เอกตื่นขึ้นมาเห็นกิ๊กหลับฟุบอยู่ข้างเตียง หัวซุกแขนข้างหนึ่ง มืออีกข้างวางทับมือซ้ายของเขาไว้ เขาขยับแขนขวาแต่ขยับไม่ได้ จึงเห็นว่าเข้าเฝือกอยู่
“กิ๊ก กิ๊ก” เอกดึงมือซ้ายออก ขยับนิ้วสะกิดแก้มแฟนสาว
“อืม...” กิ๊กงัวเงียตื่นขึ้นมา “พี่เอกตื่นแล้ว เป็นยังไงบ้าง เจ็บไหม หิวรึยัง กินอะไรไหม กิ๊กหาให้กิน นอนสบายไหม จะให้ขยับตรงไหนก็บอกนะเดี๋ยวกิ๊กช่วย”
เอกขำ ตื่นขึ้นมาก็อ้าปากไม่หยุดเลยวุ้ย
“หอมแก้มที”
“หา ?”
“หอมแก้มเอกที เอกจะได้หายเจ็บ”
กิ๊กหน้าเป็นสีชมพู โน้มตัวลงหอมแก้มเอก
“ถ้าตื่นแล้วก็กลับกันเลย” น้ำเสียงหงุดหงิดดังแทรกบรรยากาศ
เอกกับกิ๊กสะดุ้งพร้อมกัน
“นะ นายมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
“นั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรกแล้ว พวกคุณไม่เห็นหัวผมเอง”
อู้ย ท่าทางนายอารมณ์บ่จอย
“กลับเลยหรือคะ กิ๊กอยากอยู่เฝ้าเอกต่ออีกนิด”
โจก้มมองกิ๊ก กิ๊กมองตามเห็นเสื้อตัวเองเลอะเลือด
“กลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน ค่อยมาเยี่ยมเอกอีกทีก็ได้”
“ค่ะ งั้นกิ๊กไปก่อนนะคะ พี่เอกอยู่คนเดียวได้ใช่ไหม”
“ได้จ้า กิ๊กไปเถอะ ไม่ต้องห่วงพี่” เอกฝืนยิ้ม
“ค่ารักษาผมจ่ายเอง พักให้สบาย” โจเอามือวางทาบบนหัวเอก น้ำเสียงอ่อนลง
เอกมองโจด้วยความซาบซึ้ง จนได้ยินประโยคถัดไป
“จะสวดอุทิศส่วนกุศลกับทำบุญตักบาตรไปให้”
นายยยท่านนนน ผมยังไม่ตาย
กิ๊กหยิบกระเป๋าสะพายบ่าเก้ๆกังๆ
“เป็นอะไรกิ๊ก”
“เจ็บแขนค่ะ”
โจจับแขนกิ๊กยกขึ้น
“โอ้ย อู้ยยย” กิ๊กร้องลั่น
โจสีหน้าเครียด
“ถ้าอยู่เฉยๆ ก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่พอยกแขนแล้วเจ็บ”
“เจ็บทำไมไม่บอกแต่แรก ทนอยู่ได้ตั้งนาน” โจตวาดเสียงดังจนเอกกับกิ๊กสะดุ้ง “รอหมอโตมาดูแล้วกลับห้องไปนอนพักเลย ไม่ต้องมาเยี่ยมเอกแล้ว เดี๋ยวพี่ส่งคนมาดูแลเอกแทน”
“แต่ว่า...”
“ตัวเองก็ยกแขนไม่ขึ้น คิดว่ามาเยี่ยมจะช่วยอะไรมันได้รึไง”
“ค่ะ... ก็ได้ค่ะ”
“หมอโตกลับรึยัง... ยังอยู่โรงพยาบาลใช่ไหม งั้นขึ้นมาห้องเอกหน่อย มาช่วยดูกิ๊กอีกคน” โจโทรตามหมอ
“ถอดเสื้อออกสิ” โจคิ้วขมวด
“คะ ?”
“พี่บอกให้ถอดเสื้อออกก็ทำตามสิ จะดูว่าเป็นอะไรมากไหม”
“ค่ะ” กิ๊กถอดเสื้ออย่างลำบาก
โจเลยช่วยถอดให้ เอะใจหันไปทางเอกที่กำลังจ้องมาทางนี้ เลยกระชากม่านปิดกั้นระหว่างเตียงคนไข้กับกิ๊ก
โธ่ นายท่าน ผมเห็นมาหมดแล้ว จะปิดทำไมเนี่ย
...........................................
