานโดยมีคนเปิดประตูให้เพื่อออกไปต้อนรับการมาถึงของกลุ่มคนที่เฝ้ารอ ซึ่งคนของเขารายงานว่า 'เนมากิ ลี เทเลอร์' ประธานสาวสวยของเทเลอร์กรุ๊ป องค์กรบอดี้การ์ดหญิงฝีมือดีที่เขาขอกำลังให้มาช่วยงานเดินทางมาด้วยตัวเอง เขาจึงต้องวางงานทุกอย่างลงเพื่อออกไปต้อนรับ
"พวกเขาอยู่ห้องโถงครับนาย" นีลบอก สองเท้ามาดมั่นของนายปีเตอร์จึงสาวเดินไปทางห้องโถงใหญ่ที่อยู่กลางตัวคฤหาสน์แห่งนี้อย่างรวดเร็ว
พอมาถึงกลุ่มผู้หญิงในชุดสูทดำดูทะมัดทะแมงกับทรงผมรวบตึงจำนวน 20 คนก็สะดุดตาเขาเป็นอันดับแรก หน้าตาสละสวยทว่าเรียบนิ่งไร้ความรู้สึก ดวงตาทั้งสองข้างเพ่งมองไปเบื้องหน้าเป็นจุดเดียวแม้กระทั่งเขาเดินเข้ามาก็ยังไม่วอกแวกไปไหน ด้านหน้าเป็นโซฟาตัวใหญ่ปรากฏร่างผอมบางของหญิงสาวหน้าตาสวยเผ็ดในชุดสูทเหมือนกับคนอื่นๆ แตกต่างกันตรงที่ด้านในไม่ใช่เสื้อเชิ้ตขาวผูกไทแต่เป็นเสื้อกล้ามคว้านคอลึกจนมองเห็นเนินอกสวยขาวอวบแทน มุมปากบางสีแดงสดยกยิ้มทันทีเมื่อเห็นนายใหญ่ของแก๊งฟิลเลอร์เดินเข้ามาพร้อมคนติดตามซ้ายขวาเป็นขบวน ดวงตาคมมองปราดเดียวก็รู้ได้ในทันทีว่าคนตรงหน้าคือท่านประธานคนสวยมาเองอย่างที่คนของเขารายงานมาจริงๆ ส่วนที่ยืนประกบข้างโซฟาก็คงจะเป็นคนสนิทไม่อย่างนั้นคงจะมองไม่เห็นถึงความแตกต่างจากคนอื่นๆ แบบนี้
"สวัสดีค่ะคุณปีเตอร์ ฉันเนมากิ ลี เทเลอร์ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ" ร่างบางลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางอ้อยอิ่งก่อนแนะนำตัวให้ร่างสูงรู้จักพร้อมยื่นมือไปเช็คแฮนด์ทักทายตามมารยาทสากล
"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ ไม่คิดไม่ฝันว่าท่านประธานของเทเลอร์กรุ๊ปจะมาด้วยตัวเอง เป็นเกียรติจริงๆ ครับ แบบนี้ผมคงหมดห่วง" เจ้าพ่อมาเฟียยกยิ้มพราวเสน่ห์ เพียงแค่มองจากภายนอกผู้หญิงคนนี้ก็เหมือนจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว แววตากลมโตคู่สวยนั้นยามที่กวาดมองทุกสิ่งดูจะซุกซนและเจ้าเล่ห์ไม่น้อยแม้ท่าทางจะสงบนิ่งมากก็ตาม เธอทำให้เจ้าพ่อมาเฟียผู้ฉลาดล้ำรู้สึกก่ำกึ่งขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็น ความรู้สึกเหมือนจะมองออกแต่ก็มองไม่ทะลุปรุโปร่ง แค่มองไม่สามารถรู้ได้เลยว่าผู้หญิงตรงหน้าเป็นคนแบบไหนกันแน่
"หึหึ ชมกันเกินไปแล้วล่ะค่ะ พวกเราสิต้องยินดีและขอบคุณที่แก๊งฟิลเลอร์ไว้วางใจเชิญพวกเรามาร่วมงาน" มุมปากบางยกยิ้มอย่างเคย หลังจากเจ้าของบ้านผายมือเชิญให้นั่งลงอย่างเดิมก่อนที่ร่างสูงนั้นจะนั่งลงตรงข้ามกันแล้วหันไปถามคนสนิท
"ซีเตอร์มาหรือยัง?"
