038 กลิ่นเหม็นเน่าในลิฟท์

1424 Words
“เสก มึงเป็นบ้าอะไรวะ” โจตวาดใส่เพื่อน “คนนี้หรือ ?” เสกสรรค์ไม่ตอบแต่ถามกลับ “เปล่า คนนี้เสียวเกี้ยว” “แล้วเมียเก่ากูล่ะ ?” “ลางานไปเฝ้าเอียวสิ้วที่โรงพยาบาล” “คนนี้ยังเวอร์จิ้นจริงอะ ?” “จริง กูเคยดูพลาดที่ไหน” “กูชอบ กูจะเอาคนนี้” “ไม่รอดูไต้เกี้ยวก่อนหรือ” “ไม่ กูชอบคนนี้ โจ...มึงใช้สิปางไปทำอะไรก็ได้ แล้วเคลียร์ลิฟท์กับที่จอดรถชั้น 7 ให้กูหน่อย กูขอยืมตัวเลขามึงสักวัน” โจขมวดคิ้วมองหน้าเพื่อนนิ่ง “นะ นะ ช่วยเพื่อนหน่อยนะ” เสกสรรค์ขยับเข้าไปใกล้โจ เขย่าเข่าโจขอร้อง “มึงอาบน้ำบ้างเปล่าวะ” โจทำจมูกย่น มันจะตามจีบหญิงด้วยสารรูปแบบนี้จริงรึ “อ้าว ไอ้หน้าสวย กูแทบไม่ได้นอน ไม่ได้อาบน้ำมาสามวัน ไหนจะเหงื่อ ไหนจะเลือด ไหนจะน้ำเหลือง ไหนจะขนศพ จะให้กูหอมเหมือนมึงที่อยู่แต่ในห้องแอร์รึไง” “พอ พอ พอ กูเข้าใจละ กูขอโทษที่ถาม” โจนิ่งคิดอยู่พักนึง “โอเคกูช่วยมึง ขอเวลาเคลียร์พื้นที่ 30 นาที แต่มึงจีบผู้หญิงแบบนี้ไม่ได้ มึงทำเค้ากลัว มึงต้องใช้วิธีอื่น อย่างแรกมึงไม่ควรไปบอกผู้หญิงว่า ‘ขาสวยชะมัด’ แบบนั้น” โจสอนวิธีจีบสาวให้เพื่อน “ผู้หญิงชอบให้ชมไม่ใช่หรือ สิปางขาสวย กูชมว่าขาสวย กูผิดตรงไหน” “อย่างที่สอง อย่าสัมผัสตัว” “มึงเคยบอกกูเอง ให้มองสบตา ถ้าผู้หญิงมองกลับยิ้มให้แปลว่าเค้าชอบ จากนั้นก็ค่อยๆสัมผัสเค้าทีละนิด สิปางยิ้มให้กู กูก็ไล่จับส่วนที่ไม่มีเสื้อผ้ากั้นทีละนิด กูทำตามที่มึงเคยสอนไง” “กูหมายถึงจับมือ จับผม จับแก้ม ทำนองเนี่ย” โจเอามือตบหน้าผากตัวเอง “ถูกแล้วไง ขาเค้าสวย อยู่นอกเสื้อผ้า กูก็จับขาเค้าไง” “แล้วมึงไปล้วงก้นเค้าทำไม” “มึงบอกว่าถ้าจับนอกเสื้อผ้าแล้วไม่ขัดขืน ค่อยเริ่มจับใต้เสื้อผ้าไง” โอ้ย กูจะบ้า ขั้นตอนมันถูกต้องตามสเต็ป แต่ใครเค้าให้ทำทั้งหมดภายในไม่กี่นาที “ผู้หญิงถอยหนีขนาดนั้น มึงดูยังไงว่าไม่ขัดขืน” โจโวยใส่เพื่อน “มึงสอนว่าบางครั้งผู้หญิงอายเลยแกล้งขัดขืน บางครั้งก็เล่นตัว ไม่ต้องสนใจควรรุกต่อเลย” “ตกลงกูผิดสินะ ที่กูสอนมึงไปทั้งหมดเนี่ย ถามจริง มึงแยกออกระหว่างจีบหญิงกับลวนลามรึเปล่า” “ก็กูจีบหญิงไม่เป็น” จริงของมัน ตั้งแต่เกิดมันจีบผู้หญิงแค่สองคน จีบไม่ติดทั้งคู่ด้วย ซึ่งดูจากวิธีการของมันแล้ว ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมจีบไม่ติด