กิ๊กถอดเสื้อเหลือแต่บราเซียร์ หลังและไหล่มีรอยช้ำม่วงเป็นบริเวณกว้าง หมอโตจิ้มตรงนั้นตรงนี้ ยกแขนขยับไปมา
“ฟกช้ำเฉยๆ กระดูกไม่น่าเป็นอะไร เดี๋ยวสั่งยาแก้ปวดกับครีมทานะครับ ยาแก้ปวดถ้าไม่ปวดมากก็ไม่ต้องทานได้ ครีมควรใช้อย่างต่ำสักสามวัน”
“แน่นะหมอ ทำไมรอยมันใหญ่จัง” โจถามด้วยความเป็นห่วง
“ตีนคุณจิ๋วเล็กที่ไหนละครับ รอยมันก็กว้างสิ ถ้าเป็นตีนคุณรอยคงเล็กนิดเดียว”
อยากลองตีนเล็กๆ บ้างไหมหมอ
“ถ้ายังห่วง เอ็กซเรย์กระดูกได้นะครับ ดูว่าแตกหักตรงไหนบ้าง”
“ไม่ต้องเอ็กซเรย์หรอกค่ะ กิ๊กคิดว่ากระดูกไม่เป็นไร กิ๊กไหว”
โจกดถ่ายภาพก่อนหมอโตช่วยกิ๊กสวมเสื้อ
...........................................
จิ๋วเอื้อมมือจับมือตติยา เธอหดมือหลบ
“เราเลิกคบกันเถอะค่ะ”
“อย่าพูดแบบนี้สิครับ ถ้าเรื่องจุฑามาศ พี่หย่ากับเค้าแล้ว รอเคลียร์เอกสารสักพัก...”
“พอเถอะค่ะพี่ ไม่ใช่เรื่องนั้น”
“เรื่องไอ้เอกใช่ไหม พี่รู้ว่าเธอเป็นเพื่อนมัน แต่มันสำคัญกว่าพี่หรือ”
“ไม่เกี่ยวค่ะ ต่อให้คนที่พี่ทำร้ายไม่ใช่เอก ติก็เลิกกับพี่อยู่ดี ติทนไม่ได้ที่ตัวเองเป็นสาเหตุให้คนอื่นโดนทำร้าย แม้แต่กิ๊กก็โดนหางเลขไปด้วย เด็กผู้หญิงตัวนิดเดียวพี่ทำกับเค้าได้ยังไง”
“ตกลงจะเลิกกับพี่จริงๆ ต่อให้พี่หย่าแล้วเป็นโสดแล้ว เธอก็จะไม่กลับมาหาพี่ใช่ไหม”
“ค่ะใช่ ขอตัวแค่นี้นะคะ ติต้องไปเยี่ยมเอกที่โรงพยาบาล”
...........................................
“พี่มากรุงเทพได้ยังไงครับ” เอกถามจุฑามาศ
“พี่มาตกลงเรื่องหย่ากับคุณจิ๋วค่ะ นัดทนายมาคุยที่ร้านอาหารตึก Talent นี่แหละค่ะ ยังไม่ทันเรียบร้อย คุณจิ๋วก็ลุกออกไปเลย พี่ไม่รู้ว่าไปหาเรื่องเอก พี่ขอโทษด้วยที่ทำให้เอกเดือดร้อน”
“ผมเพิ่งรู้สาเหตุ ทำไมพี่จิ๋วของขึ้นทั้งที่ปกติใจเย็น พี่จิ๋วรักพี่มากนะครับ พี่ไม่ลองคิดอีกทีเรื่องหย่าล่ะครับ”
“ถ้าเป็นผู้หญิงอื่น พี่คงทนไหว รอจนเค้าเบื่อเลิกกันไปเอง คุณจิ๋วมีผู้หญิงเข้าหาเยอะ คุณจิ๋วก็เล่นด้วยแต่ไม่มีอะไรเกินเลย แค่ชวนไปเที่ยวกินข้าวดูหนัง แต่...” จุฑามาศพยายามกลั้นสะอื้น “ผู้หญิงคนนี้ พี่คิดว่าจิ๋วคงรักจริงค่ะ”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูห้อง
“เข้ามาเลยครับ” เอกตะโกนบอก
ตติยาแง้มประตูทำท่าจะเข้าห้องคนป่วย พอเห็นจุฑามาศก็หยุดชะงัก
“มาเยี่ยมไข้เอกหรือคะ เข้ามาเถอะค่ะ” จุฑามาศยิ้มเศร้าให้ตติยา
เอกเห็นตติยาก็หันหน้าหนีไปอีกทาง ตติยายิ่งลังเล