"...มาพอดีเลยครับนาย" สิ้นคำทุกสายตาก็มองไปยังร่างสูงของผู้มาใหม่ที่ไม่ได้มาเพียงคนเดียว ข้างกายของเขามีเจ้าเสือโคร่งสีขาวตัวใหญ่น่ากลัวด้วยความสูงถึงรอบเอวของผู้ชายที่สูงตั้ง 185 เซนติเมตรคนนั้น มุมปากบางยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อดวงตาคมกริบนั้นปราดมองมาที่เธอนิ่งๆ มองนานเหมือนจดจำได้ว่าเคยพบกันมาก่อนแล้วครั้งหนึ่งแต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรมากนัก
"นั่งลง.. นี่คือคนของเทเลอร์กรุ๊ป เป็นทีมบอดี้การ์ดของแกที่ฉันจ้างมา.. และนี่ เนมากิ ลี เทเลอร์ กับ จิสึ ซาโอริ ทั้งสองคนจะมาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวให้แกนับจากวันนี้เป็นต้นไป!" คนกลางแนะนำบรรดาผู้มาเยือนให้ลูกชายรู้จักหลังจากที่ดึงให้นั่งลงข้างกัน ร่างบางยกยิ้มอย่างยินดีเมื่อดวงตาเรียบนิ่งนั้นมองมาที่เธออีกครั้ง
"เรียกเฟียร์เฉยๆ ก็ได้ค่ะ ฉันไม่ถือ.. ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ.. คุณซีเตอร์" เสียงหวานแย้งคนเป็นพ่อขึ้นมายิ้มๆ ก่อนหันกลับไปผูกมิตรกับคนเป็นลูกที่ทำหน้าตาไม่เป็นมิตรเลยแม้แต่น้อย
"ไม่จำเป็น.." เสียงทุ้มนิ่งสนิทเอ่ยออกมาอย่างตัดเยื่อใย ก่อนปรายตามองคนที่เป็นจอมบงการเรื่องราวทั้งหมดด้วยแววตาไม่พอใจ
"ไม่ละอายบ้างเลยหรือไง เป็นผู้ชายแต่ให้ผู้หญิงมาปกป้อง หึ!" น้ำเสียงไร้อารมณ์หัวเราะเยาะคนเป็นพ่อในลำคออย่างหยามเหยียดต่อหน้าคนอื่นรวมทั้งต่อต้านกลุ่มคนผู้มาใหม่อย่างเปิดเผยเช่นกัน
"หุบปากน่า.. แล้วทำไมผู้หญิงจะปกป้องผู้ชายไม่ได้" นายปีเตอร์บ่นออกมาอย่างฉุนๆ ไม่ได้รู้สึกเสียหน้าที่ถูกลูกชายหยามเกียรติต่อหน้าคนอื่นเลยสักนิดเพราะไม่ว่าเขาจะทำอะไรซีเตอร์ก็ขัดความต้องการของเขาทั้งหมดอยู่ดีนั่นแหละ เจอมาตลอดจนชิน!
"ผู้ชายไม่ใช่เพศที่อ่อนแอ ไม่จำเป็นต้องมาปกป้อง!" เสียงเข้มสวนกลับทันควันอย่างไม่ยอมกัน ดวงตาคมสีทมิฬมืดฉายแววความไม่พอใจขึ้นให้เห็นนิดๆ ยิ่งมองก็ยิ่งน่าสนุก!
"ถึงพวกเราจะเป็นผู้หญิง แต่พวกเราก็ทำอะไรได้มากกว่าผู้ชายหลายๆ คน ไม่คิดว่าคนอย่างคุณจะแคร์เรื่องพวกนี้ด้วย หึ.. ตกลงจะเอายังไงต่อล่ะคะเนี่ย ลูกชายคุณเกิดความละอาย.. พวกเราก็คงต้องกลับ ใช่มั้ยคะคุณปีเตอร์?" หญิงสาวที่นั่งไขว่ห้างมองสองพ่อลูกถกเถียงกันไปมาอย่างออกรสเหยียดยิ้มแล้วพูดขึ้นมาบ้างด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทว่าคำพูดทุกคำกลับจี้ลงกลางใจคนฟังจนต้องละสายตาจากพ่อมาจ้องเขม็งอย่างไม่สบอารมณ์ แต่เธอกลับเหยียดยิ้มเยาะกลับไปอย่างจงใจ ก่อนหันมาถามไถ่เจ้าพ่อมาเฟียด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานกับรอยยิ้มพราวเสน่ห์ มองยังไงก็กำลังอ่อยร่างสูงนั้นอย่างชัดเจน!
"ไม่ครับ ทุกอย่างเหมือนเดิม" คนเป็นพ่อย้ำคำพูดชัดถ้อยชัดคำ ปรายตามองลูกชายเพียงนิดแล้วหันมาคุยรายละเอียดงานทั้งหมดที่คนของเทเลอร์กรุ๊ปจะต้องทำให้ทุกคนฟังด้วยตัวเองอย่างละเอียดโดยจงใจให้ซีเตอร์ได้ยินด้วยเพราะคำพูดของเขาถือเป็นเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว คนเป็นลูกนั้นจะขัดคำสั่งไม่ได้!
ดวงตาคมปราดมองหญิงสาวฝั่งตรงข้ามอย่างไม่พอใจ เพราะตลอดเวลาที่คุยกันกับพ่อของเขามองยังไงก็รู้ว่าเธอกำลังอ่อยทางอ้อมทั้งคำพูดจา ท่าทางและรอยยิ้ม แต่แสดงออกกับเขาดันตรงข้ามกัน ชักจะคิดไม่ตกว่าผู้หญิงคนนี้กำลังคิดจะทำอะไรกันแน่! ท่าทางร้ายๆ นั้นช่างไม่ปลอดภัย ไม่รู้ว่าเป็นสายให้แก๊งไหนลอบเข้ามาสืบข้อมูลของแก๊งหรือเปล่า แต่ดูท่านเจ้าพ่อมาเฟียผู้น่าเกรงขามสิ ไม่เอะใจอะไรเลยสักนิด เห็นสาวๆ สวยๆ หน่อยหลงจนหัวปักหัวปำ พาศัตรูเข้าบ้านแล้วยังไม่รู้ตัวอีก!
