เคาน์เตอร์ต้อนรับมีพนักงานประจำสองคนให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
“ขอพบเอกสิทธิ์หรือกนกกร ใครก็ได้ค่ะ จากจุฑามาศ”
ตติยาเป็นคนรับเรื่องเพราะเธอรู้จักทั้งเอกและกิ๊ก
“เอกคะ มีคนต้องการพบเอกกับกิ๊ก ชื่อจุฑามาศ” ตติยาโทรหาเอกก่อน
เสียงสบถหยาบคายดังมาตามสาย
“เดี๋ยวผมรีบลงไปพบเอง พี่อย่าบอกกิ๊กนะครับ”
“คุณเอกสิทธิ์กำลังลงมา กรุณานั่งคอยสักครู่นะคะ” ตติยาผายมือเชิญไปทางเก้าอี้
เก้าอี้แผนกต้อนรับคล้ายเก้าอี้ธนาคาร มีคนมานั่งรอประจำ โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ มีคนต้องการเข้าวงการบันเทิงมารอสมัครคัดตัวจำนวนมาก บางครั้งมีดาราดังมานั่งรอติดต่องาน แม้กระนั้นจุฑามาศยังโดดเด่นกว่าคนอื่น เธอไม่นั่งรอที่เก้าอี้แต่กลับเดินไปยืนรออย่างสงบมุมห้อง
จุฑามาศหน้าตาไม่จัดว่าสวยแต่โครงหน้าได้สัดส่วนน่ามอง รูปร่างสูงมากเกือบ 180 เซนติเมตร สัดส่วนพอเหมาะไม่ผอมแห้งเหมือนนางแบบ ผิวขาวเนียนละเอียดเหมือนผ้าซาตินเนื้อดี ชุดเดรสสีขาวเรียบเล่นลวดลายบนตัวชุดนิดหน่อย ท่ายืนหลังตรงไหล่ตั้ง แม้ก้มหน้าสงบเสงี่ยมกลับสง่างามจนคนแถวนั้นต้องหันหลังมามอง
“นางแบบใหม่รึเปล่าวะ” ผู้ชายคนหนึ่งหันหลังไปมองจุฑามาศ
“อ้วนไป นางแบบต้องผอมกว่านี้”
“เดี๋ยวนี้เค้าไม่นิยมนางแบบแห้งๆกันแล้วเว้ย ต้องหุ่นแบบนักกีฬาแข็งแรงมีกล้ามเนื้อ”
“พี่เค้าเหมือนทหารมากกว่านักกีฬาว่ะ ยืนซะเป๊ะเชียวกูเมื่อยแทน”
“เราเคยเห็นคนนี้นะ ภาพแชร์กันในเนตเป็นทหารสามจังหวัดชายแดนใต้ เพจทหารน่ารัก”
“มั่วละมึง ท่าทางแบบนี้ทหารชายแดนใต้เนี่ยนะ เราว่าเหมือนพวกผู้ดีมากกว่า”
“นักแสดงรึเปล่า พวกหนังประวัติศาสตร์ไรแบบนี้ ถ่ายเสร็จแล้วยังอินบทอยู่”
“พี่ขอห้องรับรองห้องนึง” เอกสิทธิ์บอกตติยา
“ห้องสามว่างเข้าไปได้เลย”
ตติยาสงสัย ห้องรับรองแขกหลายห้องติดกับห้องโถงต้อนรับ มักใช้ติดต่อเรื่องงานที่เป็นส่วนตัว เอกมีความลับอะไรกับผู้หญิงคนนั้นถึงต้องใช้ห้องรับรองแขก สักพักเอกสิทธิ์ก็ออกจากห้อง จุฑามาศตาแดงยืนหน้าห้องในมือมีทิชชู่ยิ่งเป็นจุดเด่นเข้าไปใหญ่
“พี่ติ รบกวนอีกอย่าง ผมขอยืมเงิน 500 สิ้นเดือนคืนให้” เอกพนมมือไหว้
ตติยาหน้าหงิกหยิบเงิน 500 ยื่นให้เอก
“เดี๋ยวสิ้นเดือนผมคืนให้นะ ผมจะพาพี่จุฑามาศไปทานข้าว”
ตติยาตาขวาง ยืมเงินชั้นไปเลี้ยงข้าวผู้หญิงนี่นะ ดีมากกกก กรอดดด แกเอากิ๊กไปไว้ไหน
เอกสิทธิ์ประคองจุฑามาศออกไป ท่ามกลางสายตาของอยากรู้อยากเห็นของหลายคน
...........................................