คิดถูกรึเปล่าเนี่ยที่รับปากมันเคลียร์พื้นที่ให้ มันคงไม่ได้วางแผนพิลึกอะไรหรอกนะ ........................................... สิปางไปนั่งร้องไห้หน้าห้อง “เป็นอะไรไป” รุ่นพี่เข้ามาปลอบ “คุณเสกสรรค์เพื่อนของท่านรองลวนลามค่ะ” “ใช่รื้อ” พนักงานหน้าห้องอีกคนที่อายุมากกว่าสิปางนิดหน่อยทำเสียงสูง “คุณเสกสรรค์สุภาพจะตาย มีแต่ผู้หญิงอยากเข้าหา มโนไปเองรึเปล่าว่าเค้าลวนลามเธอ” “พี่เห็นด้วยนะ สิปางเข้าใจผิดไปเองรึเปล่าจ๊ะ ถึงคุณเสกสรรค์จะพูดหยาบคาบ แต่ก็เฉพาะกับท่านรองและพวกเพื่อนเก่า กับพวกเราแม้แต่แม่บ้านกวาดพื้นยังพูดจาให้เกียรติเลย คุณเสกสรรค์เผลอโดนตัวสิปางแบบไม่ตั้งใจ สิปางเลยเข้าใจผิดละมั้ง” “พี่ไม่เชื่อหนูหรือคะ” สิปางสะอื้น “ทำตัวแบบนี้ ใครจะไปเชื่อเธอ ค้างกับท่านรองทั้งคืนจนมาทำงานเอาเที่ยง มาถึงก็มีปัญหากับคุณเสก” พนักงานรุ่นพี่จุ๊ปากเตือนเพื่อนร่วมงาน “เรื่องส่วนตัวพี่ไม่ยุ่งหรอกนะคะ อย่าทำให้เสียงานก็แล้วกัน คุณซินทำงานตรงนี้มาหลายปี ไม่เคยใช้เรื่องส่วนตัวมาก้าวก่ายเรื่องงาน ไม่เคยไปวุ่นวายกับเพื่อนของท่านรองและลูกค้าด้วยค่ะ สิปางควรดูซินไว้เป็นตัวอย่าง” พนักงานรุ่นพี่เตือน “หนูไม่ได้มีอะไรกับท่านรองนะคะ” “ขนาดไม่ได้มีอะไร ยังใส่ชุดเมื่อวานมาทำงาน ดาราใหม่ที่ท่านรองควงอยู่ตอนเช้าขึ้นมาโวยวายใหญ่ บอกโดนท่านรองทิ้งกลางคันเมื่อคืน จะเข้าไปตบซิน พวกเรากันไว้ไม่ให้เข้าห้อง ตอนแรกก็นึกว่าพี่ซิน แต่ที่ไหนได้เป็นเธอนี่เอง ร้ายนะ นอนกับท่านรองคืนเดียวก็ได้ขึ้นเงินเดือน ได้อะไรมาอีกบ้างล่ะ” พนักงานหน้าห้องอีกคนต่อว่าสิปาง “หนูเฝ้าไข้น้องกิ๊กทั้งคืน ไม่ทันได้กลับบ้านเลยใส่ชุดเดิม เรื่องขึ้นเงินเดือนอะไร หนูยังไม่รู้เรื่องเลย” “พี่เตือนเธอด้วยความหวังดีนะ ความสามารถเธอก็ไม่มี ยังทำตัวแบบนี้อีก เธอจะอยู่ได้ไม่นาน สำหรับท่านรองความสวยอย่างเดียวจับไม่อยู่หรอก” รุ่นพี่มองสิปางด้วยความไม่พอใจ ........................................... สิปางลงไปตามเอกสารจากแผนกบุคคล เธอมัวแต่ก้มอ่านเอกสารจนไม่ทันสังเกตรอบตัว เฮ้อ เอกสารเรื่องขึ้นเงินเดือนให้เธอจริงๆด้วย ดันมาขึ้นวันนี้ให้คนเข้าใจผิดอีก “ถอนหายใจทำไมครับ” เสียงห้าวถามขึ้น เสียงน่ะไม่เท่าไหร่ แต่กลิ่นนี่มัน...ชัดเลย...