"อย่าเลยค่ะ พวกเรามีหน้าที่แค่คอยคุ้มกันลูกชายคุณ เรื่องอื่นพวกเราจะไม่ยุ่ง" คิ้วเรียวของร่างสูงที่นั่งสังเกตคนฝั่งตรงข้ามไม่ละสายตาเลิกขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อนายใหญ่ของแก๊งชวนไปเดินดูรอบๆ บ้าน แต่ร่างบางกลับปฏิเสธด้วยท่าทางจริงจังและจริงใจจนคนที่จ้องจะจับผิดแทบจะไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินได้เห็น แต่นั่นก็อาจจะเป็นแค่ละครฉากหนึ่งเพื่อให้ได้ความไว้วางใจจากเจ้าของบ้านก็เป็นได้!
โคร่ง~
เสียงคำรามเบาๆ ของเจ้าเสือขาวที่นอนคลอเคลียอยู่กับขาซีเตอร์ดังขึ้นดึงความสนใจของเขาให้ก้มลงไปมอง มันเพียงมองหน้าคนเป็นเจ้าของมันนิ่งๆ และส่งเสียงแบบเดิม เพียงเท่านั้นชายหนุ่มก็คล้ายจะเดาออกว่ามันกำลังหิวหรือไม่ก็อยากออกไปจากที่ๆ น่าเบื่อแบบนี้โดยเร็ว ซึ่งเขาเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งจึงลุกขึ้นพามันเดินออกไปโดยไม่บอกกล่าวใคร เจ้าพ่อมาเฟียมองตามแผ่นหลังกว้างอย่างตำหนิที่เสียมารยาทแต่พูดไปร่างสูงนั้นก็คงจะรั้นเหมือนเดิมจึงปล่อยไปแล้วหันมาคุยกับหญิงสาวฝั่งตรงข้ามต่อ
ซีเตอร์เดินพา 'มาเฟีย' ขึ้นมาบนห้องด้วยท่าทางเคร่งเครียด การที่ได้เกิดมาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของเจ้าพ่อมาเฟียมันทำให้ชีวิตของเขาหาความสงบและความเป็นส่วนตัวไม่ได้เลย ตั้งแต่เด็กก็มีบอดี้การ์ดคอยตามไม่ห่างแม้ตอนโตมาจะไม่มีแล้วเพราะเขาเอ่ยปากขอกับคนเป็นพ่อไว้ แต่ทำไมจะไม่รู้ว่าพ่อยังส่งคนมาติดตามเขาอยู่ตลอดแม้จะแค่ห่างๆ ก็ตามที เพราะรู้เลยอึดอัด พูดไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง นี่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขากลายเป็นคนเงียบๆ ก็เป็นได้
พอเข้าห้องมาร่างสูงเฉียดขอบประตูห้องนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้าง ลืมตามองเพดานห้องโทนขาวดำนิ่งๆ ลมหายใจหนักหน่วงถูกพ่นออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างนั้นไม่ขยับเขยื้อนอะไรเลยแม้แต่กระพริบตาจนมาเฟียมันกระโดดขึ้นมานอนลงข้างๆ เขาบนเตียง ใบหน้าเรียบนิ่งนั้นจึงหันมาสนใจมัน เจ้าเสือโคร่งสีขาวตัวนี้เขาได้มันมาจากแอลเมื่อ 3 ปีก่อน มันมีเพื่อนอีกตัวชื่อ 'ฟีฟ่า' ซึ่งแอลได้มาเป็นของขวัญวันเกิดแล้วยกให้เขามาตัวหนึ่ง เขาจึงตั้งชื่อมันว่า 'มาเฟีย' เพราะมองทีไรเป็นต้องเห็นหน้าพ่อบังเกิดเกล้าซ้อนทับเข้ามาทุกที ท่าทางของมันก็นิ่งเงียบไม่ต่างจากเขาและมันก็เชื่องแค่กับเขาคนเดียวเท่านั้น แต่ไม่ถึงกับขู่คำรามหรือกระโจนเข้ากัดคนอื่นเพียงแต่มันจะไม่สนใจและเดินหนีทันทีเมื่อมีใครคนอื่นมาพยายามเล่นหรือพูดคุยกับมัน มีแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่มันจะเดินตามไปด้วยทุกที่ถ้าเขาอนุญาตให้ไป ผิดกับฟีฟ่าเจ้าเสือขาวเพศผู้ที่เป็นมิตรกับทุกคนแม้จะเพิ่งรู้จัก มันขี้อ้อน ร่าเริง ชอบเล่นสนุกไม่ว่าจะกับใคร นิสัยไม่ต่างจากคนที่เลี้ยงมันมานั่นแหละ มาเฟียมันเลยไม่ต่างจากเขาแม้จะเป็นเพศเมียก็ตาม
โคร่ง~
"กูโอเค.. คนพวกนั้น มึงอย่าไปทำอะไรพวกเขาล่ะ ไม่งั้นได้แดกลูกปืนพ่อกูแน่ๆ" เสียงทุ้มเอ่ยบอกมาเฟียนิ่งๆ มันคำรามและนอนหนุนขาแกร่งมองหน้าเจ้านายของมันอย่างที่ชอบทำประจำก่อนที่มันจะหลับ แต่คราวนี้กลับไม่หลับเพราะยังไม่ได้กินอาหารเช้าเลยพยายามจะบอกให้ร่างสูงรู้และก็มีแค่เขาจริงๆ ที่รู้ใจมัน
"แม็กซ์.. มึงยังไม่ได้ให้อาหารมาเฟีย" สายโทรศัพท์ถูกต่อถึงเด็กหนุ่มอายุน้อยกว่าผู้เป็นลูกชายของคนสนิทพ่อและทำหน้าที่เป็นคนดูแลเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวโตของเขาทันทีด้วยน้ำเสียงดุๆ เพราะใครคนนั้นละเลยต่อหน้าที่แม้จะเป็นครั้งแรกก็ตาม
"รอ.." มือแกร่งกดตัดสายไปก่อนวางโทรศัพท์ลงข้างตัว แล้วหันไปพูดกับเจ้ามาเฟียคำเดียวแล้วนอนลูบหัวมันไปเรื่อยๆ แบบนั้นจนได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ก๊อกๆ!