เอกสิทธิ์ตักข้าวในกล่องกินเอาๆ ในที่พักพนักงาน
“อร่อยจังพี่ ทำเองหรือ เก่งจัง อยู่เมืองนอกไม่ค่อยได้กินอาหารไทยเลย”
“ถ้าชอบวันหลังพี่ทำมาให้อีก แต่ต้องตอบคำถามพี่ก่อน” ตติยาจ้องเขม็ง
เอกรู้สึกลางไม่ดี
“ผู้หญิงตอนกลางวันใคร มาหาเอกกับกิ๊กทำไม”
“คนรู้จักผม ไม่เจอกันหลายปี เค้าผ่านมาแถวนี้เลยแวะมาทักทาย”
“เอกโกหก”
“ไม่ได้โกหก คนรู้จักจริงๆ” เอกบ่ายเบี่ยง
“คนรู้จักกอดเอวโอบไหล่กันขนาดนี้เลยหรือ คุยอะไรกับเค้า ทำไมผู้หญิงคนนั้นทำท่าเหมือนร้องไห้”
“พี่เห็นเค้าหัวเราะรึไง ก็ร้องไห้นะสิวะ เค้าเศร้าเค้าก็ร้องไห้”
“ผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรกับเอก”
“พี่ติเป็นเพื่อนหรือเป็นแม่ผมกันแน่วะเนี่ย พี่อย่ายุ่งเรื่องของผมได้ปะ”
“ได้ พี่ไม่ยุ่งกับเอก พี่จะไปบอกกิ๊ก”
“เพื่ออะไร” เอกตาขวาง
“เค้าขอพบกิ๊ก พี่มีหน้าที่ติดต่อ พี่แค่ทำตามหน้าที่”
“กิ๊กไม่เกี่ยว อย่าเอากิ๊กมายุ่งด้วย ผมบอกว่าคนรู้จักก็คนรู้จักสิ เรื่องของผมกับพี่จุฑามาศ พี่ไม่ต้องเสือก”
“ถ้าไม่มีอะไรกัน ทำไมต้องปิดบังกิ๊ก”
“นึกว่าคนอื่นเค้าร่านเหมือนพี่รึไง รู้จักผู้ชายไม่กี่วันก็ไปนอนด้วยกันแล้ว อย่าคิดนะว่าตัวเองชั่วแล้วคนอื่นจะทำตัวชั่วเหมือนพี่”
ตติยาตะลึงหน้าชาที่ถูกด่า
“พี่จุฑามาศเค้าเป็นคนดี ไม่แรดเหมือนพี่ ผู้หญิงอย่างพี่เทียบเค้าไม่ติดหรอก”
เอกสิทธิ์โยนกล่องอาหารใส่โต๊ะทั้งที่ยังกินไม่เสร็จ ลุกออกตรงนั้นทันที
...........................................