นายเสกสรรค์ สิปางเงยหน้ามองผู้ชายน่ากลัวตรงหน้า ทำไมชั้นมาอยู่ในลิฟท์สองต่อสองกับหมอนี่ เธออยากเป็นลม สาเหตุไม่ใช่เพราะเธอเจอคนโรคจิตหรอกนะ แต่เพราะกลิ่นเหม็นในลิฟท์ปิดตายชวนเธออยากเป็นลม “อ้าว หน้าซีดจังเหมือนจะเป็นลม ไม่สบายหรือครับ” เสกสรรค์คว้าเอวสิปางที่ยืนโงนเงน โอ้ยอย่าเข้ามาใกล้ เหม็นจะอ้วก สิปางปิดปากกลั้นลมหายใจ หมอนั้นกระแซะเข้ามาใกล้โอบสองแขนรอบเอวเธอ เธอเบือนหน้าหนีกลั้นหายใจจนหน้าแดง “หน้าแดงจัง อายผมหรือครับ ความลับของคุณผมไม่บอกใครหรอก” สิปางหน้าแดงขึ้นไปอีกด้วยความอาย มือใหญ่เต็มไปด้วยคราบเปื้อนถกกระโปรงแล้วลูบต้นขาด้านข้างของเธอถึงสะโพก คนโรคจิตเบียดกึ่งกลางลำตัวแนบสะโพกอีกด้านของเธอ สิ่งที่อยู่ใต้กางเกงดันประกบร่างกายของเธอจนแทบเดาขนาดออก ใจเย็นสิปางเวลาเจอคนโรคจิต ยิ่งโวยวายมันยิ่งชอบ เหมือนพวกชอบโชว์อวัยวะเพศไง ถ้ากรี๊ดกร๊าดตกใจยิ่งเข้าทางมัน ต้องแกล้งนิ่งเหมือนเป็นเรื่องปกติให้มันเสียความมั่นใจ ตอนนี้ตามน้ำไปก่อน รอลิฟท์เปิดแล้วรีบวิ่งหนีเลย หนทางในบริษัทเธอรู้ดีกว่ามันแน่นอน “ตอนนี้ผมก็ทำเหมือนคุณ เมื่อวานผมลงบ่อไปควานหาศะ... เออ...ผมหมายถึงไปแช่น้ำมา กางเกงในเปียกแถมยังเหม็นมากเลยโยนทิ้ง ถอดแล้วโล่งสบายเลย” เสียงกระเส่ากระซิบข้างหู ศะ.. ศะ.. อะไร หมายถึงสระน้ำใช่ไหม ไม่ใช่ ศะ จากคำว่าศพหรอกมั้ง ความหวาดกลัวถูกลวนลามหายไป ความกลัวอันใหม่เข้ามาแทน เธอคงไม่ได้กำลังเป็นเหยื่อฆาตกรโรคจิตหรอกนะ เธอยกสองแขนดันกลางอกคนร่างใหญ่ เสื้อยืดเหนียวหนึบน่าสะอิดสะเอียนที่สุด มีน้ำสีเหลืองข้นชวนอี๋ติดแขนเธอมาด้วย เปื้อนจนไม่รู้ก่อนหน้านั้นสีเดิมคืออะไรกันแน่ “มีแฟนรึยัง ?” เสกสรรค์ยิงคำถามตรงเป้า “มีแล้ว” คำแรกที่เธอยอมเสี่ยงกลิ่นเหม็น อ้าปากตอบ “ยังไม่มีหรือ” ชั้นบอกว่า ‘มีแล้ว’ นายตกภาษาไทยหรือไง “เป็นแฟนผมนะ” ม่ายยยยย สิปางสั่นหน้าดิก “ผมรักคุณตั้งแต่เห็นครั้งแรกเลย แบบ...รักแรกพบน่ะ หนนี้ผมจะพาไปห้องผมนะครับ อยากให้เรารู้จักกันมากขึ้น หนหน้าค่อยไปบ้านคุณ สภาพผมสกปรกขนาดนี้ไปบ้านคุณคงไม่เหมาะเท่าไหร่ กลัวพ่อแม่คุณจะรังเกียจ” รู้ตัวเหมือนกันหรือว่าสกปรกจนคนอื่นรังเกียจ ไม่แค่รังเกียจนะ กลัวเลยด้วย ขืนหมอนี่โผล่ไปบ้านเธอ พ่อแม่คงนึกว่าโจรใต้บุกบ้านแน่ๆ ...........................................
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD