จิ๋วเห็นเอกก็ลากคอเสื้อขึ้นมาจากเก้าอี้ กระแทกตัวเอกกับโต๊ะทำงาน
“มึงเอาเรื่องของกูไปบอกจุฑามาศทำไม”
“เรื่องอะไรพี่ ผมยังไม่รู้เรื่อง...”
ผลัวะ !!! เอกยังพูดไม่ทันขาดคำ จิ๋วต่อยเข้าเต็มหน้าจนเลือดกบปาก
“มึงเอาเรื่องของกูกับตติยาไปเล่าให้จุฑามาศฟังใช่ไหม”
“ผมเปล่าพี่ ผมไม่ได้เล่า”
จิ๋วต่อยอีกหลายหมัดจนเอกล้มลงกับพื้น จิ๋วใช้เท้าถีบ เอกมุดหนีไปใต้โต๊ะเอาแขนยกขึ้นมาบังหน้า
“ใจเย็นก่อนครับคุณ มีอะไรค่อยๆ พูดจากัน” หัวหน้าแผนกตะโกนห้าม
เพื่อนร่วมงานจะเข้าไปห้าม แต่หัวหน้าแผนกดึงตัวไว้
“เฮ้ย อย่า มึงสู้ไม่ไหวหรอก นั่นหน่วยซีล SEAL โทรตามท่านรองกับ รปภ.มา”
กรี๊ดดดดดดด กิ๊กส่งเสียงหวีดร้องทันที เมื่อเห็นจิ๋วกระทืบเอกที่กำลังมุดหนีอยู่ใต้โต๊ะทำงาน กิ๊กวิ่งเอาตัวไปโอบเอกสิทธิ์
“กิ๊กอย่าเข้ามา ออกไป” เอกละล่ำละลักบอก
“ถอย เรื่องของพี่กับไอ้เอก” จิ๋วตะโกน
“ไม่ถอย ถ้าจะทำเอกก็ทำกิ๊กด้วยสิ” กิ๊กร้องไห้ไปโวยวายไป
“อย่าท้านะ” จิ๋วตวาด
กิ๊กยังกอดเอกแน่นไม่ปล่อย จิ๋วกระทืบไปอีกทีโดนหลังกิ๊ก
“โอ้ย ฮือ ๆ ๆ” กิ๊กร้องไห้ลั่น
“กิ๊กโดนตรงไหน เจ็บไหม” เอกพยายามดึงกิ๊กมาแอบหลังตัวเอง แต่กิ๊กไม่ยอมเลยดึงกันไปดึงกันมา
จิ๋วทำอะไรไม่ถูก กลัวกิ๊กโดนลูกหลงอีก เลยจิกหัวเอกลากขึ้นมาจากใต้โต๊ะ
โจโผล่มาล็อกข้อมือจิ๋วไว้
“หยุด หยุด ไอ้จิ๋วหยุด” โจพยายามห้ามเพื่อน
“มึงไม่ต้องเสือก” จิ๋วโวยวาย
“กูต้องเสือก นี่เด็กกู มึงมากระทืบเด็กกูในบริษัทกู”
“แต่มัน... แต่มัน...” จิ๋วโกรธจนพูดไม่ออก
“แล้วมึงดู มึงเห็นกิ๊กไหม มึงจะทำกิ๊กด้วยหรือ กิ๊กเกี่ยวอะไรด้วยวะ มึงทำน้องลงหรือ มึงไม่เห็นหรือว่าน้องร้องไห้”
จิ๋วมองกิ๊กที่กำลังร้องไห้กอดเอก เสื้อของกิ๊กเปื้อนเลือด จิ๋วเลยสงบลงได้บ้าง
“กิ๊กพาเอกไปห้องพยาบาลก่อน พี่เคลียร์ตรงนี้เอง” โจสั่ง
“ป่ะ ไปหาที่คุยกัน” โจตบไหล่ปลอบและลากจิ๋วออกห่างจากสถานที่เกิดเหตุ
“จิ๋ว มึงเป็นอะไรวะ กูไม่เคยเห็นมึงเป็นแบบนี้มาก่อน มีอะไรมึงคุยกับกูได้”
“จุฑามาศขอหย่ากู” จิ๋วเอ่ยเสียงสั่นเครือพร้อมน้ำตาคลอเบ้าตา
โจได้แต่อึ้ง ไม่รู้จะปลอบใจเพื่อนยังไง
...........................................