“อาหารพี่ไม่อร่อยหรือจ๊ะ ทำไมทานเหลือ” ตติยาถามกิ๊ก
“อร่อยค่ะพี่ กิ๊กแค่เบื่ออาหารไทย แม่กิ๊กทำแต่อาหารไทย พออยู่ข้างนอกเลยกินอาหารฝรั่งญี่ปุ่นมากกว่า ต้องพี่เอกค่ะ เค้าชอบอาหารไทย”
“พี่กินอาหารฝรั่งจนเบื่อ อยู่ไทยก็อยากกินอาหารไทยสิจ๊ะ” เอกหยิบกล่องข้าวที่กิ๊กกินเหลือมากินต่อ
“วันก่อนมีผู้หญิงชื่อจุฑามาศมาหากิ๊กด้วยแหละ” ตติยาเอ่ย
เอกตาเขียวใส่ตติยา ทำปากขมุบขมิบแบบไม่มีเสียง ‘หุบปาก’
“ผู้หญิงคนนั้นไปกินข้าวกับเอกด้วย กิ๊กได้เจอคุณจุฑามาศรึยังจ๊ะ” ตติยายังไม่หยุด
“พี่จุมาหรือ” กิ๊กตาโต “ทำไมพี่เอกไม่บอกกิ๊ก”
“พี่จุผ่านมาแถวนี้ แล้วต้องรีบไปทำธุระต่อจ๊ะ พี่ก็มัวแต่ยุ่งเลยลืมบอกกิ๊กไปว่าพี่จุฑามาศแวะมา”
“โห เสียดายอะ ตั้งแต่แต่งงานกับพี่จิ๋ว กิ๊กแทบไม่เจอพี่จุฑามาศเลย”
เอกก้มหน้ากุมขมับ เวรละไง
“แต่งกับใครนะจ๊ะ” ตติยาถามย้ำ
“กับพี่จิ๋วค่ะ เพื่อนสนิทของพี่ขิม พี่น่าจะเคยเจอพี่จิ๋วนะคะ เห็นช่วงนี้มาแถวนี้บ่อย ทหารเรือตัวสูงหุ่นดี รูปหล่ออะค่ะ ไปไหนมาไหนสาวมองตรึม”
ตติยามองหน้าเอก เอกก้มหน้าหลบไม่ยอมสบตา
“พี่ติเป็นอะไรคะ หน้าซีดจัง”
“พี่อาการไม่ค่อยดี ปวดท้องน่ะค่ะ ขอตัวกลับก่อนนะคะ” ตติยาหยิบกระเป๋าเดินหนี
“ไปซะละ” กิ๊กหันมาทางเอก “พี่เอกสีหน้าไม่ดีเลย เป็นอะไรไปอีกคนหรือ”
“ปวดท้องน่ะ”
“อาหารเสียรึเปล่าเนี่ย พี่เค้าทำตั้งแต่เช้ากว่าจะได้กินก็ค่ำละ” กิ๊กหยิบกล่องอาหารขึ้นมาดม
...........................................
“คุณเอกสิทธิ์ครับ” พนักงานโรงแรมเรียกเอก “มีผู้หญิงสาวสวยบอกว่าเป็นแฟนคุณเอกมารอ ผมเลยให้เข้าไปรอคุณเอกในห้องครับ”
ใครวะ เพิ่งเดินไปส่งกิ๊กกลับเมื่อกี้ กิ๊กไม่ได้สวยด้วย
“ไม่โทรถามผมก่อนเลยหรือ” ระบบความปลอดภัยเหี้ยไรเนี่ย ใครอ้างเป็นแฟนก็เปิดให้เข้าไปห้องลูกค้าได้เฉยเลย เดี๋ยวต้องไปบอกกิ๊กให้ปรับปรุงระบบละ
“คุณเอกไม่มีมือถือนี่ครับ”
เออจริง มือถือที่ใช้อยู่ก็ของออฟฟิศเลยไม่ค่อยให้เบอร์ใคร สงสัยเงินเดือนออกต้องซื้อมือถือเป็นอย่างแรก
“ถ้าเกิดเป็นขโมยขโจรทำไง”
พนักงานมองเอกตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสมเพช
ขอโทษคร้าบ ผมจนครับ ห้องผมไม่มีอะไรให้ขโมยคร้าบ ผมมันกระจอก ถ้าไม่ได้กิ๊กช่วยคงไม่มีปัญญาได้พักโรงแรมนี้หรอกคร้าบ
“ขึ้นไปดูด้วยกันเลยเผื่อเป็นขโมย ผมไม่มีของมีค่าอะไรก็จริง แต่ในห้องมีทีวีตู้เย็นของโรงแรมนะครับ ถ้าหายคุณนั่นแหละจะเดือดร้อน”
เอาเว้ย อย่างน้อยก็มีเพื่อนไปด้วยแหละ เผื่อเป็นขโมยจะได้ช่วยกัน
ภายในห้องปิดไฟมืดได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ลอยมาตามลมชวนขนลุก บรรยากาศวังเวง เมื่อเพ่งมองไปมุมห้องจะเห็นว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งกอดเข่าร้องไห้
โครม !!! เอกรีบปิดประตูห้อง หันไปมองหน้าพนักงานโรงแรม
“เมื่อกี้คุณเห็นเหมือนผมไหม” เอกถาม
“คะ คะ คุณเห็นอะไรล่ะครับ ผะ ผม เห็นผู้หญิงผมยาวกอดเข่าร้องไห้”
“ใช่เลย ผมก็เห็น เอาไงดีอะ”
เอกเริ่มกลัว แต่พนักงานโรงแรมท่าทางจะกลัวกว่าเอกมาก
“คุณรออยู่ตรงนี้ ผมจะไปเอาไฟฉายมาก่อน” พนักงานโรงแรมวิ่งไปที่เคาน์เตอร์
“รอคนเดียวเนี่ยนะ ไม่เอา ไปด้วยดิ๊” เอกวิ่งตาม
ทั้งสองคนเดินขึ้นมาอีกรอบพร้อมไฟฉายอันใหญ่ขนาดสปอร์ตไลท์ พนักงานไปหาไม้หน้าสามมาให้เอกถือเตรียมไว้ด้วย
“ผมเปิดประตูห้องนะ คุณส่องไฟ ถ้ามีอะไรรีบร้องผมจะได้รีบปิดประตู” เอกบอก
“ขอให้เป็นขโมยนะครับ” พนักงานหยิบพระห้อยคอมาพนมมือไหว้ท่วมหัว
เฮ้ยเดี๋ยว ปกติเค้าต้องขอไม่ให้เป็นขโมยไม่ใช่หรือ แต่คิดอีกทีเป็นขโมยก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยยังสู้กันได้ละวะ
“สาธุ หลวงพ่อครับ ขอให้ผมเจอขโมยนะครับ” เอกภาวนาพร้อมนึกถึงหลวงพ่อที่เลี้ยงมาตั้งแต่ยังเด็ก
ตกลงกันเรียบร้อย นับ 1 2 3 เปิดประตู
โครม !!!!!! เอกรีบปิดประตูทิ้งไม้หน้าสามกอดกับพนักงานโรงแรม
“ผะ ผะ ผีผู้หญิงยืนกลางห้อง หน้าประตูเลย” พนักงานโวยวาย
“คุณเปิดห้องผมให้ผีเข้ามาได้ไงเนี่ย ผมจะฟ้องผู้จัดการโรงแรม” เอกโวยบ้าง
เอ๊ะเดี๋ยวนะ เปิดห้องให้เข้ามาหรือ
“เดี๋ยวก่อนคุณใจเย็น ตั้งสติก่อน ตอนมีผู้หญิงมาหาผม ไฟสว่างรึเปล่า คุณได้คุยกับเค้าไหม สภาพเค้าเป็นยังไง มีขาใช่ปะ คุณบอกสาวสวยแสดงว่าหน้าไม่เละใช่ไหม” เอกเขย่าไหล่พนักงาน
“ไฟสว่างเห็นภาพชัด คุยได้ปกตินะครับ ไม่น่าใช่ผี” พนักงานเริ่มสติกลับมา “หน้าสวยเลยครับ ไม่เละไม่มีน้ำเหลืองไหลย้อย สูงประมาณนี้” พนักงานยกมือวัดระดับความสูง “นมโตอย่างงี้เลย” พนักงานขยับมือตาม “ร้องไห้บอกทะเลาะกับแฟน คุยกับผมสักพัก...”
“เดี๋ยวๆ เค้าบอกทะเลาะกับแฟน หรือบอกว่าเป็นแฟนผม ยังไงกันแน่”
“เค้าไม่ได้บอกว่าเป็นแฟนคุณครับ เค้าบอกว่าทะเลาะกับแฟนจะขอมาพบคุณ ผมเข้าใจว่าเป็นแฟนคุณ เธอร้องไห้น่าสงสารเห็นท่าทางไม่มีพิษภัย เลยเปิดห้องคุณให้เค้าเข้าไปครับ” พนักงานนึก
“ผมพอเดาได้ละว่าใคร คุณกลับไปเหอะ” เอกคืนไม้หน้าสามให้พนักงาน
“คุณฆ่าหมกศพแฟนคุณหรือครับ เค้าเลยตามมา” พนักงานมองหน้าเอกอย่างระแวง
“จะบ้าหรือ โว๊ะ ไม่ใช่ละ ไปเฝ้าข้างล่างต่อเลยไป แล้วหนหน้าอย่าให้ใครขึ้นมามั่วซั่วอีก” ขืนคุยต่อกูได้ฆ่าหมกศพพนักงานคาห้องพักนี่แหละ
...........................................