"เข้ามา.."
คาดว่าแม็กซ์คงเอาอาหารมาให้มาเฟีย เจ้าของห้องจึงไม่เอะใจเชิญคนข้างนอกเข้ามาในห้องอย่างง่ายดาย ก่อนที่ใบหน้าคมจะบึ้งตึงไปกว่าเดิมเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคนที่เดินถืออาหารของมาเฟียเข้ามาไม่ใช่แม็กซ์แต่เป็นคนอื่น!
"อาหารมาเฟียไงคะ" เสียงหวานเอ่ยตอบอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นเจ้าของห้องมองหน้าเธอนิ่งๆ ร่างบางเดินเข้ามาวางถาดใส่อาหารของมาเฟียลงบนพื้นตรงปลายเตียงอย่างถือวิสาสะในขณะที่ร่างสูงบนเตียงก็ดันตัวลุกขึ้นมานั่งมองด้วยสายตาเรียบนิ่ง
"มาเร็วมาเฟีย หม่ำๆ" มือบางกวักเรียกเจ้าเสือโคร่งตัวใหญ่บนเตียงที่ลุกขึ้นมานั่งมองเธอนิ่งๆ เช่นเดียวกับเจ้านายของมันด้วยน้ำเสียงน่ารักๆ อย่างกับกำลังเรียกลูกหมาตัวน้อยมากินข้าว
"ฉันมาดี.. ไม่ต้องกลัว" แวบเดียวรอยยิ้มร้ายๆ ที่บอสสาวชอบทำจนติดเป็นนิสัยก็แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอบอุ่นจริงใจโดยที่สาวเจ้าไม่รู้ตัว ทำเอาเจ้าของห้องที่นั่งจ้องเขม็งอยู่ตลอดเวลาไม่ค่อยจะเข้าใจ แต่ด้วยอคติจึงคิดแต่ว่านั่นเป็นเพียงฉากบังหน้าของผู้หญิงคนนี้ก็เท่านั้น ช่วยไม่ได้เลยจริงๆ ที่สภาพแวดล้อมที่เติบโตมาบีบบังคับให้เขาไม่มีความไว้วางใจให้คนอื่นนอกจากครอบครัวและเพื่อน แล้วยิ่งผู้หญิงคนนี้แสดงออกชัดเจนว่าร้ายลึกแค่ไหนก็ไม่แปลกถ้าเขาจะมองเธอในแง่ร้าย
โคร่ง~
"เก่งมาก.. ฉันชื่อเฟียร์นะ ยินดีที่ได้รู้จัก ชื่อเราเหมือนกัน ฉันหวังว่าเราจะเข้ากันได้ โอเค้?" อีกครั้งกับความแปลกใจเมื่อสัตว์เลี้ยงที่ไม่เอาใครอย่างมาเฟียยอมกระโดดลงจากเตียงไปหาคนแปลกหน้าและยอมให้ลูบหัวได้ง่ายๆ ทั้งที่แม้แต่แม็กซ์คนดูแลมันมาตั้งแต่ยังเล็กยังไม่กล้าทำ ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันแน่!?
"แค่มองคงไม่หายสงสัย.. อยากรู้อะไรก็ถามฉันได้นะคะ" แม้ร่างสูงจะเป็นคนนิ่งแค่ไหน จากการคาดคะเนของเนมากิก็คงจะไม่ผิดไปไกลนักเพราะเขาเอาแต่นั่งมองเธอด้วยแววตาไม่นิ่งสงบราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ในใจและคงจะหนีไม่พ้นเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเธอนี่แหละมั้ง!
"อย่าคิดจะทำอะไรเกินหน้าที่.." น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยขึ้นมาผิดประเด็นที่อีกคนบอกไปพร้อมจ้องมองคนฟังด้วยแววตาเย็นเฉียบ ชนิดที่สามารถลดอุณหภูมิในร่างกายของคนที่ถูกจ้องมองได้เลยถ้าหากว่าใจไม่แข็งพอ แต่ร่างบางตรงหน้ากับระบายยิ้มบางเบาออกมาอย่างไม่เดือดร้อนใจ มือบางยังคงลูบหัวสัตว์เลี้ยงตัวใหญ่ไปมาอย่างไม่เกรงกลัวว่ามันจะแว้งกัดเอาเลยสักนิด
"หื้ม? หมายความว่ายังไงหรอคะ? ฉัน.. จะทำอะไรงั้นหรอ?" น้ำเสียงหวานใสย้อนถามกลับอย่างอารมณ์ดี ผิดกับอีกคนที่จ้องเขม็งมาอย่างไม่สบอารมณ์ที่โดนกวนประสาทอย่างต่อเนื่อง
"เสร็จแล้วก็ออกไป... มาเฟีย" เสียงเข้มเอ่ย ไม่ตอบคำถามแต่ออกปากไล่ขึ้นมาเฉยๆ ก่อนจะเรียกเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวโตที่กินมื้อเช้าเสร็จมาดๆ ให้ขึ้นไปหาบนเตียงตามเดิม ร่างบางยกยิ้มอย่างเคยแม้จะถูกไล่แบบไร้เยื่อใยแต่กลับทำให้อารมณ์ดีขึ้นมาเกิดคาด มือเล็กหยิบถาดอาหารของมาเฟียขึ้นถือก่อนปรายตามองเจ้าของห้องที่เมินสายตาไปทางอื่นอีกครั้งแล้วเดินออกจากห้องไปด้วยรอยยิ้มเปื้อนหน้าไม่จางหาย
"ดูเหมือนบอสจะอารมณ์ดีจังเลยนะคะ" คนสนิทเอ่ยแซวอย่างจับผิดเพราะหลายปีที่อยู่ด้วยกันมาเธอไม่เคยเห็นเจ้านายทำหน้าตาซุกซนเหมือนเด็กกำลังเล่นสนุกแบบนี้มาก่อนทั้งที่ก้าวเหยียบเข้ามาในถ้ำเสือแล้วแท้ๆ
"อ่า.. หัวใจมันจั๊กจี้แปลกๆ ฉันคงจะอารมณ์ดีจริงๆ นั่นแหละ" มุมปากบางยกยิ้มเล็กๆ พร้อมยื่นถาดอาหารของมาเฟียให้แม็กซ์ที่เดินขึ้นบันไดมาหาพอดีด้วยหน้าตาไม่สู้ดีเท่าไร เพราะถูกพ่อเรียกให้ไปช่วยงานที่ยิมหลังคฤหาสน์เลยทำให้ลืมเรื่องอาหารการกินของมาเฟียไปเสียสนิท
"นายน้อยว่ายังไงบ้างครับ?" เด็กหนุ่มถามเสียงตะกุกตะกัก หน้าซีดเผือดไร้สีเลือดเมื่อได้มองสบตาเนมากิใกล้ๆ แม้เธอจะส่งยิ้มให้ตลอดก็ตาม บางทีคนที่ลึกลับน่ากลัวอาจจะไม่ใช่คนที่ทำหน้านิ่งแต่อาจจะเป็นคนที่กำลังยิ้มอยู่ก็ได้ นีลมือขวาของนายใหญ่และเป็นพ่อของแม็กซ์เคยพูดไว้และเขาก็ยังคงจำมันได้ดีแต่เพิ่งจะเข้าใจมันลึกซึ้งก็เมื่อได้เจอผู้หญิงคนนี้
"ไม่ว่าอะไรนี่.. ต่อไปฉันจะเป็นคนเอาอาหารไปให้มาเฟียเองแล้วกัน" รอยยิ้มบางเบาเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ากำลังหวาดกลัว แม้จะเป็นผู้ชายและอยู่ในตระกูลมาเฟียแต่แม็กซ์ก็ยังเด็กอยู่มาก ดูตื่นเต้น หวาดหวั่น ไม่สู้คน ก้าวเดินยังไม่มั่นคง กดดันมากไปก็คงจะไม่ดีพลอยจะทำให้เด็กหนุ่มเครียดและเก็บตัวมากกว่าเดิม
"อ่า..คะ ครับ" แม็กซ์ก้มหน้าตอบรับเสียงเบาหวิว ก่อนเหลือกตาขึ้นมามองร่างบางตรงหน้าอย่างตกใจเมื่อฝ่ามือขาวนุ่มวางทาบลงบนไหล่เขาเบาๆ พอเด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับรอยยิ้มอบอุ่นจากเนมากิส่งมาให้ ทำเอายืนเหวอไปพักใหญ่จนได้ยินเสียงหวานพูดขึ้นมา
"ไม่ต้องกลัว.. นายสามารถพูดหรือขอร้องให้พวกเราทำอะไรก็ได้ ถึงภายนอกพวกเราจะดูน่ากลัว แต่จริงๆ แล้วไม่มีอะไร ก็แค่ผู้หญิงตาดำๆ สองคน หึหึ" หญิงสาวเอ่ยทีเล่นทีจริงพร้อมหัวเราะขำ ซาโอริเองก็คลายใบหน้าเรียบนิ่งลงไปมาก ไม่แปลกเลยว่าทำไมแม็กซ์ถึงค่อนข้างเกร็งต่อหน้าคนทั้งสองเพราะนีลบอกว่าทั้งคู่เก่งและดังมากถึงขนาดนายใหญ่วางใจขอกำลังมาช่วยดูแลนายน้อยแม็กซ์จึงประหม่าและวางตัวไม่ถูกเมื่ออยู่ต่อหน้าทั้งคู่ ยิ่งเมื่อมาเห็นกับตาแล้วเขาก็ยิ่งหวาดหวั่นแต่พอเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามปลอบใจเขาแบบนี้อย่างที่ไม่เคยมีใครทำแม้แต่พ่อแล้วก็ยิ่งแปลกใจและรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่คนอื่นเอาแต่ตำหนิเวลาเขาทำงานพลาด ไม่เคยมีใครปลอบใจเขาเลยสักครั้ง เลยเหมือนกับว่าสิ่งที่ขาดหายมันถูกเติมเต็มเข้ามาจนความกังวลมันหายไปจนหมด บางทีพวกเขาอาจจะเป็นคนดีกว่าที่คิด..
"ขะ..ขอบคุณครับ! คุณเฟียร์เป็นคนดีจริงๆ ครับ!" เด็กหนุ่มโค้งคำนับคนตรงหน้าด้วยท่าทางกระตือรือร้นสดใสขึ้นทันตาพลอยทำให้ร่างบางยิ้มตามไปด้วย คนแบบนี้เราต้องให้กำลังใจเยอะๆ ไม่ใช่ตำหนิหรือกดดัน ไม่อย่างนั้นเขาจะกลายเป็นคนไม่มีความมั่นใจและอาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่
"ฉันไม่ใช่คนดีอะไรหรอก.. แค่รู้ว่าควรดีกับใครก็เท่านั้น" มุมปากบางยกยิ้มอ่อน แต่ก่อนจะได้คุยอะไรต่อก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องพร้อมปรากฏร่างสูงโปร่งลูกชายเจ้าของบ้านกับสัตว์เลี้ยงตัวใหญ่เดินออกมาเสียก่อน มือบางจึงตบไหล่แม็กซ์เบาๆ ให้กลับไปทำงานในส่วนของตนเองต่อ ก่อนจะปรับสีหน้าเล็กน้อยแล้วหันไปสนใจคนเป็นเจ้านายอย่างรวดเร็ว
"จะไปไหนหรอคะ.. นายน้อย" น้ำเสียงหวานใสกึ่งยียวนเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นซีเตอร์ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงวอร์มขายาวสีดำเดินลงบันไดมาพร้อมเจ้ามาเฟีย
"......" ไม่มีเสียงตอบกลับ ร่างสูงเดินผ่านหน้าคนทั้งคู่ไปอย่างไร้ซึ่งความสนใจใดๆ เนมากิจึงเดินตามไปอย่างไม่มีทางเลือก หน้าที่ของเธอกับซาโอริคือติดตามเจ้านายไปทุกหนทุกแห่งแม้จะอยู่ในบ้านก็ตาม
ร่างบางเดินตามร่างสูงมาตามทางเดินเรื่อยๆ จนมาถึงยิมขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังของตัวคฤหาสน์ ห่างออกไปทางซ้ายมีโดมและสระว่ายน้ำ ส่วนทางขวามีสนามยิงปืนและสนามกอล์ฟขนาดย่อม และอื่นๆ อีกมากมายที่รับประกันความหรูหราและใหญ่โตจนคนตัวเล็กอดสอดส่องสายตามองสำรวจอย่างทึ่งๆ ไม่ได้ จนสายตาเลื่อนมาหยุดอยู่ที่แผ่นหลังกว้างของเจ้าบ้านที่เอาแต่เดินดุ่มๆ ไม่สนใจใคร
พอสายตามันหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไปไหนก็เลยอดมองสำรวจร่างกายของใครคนนั้นบ้างไม่ได้ เส้นผมดำขลับยาวระต้นคอแกร่งและลาดไหล่กว้างน่าพักพิง กล้ามแขนกำยำที่กำลังเคลื่อนไหวไปตามจังหวะการก้าวเดิน มีรอยสักรูปอะไรบางอย่างอยู่ตรงหัวไหล่ด้านซ้ายเลยมาที่ต้นแขนเล็กน้อย มองไม่ออกว่ามันคือรูปอะไรเพราะสายเสื้อกล้ามสีขาวมันปิดทับตรงกึ่งกลางพอดี แต่รูปร่างที่เห็นมันเหมือนกับมังกรตัวใหญ่ ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ว่าแค่เผ่นหลังเขายังดูดีมีเสน่ห์จนละสายตาไม่ได้
แม้แต่ข้างหลังก็ยังดูเย็นชา..
ตุ้บๆๆ!! พลั่ก!!
"โอ๊ะๆ..!?" ปากบางสีแดงสดขยับอุทานออกมาเบาๆ ในลำคอด้วยความตกใจเล็กน้อย เพราะมัวแต่มองใครคนนั้นเพลินๆ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เขากระแทกหมัดเข้าใส่กระสอบทรายที่แขวนอยู่ริมสุดทางเดินที่เป็นพื้นที่ของโซนฟิตเนสทั้งหมด แรงอัดกระแทกอย่างหนักหน่วงไม่ลืมหูลืมตาราวกับกำลังโมโหอะไรมานั้นทำคนมองเกือบลืมหายใจไปชั่วขณะ ไม่รู้ว่ากำลังออกกำลังกายจริงๆ หรือกำลังระบายอะไรออกมากันแน่ แรงหมัดถึงได้หนักหน่วงและดุดันได้ถึงขนาดนั้น..
กึก..