“เข้ามาเถอะค่ะ ดิฉันรู้เรื่องคุณกับจิ๋วแล้ว ดิฉันไม่ว่าคุณหรอกค่ะ คุณคงอยากมาขอโทษน้องเอก” จุฑามาศชวนซ้ำ
ตติยาหน้าซีดแทบเป็นลม ภรรยาคุณจิ๋วรู้ว่าเป็นเธอ แต่ยังยิ้มคุยสุภาพกับเธอ ตติยาเดินขาสั่นเข้าไปในห้อง
“เอก.. พี่.. พี่ขอโทษ.. พี่...” ตติยาพูดตะกุกตะกัก
“มาทำไม” เอกเสียงแข็ง
“พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจ”
“ผมเคยเตือนพี่เรื่องพี่จิ๋ว พี่เคยฟังบ้างไหม ช่วงหลังที่ผมเงียบไม่ใช่เพราะผมเห็นด้วยกับพี่ ผมคิดว่าโตๆ กันแล้วน่าจะรู้อะไรควรไม่ควรบ้าง แล้วผลเป็นไง ผมต้องมาเจ็บตัวเพราะพี่ พี่จุฑามาศก็จะหย่ากับพี่จิ๋ว สะใจแล้วสินะ อยากได้ผู้ชายนักหนา ตอนนี้ก็ได้แล้วยังจะโผล่หัวมาทำไมอีก ผมไม่น่าเป็นเพื่อนกับพี่ตั้งแต่แรกเลย ซวยฉิบหาย”
ตติยาเอามือปิดหน้าปล่อยโฮ
“ใจเย็นค่ะ ตติยาคงไม่อยากให้เอกเจ็บตัว เค้าเห็นเอกเป็นแบบนี้ เค้าคงเสียใจและรู้สึกผิดมาก อย่าให้เรื่องของพี่มาทำให้เพื่อนต้องแตกกันเลยนะคะ” จุฑามาศตบหลังมือเอกเบาๆ ปลอบโยน
ถ้าเป็นผู้หญิงอื่นพูดแบบนี้ ตติยาคงคิดว่าเสแสร้งเป็นคนดี ถ้อยคำเหล่านี้พอออกจากปากจุฑามาศ เธอรู้สึกมาจากใจจริง จุฑามาศลักษณะเป็นคนตรงและสุภาพ ต่างจากคนที่ชอบบอกว่าตัวเองเป็นคนตรงแต่พูดจาหยาบคาย
“เห็นไหม พี่จุฑามาศดีแค่ไหน ขนาดพี่ไปแย่งผัวเค้า พี่จุยังแก้ตัวแทนพี่ ผมบอกแล้วคนอย่างพี่น่ะ พี่มีทางเทียบพี่จุฑามาศได้หรอก”
“คุณจุฑามาศไม่ต้องหย่ากับพี่จิ๋วหรอกค่ะ หนูเลิกกับพี่จิ๋วแล้ว หนูขอโทษ หนูจะไม่ไปยุ่งไปคุยกับพี่เค้าอีก” ตติยาน้ำตาอาบหน้าพนมมือไหว้จุฑามาศ
“พี่ต้องกลับใต้แล้ว” จุฑามาศตัดบท “คุณตติยาฝากป้อนข้าวต้มให้เอกด้วยนะคะ มือน้องเจ็บคงทำอะไรไม่ถนัด”
“พี่จะไปแล้วหรือ อยู่กับผมก่อนไม่ได้หรือ” เอกขอร้อง
“พี่ลางานมาวันเดียวค่ะ วันนี้โรงเรียนหยุด พี่ต้องรีบนั่งรถทัวร์กลับคืนนี้ให้ทันดูแลเด็กที่โรงเรียนตอนเช้าพรุ่งนี้”
“ครับพี่ ผมเข้าใจ”
“คุณตติยาไม่ต้องห่วงนะคะ ดิฉันเซ็นใบหย่าเรียบร้อย รอคุณจิ๋วเซ็นเอกสารก็สมบูรณ์ ทรัพย์สินมอบให้คุณจิ๋วทั้งหมด ดิฉันขอแค่แหวนวงเดียวค่ะ”
จุฑามาศน้ำตาซึมลูบแหวนเพชรเม็ดใหญ่น้ำงามบนนิ้วนางขวา ตติยาคิดว่าราคาคงหกหลักอาจถึงเจ็ดหลักต้น คุณจุฑามาศคงไม่เอาไปขายแต่อยากเก็บแหวนแต่งงานไว้เป็นที่ระลึกมากกว่า ยิ่งคิดตติยายิ่งเสียใจ ทำไมเธอทำร้ายผู้หญิงแสนดีขนาดนี้ได้ จุฑามาศต้องรักจิ๋วมากกว่าที่เธอรักแน่นอน
...........................................