กิ๊กนั่งร้องไห้อยู่ข้างเอกในห้องพยาบาล เอกสะลึมสะลือครึ่งหลับครึ่งตื่น
“นาย... พี่เอกไปทำอะไรให้ ทำไมพี่จิ๋วถึงทำกับพี่เอกแบบนี้” กิ๊กถามเมื่อเห็นโจเดินเข้ามา
“เอกมันไม่ได้ทำอะไรผิดหรอก ไอ้จิ๋วมันบ้าไปเอง เรื่องนี้เดี๋ยวค่อยคุยกัน พี่ให้ซินแจ้งประชุม RC แล้ว เอกเป็นยังไงบ้าง”
“ปากแตก หัวแตกนิดหน่อย บ่นว่าเจ็บมือค่ะ”
โจสำรวจร่างกายเอก พอจับแขนเอกก็ร้องโอ้ย โจสังเกตนิ้วมือผิดรูป หน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด
“โทรตามคนขับรถ เอารถมาจอดใกล้ห้องพยาบาลที่สุด ติดต่อหมอโตด้วย”
“สิปางเอายานอนหลับบนหัวเตียงผมมาที่ห้องพยาบาล” โจโทรตาม
“ยานอนหลับอันไหนคะ”
“ถ้าไม่รู้ก็เอามาหมดนั่นแหละโว้ย เร็วววว วิ่งงงง” โจตะคอกใส่มือถือ
“คะ ค่ะ ค่ะ” สิปางถอดส้นสูงวิ่งแน่บ
“เอกกินยา จะได้หายปวด” โจยัดยานอนหลับสองเม็ดแล้วกรอกน้ำตามใส่ปากเอก
“รถมาแล้วค่ะ นายเอารถเข็นไหมคะ” กิ๊กถาม
“ไม่ต้อง ผมอุ้มไปเอง แผลจะได้ไม่สะเทือน”
โจก้มตัวลงช้อนเด็กหนุ่มร่างผอมเก้งก้างที่สูงกว่าตัวเองหลายเซ็นขึ้นมา กิ๊กวิ่งตามต๊อกแต๊ก
เอกครางสะลึมสะลืออยู่ในรถ โจกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น ประคองร่างที่อยู่บนตักอย่างอ่อนโยน
“ไม่เป็นไร ทนอีกหน่อย เดี๋ยวก็ถึงโรงพยาบาลแล้ว” โจปลอบ
“นาย.. ผมไม่ได้พูด... โอ้ย อือ”
“รู้แล้ว เอกไม่ได้พูดอะไร หลับซะจะได้ไม่เจ็บ”
เอกส่งเสียงงึมงำสักพักก็ซบหัวลงบนแขนของโจ หลับตาหน้านิ่วคิ้วขมวด
กิ๊กมองหน้าโจที่หน้านิ่วคิ้วขมวดพอๆ กับคนป่วย
“นายคะ นายไม่ได้เกลียดพี่เอกจริงใช่ไหมคะ”
“เกลียด”
“อ้าว ???”
“เกลียดที่มันดื้อ เกลียดที่มันเกาะพี่เหมือนลูกหมา ไล่ยังไงก็ไม่ไป”
กิ๊กจ้องหน้าโจเป๋ง
“ความสามารถของมันสมัยก่อนก็ว่าสำคัญแล้ว สมัยนี้จำเป็นยิ่งกว่า การทหารมันแข่งกันด้วยข้อมูลข่าวสาร ไม่ใช่ให้ทหารขี่ม้ายิงธนูเอาดาบไล่ฟันกันเหมือนสมัยก่อน ไหนจะพวกก่อการร้ายอีก ประเทศไหนก็ต้องการความสามารถของมัน มันจะมาจมปลักอะไรอยู่กับบริษัทเต้นกินรำกินวะ”
“ถ้าพี่เอกได้ยินคงดีใจนะคะ ที่นายพูดถึงพี่เอกแบบนี้” กิ๊กยิ้มทั้งน้ำตา
“ไม่นับที่มันเสือกโผล่มาแย่งกุนซือมือขวาของพี่ไปด้วย”
“กิ๊กไม่ได้ไปไหนสักหน่อย กิ๊กยังทำงานให้นายเหมือนเดิมไง”
โจมองไปข้างหน้าสายตาเหม่อลอย ไม่...ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
...........................................
“สแกนสมองแล้ว ไม่มีปัญหา ไม่มีเลือดคั่งหรืออะไร แผลแตกแค่ภายนอกเฉยๆ อาจเป็นแผลเป็นตรงขมับนิดหน่อย ส่วนอื่นฟกช้ำกินยาแก้อักเสบทายาก็หาย หนักใจตรงกระดูกมือขวาร้าวต้องเข้าเฝือก กระดูกนิ้วนางกับนิ้วก้อยหัก เล่นซะบิดเลย” หมอโตพักถอนหายใจ
“คงเล่นเปียโนไม่ได้อีก” หมอโตทำหน้าเสียดายสุดซึ้ง
“เอกมันเล่นเปียโนไม่เป็น” โจตอบ
“กีตาร์คงยาก ไวโอลินพอไหวแต่ฝีมือคงไม่เท่าเดิม ถ้าเป็นจะเข้หรือกู่เจิงคง...”
“เดี๋ยว ๆ ๆ หมอ ผมแค่อยากรู้ว่ามือขวามันจะใช้ได้ปกติไหม”
“อธิบายไปไม่ฟังเลยหรือ ก็บอกแล้วไงว่าเล่นเปียโนอีกไม่ได้ เวลาหมออธิบาย ควรตั้งใจฟังหน่อยครับ จะได้ไม่ต้องอธิบายซ้ำหลายรอบ พอออกจากโรงพยาบาลก็ไปโวยวายในเนต หาว่าหมอไม่บอกไม่เตือนอีก ฉอด ฉอด ฉอด” หมอโตร่ายยาว
โจหางตากระตุก กวนตีน ใครไม่ฟังใครกันแน่วะ ถ้าไม่เก่งเทพกูไม่เรียกหมอโตมารักษาแน่
“มันจะใช้มือขวาหยิบจับของ พิมพ์คอมได้เหมือนปกติไหม”
“เอาเฝือกออกรอสัก 2-3 เดือนให้กระดูกประสานก็ใช้งานชีวิตประจำวันได้ปกติ แต่พิมพ์คอมไม่รู้ ต้องรอเอกสิทธิ์หายอีกที ปกติผมใช้สองนิ้ว”
“สองนิ้ว ?”
หมอโตยกนิ้วชี้มือขวากับซ้ายขึ้นมา
“ผมใช่แค่เนี้ย เลยไม่รู้ว่าเอกจะใช้นิ้วนางกับก้อยพิมพ์คอมได้รึเปล่า ต้องรอมันหายแล้วลองพิมพ์สัมผัสแบบใช้สิบนิ้วเอง”
นอกจากหางตากระตุก ตอนนี้โจรู้สึกคันตีนยิกๆ
...........................................