"จิสึ.." จู่ๆ เสียงหวานของบอสสาวก็เอ่ยเรียกคนสนิทแผ่วเบาทั้งที่สายตายังคงเพ่งมองร่างสูงนั้นอย่างเดิม ตามสัญชาตญาณของการทำงานเสี่ยงตายแบบนี้คือประสาทสัมผัสทางหูและตาต้องไว จะปล่อยปะละเลยสิ่งผิดปกติเพียงน้อยนิดไปไม่ได้อย่างเด็ดขาดเพราะถ้าพลาดนั่นอาจจะหมายถึง..ชีวิต! ซาโอริเพียงกระแอมไอเบาๆ ในลำคอเป็นสัญญาณว่ารับทราบแล้วเท่านั้นเพราะได้กลิ่นความผิดปกติเกิดขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดที่ยืนอยู่เท่าไรแต่ร่างสองร่างยังคงยืนนิ่งอย่างเดิม
"หึหึ.." บอสสาวแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ หลังจากละสายตาจากซีเตอร์มามองเจ้ามาเฟียที่เอาแต่นอนเลียขนตัวเองด้วยท่าทางสบายใจ ก่อนที่ร่างสูงเพรียวบนส้นสูงปลายแหลมนั้นจะหมุนตัวหลบวัตถุสีเงินปลายแหลมคมปริศนาจากทิศทางด้านขวามือและคว้ามันไว้ได้อย่างฉิวเฉียด กว่าที่คนสนิทจะคว้าปืนออกมาเล็งมีดพกสั้นเล่มเดิมที่มือบางคว้าได้ก็ปลิวกลับไปทางเดิมที่มันพุ่งมาและปักเข้าเป้าอย่างแม่นยำ!!
"อ๊าก..!" น้ำเสียงแห่งความเจ็บปวดดังขึ้นอย่างพยายามอดกลั้นแต่เปล่าประโยชน์เมื่อสองสาวได้ยินชัดและคว้าปืนพกสั้นขึ้นมาเล็งไปยังต้นเสียงปริศนา พร้อมที่จะเหนี่ยวไกได้ตลอดเวลาถ้าไม่ติดว่ามีเสียงหนึ่งขัดขึ้นมาเสียก่อน
แปะๆๆๆ!
"เยี่ยม! เยี่ยมจริงๆ! ผมคิดไม่ผิดที่จ้างพวกคุณมา" เสียงปรบมือแสดงความชื่นชมดังขึ้นมาพร้อมการปรากฏตัวของนายใหญ่ของแก๊งฟิลเลอร์ ทั้งเนมากิและซาโอริจึงลดปืนลงและเก็บเข้าที่ตามเดิม คนที่ออกกำลังกายอยู่ก็ยังคงทำต่อไปไร้ซึ่งความสนใจแต่ประสาทการได้ยินยังคงทำหน้าที่ของมัน
"คุณปีเตอร์" เสียงอ่อนเอ่ยชื่อผู้มาใหม่คล้ายกำลังตัดพ้อที่มาทดสอบอะไรเสี่ยงๆ กันแบบนี้อย่างมีจริตอ่อนหวาน ทำเอาใครบางคนที่อยู่ไม่ไกลจากวงสนทนาเหลือบตามองมานิ่งๆ
"แต่คุณยังไม่ใจถึงพอนะ มีดปักแค่ไหล่คนของผมเอง ถ้าไม่ฆ่าให้ตายในทันทีจะลำบากเอาได้นะครับ" นายปีเตอร์เอ่ยขึ้นมายิ้มๆ แม้จะพึงพอใจกับผลงานของร่างบางไม่น้อยเพราะถ้าสามารถรับมีดของลูกน้องเขาได้แล้วสวนกลับทันทีอย่างแม่นยำทั้งที่ไม่เห็นตัวแบบนี้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมสุดๆ แล้ว สมคำร่ำลือจริงๆ ว่าเธอไม่ธรรมดา
"ฉันไม่อยากฆ่าพวกเดียวกันหรอกค่ะ ใจไม่ถึงจริงๆ" เนมากิพูดกลั้วเสียงขำเล็กๆ มุมปากบางยกยิ้มแพรวพราวเช่นเคยจนติดเป็นนิสัย คำพูดนั้นทำเอาเจ้าพ่อมาเฟียแปลกใจไม่น้อย เหมือนได้ฟังแล้วมันสะดุดจนคิดไปคิดมาก็เข้าใจว่าทำไม
"ทำไมถึงมั่นใจว่าจะเป็นพวกเดียวกันล่ะครับ อาจจะเป็นศัตรูลอบเข้ามาในบ้านผมจริงๆ ก็ได้" เสียงเข้มเอ่ยถามอย่างมีชั้นเชิง ดวงตาคมกริบมองสบตากลมอย่างพินิจกับท่าทางไม่หยี่ระที่สาวเจ้าแสดงออก
"ตามสัญชาตญาณของเสือ.. เวลามีภัยมามันจะตื่นตัวและเฝ้าระวัง.. แต่ที่มันยังคงสงบนิ่งก็อาจจะเป็นไปได้ว่านั่นไม่ใช่ศัตรู.." คำตอบที่ได้ฟังทำเอานายใหญ่ฟิลเลอร์ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะก่อนเหลือบตาไปมองสัตว์เลี้ยงตัวใหญ่ของลูกชายที่ยังคงนอนนิ่งตาจะหลับรอนๆ ทั้งที่คนของเขาโผล่กันมามากมาย ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าบอสใหญ่ของเทเลอร์กรุ๊ปจะเฉียบแหลมได้ถึงเพียงนี้ อดชื่นชมไม่ได้เลยจริงๆ!
"หึหึ.. คุณกำลังทำให้ผมอยากได้คุณมาเป็นคนของแก๊งฟิลเลอร์นะรู้ตัวมั้ย?" เจ้าพ่อมาเฟียเอ่ยบอกตามความคิดในใจ แม้แต่ลูกน้องที่ยืนคุมเข้มหน้าบึ้งตึงอยู่ด้านหลังก็ยังเห็นด้วยแม้จะไม่มีสิทธิ์พูดออกมาก็ตาม
"หึหึ.. ไม่นึกว่าคุณจะไว้ใจคนง่ายขนาดนี้" คนฟังยิ้มรับความต้องการของร่างสูงบางๆ ก่อนเอ่ยแซวอย่างไม่จริงจัง นายปีเตอร์หัวเราะขำทันทีเมื่อได้ฟังเพราะมันคือความจริงอย่างที่เนมากิพูดมาทั้งหมด จะเรียกว่าสัญชาตญาณก็คงไม่ผิดนักที่เขามีความรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา.. ไม่เป็นภัยแต่ดูซุกซนน่าค้นหา คงดีถ้าลูกชายของเขามองเห็นความน่าสนใจนี้เหมือนกัน การได้บอสใหญ่ของเทเลอร์กรุ๊ปมาเป็นลูกสะใภ้ก็คงจะดีไม่น้อย..
"จะคุยกันอีกนานมั้ย.. รำคาญ!" นั่นแหละ.. ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ นอกจากซีเตอร์จะไม่สนใจเนมากิแล้วยังตัดขาดอย่างไร้เยื่อใยรวมถึงพ่อบังเกิดเกล้าของมันด้วย =_=^
"หึหึ กริ้วซะแล้วสิคะ" ร่างบางเอ่ยเสียงเบาอย่างขำๆ ตาคมจึงเหลือบมองนิ่งๆ ไปยังลูกชายเพียงคนเดียวด้วยความไม่พอใจ
"ปกติ" เสียงเข้มพูดบอกหญิงสาวตรงหน้าอย่างเซ็งๆ ก่อนเปลี่ยนเป้าหมายไปหาคนเป็นลูกแทน ทั้งที่ก่อนหน้ายังอารมณ์ดีอยู่เลยแท้ๆ เหมือนขับรถมาดีๆ แล้วถูกหมาวิ่งตัดหน้า อารมณ์นั้น.. คงไม่ผิดนัก =_=;;
"ทำไมห้ะ! ได้ยินเสียงฉันแล้วมันจะตายหรือไง!" น้ำเสียงดุดันกล่าวออกมาเมื่อเดินมาถึงข้างกายลูกชายที่กำลังยกดัมเบลหนักๆ ขึ้นลงจนเห็นกล้ามเนื้อและเส้นเลือดนูนขึ้นมาชัดเจน ท่าจะหนักแต่ใบหน้านั้นยังคงไม่เปลี่ยนไปจากเดิม ทำเอาคนมองอดหมั่นไส้ไม่ได้
"อุจาดตา.. แก่แล้วก็อยู่ส่วนแก่ อย่าปล่อยให้งูบนหัวมันออกมาเพ่นพ่านให้มาก.." เสียงเรียบเอ่ยเหยียดพร้อมมองสบตาคนเป็นพ่อนิ่งๆ แต่นายปีเตอร์รู้ความหมายที่ลูกต้องการจะสื่อดี เขาเองก็ไม่ได้คิดจะทำอะไรอย่างที่ซีเตอร์กำลังแขวะอยู่เลยสักนิด เนมากิเองก็เหมือนกัน แต่ดูเหมือนพ่อลูกชายจะคิดมากไปเองจนกู่ไม่กลับซะล่ะมั้งเลยแขวะพ่อเสียเป็นประโยคยาวเหยียดขนาดนี้ น่าปลื้มใจจริงๆ
"อะไรกัน.. หวงพ่อหรอกหรอหื้ม?" คนเป็นพ่อเหยียดยิ้มล้อเลียนออกมาอย่างอารมณ์ดีทำเอาคนถูกล้อถึงกับจ้องเขม็งไปหาอย่างฉุนๆ แต่ก็ยังเมินเฉยอย่างเดิมเพราะไม่อยากต่อปากต่อคำให้มันยืดยื้อ พูดแค่นี้ก็คงเข้าใจ!
"นายครับ.." เสียงนีลพูดขึ้นอย่างสุภาพดึงสายตาของเจ้าพ่อมาเฟียให้หันมาสนใจก่อนพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไรแล้วหันกลับไปมองหน้าลูกชายตามเดิม
"ฉันจะไปเยอรมันสัก 2-3 วัน ตารางงานแกฉันจะฝากคุณเฟียร์ไว้ ทำตัวให้มันดีๆ ล่ะ" คนที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดากลับเข้าโหมดจริงจัง สั่งกำชับเข้มทั้งน้ำเสียงและแววตาก่อนเดินออกไปคุยอะไรบางอย่างกับเนมากิ ไม่นานก็เดินออกไปเหลือไว้เพียง 3 คนกับอีก 1 ตัวที่หลับไปแล้วเหมือนอย่างในตอนแรก ตาคมปรายมองร่างบางของใครบางคนเล็กน้อยอย่างแสดงออกชัดว่าไม่พอใจ แต่นอกจากเธอจะไม่สะทกสะท้านแล้วยังปั้นหน้ายิ้มหวานกลับมาอีกราวกับกำลังจะทดสอบ 'ความอดทน' ของเขายังไงยังงั้น!
..
..
..
..